ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "บิ๊กบัง" ครบ 74 ปี ย้อนอดีต "ทักษิณ" เคยบอก ผมเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ

    ไทยรัฐออนไลน์2 ต.ค. 2563 14:25 น.
    SHARE

    “บิ๊กบัง” เปิดใจวันเกิด 74 ปี ขอนิรโทษกรรมคดีการเมืองเป็นของขวัญ สร้างปรองดอง ดักคอ อย่าทำปฏิวัติ ห่วงหนักกว่าปี 49 ลั่น บ้านเมืองต้องมีสถาบัน เพราะมีบุญคุณต่อแผ่นดิน ย้อนอดีตพูดถึง “ทักษิณ” เจ้าตัวบอก “ผมเป็นนักกีฬา” รู้แพ้รู้ชนะ เป็นสุภาพบุรุษ 

    เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ต.ค. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวเปิดใจในวันครบรอบวันคล้ายวันเกิด 74 ปี ว่า ตนอยากเห็นประเทศชาติมีความเรียบร้อย และมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ปัญหาที่เป็นไปไม่ได้คือระบบการปกครองของเราที่ไม่เดินตามช่องทางที่ควรจะเป็น และ สังคมไทยยังมีอะไรหลายอย่างที่เป็นเรื่องที่น่าศึกษา ดังนั้นต้องจัดระเบียบสังคมให้เข้าร่องเข้ารอยจะทำให้ผู้ปกครองสามารถปกครองได้สะดวกและสบายมากขึ้น

    พล.อ.สนธิ กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าหลังบริหารงานมาย่างเข้าปีที่ 7 ว่า อยากให้นำบทเรียนทางทหารมาประยุกต์ใช้กับบทเรียนทางการเมือง และต้องกลับมาคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อะไรคือจุดที่ทำให้มองเช่นนั้น เช่น เรื่องความยุติธรรมเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องเห็นใจว่ากระบวนการยุติธรรม พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ผู้ที่โดนตัดสินก็จะมองความยุติธรรมในเชิงลบ ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมต้องจัดรูปแบบใหม่ เพื่อแสดงออกให้เห็นถึงกระบวนยุติธรรมที่ประชาชนสัมผัสได้

    พล.อ.สนธิ กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่เยาวชนออกมาชุมนุมนั้น ถือเป็นธรรมชาติของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีความคิดไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องปกติ แต่อย่าไปโทษว่า คนที่คิดต่างจากเราแล้วเขาผิด ในวันนี้คนไทยคิดว่า คนที่คิดแตกนั้นผิด หากมองเช่นนั้นก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ต้องกลับมาดูว่า ความคิดของเด็กกับผู้ใหญ่แตกต่างกันตรงไหน ในหลายประเทศที่มีความเจริญถึงจุดที่เป็นอันดับ 1 ของโลก ผู้ปกครองจะมีประสบการณ์ตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อเข้ามาเป็นผู้ปกครองก็จะเห็นปัญหา เพราะฉะนั้นเด็กจะมีประสบการณ์ในระดับหนึ่ง ในขณะที่ผู้ใหญ่ก็มีประสบการณ์ในการดำเนินเพียงแต่ผู้ใหญ่ต้องหันกลับมามองว่าแนวคิดว่าเด็กกำลังคิดอะไร อย่าไปคิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดถูก ต้องมองว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันกับสิ่งที่เด็กคิดได้หรือไม่ ดังนั้นผู้ใหญ่ควรมองเด็กให้ถูก และเด็กต้องเข้าใจปัญหาของผู้ใหญ่เช่นกัน อย่ามองข้ามพื้นฐานของความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ต้องจัดเชื่อมโยงกันถือเป็นเรื่องสำคัญ

    เมื่อถามข้อข้อเรียกร้องกลุ่มชุมนุมเรื่องสถาบัน พล.อ.สนธิ กล่าวว่า โลกนี้มีการปกครอง 3 แบบ คือประชาธิปไตย เผด็จการ และสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประเทศเราอยู่มาเป็นพันปีเป็นประเทศไทยได้เพราะสถาบันที่เป็นหลักๆ ทำให้ประเทศคงอยู่จนเป็นสยามและไทยในวันนี้ สถาบันมีบุญคุณกับแผ่นดิน ถือเป็นปูชนีย์ทางความคิด เป็นสิ่งที่ต้องยึดเอาไว้ แต่เราต้องมามองว่าประชาธิปไตยและสังคมนิยมจะเอาแบบไหน ตนมองว่าในระบบประชาธิปไตยและสังคมนิยมต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย จึงเสนอการปกครองประชาธิปไตยแบบไทยๆ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้เด็กรุ่นใหม่อาจจะมองสถาบันมีประโยชน์ไม่มาก แต่จริงๆ แล้วให้ย้อนไปในอดีตว่าสถาบันได้สร้างอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง เป็นบุญคุณและกตัญญู

    เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองว่า ปี 2549 ต่างจากปัจจุบันอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า สถานการณ์ในแต่ละห้วงไม่เหมือนกัน จะเอาเหตุการณ์ในเวลาหนึ่งมาเปรียบเทียบในอีกเวลาหนึ่งไม่ได้ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้มีองค์ประกอบไม่เหมือนกัน แต่ปัญหาที่บ่นกันมากคือเรื่องคอร์รัปชัน เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องมอง และทำให้ประชาชนเห็นว่าที่กำลังเดินไปข้างหน้าจะต้องเป็นองค์ประกอบอย่างไร ทำให้เห็นถึงความโปร่งใส สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่หลายอย่างน่าชื่นชม เช่น การสร้างถนนหนทาง ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจ สำหรับเรื่องความปรองดอง หากทำกันจริงจังสามารถเกิดขึ้นได้ โดยให้คนที่มีความคิดต่างในแต่ละกลุ่มหันหน้ามาร่วมกัน แต่หากเป็นความผิดพลาดทางการเมืองที่เกิดจากความเห็นต่างแล้วฝ่ายปกครองบอกว่าผิดกฎหมายและติดคุกอันนี้คือ ต้องนิรโทษกรรมหรือการให้อภัยกับคนที่มีความคิดและความแตกต่างทางการเมือง แต่ก็ต้องแยกกันถ้าเป็นคดีอาญา ถือเป็นของขวัญที่ตนอยากเห็น

    “ผมมองว่ารัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาหลายอย่าง ทั้งโควิด-19 ที่นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจและก็นำไปสู่ปัญหาความยากจน และความไม่พอใจก็จะเกิดขึ้น ประเทศใดก็ตามหากการปกครองที่มีทำให้ประชาชนเดือดร้อนยากจน รัฐบาลสะเทือน ซึ่งวันนี้ไม่ใช่สะเทือนแค่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นทั้งโลก นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำความเข้าใจปัญหากำลังเกิดฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกำลังซ้ำเติมความจริงเมื่อไม่มีงานทำ จะทำอย่างไร จะเอาเงินให้ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง แต่จะทำได้แค่ไหนนี่คือสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายที่พยายามทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายมากขึ้น” พล.อ.สนธิ กล่าว

    เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐประหารในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าจะมีรัฐประหาร เพราะปัญหาของความขัดแย้งในประเทศก็รุนแรงพอแล้ว ดังนั้นวิธีแก้ก็มีวิธีการอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีรัฐประหาร เพราะไม่เชื่อว่าการปฏิวัติจะใช้แก้ไขปัญหาได้ในเวลานี้ ซึ่งมันหนักกว่าเมื่อปี 2549 เนื่องจากวันนี้ความขัดแย้งสองฝ่ายแย่กว่าเก่า และปฏิบัติจะไม่มีทางสำเร็จ ดังนั้นต้องแก้ไขปัญหาตามที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ซึ่งถูกต้องแล้ว แต่ต้องอดทนและทำความเข้าใจให้ทุกกลุ่มหันกลับมาคิดและช่วยกัน

    เมื่อถามว่า ความวุ่นวายของคนคนหนึ่งที่โดนออกนอกประเทศเมื่อปี 2549 จนวันนี้ก็ยังไม่ได้กลับมา มองว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการพัฒนาหรือลดบทบาทของตัวเองอย่างไรบ้าง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า นายทักษิณ อายุอ่อนกว่าตน 3 ปี ปัจจุบันก็ 70 กว่าปีแล้ว ซึ่งก็ต้องมองว่า จะมีความสุขกาย สุขใจ อย่างไร คงไม่คิดจะสู้ไปถึงปานนั้น ตนคิดว่าคนรุ่นใหม่ที่มีการขับเคลื่อนในทุกวันนี้กำลังมีบทบาทมากกว่า และน่าจะเกิดกับคนรุ่นใหม่

    เมื่อถามว่า มองการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะว่าได้ทำประชามติเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่จะต้องมองว่า ถึงเวลาหรือยัง เหมาะสมหรือไม่ และจะแก้ประเด็นไหน หรือแก้ได้มากน้อยอย่างไร ต้องมานั่งคิดดูรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ นี่คือข้อสำคัญซึ่งต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน

    เมื่อถามว่า ให้คะแนนการทำงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กี่คะแนน พล.อ.สนธิ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยระบุว่า “สื่ออย่าหาเรื่องให้เลย”

    เมื่อถามว่าตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน นายทักษิณได้ติดต่อมาหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “ถ้าคุณทักษิณเจอผมเขาจะเรียกพี่” เมื่อถามย้ำว่า ได้ติดต่อกันหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “ไม่ ซึ่งไม่ได้ติดต่อกันอย่างนั้น แต่เจอกันด้วยกรณีใดก็ตามเขาจะเรียกว่าพี่บัง เขาก็ยังเรียกพี่อยู่ และไม่เคยรื้อฟื้นอดีตมาพูดคุยกัน เขามีมารยาท เป็นผู้ใหญ่ คุยโทรศัพท์ครั้งแรก หลังผมปฏิวัติท่านก็บอกว่า ผบ.ทบ. ตัวผมเป็นนักกีฬา หมายความว่า รู้แพ้รู้ชนะ ท่านทักษิณพูดแค่นี้ เข้าใจชัดว่าเกมจบแล้ว ผมมองว่าท่านก็เป็นสุภาพบุรุษ เราจบเตรียมทหารมาด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องตัดกันไม่ขาด จะเกลียดกันแค่ไหน เดี๋ยวก็ดีกัน”

    เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรผ่านสื่อไปยัง นายทักษิณ หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “ไม่เป็นอะไร ท่านสบายดีกว่าผม เราต้องศึกษาท่านทักษิณว่า ทำอย่างไรจึงหนุ่ม ท่านมีอะไรดี ผมกำลังจะหาวิธีเพื่อตามท่านให้ทัน”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สนธิ บุญยรัตกลินบิ๊กบังวันเกิดครบ 74 ปีทักษิณ ชินวัตรรู้แพ้รู้ชนะอย่าปฏิวัติหนักกว่าปี49ข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 20:07 น.