ไลฟ์สไตล์
100 year

ฟัง "บิ๊กบัง" ย้อนอดีต อ่านปัจจุบัน มองอนาคต "ปรองดอง-สร้างชาติ"

ไทยรัฐออนไลน์
8 ต.ค. 2563 09:03 น.
SHARE
  • หนุนนิรโทษกรรมการเมือง สร้างความปรองดอง
  • บทเรียน 2549 เรียนรู้ "ทักษิณ" รัฐบาลต้องโปร่งใส
  • ชุมนุมเด็กสู่ความเปลี่ยนแปลง กับดักความยากจนนำรัฐบาลพัง

แม้รัฐประหารเมื่อปี 2549 จะล่วงเลยมาแล้ว 14 ปีแล้ว แต่ในความทรงจำของ "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ. และอดีตประธาน คมช. ยังจำภาพเหตุการณ์ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี แล้วยังย้ำอยู่เสมอถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ณ วันนั้น ผมก็ต้องทำปฏิวัติ เพราะบ้านเมืองอยู่ในช่วงความขัดแย้ง รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน เกิดการชุมนุมประท้วง จนอาจนำไปสู่ความรุนแรง

ข่าวแนะนำ

ประกอบกับมีการแบ่งพรรค แบ่งฝ่าย มุ่งเอาชนะด้วยวิธีหลายรูปแบบ ถือเป็นเงื่อนไขที่ทหารซึ่งทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ความวุ่นวาย เพื่อทำให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ และกลับมาสู่สภาวะปกติ

โดยกำลังทหารในขณะนั้นได้เคลื่อนพลไปยึดสถานที่สำคัญๆ ต่างๆ ทั้งทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กองพลทหารราบที่ 9 รวมทั้งได้เคลื่อนขบวนรถถังเข้ามาคุมสะพานมัฆวานรังสรรค์ และถนนราชดำเนิน พร้อมจัดวางแนวกำลังพลตามถนนต่างๆ ไปตั้งแต่แยกเกียกกาย ผ่านมาถึงถนนราชสีมา สวนรื่นฤดี สี่แยกสนามม้านางเลิ้ง  

การปฏิบัติการครั้งนั้นใช้กำลังพลทหารถึง 7 กองพล 17 กรมทหาร 43 กองพัน เข้าคุมพื้นที่รักษาที่ตั้ง ตามเป้าหมาย สถานที่สำคัญ และเพื่อตรึงกำลังให้ทางฝ่ายที่คิดจะต่อต้าน ต้องล้มเลิก เพราะทุกหน่วยทหารระดับแกนนำสำคัญ ทั้งทหารราบ ทหารปืนใหญ่ ทหารม้า กองพลรบพิเศษ ถูกจัดส่งมาอารักขาทั่วพื้นที่ที่จะเป็นยุทธศาสตร์ในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมเข้ายึดสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญๆ ไว้หมด

จากนั้นวันนั้นถึงวันนี้ พล.อ.สนธิ ยังจำภาพที่ประชาชนเดินถือดอกไม้ โบกไม้โบกมือให้กำลังใจทหาร ประชาชนทุกคนมีความสุข มองภาพทหารเป็นฮีโร่ เข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง กระทั่งได้เชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จากองคมนตรี เข้ามาเป็น นายกรัฐมนตรี และบริหารงานให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

กระทั่งเวลาผ่านไป 8 ปี ประเทศไทยก็เกิดการรัฐประหารอีกครั้งเมื่อ 22 พ.ค.2557 โดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ที่เข้ามายุติความขัดแย้งในบ้านเมืองอีกครั้งในนาม คสช. แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี และอยู่ยาวยึดครองอำนาจจนถึงปัจจุบัน

"บิ๊กบัง" เปิดอกชม ทักษิณ เป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ

ตัดภาพกลับมาเมื่อ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในวัย 74 ปี ได้พูดถึง "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ว่า เคยได้เจอกันไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เขาจะเรียกผมว่า "พี่บัง" ทุกคำ แต่ไม่ได้ติดต่อกันอย่างนั้น "ทักษิณ" เป็นคนที่ถือว่าเป็นนักกีฬา ไม่เคยรื้อฟื้นอดีตมาพูดคุยกัน เขามีมารยาท เป็นผู้ใหญ่ คุยโทรศัพท์ครั้งแรกหลังผมปฏิวัติ ท่านก็บอกว่า ผบ.ทบ. ตัวผมเป็นนักกีฬา หมายความว่ารู้แพ้รู้ชนะ ท่านพูดแค่นี้ เข้าใจชัดว่าเกมจบแล้ว ผมจึงมองว่าท่านก็เป็นสุภาพบุรุษ เพราะเราจบเตรียมทหารมาด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องตัดกันไม่ขาด จะเกลียดกันแค่ไหน เดี๋ยวก็ดีกัน และเชื่อว่าท่านสบายดีกว่าผม ส่วนจะมีการพูดคุยหรือเป็นตัวประสานเพื่อให้เกิดรัฐบาลแห่งชาตินั้น น่าจะยังไม่ไกลถึงขนาดนั้น

"ส่วนตัวเชื่อว่า 'ทักษิณ' มีความเป็นลูกผู้ชาย เพราะหลังจากปฏิวัติได้ 1 สัปดาห์ หรือ 7 วัน ได้มีโอกาสพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวทางโทรศัพท์ ซึ่งนายทักษิณ เคารพการตัดสินใจของผมในการนำกำลังเข้าปฏิวัติรัฐประหาร เขาก็บอกว่าพี่ว่ากันไปเลยไม่ต้องเกรงใจผม จึงเชื่อว่าคนแบบนี้เขาเป็นลูกผู้ชายพอ"

หนุนนิรโทษกรรมการเมือง สร้างความปรองดองประเทศ

"สิ่งสำคัญหลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารงานครบ 7 ปี อยากให้นำบทเรียนทางทหารมาประยุกต์ใช้กับบทเรียนทางการเมือง และต้องกลับมาคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อะไรคือจุดที่ทำให้มองเช่นนั้น เช่นเรื่องความยุติธรรมเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องเห็นใจว่ากระบวนการยุติธรรม พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ผู้ที่โดนตัดสินก็จะมองความยุติธรรมในเชิงลบ" 

ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมต้องจัดรูปแบบใหม่ เพื่อแสดงออกให้เห็นถึงกระบวนยุติธรรม ที่ประชาชนสัมผัสได้ แม้กระทั่งการนิรโทษกรรมทุกกลุ่มทุกฝ่ายของการเมือง เพื่อสร้างความปรองดอง หากทำได้ก็ดี แต่ทุกอย่างต้องมีเงื่อนไข และแบ่งให้เห็นชัด คดีการเมือง กับคดีอาญา อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ แต่หากเป็นความผิดพลาดทางการเมืองที่เกิดจากความเห็นต่างแล้วฝ่ายปกครองบอกว่า ผิดกฎหมายและติดคุกอันนี้คือ ต้องนิรโทษกรรมหรือการให้อภัยกับคนที่มีความคิดและความแตกต่างทางการเมือง แต่ก็ต้องแยกกันถ้าเป็นคดีอาญา เพราะปัญหาความแตกแยกในบ้านเรา เกิดมานานแล้ว คสช.ต้องเป็นกลาง และรู้จักการให้อภัย ต้องลืมให้ได้ทุกอย่าง และควรจะหันมองในเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญเราต้องสร้างอุดมการณ์รักชาติมากๆ และการให้อภัยจะตามมาเอง

ชุมนุมเด็ก จุดชี้วัด ผู้ใหญ่ต้องหันมองตัวเองสิ่งที่เด็กคิด

ส่วนปรากฏการณ์ที่เยาวชนออกมาชุมนุมนั้น ถือเป็นธรรมชาติของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีความคิดไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องปกติ แต่อย่าไปโทษว่าคนที่คิดต่างจากเราแล้วเขาผิด ในวันนี้คนไทยคิดว่า คนที่คิดแตกต่างนั้นผิด หากมองเช่นนั้นก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ต้องกลับมาดูว่า ความคิดของเด็กกับผู้ใหญ่ แตกต่างกันตรงไหน ในหลายประเทศที่มีความเจริญถึงจุดที่เป็นอันดับ 1 ของโลก ผู้ปกครองจะมีประสบการณ์ตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อเข้ามาเป็นผู้ปกครองก็จะเห็นปัญหา เพราะฉะนั้นเด็กจะมีประสบการณ์ในระดับหนึ่ง ในขณะที่ผู้ใหญ่ก็มีประสบการณ์ในการดำเนินเพียงแต่ต้องหันกลับมามองว่าเด็กกำลังคิดอะไร อย่าไปคิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดถูก ต้องมองว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันกับสิ่งที่เด็กคิดได้หรือไม่ ดังนั้น ผู้ใหญ่ควรมองเด็กให้ถูกและเด็กต้องเข้าใจปัญหาของผู้ใหญ่เช่นกัน อย่ามองข้ามพื้นฐานของความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ต้องจัดเชื่อมโยงกันถือเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะทุกคนรวมทั้งผมก็อยากเห็นประเทศชาติมีความเรียบร้อย และมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ปัญหาที่เป็นไปไม่ได้คือระบบการปกครองของเราที่ไม่เดินตามช่องทางที่ควรจะเป็น และสังคมไทยยังมีอะไรหลายอย่างที่เป็นเรื่องที่น่าศึกษา ดังนั้นต้องจัดระเบียบสังคมให้เข้าร่องเข้ารอยจะทำให้ผู้ปกครองสามารถปกครองได้สะดวกและสบายมากขึ้น

เชื่อสถานการณ์อดีตกับปัจจุบันต่างกัน รัฐบาลต้องโปร่งใส

พล.อ.สนธิ ยังมองว่า สถานการณ์การเมืองปี 2549 ต่างจากปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ในแต่ละห้วงไม่เหมือนกัน จะเอาเหตุการณ์ในเวลาหนึ่ง มาเปรียบเทียบในอีกเวลาหนึ่งไม่ได้ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้มีองค์ประกอบไม่เหมือนกันแต่ปัญหาที่บ่นกันมากคือเรื่องคอร์รัปชัน เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องมอง และทำให้ประชาชนเห็นว่าที่กำลังเดินไปข้างหน้าจะต้องเป็นองค์ประกอบอย่างไร ทำให้เห็นถึงความโปร่งใส สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่หลายอย่างน่าชื่นชม เช่น การสร้างถนนหนทาง ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจ สำหรับเรื่องความปรองดอง หากทำกันจริงจังสามารถเกิดขึ้นได้ โดยให้คนที่มีความคิดต่างในแต่ละกลุ่มหันหน้ามาร่วมกัน

เพราะโลกนี้มีการปกครอง 3 แบบ คือประชาธิปไตย เผด็จการ และสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประเทศเราอยู่มาเป็นพันปีเป็นประเทศไทยได้เพราะสถาบันที่เป็นหลักๆ ทำให้ประเทศคงอยู่จนเป็นสยามและไทยในวันนี้ สถาบันมีบุญคุณกับแผ่นดิน ถือเป็นปูชนียทางความคิด เป็นสิ่งที่ต้องยึดเอาไว้ แต่เราต้องมามองว่าประชาธิปไตยและสังคมนิยมจะเอาแบบไหน ตนมองว่าในระบบประชาธิปไตยและสังคมนิยมต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย จึงเสนอการปกครองประชาธิปไตยแบบไทยๆ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้เด็กรุ่นใหม่อาจจะมองสถาบันมีประโยชน์ไม่มาก แต่จริงๆ แล้วให้ย้อนไปในอดีตว่าสถาบันได้สร้างอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง เป็นบุญคุณและกตัญญู

เตือนรัฐ อย่าปกครองประชาชนถึงขั้นเดือดร้อน ยากจน จะพาสู่ความเลวร้าย

"การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะว่าได้ทำประชามติเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่จะต้องมองว่าถึงเวลาหรือยัง เหมาะสมหรือไม่และจะแก้ประเด็นไหน หรือแก้ได้มากน้อยอย่างไรต้องมานั่งคิดดูรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ นี่คือข้อสำคัญ ซึ่งต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาหลายอย่าง ทั้ง โควิด-19 ที่นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจและก็นำไปสู่ปัญหาความยากจน และความไม่พอใจก็จะเกิดขึ้น ประเทศใดก็ตาม หากการปกครองที่มีทำให้ประชาชนเดือดร้อนยากจน รัฐบาลสะเทือน ซึ่งวันนี้ไม่ใช่สะเทือนแค่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นทั้งโลก นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำความเข้าใจปัญหากำลังเกิด ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกำลังซ้ำเติมความจริงเมื่อไม่มีงานทำ จะทำอย่างไร จะเอาเงินให้ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง แต่จะทำได้แค่ไหนนี่คือสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายที่พยายามทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายมากขึ้น"

และผมไม่เชื่อว่าจะมีรัฐประหารในประเทศไทยในช่วงนี้ เพราะปัญหาของความขัดแย้งในประเทศก็รุนแรงพอแล้ว ดังนั้นวิธีแก้ก็มีวิธีการอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีรัฐประหาร เพราะไม่เชื่อว่าการปฏิวัติจะใช้แก้ไขปัญหาได้ในเวลานี้ ซึ่งมันหนักกว่าเมื่อปี 2549 เนื่องจากวันนี้ความขัดแย้งสองฝ่ายแย่กว่าเก่า และปฏิวัติจะไม่มีทางสำเร็จ ดังนั้นต้องแก้ไขปัญหาตามที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ซึ่งถูกต้องแล้ว แต่ต้องอดทนและทำความเข้าใจให้ทุกกลุ่มหันกลับมาคิดและช่วยกัน

สุดท้าย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ผู้ที่ผ่านประสบการณ์การปฏิวัติรัฐประหาร และเจ้าของปฏิบัติการ ลับ ลวง พราง เชื่อว่าประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีพระสยามเทวาธิราช คุ้มครองปกป้องบ้านเมือง เมื่อเกิดปัญหาวิกฤติทุกครั้งมักจะมีทางออกเสมอ และเห็นด้วยคนไทยทุกคนควรจะหันหน้ามาสร้างความปรองดอง รู้จักการให้อภัย เพื่อนำพาบ้านเมืองไปสู่จุดหมายแห่งความสำเร็จร่วมกัน.

ผู้เขียน : คชสีห์ 88

กราฟิก : Taechita Vijitgrittapong

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กบังspecial contentสนธิ บุญยรัตกลินปฏิวัติ2549ทักษิณ ชินวัตรข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 15:33 น.