ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    “วิษณุ” รับ นายกฯ ย้ำ ครม.หนุน แก้รธน.ฉบับพรรคร่วม-ฝ่ายค้าน

    ไทยรัฐออนไลน์1 ต.ค. 2563 12:48 น.
    SHARE

    “วิษณุ” เผย นายกฯ ย้ำ ครม.หนุนแก้ รธน.ฉบับพรรคร่วม-ฝ่ายค้าน ชี้ เสนอแล้วก็ต้องเข็นต่อ บอก ให้กมธ.ถกกันในสภาฯ ยัน 30 วัน ไม่ใช่การเตะถ่วง เปรย วิสามัญเปิดยากแต่ไม่ใช่เปิดไม่ได้ 

    เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีวุฒิสมาชิก เห็นควรให้มีการพูดคุยในกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ทั้ง 6 ฉบับ ก่อนรับหลักการ โดยไม่เห็นด้วย กับการที่นายกรัฐมนตรี ที่จะมาส่งสัญญาณให้รับญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงหากจะตั้ง ส.ส.ร.ต้องมีการทำประชามติเสียก่อนว่า เป็นความเห็นของ ส.ว. แต่ถึงอย่างไร ทุกอย่างจะต้องไปพูดคุยกันในกรรมาธิการฯ ซึ่งตั้งขึ้นตามข้อบังคับเพื่อพิจารณาก่อนรับหลักการ รัฐบาลหรือตนคงออกความเห็นอะไรไม่ได้ โดยร่างนั้นเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล 1 ร่าง และเป็นร่างของพรรคฝ่ายค้าน 1 ร่าง ซึ่งหลักการคล้ายคลึงกัน และร่างของพรรคฝ่ายค้านแต่เป็นการแก้ไขรายมาตรา อีก 4 ร่าง ร่างของไอลอว์อีก 1 ร่าง ซึ่งของไอลอว์นั้น ประธานกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งหมดจะเข้าไปสู่การพิจารณาของกรรมาธิการฯ และได้ยินว่า เขาจะนำบทสรุปหรือข้อสังเกตของกรรมาธิการชุดของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นการดี เพราะตอนที่ชุดของ นายพีระพันธุ์ เสนอนั้น ยังไม่มีร่างใดเลยแม้แต่ร่างเดียว ดังนั้นจึงต้องนำมาเทียบกันทั้งหมด จะต้องใช้เวลาไม่เกิน 30 วันนี้ ให้เป็นประโยชน์ 

    “ที่เป็นข่าวและวิจารณ์กันว่า รัฐบาลส่งสัญญาณอะไรนั้น เมื่อวันอังคารที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ผมก็นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุนั้นด้วย แต่ไม่เห็นว่า เป็นการส่งซิกใดๆ ทั้งนั้น เป็นเพียงมีการพูดคุยกันหลายเรื่อง เป็นธรรมดา ของทุกวันอังคารก่อนการประชุม ครม.ที่รัฐมนตรีคนไหน หรือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลคนไหน มีข้อหารือหรือเล่าให้นายกรัฐมนตรีฟัง ก็มาพูดคุยเป็นธรรมดา ไม่ใช่เป็นการประชุมอะไรด้วยซ้ำไป เนื่องจากมีคนอื่นๆ อยู่ด้วยหลายคน เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งส่วนใหญ่พูดคุยกันเรื่องวัคซีนว่า จะทำอย่างไร ที่จะเอาเข้ามาได้โดยเร็ว พูดกันถึงเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และอีกหลายเรื่องที่สภาพัฒน์ฯ ต้องจัดการ

    และมีการพูดถึงเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญ ซึ่งนายกฯ ปรารภขึ้นมาว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ได้ลงชื่อกันไปจำนวนมากกว่า 200 คน เพราะฉะนั้นก็เป็นธรรมดาที่พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเสนอแล้ว ก็ต้องเข็นต่อไป จะไปกลับลำได้อย่างไร ซึ่งนี่คือสิ่งที่นายกฯพูด ซึ่งทุกพรรคก็เห็นด้วย ทั้งท่านอนุทิน ท่านจุรินทร์ ท่านวราวุธ ต่างก็เห็นด้วยว่า ถูกต้อง นายกฯก็บอกว่า อันนี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ส่วนการที่จะทำความเข้าใจอย่างไรต่อไปกับคนอื่นซึ่งในที่นี้หมายถึงสมาชิกรัฐสภา ทั้งผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และประชาชน ก็รอฟังกรรมาธิการว่า เขาว่ากันอย่างไร เพราะถ้าออกมาตรงกัน ก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยอธิบาย แต่ถ้าไม่ตรงกันก็ต้องช่วยกันอธิบาย พูดกันแค่นี้ ไม่ได้ส่งซิกส่งอะไร ส่วนวุฒิฯท่าน จะพูดกันอย่างไรก็ถูก เพราะถือเป็นผู้มีสิทธิเสียบบัตร หรือผู้มีสิทธิออกเสียง หรือขานชื่อ ท่านจะเอาอย่างไร ก็ต้องแล้วแต่ท่าน แต่ทั้งหมดนี้ คงต้องคุยกันในกรรมาธิการก่อน ไม่อย่างนั้นจะตั้งขึ้นมาหาอะไร และตอนที่นายกฯพูดคือวันอังคาร กรรมาธิการยังไม่ได้ประชุมกัน ซึ่งเขาเพิ่งประชุมกันนัดแรกในวันพุธ” 

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงอย่างไร เสียงของ ส.ว.ก็มีส่วนสำคัญในการที่จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะ ส.ว.มีตั้ง 250 เสียง ต้องขอรอฟังการพูดคุยของกรรมาธิการฯ กันเสียก่อนเพื่อให้เกิดตกผลึก “ตนได้พูดประโยคสำคัญ พวกคุณสังเกตหรือไม่ เพราะถ้าสังเกตให้ดีจะมีอะไรซ่อนอยู่ ผมบอกว่าทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมาธิการฯ ถ้ากรรมาธิการฯออกมาตรงกับแนวของเรา มันก็ได้ แต่ถ้าไม่ตรงกัน ก็ต้องไปช่วยกันทำความเข้าใจกับ ส.ส. ส.ว.และประชาชน 

    เมื่อถามย้ำว่า มีส.ว.บางคนเรียกร้องให้ทำประชามติ ก่อนจะตั้งส.ส.ร. นายวิษณุ กล่าวว่า มีบางคนพูดเท่านั้น ซึ่งตนได้ยินมานานแล้ว ก็ไม่เป็นไร ทั้งนายสมชาย (แสวงการ) นายไพบูลย์(นิติตะวัน) ก็พูด ก็ไม่เป็นไร ก็ถือเป็นข้อเสนอและเป็นข้อสังเกตที่ดี และนั่นคือสิ่งที่พูดกันมาก่อนจะมาตั้งกรรมาธิการ เพราะการพูดอย่างนั้นจึงเป็นที่มาของการตั้งกรรมาธิการตามข้อบังคับ 121 วรรค 3 เพราะเกิดตกใจขึ้นมาว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555 ที่เคยมีมานั้น ตรงกับกรณีที่เกิดขึ้นในเวลานี้หรือไม่ เพราะในวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้บอกไว้จริงๆ ว่า อำนาจมาจากประชาชน เมื่อมาจากประชาชนก็ต้องกลับไปถามประชาชน แล้วหลักดังกล่าวจะนำมาใช้กับครั้งนี้ได้หรือไม่ อันนี้ก็สุดแท้แต่ ซึ่งตนเองมีความเห็นแต่ไม่อยากพูด ดังนั้นควรไปพูดคุยกันในกรรมาธิการ ในเมื่อมีเวลาแล้วก็พูดกันใน 30 วันนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์

    “30 วันนี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อจะถ่วงเวลาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะได้อธิบายแล้วว่า ถึงจะรับหลักการในวาระที่ 1 แล้วสมมติว่าไม่ได้ตั้งกรรมาธิการ ก็ยังเดินหน้าต่อไม่ได้ และอย่างมากก็ต้ังกรรมาธิการพิจารณาในวาระ 2,3 จนกระทั่งเปิดสภาฯ มาพิจารณาวาระ 2 รายมาตรา จนกระทั่งพิจารณาเสร็จแล้วทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อพิจารณาวาระ 3 เสร็จแล้วก็ต้องทิ้งไว้อีกเป็นเดือนๆ เพราะว่ายังไปทำประชามติไม่ได้ ซึ่งผมทำปฏิทินไว้ในใจว่า กว่ากฎหมายประชามติจะผ่าน ก็ไปถึง ก.พ.-มี.ค.2565 เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญที่ทำเสร็จในเดือน ธ.ค.ก็ต้องทิ้งเอาไว้อยู่ดี เพราะต้องรอ ไม่เช่นนั้น ไม่รู้จะไปลงประชามติกันอย่างไร ดังนั้นก็ต้องใช้เวลา ซึ่งก็รอบคอบ ดังนั้นใครที่นั่งฟังอยู่ บางคนก็บอกว่า กลัวอย่างนั้น บางคนก็บอกว่ากลัวอย่างนี้ บางสิ่งที่กลัวบ้างก็ไม่มีเหตุผล บางสิ่งก็อาจจะมีเหตุผล ก็ควรนำมาถกกันเสียในช่วงที่สภาฯปิด 30 วันนี้ เพราะถ้าสภาฯไม่ปิด การตั้งกรรมาธิการฯ เป็นการถ่วงเวลาจริงๆ แต่เมื่อสภาฯปิดสมัยประชุม 30 วัน ทำอะไรก็ไม่ได้ในสภาฯ จึงใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าทำเสร็จเร็วไม่ถึง 30 วัน ก็ยิ่งดี และถึงอย่างไรก็ต้องรอเปิดประชุมสภาฯวันที่ 2 พ.ย.อยู่ดี” 

    นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การจะเปิดวิสามัญฯนั้นยุ่งยากพอสมควร เพราะต้องมีพระราชกฤษฎีกาเปิดสภาฯ แล้วยังต้องมีพระราชกฤษฎีกาอีกฉบับหนึ่ง เพื่อปิดสภาฯ ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่า ไม่ต้องเปิดวิสามัญฯใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่แน่ อาจจะเปิดก็ได้ เพราะการเปิดสภาฯ สมาชิกก็เข้าชื่อกันขอเปิดได้ เพราะการเปิดสภาฯวิสามัญนั้น ทำได้ 2 แบบ โดย ครม.ขอเปิด และสมาชิกสภาฯเข้าชื่อกันขอเปิด แต่ในเมื่อจะเปิดสภาฯอยู่แล้ว ในวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ดังนั้น ก็ต้องเปิดวันที่ 2 พ.ย. ก็สามารถประชุมร่วมกันได้เลย ก็ไม่ได้เสียเวลาแต่อย่างใด ส่วนความมั่นใจก็รอฟังทางกรรมาธิการฯ ส่วนตนเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้าชื่อกันเสนอนั้น เขาก็มีความมั่นใจของเขาแล้ว เชื่อว่าในกรรมาธิการฯพูดกันเดี๋ยวเดียวก็เข้าใจ ในเมื่อแต่ละคนมีเหตุผลทั้งนั้นก็ให้นำมาพูดกัน 

    “หากรับหลักการในวาระ 1 แล้วตั้งกรรมาธิการฯ 45 คน ซึ่งคนนอกเป็นกรรมาธิการฯไม่ได้ เพื่อให้มาตรวจแก้ร่างฯ ซึ่งครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นการร่าง ส.ส.ร.แต่เป็นเพียงการเปิดทางให้มี ส.ส.ร. ซึ่งกรรมาธิการฯ 45 คนนั้น ต้องมาจากสมาชิกรัฐสภา ครม.ส่งคนไปไม่ได้ คนนอกเป็นไม่ได้ แม้แต่ร่างไอลอว์ของประชาชน ถ้าเข้าไปได้แล้วรับหลักการให้วาระ 1 ไอลอว์ ก็เป็นกรรมาธิการฯไม่ได้ แต่ไปชี้แจงได้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แก้รัฐธรรมนูญวิษณุ เครืองามกมธ.ศึกษาแก้รธน.ก่อนรับหลักการร่างแก้รธน.พรรคร่วมฝ่ายค้านไอลอว์ข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 01:52 น.