ถึงคราต้องเท เจ้าของมาเอง... นั่นแหละ...เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทยที่จะต้องดูกันยาวๆ แต่ในรูปการณ์วันนี้น่าจะหวังผลอยู่ 2 ประการ

1.เป็นการแสดงจุดยืนทางการเมืองให้ชัดเจนอย่างน้อยก็ทำให้สังคมและผู้สนับสนุนได้รับรู้ถึงก้าวย่างการเมืองต่อไปจะเป็นอย่างไรต่อไป

แน่นอนก็คือปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เคลื่อนไหว ซึ่งมุ่งลดบทบาทสถาบันสูงสุดจากนี้ไปถือว่าลอยตัวจากประเด็นนี้

2.เป็นการแก้ไขปัญหาภายใน ซึ่งมีปมขัดแย้งที่เกิดขึ้นมานานและส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อและไม่ส่งผลดีแต่อย่างใด

โดยเฉพาะเรื่องราวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ประธานคณะยุทธศาสตร์พรรคแม้จะเป็นตำแหน่งสำคัญที่มุ่งจะทำให้พรรคก้าวหน้าต่อไป

นับแต่เริ่มดำรงตำแหน่งจนถึงวันนี้ถูกประเมินว่า “สอบตก” ไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้

เพราะไม่ได้รับการยอมรับจากคนในพรรคจนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้

การปฏิบัติการที่เริ่มต้นจากเจ้าของพรรคตัวจริงหรือหุ้นส่วนคนสำคัญจึงต้องจัดการปัญหาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

ย้อนฉายกลับไปที่พรรคพลังประชารัฐจะได้คำตอบ

การลาออกอย่างเป็นรูปขบวนจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคจนทำให้ต้องพ้นหน้าที่ไปแบบยกชุด

พูดง่ายๆ ทลายห้างกันเลยทีเดียว

เป็นผลให้ “สมคิด-4 กุมาร” หมดบทบาทไปในทันทีโดยไม่มีตำแหน่งอะไรในพรรคอยู่ที่ว่าจะทนอยู่กันไปได้แค่ไหน

สุดท้ายก็ต้องยกพวกลาออกไปจากพรรคและตำแหน่งรัฐมนตรี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่บริหารจัดการพรรคให้อยู่ในบริบทที่สงบและสยบทันที

สำแดงความเป็น “เจ้าของ” ได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ

...

ก็ไม่ต่างไปจากเพื่อไทยเท่าใดนักการลาออกจากตำแหน่งในคณะยุทธศาสตร์พรรคไล่ตั้งแต่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา

แต่ละคนล้วนอยู่ในระดับครีมๆของพรรคเท่านั้น

ในจำนวนนี้มีบางคนที่ดูเหมือนว่าต้องกล้ำกลืนฝืนทนแต่ยากที่จะปฏิเสธได้และนั่นหมายถึงอนาคตการเมืองข้างหน้าดูท่าจะตีบตัน

“ถูกหักหลัง”...คอมเมนต์สั้นๆ

อย่างไรก็ดีการแก้ไขปัญหาในพรรคด้วยการที่จะต้องตัดหรือลดบทบาท ซึ่งถูกมองว่าคือตัวปัญหาจึงจำเป็น

กระบวนการที่จะดำเนินการต่อไปด้วยการสร้างความเป็นเอกภาพใหม่ด้วยการดึงคนเก่าของพรรคซึ่งตั้งท่าจะหันเหไปสร้างบ้านใหม่

การปรับทีมบริหารเพื่อให้เกิดความผสมผสานระหว่างพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะจากภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานสำคัญทางการเมือง

อีกทั้งต้องวางแม่ทัพตัวจริงที่มีศักยภาพภายใต้ทิศทางที่กำหนดรวมถึงความไว้วางใจภายใต้อำนาจที่เป็นจริง

พรรคที่มีเจ้าของคนอื่นๆ ก็แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น...ก็เป็นเยี่ยงนี้แล!

“สายล่อฟ้า”