ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เคลียร์หน้างาน ฝ่าด่านเสี่ยง

    ทีมข่าวการเมือง4 ต.ค. 2563 05:07 น.
    SHARE

    ย่างเข้าเดือนตุลาคม ประเดิมต้นปีงบประมาณใหม่ พ้นฤดูเลี้ยงอำลาเกษียณอายุราชการ ข้าราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงบริษัทห้างร้านเอกชน เริ่มต้นการทำงาน ภายใต้ผู้นำหน่วยที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่

    แม่ทัพนายกองทำพิธีมอบธง ส่งผ่านอำนาจหน้าที่กันตามธรรมเนียม

    ขณะเดียวกันก็เป็นห้วงไตรมาสสุดท้ายของการบริหาร โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ตกท้องช้าง

    ตามข้อมูลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รายงานตัวเลขหนี้สาธารณะล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2563 อยู่ที่ 7.66 ล้านล้านบาท หรือ 47.90 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

    ประชาชนคนไทยแบกหนี้อ่วม เด็กเกิดมาก็ต้องแบกภาระหลังแอ่น

    ขณะที่รายได้เข้าประเทศ น้ำเลี้ยงกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียนยังเหือดแห้ง ตามเงื่อนไขสถานการณ์ตัดสินใจลำบาก หากจำเป็นต้องเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพื่อสร้างรายได้

    ก็ต้องลุ้นเดิมพันเป็นเดิมพันตายกับการระบาดโควิด-19 รอบสอง

    ต้องเลือกระหว่างติดโรคตาย หรืออดตาย เพราะรายได้จากท่องเที่ยว เครื่องยนต์หลักแทบดับสนิท อาการเดียวกับเครื่องยนต์ตัวที่ 2 ภาคการส่งออกยอดทรุดฮวบต่อเนื่อง สะดุดพิษโควิดยังอ่วมทั่วโลก

    ท่องเที่ยว ส่งออก บักโกรก เครื่องยนต์ตัวที่ 3 ภาคการลงทุนก็เริ่มสำลัก

    อาการหนักแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องหอบหิ้วคณะหางเครื่องชุดใหญ่ ประกอบด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ฯลฯ เดินทางลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

    ตีปี๊บ กระตุกความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศ

    ยกขบวนแห่ไปโชว์อีเวนต์ให้เห็นว่า เมกะโปรเจกต์เรือธง หัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจของรัฐบาล “ประยุทธ์” ยังไม่เลิกกิจการ ภายใต้ผู้นำรัฐบาลที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงใส่เกียร์เดินหน้าโครงการอีอีซีต่อไป

    สวนทางกับข่าวนักลงทุนถอนสมอ เพราะไม่มั่นใจความต่อเนื่องยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ

    ในจังหวะพอดิบพอดีกับสื่อต่างประเทศรายงาน นายโยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีใหม่ถอดด้ามของญี่ปุ่น วางโปรแกรมบินเยือนประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย เป็นคิวแรก ในฐานะผู้นำแดนซามูไร

    ไม่มีประเทศไทย มุ่งไปอินโดนีเซียกับเวียดนาม คู่แข่งสำคัญ

    ตามรูปการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศประเมินผลไม่เป็นบวกกับบ้านเราแน่นอน สะท้อนอารมณ์มหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่นในด้านลบกับประเทศไทย

    ความหวังในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียนลดน้อยถอยลงไป

    มันยิ่งกดทับมหาวิกฤติเศรษฐกิจโควิด โจทย์โคตรหิน ซับซ้อนจนยากจะแก้สมการ

    ตามสภาพรัฐบาลที่ไร้ “ขุนคลัง” มานานแรมเดือน ลำพังแค่ควานหาตัว “มือบริหารอาชีพ” มาช่วยผู้นำยังเหนื่อย เพราะพิษการเมืองเน่าแฝงเหลี่ยมผลประโยชน์เทาๆดำๆ ทำให้ “มือดี” ไม่กล้าเสี่ยงเอาคอขึ้นเขียง

    “คนดี” ตีกรรเชียงชิ่ง เหลือแต่เสือหิว เสือโหย สิงสถิต

    โอกาสที่ “บิ๊กตู่” จะติดเชื้อไวรัสทุจริต คอร์รัปชัน ได้ตลอดเวลา

    โจทย์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจกดทับรัฐบาลผสมพลังประชารัฐตกเป็นฝ่ายตั้งรับ ตามฟอร์มธรรมชาติทางการเมืองของรัฐบาลในห้วง “ขาลง”

    ตรงกันข้าม ความคึกคักไหลไปที่พรรคเพื่อไทย

    อีกฝั่งขั้วอำนาจได้ผลพวงจากปรากฏการณ์ “หนึ่งภาพแทนล้านคำพูด”

    ตัวละครสำคัญสุดตามท้องเรื่อง “กราบสะเทือนแผ่นดิน” อย่าง “หญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ กลับมาเป็นกระแสให้แปลความตามสัญญาณกันไปตามเงื่อนไขสถานการณ์

    เขย่าแรงสั่นสะเทือนภายนอก กระตุกคลื่นกระฉอกภายในพรรคเพื่อไทย

    แบบที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ต้องไขก๊อกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค นำร่องแกนนำคนสำคัญต่างขยับลาออก รวมถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรค ได้ลาออก เปิดทางล้างไพ่ใหญ่

    ตอกย้ำสัญญาณ สอดรับการขยับของ “ตัวจริงเสียงจริง”

    ในจังหวะต่อเนื่อง ค่ายดูไบได้ทำการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยธงนำยังอยู่ในมือนายสมพงษ์ รั้งตำแหน่งจ่าฝูงพรรคเพื่อไทยตามเดิม โดยมีทีมรองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค

    แบ่งโควตาภาค จัดวางภารกิจกันแบบเป็นหลักเป็นฐาน

    ที่สำคัญคือคืนสู่เหย้าทั้งคนเก่าคนใหม่ พวกที่ออกไปร่วมพรรคไทยรักษาชาติ ทีมที่แยกไปตั้งกลุ่มแคร์

    เหมือน “แม่เหล็ก” แรงสูง ดึงดูดลูกข่าย “ทักษิณ” ที่แตกฉานซ่านเซ็น กลับมารวมพลใหม่อย่างมีพลังการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมกับเปลี่ยนโลโก้พรรคจากตัวอักษร “พท.” ไม่มีหัว เป็น “พท.” มีหัว

    สอดรับสถานการณ์ที่ “นายหญิง” บัญชาการเอง

    ตามรูปเกมที่ล้อกับบรรยากาศสถานการณ์ การล้างไพ่ ปรับกำลังในพรรคเพื่อไทย มองได้ทั้งมุมของการแต่งตัวรอเทียบเชิญร่วมรัฐบาลแห่งชาติ การสลับขั้วอำนาจรัฐบาล การเตรียมลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2563 หรือแม้แต่การจัดทัพรับสถานการณ์เลือกตั้งสนามใหญ่

    ที่แน่ๆเป็นการปรับทัพสู้อย่างมีความหวังจากที่ซังกะตาย

    สังเกตได้จากการแย่งโควตา เก้าอี้รองหัวหน้าพรรค รองเลขาธิการพรรค ถูกแย่งกันจับจองหมายถึงการจ้องลุ้นตำแหน่งทางการเมืองในยามเป็นฝ่ายถืออำนาจรัฐ อารมณ์ของนักการเมืองอาชีพที่มองเห็นโอกาส

    ต่างจากก่อนหน้าในห้วง “ฟ้าปิด” ยี่ห้อ “ทักษิณ” แทบไม่เห็นช่องทางไปสู่การคุมเกมอำนาจรัฐ

    แนวรบด้านดูไบคึกคักรับสัญญาณเชิงบวก

    ทีมเพื่อไทยขยับพร้อมรับกับสถานการณ์อำนาจพลิกผัน ตามจังหวะเกมอำนาจที่เริ่มแกว่ง สวิงไปสวิงมา ตามพลังที่ลดน้อยถอยลงของขุมข่ายพลัง 3 ป.

    ส่อเหลือแค่ 2 ป. ที่มีข่าวใช้บริการ “บิ๊ก ฉ.” ตั้งพรรคการเมืองสำรอง

    ตามกระแสข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ทำให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ รวมถึง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ กระอักกระอ่วน

    “พี่ใหญ่–พี่รอง–น้องเล็ก” ต้องอารมณ์บูด กับคำถามไล่บี้เค้นคอของนักข่าว

    จริงเท็จไม่ยืนยัน แต่ในทางการเมืองไม่มีไฟย่อมไม่มีควัน

    ที่แน่ๆมันคือภาพของการเสพติดอำนาจ จน “รากงอก” ตอกย้ำความชอบธรรมให้ขบวนการนักศึกษาออกมาขับไล่เผด็จการแปลงกายแฝงคุมเกมลากยาว

    ยิ่งเร้าไฟม็อบ ยั่วขบวนการโค่นกระดานอำนาจ 3 ป.

    ตามอาการที่ต้องดึงจังหวะ ชะลอแรงกระแทก พล.อ.ประยุทธ์ ส่งซิกผ่านแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล และน่าจะเป็นสัญญาณไปถึงทีม “ส.ว.ลากตั้ง”

    ไฟเขียวให้รับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ญัตติ ที่มีหลักการเดียวกัน คือญัตติของพรรคร่วมรัฐบาล กับญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ให้แก้ไขมาตรา 256 เปิดทางให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

    ชิงปล่อยโพย โดยไม่รอผลของคณะกรรมาธิการฯ ที่ตั้งขึ้นมายื้อเวลา

    แต่ไม่รู้จะทันหรือไม่ เพราะนายอานนท์ นำภา แกนนำเครือข่ายประชาชนปลดแอก ประกาศระดมพลใหญ่ที่กรุงเทพฯ ส่งสัญญาณม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา ลงถนน

    ลุยสู้แบบม้วนเดียวจบ ภายในเดือนตุลาคม

    อารมณ์ม็อบคนรุ่นใหม่ที่มุ่งสู้ไปสู่ธงเป้าหมาย ไม่สนผลประโยชน์แฝงการเมือง มองข้าม “ทักษิณ”

    ปรากฏการณ์ “กราบสะเทือนแผ่นดิน” ที่แยก “แดง” ออกจาก “ส้ม” ไม่แน่จะมีผลแค่ไหน

    เพราะเกมวันนี้คือ “เด็ก” เฮี้ยวสู้กับ “คนแก่”

    ที่แน่ๆโดยโจทย์สถานการณ์ทั้งเศรษฐกิจปากท้อง วิกฤติโรคระบาด การเมืองเน่าฉุดรัฐบาลขาลงม็อบไล่โค่นกระดานอำนาจ 3 ป. เกมบีบผู้นำเข้าทางตัน ออกได้ทุกหน้า ไขก๊อก ยุบสภา หรือแอ่นแอ๊น

    เข้าสู่เกมรบไร้แบบแผน “บิ๊กตู่” ต้องเคลียร์ปัญหาหน้างาน

    ลุยฝ่าด่านเสี่ยง สองข้างทางที่เต็มไปด้วยหุบเหว.

    “ทีมการเมือง”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองหนี้สาธารณะปัญหาเศรษฐกิจท่องเที่ยวส่งออกวิกฤติเศรษฐกิจ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 14:20 น.