ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "ทนายอานนท์" เปิดใจ ไม่กลัว และไม่หนี แม้วันหนึ่งต้องโดนคดีหรือติดคุก

    ไทยรัฐออนไลน์12 ต.ค. 2563 06:56 น.
    SHARE
    • กลัวไหม หากวันหนึ่งต้องโดนคดี อาจถึงต้องติดคุกหรือต้องหนีเหมือนคนอื่น
    • จริงหรือไม่ มีท่อน้ำเลี้ยง นักการเมือง-พรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง 
    • ตัวตนของคุณ จริงๆ เป็นยังไง ทำไมถึงมาเป็นแกนนำ 

    การเมืองไทยในรอบสัปดาห์นี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถนนทุกสายมุ่งสู่ประเด็น "การชุมนุมใหญ่" ของกลุ่มม็อบที่ใช้ชื่อว่า "คณะราษฎร" ที่นำโดย นายอานนท์ นำภา, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, นายทัตเทพ เรืองกิจประไพเสรี, นายจตุภัทร บุญรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง พร้อมแนวร่วมฯ ประกาศยึดเอาบริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยใช้เป็นสัญลักษณ์ วันที่ 14 ต.ค. ในการเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1. นายกฯ ต้องลาออกทันที 2. เร่งแก้ รธน. 3. ปฏิรูปสถาบัน เรียกได้ว่า ข้อเรียกร้องที่ออกมาครั้งล่าสุด ช่างดูหมิ่นเหม่ และแหลมคมเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทย 

    ขณะเดียวกัน แกนนำม็อบ "คณะราษฎร" ยังมีการออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ยืนยันว่า การชุมนุมจะไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ แต่จะมีการแสดงออก "ชู 3 นิ้ว" ระหว่างชุมนุมอีกด้วย 

    เชื่อแน่ว่า คำถามคาใจของคนในสังคมไทยส่วนใหญ่ที่อยากถามกับแกนนำม็อบ หากมีโอกาส คือ "การชุมนุมนี้ชอบธรรมหรือไม่" แล้วจะ "อยู่นานแค่ไหน กี่วัน" หรือ "จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นเหมือนกับการชุมนุมในอดีตหรือไม่" หรือ 14 ต.ค. ม็อบจะ "ปัง" หรือ "แป้ก" คนมามากหรือมาน้อย หรือ "คิดยังไงถึงกล้ามาชุมนุม" ถึงขั้น "ไม่ห่วงครอบครัวบ้างหรือ" ฯลฯ 

    ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์พิเศษ ทนายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของม็อบ "คณะราษฎร" เขายอมเปิดใจตอบในทุกคำถาม งานนี้เจ้าตัวคิดยังไง เราไปลองดูกัน 

    เปิดใจ ผมไม่ใช่แกนนำ แต่ผมเป็น...???

    ทนายอานนท์ กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า ผมไม่ได้เป็นแกนนำโดยการแต่งตั้งอะไร คือทุกคนก็มาร่วมกันในฐานะผู้ร่วมหมด แต่บทบาทหน้าที่ดูเหมือนเป็นคนพูดบนเวที และก็มีคนที่ค่อนข้างให้ความสำคัญประเด็นที่เราพูดอีก ก็เลยมองภาพว่า "เราเป็นแกนนำ" อันที่จริงแกนนำในครั้งนี้คือ กลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมกัน ยืนยัน อำนาจในการตัดสินใจในการชุมนุม เป็นของนักศึกษาทั้งหมด

    แล้วไม่กลัวโดนคดีหรือ?

    นายอานนท์ กล่าวต่อว่า เรื่องโดนคดี เป็นเรื่องที่เราเห็นได้ระดับหนึ่ง ผมเห็นว่า ความแตกต่างก็อาจจะมี เราพยายามตัดเรื่องการแซะ การพูดหยาบคาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสถาบัน แต่ก็คิดว่า การพูดอย่าง "ตรงไปตรงมา" เป็นประโยชน์มากกว่า สู้เราพูดตรงๆ ดีกว่า ว่าเราไม่เห็นด้วยเรื่องอะไร ซึ่งที่ผ่านมาอาจไม่มีใครกล้าพูด แต่ก็ต้องยอมรับว่าก็มีหลายคนที่คิด

    ก็พูดบนเวทีแบบนี้ ฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับม็อบถึงไม่ชอบ 

    "ผมไม่อยากเสียเวลาพูดอ้อมนะครับ เอาเข้าจริง โดยส่วนตัว ระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยังมีความเป็นไปได้อยู่ ส่วนใครที่จะเสนอมากกว่านี้ ก็เป็นเรื่องของสังคม ถ้าหากสังคมเห็นด้วยก็ต้องเป็นไปตามนั้น มันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้" ทนายอานนท์ กล่าว...

    กลัวไหมว่าสักวันอาจต้องโดนคดี ถึงขั้นติดคุก หรือหนีไปเหมือนคนอื่น

    ทนายอานนท์ ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้กลัวอะไร แต่เราก็ต้องระมัดระวัง ตั้งสติให้ดีในการพูด บางทีการพูดมันเป็นความจริงก็จริง แต่คนในสังคมยังไม่พร้อมรับฟัง เราก็ต้องใช้วิธีการพูดให้น่ารับฟังและต้องใช้เหตุใช้ผลมากขึ้น

    มีพรรคการเมือง หรือนักการเมือง อยู่เบื้องหลังจริงหรือไม่?

    "อันนี้ยืนยันว่า ไม่ใช่แน่นอน เอาเข้าจริง แนวทิศทางข้อเรียกร้อง ก็ไม่ตรงกันอยู่แล้ว ข้อเรียกร้องของเรา ผมว่ามันมีเพดานที่สูงกว่าทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว แม้แต่ "พรรคก้าวไกล" หรือ "กลุ่มคณะก้าวหน้า" เอง ก็ไม่ได้มีข้อเสนอที่สูงกว่าเรา กลุ่มพรรคการเมืองเขาต้องตามเราด้วยซ้ำ ฉะนั้น บอกว่าเขาอยู่เบื้องหลังเรา อันนี้ไม่จริง ทั้งในแง่เนื้อหา และวิธีการจัดการ หลายคนบอกเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" หรือเปล่า ให้ไปตรวจบัญชีเลย ว่าก็บริจาคมาจากชาวบ้านทั้งนั้น มาจากประชาชน แม้แต่ข้อเสนอ ก็เอามาจากประชาชนข้างล่าง

    "ยอมรับ กลุ่มที่เขียนป้ายข้อความที่หมิ่นเหม่สถาบันก็กลุ่มเดียวกับเรา กลุ่ม "เพนกวิน-รุ้ง" ทุกเวที ที่มีการจัดก็มวลชนกลุ่มเดียวกัน แกนนำก็นั่งกินข้าวด้วยกัน ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่า "เป็นไปไม่ได้ว่า สักวันหนึ่งตนเองอาจต้องติดคุก" อานนท์ กล่าว...

    คิดว่า ข้อเสนอ "มันเกินเลย" ไปหรือไม่

    ทนายอานนท์ กล่าวต่อว่า มันเกินเลยไปในความหมายที่ว่า มากกว่าที่เคยมีคนทำ แต่ผมคิดว่ามันไม่ได้เกินเลยไปกว่าในฐานะที่เป็นข้อเสนอหนึ่งในระบอบประชาธิปไตยที่ธรรมดา แต่คำที่บอกว่าเกินเลย มันเกินเลยไปมากกว่าเคยมีเห็นและเคยทำมา

    14 ต.ค. ยังจะพูดมากกว่าที่เคยขึ้นไปพูดบนเวที เมื่อ 19 ก.ย. ไหม ?

    "อานนท์" บอกอย่างมั่นใจว่า จะพูดยิ่งกว่าเดิมอีก พร้อมยืนยันว่า ที่ได้มาเป็นแกนนำ ไม่ใช่เรื่องแบบ "ตกกระไดพลอยโจน" แน่นอน

    ครอบครัวมีการพูด หรือแสดงความเป็นห่วงอะไรไหม? 

    ทนายอานนท์ ยืนยัน ครอบครัว ภรรยากับลูก ก็ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เพราะครอบครัวผมเราให้เกียรติกัน ร่วมต่อสู้ด้วยกัน ความคิดเห็นไม่ได้แตกต่างกัน คิดไปในแนวทางเดียวกัน ไม่มีการฝากเตือนอะไร ทั้งยังสนับสนุนกันเป็นอย่างดีด้วย ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้าก็ไม่มีปัญหา

    หากการเมืองกดดันมากๆ ลงท้ายเขาจะมาจับล่ะ

     "ไม่เคยคิดหนีแน่ แม้หากต้องขึ้นศาล เราก็พร้อมจะสู้ ทั้งตามกระบวนการยุติธรรม หรือบนท้องถนนอยู่แล้วครับ"

    ตัวตนจริงๆ เป็นอย่างไร ทำไมถึงมาเป็นแกนนำได้?

    อานนท์ กล่าวว่า ผมเป็นคนธรรมดา ประกอบอาชีพทนายความ แล้วเมื่อเราเห็นความไม่เป็นธรรมในสังคม ก็เลยออกมาต่อสู้ เรามีความสามารถในการพูดนิดหน่อย สามารถพูดต่อหน้าสาธารณะได้ แล้วก็พูดความจริง ก็ขึ้นไปพูด ถึงวันนี้ผมว่ามันพิสูจน์ระดับหนึ่ง สิ่งที่ผมพูดมันเป็นความจริง แล้วก็ไม่ผิด สังคมแม้คนที่ไม่เห็นด้วยกับเรามาก่อน หรือคนที่เป็นพวกไม่สุดโต่ง ผมคิดว่ามาทางเราเยอะ หลายคนฝากกำลังใจมาด้วยว่าเป็นการพูดแทนเขา

    "การเรียกร้องของเราเป็นการเรียกร้องด้วยสันติวิธีอยู่ อย่างการไม่ยืนเคารพในโรงภาพยนตร์ หลายคนบอกแบบนี้มันก้าวร้าวไหม แต่ถ้าเป็นสังคมอารยะ ก็จะรู้ว่าก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะไม่ยืนเพื่อแสดงออกอะไรบางอย่าง" ทนายอานนท์ กล่าว...

    กลัวไหม การชุมนุมจะมีมือที่ 3 มาก่อกวน?

    ทนายอานนท์ กล่าวว่า อันนั้นอยู่ที่รัฐจะเป็นผู้ดูแล ถ้าเราไม่มีมีด-ไม่มีปืน-ไม่มีอาวุธ ถ้ามันเกิดรุนแรงก็เป็นปัญหาคนที่มากระทำแล้ว ไม่ใช่ความผิดของเรา ทุกคนอาจต้องเรียนรู้ที่จะยับยั้งช่างใจ มีสติ ในการแสดงออก ผมคิดว่าเราไม่ควรจะไปโทษเหยื่อ ไปบอกว่าผู้หญิงใส่กางเกงขาสั้นแล้วเสี่ยงถูกข่มขืน คือ เราต้องไปด่าคนที่มากระทำ ไม่ใช่ไปว่าคนเป็นเหยื่อ แล้วตอนนี้ตัวผมเองก็มีคนติดตามอยู่ตลอด เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงเฝ้าติดตาม ไปทุกที่ 

    มั่นใจ 14 ต.ค. คนจะมามากไหม?

    "ผมมั่นใจคนจะมาจำนวนมาก และเป็นการชุมนุมที่สนุกอีกครั้งหนึ่ง มันงวดเข้ามาทุกทีแล้ว เชื่อว่าชุมนุมครั้งนี้จะไม่เหมือน 19 ก.ย. มันไม่เหมือนเดิมแน่ ขณะที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดง และอีกหลายๆกลุ่มตอบรับมาร่วมชุมนุมเยอะครับ"

    จากวันนี้ไป เรียกว่า "อย่าได้กะพริบตา" 14 ต.ค.ตอนจบมันจะเป็นอย่างไร ม็อบ "คณะราษฎร" จะมาแบบ "เบิ้มๆ" อย่างที่มีการเรียกแขกกันไว้ หรือจะจบไปแบบ "บ่มิไก๊" หรือที่สำนวนไทยคือ "นกกระจอกไม่ทันกินน้ำอีก 2 วันก็คงจะได้รู้กันเสียที

    ว่างานนี้จะ "หมู่ หรือ จ่า"   

    ผู้เขียน : เดชจิวยี่ 

    กราฟิก : Varanya Phae-araya

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ชุมนุม 14 ตุลาspecial contentม็อบ 14 ตุลาอานนท์ นำภาข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 00:43 น.