ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นายกฯโต้เขียนกันเอง ปัดดึงเพื่อไทยตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 ก.ย. 2563 05:23 น.
    SHARE

    “บิ๊กตู่” เปรี้ยงไม่เคยคุย พท.ดึงร่วมรัฐบาล บ่นอึดอัด ตั้งประเด็นเขียนกันเอง ทำเพื่อชาติไม่เคยคิดถอดใจ สัปดาห์หน้ารู้แน่ใครนั่งขุนคลัง “บิ๊กป้อม” โบกมือปัด รบ.แห่งชาติ ปลัด มท.โต้ 2 ป. ไม่เคยสั่งตั้งพรรคสำรอง พท.ถือเคล็ดปรับโลโก้ใหม่ให้มีหัว “ชูศักดิ์” ลั่น รบ.แห่งชาติไม่น่าเกิดขึ้นได้ ชี้ “หญิงอ้อ” นำพรรคแค่คาดเดา รับ “สมพงษ์” พ้นผู้นำฝ่ายค้าน อัตโนมัติ “ประเสริฐ” แบะท่าพร้อมนั่งเลขาฯพรรค จัด กก.บห.รุ่นใหม่เลี่ยงภาพ “ซ้ายจัด” “พจมาน” คุมโปลิตบูโรถกสัปดาห์ละครั้ง “กลุ่มแคร์” ผงาด “ชวน” ติงอย่าเพิ่งมโนตีตก 6 ญัตติ 2 ส.ส.ก้าวไกลเฉ่งยับเครื่องลงมติสภาสุดห่วย “ตู่” ไม่ยอมเด็ก ลั่นกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เด็กศิลปากรเอาคืนบี้กรมศิลป์ตามหาหมุด-อนุสาวรีย์ปราบกบฏ “เอกชัย” ผวาโดนล้อมถึงหน้าบ้าน ป.ป.ช.ตัดเกรดหน่วยงานรัฐคะแนนต่ำเตี้ย

    ท่ามกลางกระแสข่าวจะเกิดรัฐบาลแห่งชาติภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ หลังการปรับโครงสร้างใหม่ของพรรคเพื่อไทย ล่าสุดทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต่างออกมาปฏิเสธไม่เคยพูดคุยเจรจาดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

    “บิ๊กตู่” ปัดคุย พท.ดึงร่วมรัฐบาล

    เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเตรียมดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมงานรัฐบาลหลังมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ว่า “เขียนกันเอาเองมั้ง ยังไม่เห็นเขาทำอะไรเลย นึกอยู่แล้วว่าสื่อฯจะต้องมาถาม การปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ ยืนยันผมไม่เคยคุยเรื่องเหล่านี้กับใครทั้งสิ้น อย่าไปตั้งประเด็นกันขึ้นมา บางครั้งผมก็อึดอัดใจเหมือนกัน ไปตั้งโน่นตั้งนี่เขียนกันออกมา แต่มันไม่ใช่ผมนี่นา ถ้าผมพูดอะไรก็เป็นไปตามที่ผมพูด เพราะผมคือผม การจะปรับปรุงพัฒนาถ้าเป็นไปในทางที่ดีกับประเทศชาติก็ทำไปเถอะ ไม่ได้ว่าอะไรท่าน ส่วนจะร่วมหรือไม่ร่วมเป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันวันข้างหน้า วันนี้ยังเป็นรัฐบาลนี้อยู่”

    ทำเพื่อชาติไม่เคยคิดถอดใจ

    ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวถึงขั้นว่า ถอดใจและเตรียมลาออกจากเก้าอี้นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ใจไม่เคยถอดอยู่แล้ว ถ้าเพื่อประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชน ไม่เคยถอดใจ ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข พัฒนาไปตามขั้นตอนตามกฎหมายที่มีอยู่ ขอยืนยันว่าไม่มีถอดใจอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าทำไมถึงมีข่าวลือในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “จะรู้หรือไม่ล่ะก็มันเป็นข่าวลือ และข่าวลือจะรู้ถึงที่มาหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่มี”

    สัปดาห์หน้ารู้แน่ใครขุนคลัง

    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึง รมว.คลังคนใหม่ว่า สัปดาห์หน้ารู้ รู้จักกันหมดทุกคน ต้องคัดเลือกคนที่เหมาะสม รู้งานเศรษฐกิจ รู้งานรัฐบาล และใจถึง เข้มแข็ง เดี๋ยวค่อยดูแล้วกัน อยากได้ใครล่ะ เมื่อถามว่า มีรายชื่อที่ออกมาอย่าง นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คมนาคม และนายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย ประธานกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นายกฯตอบว่า ยังไม่ตรง ที่พูดมาไม่ใช่ทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครสมัครใจกับตนเลย เห็นใจรัฐบาลบ้าง ตนต้องพูดคุยกับเขาว่าพร้อมไหม ส่วนใหญ่ครอบครัวก็เป็นห่วงเป็นใยกัน บางคนพร้อมมาช่วยงานแต่ติดที่ครอบครัว แต่นี่เป็นปัญหาของประเทศ บางทีก็เลือกคนไม่ได้นักแต่ต้องเลือกคนดีที่สุด ถ้าเลือกไม่ได้ก็ต้องทำงานร่วมกันให้ได้ ปรับเพียงตำแหน่งเดียวไม่มีสลับเก้าอี้ ยังอยู่ด้วยกันได้ไม่มีปัญหา ขอร้องกันว่าทำเพื่อประเทศชาติในช่วงนี้

    “บิ๊กป้อม” โบกมือปัด รบ.แห่งชาติ

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงสั้นๆถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยอาจมาร่วมทำงานกับรัฐบาลโดยตั้งเป็นรัฐบาลแห่งชาติว่า “ไม่มี” โดย พล.อ.ประวิตรเน้นเสียงสูงพร้อมโบกมือปฏิเสธ

    “ฉิ่ง” โต้ 2 ป.ไม่เคยสั่งตั้งพรรคสำรอง

    นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าว 2 ป. มอบหมายให้ตั้งพรรคการเมืองสำรอง ว่า ตอนนี้ตนยังเป็นข้าราชการอยู่ ไม่สามารถไปทำอะไรแบบนั้นได้ และไม่เคยมีใครมาพูดมาชักชวน หน้าที่ตอนนี้คือการช่วยเหลือประชาชน ดูแลประชาชนในขอบข่ายงานของกระทรวงมหาดไทย ไม่มีทำเกินหน้าที่ รับราชการมา 36 ปี รู้ดีว่าการเป็นข้าราชการควรทำอะไร การครองตน ครองคน ครองงาน รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ฉะนั้นไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้นกับพรรคการเมือง ตอนนี้มีแต่คำสั่งให้ดูแลประชาชนที่เดือดร้อน ตนเป็นข้าราชการอาชีพ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอกระทั่งมาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย จะทำหน้าที่ในวันนี้ให้ดีที่สุด

    พท.ปรับโลโก้ใหม่ให้มีหัว

    วันเดียวกัน เวลา 11.35 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ ว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นในวันที่ 1 ต.ค. เวลา 10.00 น. ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และการแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อแก้ไขโลโก้พรรคเป็นตัวอักษร พ และ ท มีหัว และมีชื่อพรรคกำกับอยู่บนโลโก้ มีความหมายคือ ให้มันมีหัว จากเดิมที่ไม่มีหัว การมีหัวดีกว่าไม่มีหัว ยิ่งมีหลายหัวด้วยก็ดี ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ยังต้องมีอยู่หรือไม่ เป็นนโยบายที่กรรมการบริหารชุดใหม่ต้องไปพูดกัน การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของพรรคการเมือง ทุกคนให้ความร่วมมือต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครยึดติด อนาคตตั้งแต่นี้ไปพรรคการเมืองทั้งหลายต้องปรับตัวมาก พรรคเพื่อไทยก็ต้องเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต และพยายามดึงองคาพยพทั้งหลายของพรรคมาร่วมมือกัน คงเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆเข้ามาช่วยงานพรรคด้วย

    ลั่น รบ.แห่งชาติไม่น่าเกิดขึ้นได้

    ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่ม ส.ส.อีสานจะเข้ามามีบทบาทในพรรคมากขึ้นหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่าสุดแต่ที่ประชุมใหญ่ เขาคิดกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่า การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ มีกระแสข่าวเรื่องการเข้าร่วมเป็นรัฐบาลแห่งชาติ นายชูศักดิ์ตอบว่า ตนเป็นเพียงรักษาการหัวหน้าพรรค จะพูดอะไรเต็มปากเต็มคำก็ลำบาก แต่ยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ เท่าที่รับทราบมีความพยายามปรับโครงสร้างพรรคมานานพอสมควร ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา หัวหน้าพรรคจึงตัดสินใจลาออกเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างในช่วงนี้ จะได้ไม่กระทบต่อตำแหน่ง ส่วนเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ หรือไปร่วมกับพรรคนั้นพรรคนี้ ไม่น่าเป็นไปได้ เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น

    ปัด “หญิงอ้อ” นำพรรคแค่คาดเดา

    เมื่อถามถึงกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเข้ามามีบทบาทบริหารพรรคมากขึ้น นายชูศักดิ์ตอบว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ของพรรค แต่ยังไม่เห็นสัญญาณใดที่ท่านจะมานำพรรคขณะนี้ แม้จะมีข้อแนะนำ หรือข้อเสนอแนะต่างๆ แต่ที่จะมาบริหารยังไกลกว่าเหตุ ยังเป็นเรื่องที่คาดเดากันไป เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวเรื่องตระกูลชินวัตรจะเข้ามาเพื่อความเป็นเอกภาพ นายชูศักดิ์ตอบว่า ธรรมชาติของนักวิเคราะห์อ่านมากก็ปวดหัว เราเป็นพรรคที่บริหารกันมาช้านาน มีบุคลากรมีความรู้ความสามารถมาก ภาพที่ว่าไม่มีเอกภาพ หรือขัดแย้ง เป็นเพียงภาพที่เห็น แต่ไม่ใช่ภาพที่สะท้อนว่าพรรคนี้ไปไม่รอด

    รับ “สมพงษ์” พ้นผู้นำฝ่ายค้าน

    เมื่อถามว่า การที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะทำให้พ้นไปจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านโดยปริยายหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านคือหัวหน้าพรรคที่ใหญ่ที่สุดซึ่งไม่ได้ร่วมรัฐบาล เมื่อลาออกก็เท่ากับพ้นไปทันที วันนี้พรรคจะทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อแจ้งให้ทราบว่านายสมพงษ์ลาออก จากนี้เมื่อมีประชุมใหญ่วิสามัญ และได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ พรรคจะทำหนังสือแจ้งไปยังนายชวนอีกครั้ง เพื่อนำรายชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯต่อไป

    “ประเสริฐ” แบะท่าพร้อมนั่งเลขาฯ

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวได้รับการสนับสนุนให้เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ว่า ยังเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการทาบทาม ขอให้รอความชัดเจนในวันประชุม หากที่ประชุมใหญ่มีมติเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรค ก็พร้อมทำหน้าที่ เมื่อถามถึงปัญหาความแตกแยกที่เกิดภายในพรรคก่อนหน้านี้ นายประเสริฐตอบว่า ยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ มี ส.ส.จำนวนมาก ย่อมมีความคิดเห็นที่หลากหลาย มีความแตกต่างทางความคิด ตนพร้อมรับฟังทุกความเห็น และอาจต้องเจอกับความกดดันอยู่บ้าง แต่พร้อมทำหน้าที่ในทุกตำแหน่ง เมื่อถามว่าพร้อมทำหน้าที่เลขาธิการพรรคที่จะต้องทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทั้งพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า พร้อม ตำแหน่งเลขาธิการพรรคต้องทำหลายหน้าที่อยู่แล้ว และตนเคยเป็นอดีตรัฐมนตรี แต่ขอให้รอดูความชัดเจนก่อน ขณะนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น

    จัด กก.บห.รุ่นใหม่เลี่ยง “ซ้ายจัด”

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า การประชุมใหญ่วิสามัญวันที่ 1 ต.ค. เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค และดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเช่นเดิม ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคจะเปลี่ยนเป็นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ซึ่งล้วนเป็นสายตรง “ชินวัตร” ขณะที่คณะกรรมการบริหารพรรค จะกระจายไปทุกกลุ่ม ไม่เยอะเทอะทะเกินไปมีประมาณ 20 คน ผสมผสานเน้นเพิ่มสัดส่วนคนรุ่นใหม่ แต่เป็นลักษณะนอมินี เช่น ลูกเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่พ่อเป็นแกนนำพรรคตัวจริง โดยมี น.ส.อรุณี กาสยานนท์ เป็นโฆษกพรรค เบื้องต้นนัดหมายประชุมคณะแกนนำหรือ “โปลิตบูโร” สัปดาห์ละครั้ง โดยมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ทั้งนี้ รูปแบบของการแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคดังกล่าวเพื่อขายภาพคนรุ่นใหม่ และลดความเสี่ยงทางการเมืองต่อแกนนำตัวจริง รวมทั้งหลีกเลี่ยงภาพ “ซ้ายจัด” ของแกนนำหลายคน

    “พจมาน” คุมโปลิตบูโร “แคร์” ผงาด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงสร้างแกนนำพรรคใหม่ “โปลิตบูโร” คร่าวๆ จะย้อนกลับไปเป็นลักษณะ “รวมแบงก์พัน” ประกอบด้วย คุณหญิงพจมาน และเลขาส่วนตัว เป็นหัวขบวน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นทีมฝ่าย เสธ. ดูงานวางแผน นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นฝ่ายประสาน ส.ส. และงานสภาฯ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ดูงานฝ่ายกฎหมาย ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ดูแลด้านเศรษฐกิจ โดยพยายามดึงคนเก่าๆ กลับมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแคร์ หรืออดีตพรรคไทยรักษาชาติ แกนนำเสื้อแดง ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ถูกชักชวนมาร่วมคณะแกนนำเช่นกัน แต่มีแนวโน้มตอบปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม จะมีทีมงานคุณหญิงสุดารัตน์ไปเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคบางส่วน อีกด้านหนึ่งแกนนำพรรคบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางปรับโครงสร้างและรูปแบบการทำงานใหม่ และจะค่อยๆถอยห่างออกไป

    “ชวน” ติงมโนตีตก 6 ญัตติแก้ รธน.

    ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา กล่าวถึงข้อกังวลของ ส.ส.ฝ่ายค้านว่า ญัตติเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติอาจถูกตีตกว่า ขณะนี้ญัตติแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ ยังไม่ถือว่าถูกตีตก เพราะยังไม่มีการลงมติ ยังเป็นกฎหมายที่ค้างการพิจารณาไว้ ต้องพิจารณาต่อไป ส่วนญัตติแก้รัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์นั้น หากพิจารณาตรวจสอบรายชื่อความถูกต้อง เสร็จ ก็สามารถเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนได้ ขึ้นอยู่ กับที่ประชุม อย่าสมมติว่าญัตติทั้งหมดจะถูกตีตกเพราะเรื่องยังไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 บัญญัติว่า ญัตติที่ถูกตีตกไปแล้ว ไม่สามารถนำมาเสนอใหม่ได้ในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป ประธานมีสิทธิอนุญาตนำขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ เมื่อถามว่า ความหวังจะอยู่ที่ประธานรัฐสภาใช่หรือไม่หากถูกตีตก นายชวนตอบว่า ใช่ แต่ยังไม่ถึง อย่าเพิ่งไปตั้ง สมมติฐานให้เป็นปัญหา

    “วิสาร” จี้พรรคร่วม รบ.ให้คำมั่น

    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตั้งกรรมาธิการ 3 ฝ่าย ขึ้นมา พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ 30 วัน เป็นการเล่นเกมการเมือง สิ่งสำคัญคือถ้าประวิงเวลาไปแล้วมีอะไรมายืนยันว่าจะผ่าน หากไม่ผ่าน สุดท้ายพรรคร่วมรัฐบาลจะรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างไร การดำเนินการทั้งหมดเป็นเพียงการสมคบคิดของพรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ว. เพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น รัฐบาลเลือกจะยื้อเวลาอยู่ในอำนาจมากกว่าทำตามความต้องการของประชาชน หากรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลเลือกความอยู่รอดของตัวเองในตำแหน่งมากกว่าแก้ปัญหาให้ประชาชน พรรคร่วมรัฐบาลให้คำมั่นกับประชาชนได้ไหมว่าถ้าไม่ผ่าน จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หรือยุบสภา ต้องมีคำรับรองที่ชัดเจน ประชาชนต้องการความจริงใจมากกว่าคำขอโทษ หลังพรรคร่วมรัฐบาลรวมหัวกันหักหลังประชาชน การออกมาขอโทษไม่ได้มาจากความจริงใจ

    2 ส.ส.ก้าวไกลเฉ่งเครื่องลงมติ

    ขณะที่นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีมีชื่องดออกเสียงลงมติการตั้ง กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ ว่า ยืนยันว่ากดปุ่มไม่เห็นด้วย แต่ผลออกมากลับระบุว่า ตนงดออกเสียง ทั้งที่ไม่ได้กดปุ่มงดออกเสียง แต่เครื่องโชว์คะแนนไม่ตรงกับสิ่งที่ลงมติไป ยืนยันว่าไม่ใช่งูเห่าที่โหวตสวนมติพรรค ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์เครื่องโชว์คะแนนไม่ตรงกับสิ่งที่สมาชิกลงมติ ไปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีการแก้ปัญหา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้ตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นที่ผลโหวต ออกมาผิดเพี้ยนซ้ำซาก จะให้ผ่านแล้วผ่านเลยไม่ได้ ต้องไปดูระบบลงคะแนนมีปัญหาหรือไม่

    โชว์รอยสักไม่คิดทรยศพรรค

    นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีของตนมีปัญหาที่เสียบบัตรลงคะแนนไปแล้ว แต่ไม่มีสัญญาณใดๆขึ้น จึงใช้วิธีขานชื่อว่าลงมติไม่เห็นด้วย ทุกคนรับรู้ได้ยินทั้งห้องประชุม แต่ผลลงคะแนนกลับระบุว่าไม่ลงมติ เรื่อง ที่เกิดขึ้นแจ้งให้พรรคทราบแล้ว พรรคเข้าใจและไม่ติดใจใดๆ แต่ชาวบ้านและเพื่อนฝูงเข้าใจผิด โทรศัพท์มาสอบถามมากมาย ต้องชี้แจงเหตุผลให้ชาวบ้านเข้าใจ “ตั้งแต่เข้ามาอยู่พรรคอนาคตใหม่ ได้ไปสักเครื่องหมายพรรคที่อกข้างซ้าย พอพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบเปลี่ยนเป็นพรรคก้าวไกล ก็ไปสัก สัญลักษณ์พรรคก้าวไกลที่หน้าอกข้างขวา ยืนยันว่า เป็นเลือดแท้ๆของพรรค ไม่มีทางทรยศพรรคแน่” จากนั้นนายวุฒินันท์ได้เปิดเสื้อโชว์รอยสักที่เป็นสัญลักษณ์พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลบนหน้าอกให้สื่อมวลชนดู

    “เทพไท” ฉะโพลอ้างคนไม่อ่าน รธน.

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจโพลที่ระบุว่า มีประชาชนร้อยละ 71.7 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 2560 และร้อยละ 85.3 จะแก้รัฐธรรมนูญเพราะฟังคนอื่นเขาว่ามา ว่า แสดงให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมการอ่านหนังสือ ยิ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่มีถึง 279 มาตรา ยิ่งทำให้คนไทยไม่อยากอ่าน ตอนทำประชามติรับประชาชนส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้เช่นกัน แต่ก็ลงประชามติรับด้วยเหตุผลจากการสร้างกระแสวาทกรรมต่างๆ จึงจำใจต้องรับไปก่อน โดยไม่ได้ฉุกคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการสืบทอดอำนาจให้กับ คสช. แต่การที่ประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่กระแสสังคม และข้อเท็จจริงในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญมากกว่าการอ้างเรื่องประชาชน ไม่อ่านรัฐธรรมนูญ เพราะไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

    “ตู่” ไม่ยอมเด็ก ก.ม.ต้องเป็น ก.ม.

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.ว่า คงดูเหมือนเดิม กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เราห้ามเขาก็ฝ่าฝืน บังคับใช้กฎหมายเขาก็หาว่าไปกดดัน ถ้าตนสั่งให้มันเต็มที่ไปเลยจะเกิดอะไรขึ้น คนที่ไม่ยอมเคารพกฎหมายถามว่าวันหน้าถ้าคนเหล่านี้ ดำเนินการได้สำเร็จ เขาจะบริหารประเทศได้อย่างไร ความขัดแย้งจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ท้ายสุดประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เมื่อถามว่าหากวันข้างหน้ากลุ่มคนรักสถาบันลุกฮือขึ้นมาปะทะกับกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถาบัน จะวุ่นวายกว่าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เราระมัดระวังไม่ให้เกิดการปะทะเผชิญหน้า สื่อต้องช่วยลดแรงกระทบอะไรไม่ดีอย่าไปขยาย เขาก็ทำไม่ได้ จะไปเข้าทางเขาทำไม คนรักสถาบันและ ประเทศชาติมีตั้งหลายสิบล้านคน ทุกจังหวัดมีหมด ทุกคนรู้อะไรดีไม่ดี หันมาพูดจาคุยภาษาดอกไม้กันบ้าง ใช้ภาษาไม่ไพเราะหยาบคาย ไม่มีใครรับได้

    บี้กรมศิลป์ตามหาหมุด-อนุสาวรีย์

    เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กรมศิลปากร สนามหลวง น.ส.กันตา รัตนวงศ์ นายสหรัฐ จันทรสุวรรณ์ และนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นักศึกษา ม.ศิลปากร ในนามกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย หรือ SCFD เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึก พร้อมนำพวงหรีดมามอบให้อธิบดีกรมศิลปากร เรียกร้องให้ติดตามหมุดคณะราษฎร และอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏ บางเขน ที่สูญหายไปกลับคืนมาภายใน 14 วัน ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ก.ย. กรมศิลปากรเข้าแจ้งความแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มีการฝังหมุดคณะราษฎร 63 ขุดพื้นท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นโบราณสถานให้ได้รับความเสียหาย แต่กลับลืมว่ามีโบราณวัตถุและโบราณสถานสำคัญ ของประเทศ 2 อย่างดังกล่าวหายไป หากไม่มีความคืบหน้าจะนำเรื่องเข้ายื่นต่อสภาฯดำเนินการ ที่นำพวงหรีดมามอบให้ เพื่อไว้อาลัยกรมศิลป์ที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีนายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี เป็นผู้รับหนังสือ แต่ปฏิเสธที่จะรับพวงหรีด

    “เอกชัย” โดนล้อมถึงหน้าบ้าน

    วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่ สน.ลาดพร้าว นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้าพบ พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.สำรวย แสนสม รอง ผกก. (สอบสวน) แจ้งความดำเนินคดี หลังมีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งมาดักรอหน้าบ้านพัก ในซอยลาดพร้าว 100 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. โดยใช้เวลาสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมง จากนั้นนายเอกชัยกล่าวว่า ช่วงเช้าขณะเดินทางออกจากบ้านพัก ไปทำกิจกรรมวางหมุดคณะราษฎรใหม่ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า มีบุคคลแปลกหน้ายืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน กลุ่มแรกที่เห็นคาดว่า น่าจะเป็นตำรวจ เพราะเคยเห็นหน้าตากันมาก่อน อีกกลุ่มเป็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 กว่าปี แต่งกายคล้ายกันคือสวมเสื้อสีดำ กางเกงขายาวประมาณ 8 คน ยังมีชายสูงอายุอีกหนึ่งคนสวมเสื้อสีเหลือง น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันตะโกนด่าทอตน พอขึ้นรถแท็กซี่กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดได้พากันล้อมรถแท็กซี่ กระทั่งมีตำรวจ สน.ลาดพร้าว มาคุมตัวทั้งหมดไปโรงพัก เบื้องต้นแจ้งข้อหาฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ ปรับคนละ 300 บาท ก่อนทำประวัติปล่อยตัวกลับ

    แนวร่วมสาดสีใส่ป้าย ม.พัน.4

    เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ด้านหน้า ม.พัน.4 พล.1 รอ. ฝั่งตรงข้ามรัฐสภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และประชาชน จัดกิจกรรม “ตามหานาย” เพื่อทวงถามความรับผิดชอบจากผู้บังคับบัญชา กรณีมีทหารนอกเครื่องแบบ 3 นาย ล็อกคอประชาชนที่ให้กำลังใจกลุ่ม iLaw และบังคับให้ลบภาพถ่ายบริเวณป้าย ม.พัน.4 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. แต่ไม่มีทหารคนใดออกมาเจรจา ทำให้กลุ่มมวลชนไม่พอใจ ก่อนที่นายภาณุพงศ์ และนายธนชัย เอื้อฤาชา แนวร่วมนักศึกษา จะปีนรั้วบริเวณด้านหน้า ม.พัน.4 แต่มวลชนได้ห้ามไว้ แต่มีการปาไข่ต้มเข้าไปด้านใน ก่อนจะใช้สีน้ำมัน สีแดง ขาว น้ำเงิน สาดบริเวณประตูรั้วด้านหน้า และใช้สีน้ำเงินทาป้าย ม.พัน.4 พล.1 รอ. แล้วยืนชู 3 นิ้ว ทั้งนี้นายภาณุพงศ์ระบุว่า หากไม่มีคำตอบว่าจะลงโทษ 3 นายทหารดังกล่าวอย่างไร จะนัดมวลชนไปทวงถามที่กองทัพบก โดยจะแจ้งวันเวลาอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ โดยระหว่างทำกิจกรรมมีตำรวจ สน.เตาปูน เฝ้าสังเกตการณ์

    “ณัฐชา” ไม่ยี่หระ “ธรรมนัส” ฟ้องหมิ่น

    ที่ สภ.เมืองพะเยา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล เข้าพบพนักงานสอบ สวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ วันที่ 27 ก.พ.2563 โดยมีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมกับกลุ่มชาวบ้าน จาก อ.แม่ใจและดอกคำใต้ มาให้กำลังใจ นายณัฐชากล่าวว่า ยอมรับว่า ได้พูดถึงคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ในสภาฯจริง แต่ไม่หนักใจหรือกังวลใจ สิ่งที่พูดเป็นความจริง ด้าน พ.ต.อ.บวร ไชยคำ ผกก.สภ.เมืองพะเยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ ต้องรอให้นายณัฐชาที่ขอชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งเอกสารมาก่อน

    ป.ป.ช.ตัดเกรดหน่วยงานรัฐต่ำเตี้ย

    อีกเรื่อง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดงาน ITA DAY 2020-Talks and Result Announcement เพื่อประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ (ไอทีเอ) ประจำปี 2563 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ปี 2563 คะแนนไอทีเอเฉลี่ยของไทยอยู่ที่ 67.90 คะแนน หรือระดับซี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มีคะแนนสูงสุด 99.60 คะแนน อบต.สะอาด จ.ร้อยเอ็ด 28.16 คะแนน มีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ได้เกิน 80 คะแนนขึ้นไปเพียงร้อยละ 13.19 เท่านั้น มีถึง 499 หน่วยงาน ได้คะแนนต่ำหรือเอฟ พบข้อมูลว่า การรับสินบนมีแนวโน้มลดลง แต่การเปิดเผยข้อมูลแผนการใช้จ่าย งบฯและสร้างการรับรู้ด้านการใช้จ่ายยังไม่มากพอ โดย ป.ป.ช.จะเสนอผลการประเมินให้ ครม.รับทราบ คิดว่า ผู้นำประเทศคงสนใจ และอาจตกใจที่คะแนนยังอยู่ในระดับต่ำ

    มท.สั่งผู้ว่าฯจับโกงงบฯบริหารน้ำ

    นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผวจ.ทุกจังหวัด เรื่องการดำเนินโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ระบุว่า ให้จังหวัดใช้งบฯกลางปี พ.ศ.2563 สำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ดำเนินโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ ด้วยความเรียบร้อยตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใสตรวจสอบได้ 1.ให้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างทั้งระดับอำเภอ จังหวัด ส่วนราชการส่วนกลางที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ หรือรัฐวิสาหกิจ อย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน โดยให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม 2.ให้ ผวจ.กำชับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกรณีพบการทุจริตให้แจ้งความดำเนินคดีหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัดทุกกรณี 3.ให้หน่วยงานประมวลข้อมูลโครงการและการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการตรวจสอบ และหากมีการร้องเรียนกล่าวหา ให้ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่

    “วิษณุ” เร่งยกระดับอาหารฮาลาล

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร “พัฒนาภาวะผู้นำศาสนายุคใหม่” รุ่นที่ 4 และหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพอิหม่าม” รุ่นที่ 2 ประจำปี 2563 จาก 20 จังหวัดรวม 50 คน นายวิษณุกล่าวมอบนโยบายว่า ได้หารือกับผู้แทนจุฬาราชมนตรี เรื่องการพัฒนาสินค้าฮาลาล ให้เป็นรูปธรรมและก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันการส่งออกอาหารฮาลาลของไทยอยู่ลำดับ 9 ของโลก จำเป็นต้องพัฒนาลำดับที่ดีขึ้น รัฐบาลเชื่อว่า หลักศาสนาอิสลามมีหลักที่ต่อสู้กับวิกฤติต่างๆได้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชารัฐบาลแห่งชาติประวิตร วงษ์สุวรรณปรับโลโก้พรรคเพื่อไทยข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 15:44 น.