“อานนท์ แสนน่าน” เดินหน้าปกป้องสถาบัน ผนึกอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง “อีสาน-ล้านนา” พร้อมแต่งตั้งยกฐานะมาเป็นประธานหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน เรารักประเทศไทย แต่ละจังหวัด
วันที่ 8 ต.ค. ณ ศูนย์เครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย ชุมชนพรสวรรค์ ทต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้ประสานงาน นายนิตยา นาโล อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งประเทศไทย นายองอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย ได้ร่วมประชุมกัน เพื่อให้สมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดง ทั้ง 14 จังหวัดภาคเหนือ และ 20 จังหวัดภาคอีสาน ออกมารณรงค์ปกป้องสถาบัน จากพวกจาบจ้วงและกำลังจะล้มล้าง เพราะก่อนหน้านั้นทางอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงและสมาชิกได้ออกมาแจ้งแล้วว่า “ถ้าไม่มีสถาบัน คงไม่มีแผ่นดินให้คนรุ่นใหม่ได้ยืนในวันนี้ได้หรอก คงเป็นทาสของต่างชาติ หรือไม่ก็จะไม่มีชาติให้ภาคภูมิใจเหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะการที่พวกเรา “ยุบและสลายหมู่บ้านเสื้อแดง” เข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นเครือข่าย “รวมไทยสร้างชาติ เรารักประเทศไทย” ก็ต้องการที่จะทำงานด้วยจิตอาสาเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพราะที่ผ่านมา พวกเราเป็นคนเสื้อแดง และแยกออกมาเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ก็จะใช้สโลแกนที่ว่า “หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เพราะพวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
...
นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า พวกเราอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง ได้เชิญอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ และภาคอีสาน เพื่อผนึกกำลัง “อีสาน-ล้านนา มาแต่งตั้งเป็น “ประธานหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย ประจำจังหวัด” เพื่อปกป้องสถาบัน จากพวกจาบจ้วงและหวังจะล้มล้างสถาบัน เพื่อให้สมาชิกออกไปรณรงค์ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงกับประธานหมู่บ้านและสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดงแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดต่างๆ ว่า การที่มีการเข้าไปชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นว่า จะไปล้มรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จริงๆ แล้วไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของกลุ่มดังกล่าว แท้ที่จริงแล้วเป็นกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อสถาบัน ที่ต้องการจะแก้ไขการปกครองไม่ให้มี “ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” พวกเราชาวอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงในแต่ละจังหวัด จำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบัน และให้ข้อมูลที่แท้จริงกับ เด็ก เยาวชน นักเรียน และ นักศึกษา ว่า “ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศตลอดมา พระมหากษัตริย์ของไทย ได้ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ได้ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ของประชาชน ได้ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง ให้มีความเจริญมั่นคงก้าวหน้าในด้านต่างๆ บางพระองค์ได้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติด้วยความกล้าหาญ และเสียสละ อาทิ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บางพระองค์ได้ทรงดำเนินวิเทโศบายที่ชาญฉลาด ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชอธิปไตยไว้ได้จนทุกวันนี้ เช่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช
นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ชาติไทยของเรามีการวิวัฒนาการมาตั้งแต่เริ่มรวมชาติรวมแผ่นเดิน ก่อร่างสร้างเมืองตั้งแต่อดีตจนมาเป็นประเทศชาติทุกวันนี้ ก็เพราะสถาบัน ยังเป็นสถาบันที่อยู่ในหัวใจของประชาชน เป็นสถาบันที่เคารพสักการะเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของปวงชนชาวไทย ทุกๆ คน ผู้ใดหรือใครจะมาล่วงเกินพระราชอำนาจไม่ได้ ในสมัยสุโขทัย เปรียบเสมือนพ่อของประชาชนฐานะของพระองค์ เป็นพ่อขุน มีความใกล้ชิดประชาชน พอเข้าสมัยกรุงศรีอยุธยา ฐานะของสถาบัน ทรงเป็นสมมติเทพหรือเป็นเทวดาโดยสมมติ และทรงมีพระราชอำนาจในการปกครองทรง เป็นองค์อธิปัตย์สูงสุดในการปกครองบ้านเมือง ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยหลักธรรมะ โดยมีทศพิธราชธรรม และธรรมะหลักสำคัญต่างๆ ในการปกครองจนทำให้ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ อยู่เย็นเป็นสุข ทรงครองราชย์ป้องเมือง ทำนุบำรุงบ้านเมือง ศาสนา และสังคมมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย พระราชอำนาจของสถาบันก็มิทรงเสื่อมถอย แต่สถาบันกลับเป็นที่เคารพสักการะจากประชาชนมากเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
“แม้แต่สมัยเป็นเด็กผมได้เงินไปโรงเรียนทีละ 5 – 10 บาท เวลาเงินตกลงพื้น แม่หรือพ่อผมจะต้องให้ลงกราบไหว้ไม่ให้เหยียบเงิน แต่อย่างใด เพราะในเงินนั้นมีรูปในหลวง ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวใจของประชาชน คอยปกปักรักษาให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข...” นายอานนท์ กล่าว