ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ผบ.สส.ยันปกป้องสถาบัน ปฏิวัติไม่มีในสมอง “ตู่” คาดหวัง 14 ตุลา ไม่รุนแรง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ต.ค. 2563 05:28 น.
    SHARE

    “บิ๊กตู่” คาดหวังชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค. ไม่รุนแรง เลขาฯพรรคเพื่อไทยจี้รัฐชักฟืนออกจากกองไฟ หยุดราดน้ำมันให้ร้ายเด็ก “อนุสรณ์” ไม่ขอสังฆกรรมเกมยื้อแก้ รัฐธรรมนูญ “อรุณี” ลั่นไม่มีทางร่วม รบ.แห่งชาติ “ภูมิธรรม” ชี้ “ลุงตู่” ออกไปสังคมดีแน่ “เสี่ยตือ” เตือนอย่าดูหมิ่นพลังประชาชนต่ำเกินไป “อ๋อย” เชื่อ นศ.ไม่มีท่อน้ำเลี้ยง “บิ๊กแก้ว” ย้ำหน้าที่ทหารพิทักษ์สถาบัน ปฏิวัติไม่มีอยู่ในหัวสมอง ผบ.เหล่าทัพพร้อมใจไม่รับเงินเดือน ส.ว. เวทีเสวนา “44 ปี 6 ตุลาในทรรศนะคนรุ่นใหม่” มธ.คึกคัก เย้ยรัฐคุมกระแสสื่อไม่ได้อีกแล้ว เรียนรู้หลีกเลี่ยงเงื่อนไขให้รัฐใช้กำลังปราบ ถึงรู้ว่ายากชนะแต่ก็ไม่ยอมแพ้ โปรดเกล้าฯ “อาคม” นั่ง รมว.คลัง นายแบงก์หนุนคุณสมบัติเหมาะสม “ประยุทธ์-วิษณุ” ประสานเสียงไล่บี้ค่าเสียหายจำนำข้าว

    สถานการณ์ร้อนในช่วงเดือน ต.ค. เดือนสัญลักษณ์ทางการเมือง ยังคงต้องจับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ ออกมาแสดงความเป็นห่วงการนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 14 ต.ค.นี้ คาดหวังไม่อยากให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น

    “บิ๊กตู่” หวัง 14 ตุลาฯ ไม่รุนแรง

    เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเครือข่าย “ครูขอสอน” ออกมาเรียกร้องให้รัฐและกระทรวงศึกษาธิการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา และสร้างโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ว่าตรงนี้คงไม่มีใครอยากให้บานปลาย ไม่ว่าจะครู นิสิต นักศึกษา ยังมีความคิดเป็น 2 ทางเสมอ ต้องเข้าใจว่าการแสดงออกทางการเมืองทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่สำคัญที่สุดต้องเคารพกฎหมายด้วย ไม่ใช่จะไปละเมิดสิทธิ์ ไม่เช่นนั้นก็ต้องไม่ให้ชุมนุม ดังนั้น ชุมนุมได้แต่อย่าทำผิดกฎหมาย ส่วนการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค. คาดหวังไม่อยากให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น เพราะไม่เป็นผลดีกับประเทศที่อยู่ในสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ในสภาเคลื่อนไหวข้อเรียกร้องอยู่หลายข้อ ขอให้รับฟังตรงนี้ด้วย ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯค่อนข้างมีอาการอิดโรย ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

    โต้ “ปิยบุตร” หยุดให้ท้ายเด็ก

    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออกเพื่อเห็นแก่ลูกหลาน ว่า เข้าใจความอยากของนายปิยบุตร ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ แต่แนวคิดสุดโต่งของนายปิยบุตรเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้ ที่สำคัญรัฐบาลนี้ไม่เคยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือคุกคามนักศึกษา ส่วนการชุมนุมของนักศึกษาในวันที่ 14 ต.ค. ขอให้ชุมนุมอย่างสันติ อย่าปราศรัยจาบจ้วงสถาบัน คนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอม ถ้านายปิยบุตรปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองจริง ควรช่วยทำความเข้าใจกับนักศึกษา ไม่ใช่ทำเหมือน ให้ท้ายในสิ่งที่ผิด รังแต่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ใช้คุณธรรมนำจิตใจร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ

    พท.จี้รัฐชักฟืนออกจากกองไฟ

    ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาก่อนรับหลักการญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการรอสัญญาณจากผู้มีอำนาจว่าจะตัดสินใจอย่างไรมากกว่า เชื่อรัฐบาลรอประเมินสถานการณ์การเมืองก่อนตัดสินใจ รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาประเทศมากกว่านี้ กรณีมีกระแสข่าวนายกฯส่งสัญญาณให้พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.รับหลักการญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นสัญญาณที่ดี จะได้เดินไปข้างหน้าได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้ เพราะปัญหาส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน แต่ใช้การโจมตีการจัดกิจกรรมของเยาวชนว่าผิดกฎหมาย ไม่เคารพกฎหมาย หากเปลี่ยนจากโจมตีมาเป็นการพูดคุยกับเยาวชน จะเป็นการชักฟืนออกจากกองไฟ การเจรจาเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่รัฐบาลกลับเลือกราดน้ำมันเข้ากองไฟ ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายใหญ่ขึ้น

    ไม่สังฆกรรมเกมยื้อแก้ รธน.

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้หารือกรณี กมธ.วิสามัญศึกษาก่อนรับหลักการญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุจะเชิญตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านไปร่วมหารือนั้น ทราบ จากข่าวแต่ยังไม่เห็นหนังสือเชิญ หากเป็นการเชิญเพื่อจะซื้อเวลาเราไม่ขอเข้าร่วม เพราะผลการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญมีอยู่แล้วมากมาย รัฐบาลเคยแถลงนโยบายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วน แต่พอจะแก้กลับหาทางยื้อเวลา ถ้ารัฐบาลจริงใจควรเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งจะสอดรับกับความจริงใจของรัฐบาลว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วน

    ลั่นไม่มีทางร่วม รบ.แห่งชาติ

    ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ของพรรค จากนั้นจะแบ่งทีมคณะทำงาน โดยเชิญบุคคลภายนอก ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาทำงาน เน้นการปฏิบัติได้จริง ขณะที่ทีมรองโฆษกพรรค จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมตามความถนัด แม้จะปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค แต่จุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังไม่เปลี่ยนแปลง คือยึดมั่นประชาธิปไตย มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน มุ่งเน้น 4 ภารกิจ คือ ต่อสู้เพื่อความเป็นประชาธิปไตย เดินหน้าเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ส่วนกระแสข่าวตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พรรคเพื่อไทยขอย้ำว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลแห่งชาติ พรรคจะไม่จับมือกับอำนาจที่มาจากเผด็จการ หากทำเช่นนั้นเท่ากับเราปฏิเสธความยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย

    ชี้ “ลุงตู่” ออกไปสังคมดีกว่าเดิม

    นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รำลึกเดือน ต.ค.เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง : เดือนแห่งความทรงจำทางการเมือง ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเดือน ต.ค.สำหรับสังคมไทย เริ่มต้นที่ “การเคลื่อนไหว 14 ตุลาฯ 2516” เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชนะอำนาจเผด็จการ เป็นชัยชนะที่เกิดขึ้นและยุติลงอย่างรวดเร็ว ด้วย “ปฏิบัติการ 6 ตุลาฯ 2519” กลายเป็น “ประวัติศาสตร์ที่ลืมไม่ได้ จำไม่ลง” และเดือน ต.ค.2563 ได้กลับมาเป็นหมุดหมายของเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นประชาธิปไตยอย่างที่ทุกคนรอคอยอีกครั้ง แม้ดูเหมือนว่าความต้องการเห็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นยังแสนยากลำบาก เนื่องจากรัฐบาลและกลุ่มผู้มีอำนาจยังคงกอดอำนาจไว้ ไม่ได้ยินดียินร้ายกับเสียงของประชาชนที่ออกมาเรียกร้อง วันนี้สังคมไทยแทบทุกภาคส่วนประจักษ์ดีแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้เป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ “การบริหารประเทศแบบระบอบประยุทธ์” ไม่ใช่คำตอบของสังคมไทยในวันนี้ และวันข้างหน้า “ประยุทธ์ออกไป...สังคมไทยจะกลับมาดีกว่าเดิมแน่นอน”

    “ชวน” ท่องคาถาทหารยึดอำนาจ

    เวลา 13.30 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวปาฐกถาพิเศษ “คุณธรรม จริยธรรม ของนักกฎหมายและนักการเมือง เพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” ว่า ระบบรัฐสภาเป็นระบบหนึ่งในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ทุกระบบต่างมีจุดแข็งจุดอ่อน แต่หลักที่ดีกับคนที่ดีต้องไปด้วยกัน ถ้ารัฐธรรมนูญปี 40 ดีจริง ทำไมทหารต้องยึดอำนาจ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความลุแก่อำนาจของผู้บริหาร คนใช้ไม่เคารพกฎหมาย ไปใช้วิธีการนอกกฎหมาย เช่น นโยบายเก็บ ยิงทิ้ง ฆ่าทิ้ง เป็นวิธีการนอกกฎหมาย ถ้านักการเมืองมีคุณธรรมจริยธรรมจะมีรัฐบาลที่มีคุณธรรม หากสภาสีขาว รัฐบาลก็จะขาว ถ้าสภาสีดำรัฐบาลจะเป็นสีดำ ปัญหาบ้านเมืองอยู่ที่ภาคปฏิบัติ เห็นตัวอย่างมามากมายคนที่สอนให้คนอื่นซื่อสัตย์ แต่ไม่ซื่อสัตย์ หรือนักการเมืองที่บอกว่าเห็นด้วยกับการปฏิรูปการเมือง แต่เบื้องหลังยังซื้อเสียง

    “เสี่ยตือ” เตือนหมิ่นพลัง ปชช.ต่ำ

    จากนั้นมีการเสวนาหัวข้อ “คนเดือนตุลากับคุณค่าประชาธิปไตย : ร่องรอย ความทรงจำ และความหวังอนาคตการเมืองไทย” นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ไม่เคยเห็นความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง อำนาจเป็นของประชาชน แต่กลับอยู่ในมือทหารตลอด แม้กระทั่งวันนี้อำนาจยังไม่อยู่ในมือประชาชน จึงเป็นความท้าทายของเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการส่งต่อสิ่งเหล่านี้ไปยังรุ่นลูก รุ่นน้องของเขา เด็กรุ่นใหม่มีสำนึกที่ยอมไม่ได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุด ริดลอนสิทธิ เสรีภาพประชาชนมากที่สุด รัฐธรรมนูญเขียนมาแบบหวยล็อกให้ได้คนที่ไม่อยากได้ ทำให้ได้นายกฯแบบนี้ เป็นจุดที่ทำไม ต้องมีการปฏิรูปและให้จบที่รุ่นเรา ส่วนการชุมนุมใหญ่วันที่ 14 ต.ค. อย่าประเมินเสียงประชาชนต่ำ เพราะเสียงของประชาชนดัง เป็นเสียงสวรรค์ บริบททั้งหมดนี้จะทำให้เด็กรุ่นใหม่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้

    “อ๋อย” เชื่อ นศ.ไม่มีท่อน้ำเลี้ยง

    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษาที่บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ามีท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่นั้น ยังไม่เห็นว่าใครเป็นท่อน้ำเลี้ยง จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวกระจัดกระจายหาทุนกันอยู่ ได้รับการสนับสนุนจากผู้เห็นอกเห็นใจ คนจะเป็นท่อน้ำเลี้ยงต้องคิดหนัก เพราะรัฐบาลจ้องเล่นงานรังแก ไม่อยากแสดงตัวเป็นท่อน้ำเลี้ยง แต่ถามว่ามีคนอยากสนับสนุนเยอะหรือไม่ เชื่อว่ามีเยอะ ที่รัฐบาลอยู่ได้เพราะรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมาเองคุ้มอยู่ แต่ก็กำลังให้โทษรัฐบาลที่แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ การทำกิจกรรมของนักเรียน นักศึกษา ถูกจำกัดคุกคามละเมิดสิทธิเสรีภาพมากเกินไป เพราะรัฐบาลใช้กฎหมายต่อผู้แสดงสิทธิเสรีภาพเกินกว่าเหตุ นี่คือการคุกคามการแสดงออก รัฐบาลไม่ควรบอกนักศึกษาว่า ต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น เพราะรัฐบาลเองไปคุกคามสิทธิเสรีภาพเขา

    “บิ๊กแก้ว” ชี้พิทักษ์สถาบันตาม รธน.

    ช่วงสายวันเดียวกันที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ถนนแจ้งวัฒนะ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ครั้งที่ 1/2563 โดยมี ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง ต่อมา พล.อ.เฉลิมพลให้สัมภาษณ์ถึงการปกป้องสถาบันที่มีประชาชนและคนรุ่นใหม่บางส่วนออกมาล่วงละเมิดสถาบันว่า เรื่องของสถาบัน และภาระหน้าที่ของทหารบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ รัฐธรรมนูญมาตรา 8 บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งองค์จอมทัพไทย และเป็นประมุขของรัฐ กำลังทหารมีหน้าที่ปกป้องรัฐประเทศ และประมุขของรัฐ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทหาร เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจและพูดคุยกับประชาชนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับ สถาบัน พล.อ.เฉลิมพลตอบว่า เรื่องสิทธิและเสรีภาพประชาชนสามารถแสดงออกได้เท่าใด ขอให้ไปดูบทบัญญัติ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ

    ยันปฏิวัติไม่มีอยู่ในหัวสมอง

    เมื่อถามว่ากองทัพจะวางตัวทางการเมืองอย่างไร พล.อ.เฉลิมพลตอบว่า ทหารเป็นกลไกของรัฐบาล ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลทุกด้าน ส่วนด้านการเมืองทหารไม่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่อาจเกี่ยวพันหรือทาบทับกันคือเรื่องความมั่นคงของรัฐ ที่ไม่ต้องมีผู้ใดสั่ง ส่วนการเป็น ส.ว.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเราปฏิบัติตามภาระหน้าที่ในแต่ละบุคคลไป เมื่อถามว่าทหารจะทำหน้าที่นอกรัฐธรรมนูญ หรือจะทำปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.เฉลิมพลตอบว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแนวทางดำเนินการ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเราปกครองระบอบประชาธิปไตย ทหารคือประชาชน ในหน่วยทหารอะไรที่ไม่ใช่การปกครองที่ต้องสั่งการเป็นภารกิจเพื่อการอยู่ร่วมกันเราก็ใช้ประชาธิปไตยดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล เรามีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและเชื่อมั่นอย่างที่ประชาชนเชื่อมั่น ว่าระบอบประชาธิปไตยจะเป็นการปกครองที่แย่น้อยที่สุดในภาพของสังคมโลก การปฏิวัติไม่ได้อยู่ในความคิดของทหารในปัจจุบัน

    พร้อมใจไม่รับเงินเดือน ส.ว.

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพมีการหารือกันแล้วว่าจะไม่ขอรับเงินเดือนในตำแหน่ง ส.ว. โดยให้แต่ละคนทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขณะที่ พล.อ.เฉลิมพล กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “จะให้เจ้าหน้าที่ส่งเรื่องไปที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ไม่รับเงินเดือน ส.ว.” อย่างไรก็ตาม ก่อนการแถลงข่าว พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตแก้วแท้ ผบ.ทบ. ได้เดินเข้ามาในห้องแถลงข่าวก่อน ผบ.เหล่าทัพคนอื่น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) วันที่ 6 ต.ค. จะแถลงทุกเรื่องหรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ตอบว่า ถามได้ทุกเรื่อง อยู่ที่ว่าจะตอบหรือเปล่า

    นร.โคราชให้หยุดแอบอ้างสถาบัน

    ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา กลุ่มภาคีนักเรียนโคราช ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย (โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย, โรงเรียนสุรนารีวิทยา, โรงเรียนมารีย์วิทยา) นำโดยนายเกรียงไกร บรรจงปรุ ร่วมแสดงพลังชุมนุม พร้อมจัดปราศรัย “ผีนักเรียนบ้าในระบบการศึกษาที่ครับแสนดี” เพื่อสะท้อนความเจ็บปวดที่ได้รับจากการศึกษาไทย มีการปราศรัยโจมตี รมว.ศึกษาธิการ และการปฏิรูปการศึกษาที่ยังไปไม่ถึงไหน รวมถึงการจัดอบรมที่เอาทหารมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน เรื่องกฎระเบียบต่างๆ เป็นต้น กระทั่งเวลา 18.00 น. ทั้งหมดร่วมยืนเคารพธงชาติ พร้อมชู 3 นิ้วแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ จากนั้นมีการอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องให้หยุดใช้สถาบันโจมตีนักเรียน นักศึกษา ก่อนสลายตัว

    44 ปี 6 ตุลาในทรรศนะคนรุ่นใหม่

    ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรมเสวนา “44 ปี 6 ตุลา ในทรรศนะคนรุ่นใหม่” เนื่องในโอกาสครบรอบ เหตุการณ์ 44 ปี เหตุการณ์สังหารหมู่นักเรียนนักศึกษา 6 ต.ค.2519 นายสิรภาพ อัตโตหิ หรือแรปเตอร์ นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษาในปัจจุบัน พบกับสิ่งที่คล้าย กับในยุค 6 ตุลา คือ ภาครัฐมักสร้างเรื่องขึ้นมาโจมตี ให้หมดความชอบธรรม สมัยก่อนบอกว่านักเรียนนักศึกษาที่ประท้วงไม่ใช่คนไทย เป็นต่างด้าว เป็นคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันกลายเป็นเด็กล้มเจ้า ชังชาติ เป็น พล็อตเรื่องเดิมที่นำมาผลิตซ้ำ สมัยก่อนวิธีนี้อาจใช้ได้ เพราะรัฐเป็นผู้คุมอำนาจทั้งหมดในการเล่าเรื่องที่เกิด หรือคุมสื่อกระแสหลักได้ ปัจจุบันไม่เหมือนเดิม เพราะอำนาจในการเล่าเรื่องไม่ได้อยู่ที่ภาครัฐเท่านั้น สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียทำให้ทุกคนสามารถเป็น สื่อได้ คือประชาชนก็มีอำนาจในการเล่าเรื่องได้เช่นกัน

    เลี่ยงเงื่อนไขให้รัฐใช้กำลังปราบ

    นายสิรภาพกล่าวว่า การเคลื่อนไหวในยุคปัจจุบัน พิเศษกว่าเดิม คือสามารถกระจายข่าวสารไปสู่ประชาชน ได้เป็นจำนวนมาก และสามารถเรียกร้องได้ไม่ใช่แค่ เรื่องประชาธิปไตยและเสรีภาพ แต่รวมถึงปัญหาต่างๆ ในสังคม การเรียกร้องให้รื้อโครงสร้างอำนาจนิยม ทั้งระบบ ที่สำคัญการต่อสู้กระจายไปในต่างจังหวัด ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ใน กทม. แบบเดิม แกนนำมีหลาก หลายไม่ได้มีคนเดียว แต่การเคลื่อนไหวภาคประชาชนจำเป็นต้องเรียนรู้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากรัฐ จึงพยายาม หลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการปราบปราม ด้วยการ ต่อสู้ด้วยสันติวิธี การสับขาหลอก แต่ก็เป็นโจทย์ที่สำคัญเช่นกันว่าเราจะเคลื่อนไหวอย่างไรที่จะกดดันรัฐ ให้ได้ชัยชนะโดยหลีกเลี่ยงความรุนแรงจากรัฐได้

    รัฐควบคุมความคิดคนไม่ได้แล้ว

    ด้านนายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ แกนนำกลุ่ม นักเรียนเลว กล่าวว่า การเคลื่อนไหวทางการเมือง ในยุคนี้ ช่วงของวัยถูกทำลายกำแพงไป จากวัยต่ำสุด คือนักศึกษา ปัจจุบันต่ำสุดอาจเป็นเด็กอนุบาล แต่ที่ ชัดๆคือเด็กมัธยม และเป็นยุคแรกที่การผูกขาดชุด ความคิดที่ผลิตโดยรัฐเริ่มหายไป สิ่งนี้ทำให้เด็กรุ่นใหม่ เห็นสิ่งไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียน จึงออกมา เรียกร้อง ประกอบกับการคิดสร้างสรรค์ของการจัดม็อบ ทำให้มีลักษณะเหมือนเป็นงานอีเวนต์ดึงดูดความสนใจ อีกทั้งไม่ได้มีแค่การเรียกร้องเรื่องการเมือง แต่สามารถ เรียกร้องทุกเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ได้เห็นคนหน้าใหม่ๆเกิดขึ้น

    รู้ว่ายากชนะแต่ก็ไม่ยอมแพ้

    ขณะที่นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ นักศึกษามธ. กล่าวว่า สิ่งที่เหมือนกันในการต่อสู้ของนักเรียนนักศึกษายุค 6 ตุลา กับยุคปัจจุบัน คืออุดมการณ์แรงกล้าที่จะออกมาสู้ แม้ว่ารู้ว่าสู้อย่างไรก็ชนะยาก ส่วนความต่างกันคือยุคนี้คนตื่นรู้กันมากกว่า สามารถรับข้อมูลได้หลายทาง ทำให้เพดานข้อเรียกร้องสูงขึ้น และพยายามแก้ปัญหาจากโครงสร้างจริงๆ แม้สู้ไปก็ยากจะชนะแต่ก็จะสู้ไม่ยอมแพ้ เพราะถ้าเราสู้ด้วยคนที่มีจำนวนมากกว่า สุดท้ายเขาจะยอมเรา เพราะอำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชน

    ดันร่างไอลอว์เข้าสภาฯ

    ที่สถาบันพระปกเกล้า นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา กล่าวว่า การนัดประชุมเพื่อลงมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวาระแรก ต้องรอผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญศึกษาก่อนรับหลักการญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อน รวมถึงต้องรอการบรรจุร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับของไอลอว์ ที่มีประชาชนร่วมลงชื่อ 1 แสนคน ขณะนี้ตรวจสอบรายชื่อเสร็จเรียบร้อย รอให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบและแจ้งกลับมา เมื่อถามว่าร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์จะบรรจุพิจารณาพร้อมกับ 6 ญัตติได้ทันหรือไม่ นายชวนตอบว่า หากทุกขั้นตอนทำเสร็จได้เร็วจะบรรจุได้ภายในเดือน พ.ย.นี้ แต่ขณะนี้สิ่งที่ต้องรอคือ รายชื่อที่ประชาชนเข้าชื่อมาจะมีผู้คัดค้านหรือไม่

    ปธ.วุฒิปัด ส.ว.ตั้งธงตีตก 6 ญัตติ

    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนักวิชาการระบุว่า หาก ส.ว.ไม่ยอมเปลี่ยนจุดยืนมาลงมติรับหลักการเพื่อเปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้ทำลายประชาธิปไตย ว่า คงเป็นเพียงข้อกังวลว่าญัตติจะไม่ผ่านวาระรับหลักการ ซึ่ง ส.ว.ต้องระวังในการลงมติ ส่วนตัวเห็นว่า จุดยืนในความเป็นจริงต้องยึดมั่นสิ่งที่ถูกต้อง ส.ว.ต้องมีอิสระ มีดุลพินิจ และรับฟังผลการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญศึกษาก่อนรับหลักการญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเสนอของ ส.ว.บางส่วน ที่ต้องการให้ทำประชามติก่อนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ลำบากใจในการตอบ เรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงของนักกฎหมาย ต้องฟังรายงานที่ กมธ.ไปศึกษามา ยอมรับยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ ยืนยัน ส.ว. ไม่ได้ตั้งธงว่าจะตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ ทำไมต้องถูกตีตก ไม่เคยมีความคิดนี้ เท่าที่ฟังเสียง ส.ว.แต่ละคนจะรับฟังผลศึกษาแต่ละร่างไป เมื่อเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ประเทศก็จะรับไว้

    เปรียบรถแชสซีคดต้องเปลี่ยนคัน

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อกังวลของ ส.ว.เรื่อง ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เหมือนการตีเช็คเปล่า ว่า เป็นการมโนคิดกันไปเองของฝ่ายที่ต่อต้านการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ พยายามหาเหตุผลสร้างกระแสต่อต้านในรูปแบบต่างๆนานา ทั้งที่รัฐธรรมนูญปี 60 มีจุดอ่อนมากมาย ตามข้อสรุปจากผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธานฯ จนมีความเห็นสอดคล้องกันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล คงมีแต่ ส.ว.บางส่วนเท่านั้นที่ยังคัดค้านแบบหัวชนฝา ไม่ยอมเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อบ้านเมือง ไม่เหมือนกับ ส.ว.หลายคนที่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงในสังคม เช่น นายวันชัย สอนศิริ นายคำนูณ สิทธิ-สมาน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ พญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจกว้างยอมรับความเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดอ่อนมากมาย ไม่สามารถที่จะแก้ไขเป็นรายมาตราได้ เหมือนการซ่อมรถยนต์ ถ้าแชสซีคดเสียศูนย์ใช้งานไม่ได้ ต้องเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เช่นกัน

    “สุพัฒนพงษ์” ตีมึน รมว.คลังใหม่

    เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน กล่าวถึงกระแสข่าวนายกฯ ทูลเกล้าฯชื่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คมนาคม เป็น รมว.คลังคนใหม่ ว่า ไม่ทราบ ให้ไปถามนายกฯ อีกไม่นานสื่อก็ทราบแล้ว เมื่อถามย้ำว่าหากนายอาคมมาจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ตอบว่า รอให้ประกาศก่อน จะให้ความเห็นหลังการโปรดเกล้าฯแล้ว

    โปรดเกล้าฯ “อาคม” นั่ง รมว.คลัง

    ต่อมาช่วงบ่าย เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ด้วยพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ตามประกาศลงวันที่ 9 มิ.ย.2562 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 ก.ค.2562 และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 5 ส.ค.2563 นั้น บัดนี้นายกฯได้กราบบังคมทูลว่า รมว.คลังได้ลาออกจากตำแหน่ง สมควรแต่งตั้ง รมว.คลังแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 จึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น รมว.คลัง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 ต.ค.2563 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ

    นายแบงก์หนุนคุณสมบัติครบ

    นายจงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้รับโปรดเกล้าฯดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ถือเป็นการเติมเต็มสิ่งที่รัฐบาลขาดไป ให้ดำเนินนโยบายต่อไปข้างหน้า และยังเรียกความเชื่อมั่นกับนักลงทุนได้ นายอาคมเป็นคนเก่ง ผ่านประสบการณ์มาหลายด้าน ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขคือผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีงานอีกหลายด้านยังไม่ได้รับการแก้ไข ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุน เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องขับเคลื่อนอยู่แล้ว

    กระตุ้นรัฐต่อลมหายใจเอสเอ็มอี

    ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้กับคนตัวเล็ก มีโอกาสหารือกับผู้ประกอบการ SMEs ทั้งใน กทม. และภูมิภาคหลายครั้ง จึงขอสะท้อนความทุกข์ให้รัฐบาลเร่งลงมือช่วยเหลือ กลุ่มธุรกิจของคนตัวเล็กเหล่านี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ มีการจ้างแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบถึง 13.9 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 85.47 ของการจ้างงาน ทั้งประเทศ แต่มาตรการรัฐบาลในปัจจุบัน อย่าง Soft Loan 500,000 ล้านบาท ของ ธปท. SMEs กว่าร้อยละ 90 เข้าไม่ถึง ขอให้รัฐบาลเร่งดูแลธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางเหล่านี้ ก่อนที่คนตัวเล็กเหล่านี้จะหมดลมหายใจที่จะสู้ต่อ ขอเสนอให้เร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย ให้ธุรกิจที่เดินต่อได้แต่ขาดสภาพคล่อง เป็นเวลา 2 ปี ออกกองทุน SME โดยให้เอกชน เช่น สภา SMEs เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อตัดปัญหากลไกและกระบวนการภาครัฐที่ไม่เอื้ออำนวยการเข้าถึงแหล่งทุน

    เรียกจับกัง 1 แจงหุ้นศรีพันวา

    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กล่าวว่า วันที่ 8 ต.ค. กมธ.ได้เชิญนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เข้าชี้แจงกรณีนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนในโรงแรมศรีพันวา จ.ภูเก็ต ตามที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ร้องให้ตรวจสอบก่อน กมธ.จะลงพื้นที่ตรวจสอบ เช่น หลักเกณฑ์การลงทุน มีการนำเงินของผู้ประกันตนกว่า 2.1 ล้านล้านบาท เอาไปลงทุนที่ไหนอย่างไร นอกจากนี้ยังเชิญอธิบดีกรมที่ดินมาชี้แจงเพิ่มเติม หลังชี้แจงต่อ กมธ.ที่ดินฯไปแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยหลายประเด็นถึงที่มาของที่ดิน ต้องทำให้ประชาชนสิ้นสงสัย หากมีข้อพิรุธจะทำเรื่องร้องต่อไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สืบสวนสอบสวนต่อ

    “สิระ” ล่า 5 หมื่นชื่อไล่ “อัศวิน”

    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ตั้งแคมเปญ “ร่วมขับไล่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ออกจากผู้ว่าฯ กทม.” ผ่านเว็บไซต์ change .org รวบรวมรายชื่อประชาชน 50,000 ชื่อ ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ เพื่อนำไปยื่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้ทราบถึงความต้องการของชาว กทม. 4 ปีที่ผ่านมา ปัญหาของผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้มีแค่ปัญหาฝนตกน้ำท่วม แต่ยังหาไม่เจอถึงความตั้งใจและความสามารถของ พล.ต.อ.อัศวิน ที่ไม่สามารถแก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ กลับสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น เช่น สถานบันเทิง สถานบริการผิดกฎหมายเปิดกันเกลื่อนกรุง กลับนิ่งเฉย หากประชาชนมีความเห็นตรงกับตน ขอให้ร่วมลงชื่อ จะได้คนดีๆมีความสามารถมาดูแลชาว กทม.มั่นใจว่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

    “วิษณุ” ย้ำเอาที่ ปชช.สะดวก

    อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ครั้งที่ 3/2563 ถึงกระแสข่าวการเลือกตั้ง อบจ.จะเป็นวันที่ 13 ธ.ค. และเดือน ก.พ.64 จะเป็น การเลือกตั้งเทศบาล ว่า ไม่ทราบ แต่ปลายสัปดาห์ที่แล้วกระทรวงมหาดไทยได้เชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาพบ ได้ตกลงกันทางหลักการ ขั้นต่อไปกระทรวงมหาดไทยจะทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ถ้า ครม.เห็นชอบจะได้แจ้งไปยัง กกต.เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่พรรคพลังประชารัฐออกมาเรียกร้องนั้น ต้องจัดวันใดวันหนึ่ง การเลือกตั้งมีอยู่ 4 ระดับ กกต.เคยขอว่าอย่าจัดพร้อมกัน จะเลือกระดับไหนก่อนอยู่ที่ความจำเป็นของประชาชน

    พปชร.ไม่รีบเฟ้นคนชิงผู้ว่าฯ

    นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาแนวทางการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดวันประชุมต้องมีการพูดคุยกันภายในพรรคเสียก่อนถึงจะมีความชัดเจน

    มท.ชง ครม.เคาะรูปแบบ ลต.ท้องถิ่น

    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 ต.ค. กระทรวงมหาดไทยจะเสนอเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นในแต่ละรูปแบบ และความพร้อมของแต่ละท้องถิ่นว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้ ครม.พิจารณากำหนดเลือก รูปแบบว่าจะเลือกตั้งอย่างไหนก่อนหลัง จากนั้นเป็นหน้าที่ของ กกต.จะกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง

    ค่าเสียหายจำนำข้าวยังไม่จบ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเรียกค่าเสียหายจากการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ในส่วนของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ที่จะหมดอายุความในเดือน ม.ค.2564 ว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งเรื่องนี้ ติดตามเป็นพิเศษอยู่แล้ว ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลลงไปติดตามว่า ผลการดำเนินการเป็นอย่างไร คดีความที่จะขาด อายุใน ม.ค.64 ยังมีเวลาอยู่ ส่วนกรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยกเลิกคลินิกที่ร่วมโครงการบัตรทอง 190 แห่งนั้น เพราะมีการ ทุจริตหลักฐานชัดเจนต้องดำเนินการตามกฎหมาย

    ไล่บี้ ป.ป.ท.ติดตามยอดตัวเลข

    พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะ กรรมการเร่งรัดติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริตตามโครงการรับจำนำข้าว ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับข้าวที่เก็บอยู่ในโกดังขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และองค์การคลังสินค้า (อ.ค.ส.) ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของหลายหน่วยงาน ในส่วนของ ป.ป.ท.รับผิดชอบอยู่ส่วนหนึ่ง มีการชี้มูลไปบางส่วน และอยู่ระหว่างการไต่สวน การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กำชับต้องติดตามเร่งรัดดำเนินคดีโดยเร็ว โดยเฉพาะคดีที่อยู่ใน ป.ป.ท. ป.ป.ช. และตำรวจ ส่วนการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายในคดีแพ่งนั้น ป.ป.ท.ไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบ อ.ต.ก. และ อ.ค.ส. จะเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้

    “นิพนธ์” เซ็ง ป.ป.ช.ไม่ให้แจงเพิ่ม

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย อดีตนายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า กรณีที่ตนไม่อนุมัติเงินจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คันในฐานะนายกฯอบจ. สงขลา ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมชี้มูลความผิดนั้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประเทศโดยสุจริต เพราะพบกระบวนการประมูลไม่ชอบด้วยกฎหมาย เงินจำนวนกว่า 51 ล้านบาท ที่รอการชำระให้กับบริษัทที่ชนะประมูลยังอยู่ที่คลังของ อบจ.สงขลา ตนจะยื่นพยานเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารจากต่างประเทศที่บริษัทอ้างเป็นตัวแทนต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 5 ต.ค. แต่ ป.ป.ช.ไม่อนุญาตให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกรรมการ ป.ป.ช.ด้วยวาจา โดยให้เหตุผลว่ามีข้อเท็จจริงจากการไต่สวน และเอกสารแก้ข้อกล่าวหาเพียงพอแล้ว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาชุมนุม 14 ตุลาม็อบ 14 ตุลาธนกร วังบุญคงชนะภูมิธรรม เวชยชัยข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 12:30 น.