ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โหรวารินทร์ได้จังหวะปล่อยข่าวมีรัฐบาลแห่งชาติ ช่วงเดือน ต.ค. ถึงปลายปี

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 ก.ย. 2563 05:28 น.
    SHARE

    “สุทิน” สงวนท่าชิงหัวหน้าเพื่อไทย ออกตัว “หญิงอ้อ” แค่ห่วงใยพรรค แต่ถ้าถึงเวลาจำเป็นมาช่วยแนะนำได้ “อนุสรณ์” ชี้แค่คาดเดากันไปเอง กลุ่ม ส.ส.อีสานจองโควตาเลขาฯ เปิดตัวแคนดิเดต “ยุทธพงศ์-ประเสริฐ-เกรียง” อดีตแกนนำจ่อกลับเข้าพรรค “เจ๊หน่อย” โชว์เดินสายลงพื้นที่ต่อเนื่อง “โรม” มองไม่กระทบงานฝ่ายค้าน เชื่อรัฐบาลแห่งชาติแค่โยนหิน แต่โหร คมช.นิมิตเห็นภาพ รบ.แห่งชาติไม่เกินปลายปี “อันวาร์” ส.ส.ปชป. ฉะ รบ.พลิกพลิ้วแก้ รธน.จนวุ่นวาย จี้นายกฯอย่าลอยตัวสั่งลุยเลย ญาติวีรชนฯซัด “บิ๊กตู่” หักหลังประชาชน เร้ารวมใจคว่ำรัฐบาล ก้าวไกลกังวลร่างฯไอลอว์ถูกตีตก ย้ำหมุดไม่ให้ ส.ว.อยู่ครบวาระ “ช่อ” ลั่นไม่ใช่แค่ทหารที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ ไอลอว์ขอแสงไฟส่องไปที่ “ชวน”

    ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เกมล้างไพ่ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทย หลังแกนนำคนสำคัญของพรรคทยอยลาออก โดยเฉพาะบทบาทของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่มีกระแสข่าวว่าจะเข้ามาดูแลปรับการบริหารจัดการภายในพรรคเพื่อไทยใหม่

    “สุทิน” สงวนท่าทีชิงหัวหน้า พท.

    เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่ม ส.ส.อีสาน เตรียมเสนอชื่อขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ว่าเป็นธรรมดาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทุกคนอาจมีความคิดกระจัดกระจายคิดต่างกันได้ เท่าที่ทราบเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่มไลน์เท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นกดดันอะไรกับพรรค พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ที่เป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยในพรรค ส.ส.จึงแสดงความเห็นเป็นธรรมดาว่าคนนั้นคนนี้เหมาะ แต่สุดท้ายพรรคมีวัฒนธรรมในการหาข้อสรุปที่ยอมรับกันได้แล้วก็เดินหน้าทำงานกันต่อไป นี่คือพรรคที่มีประชาธิปไตย เป็นพรรคใหญ่และเป็นสถาบันทางการเมือง เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อในที่ประชุมพร้อมรับตำแหน่งหรือไม่ นายสุทินตอบว่า ถือเป็นความสง่างามในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้หนักใจอะไร ส่วนจะพร้อมหรือไม่นั้นตนประเมินตัวเองไม่ได้ต้องให้คนอื่นเป็นคนประเมิน แต่เรารู้ใจของตัวเองเพียงว่ารักพรรคเพื่อไทย และสู่กับเผด็จการ

    ถ้าจำเป็น “หญิงอ้อ” มาช่วยได้

    นายสุทินกล่าวต่อว่า หากมีการเสนอชื่อ 4-5 คนยิ่งดี ส่วนผลจะออกมาอย่างไรอยู่ที่สมาชิก พรรคเพื่อไทยมีวัฒนธรรมองค์กรที่จะดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว วันนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันสู้เรื่องภายนอกมากกว่าเรื่องภายในพรรค ให้ได้รัฐธรรมนูญที่ไม่เสียเปรียบ ให้เป็นประชาธิปไตย และช่วยกันทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เมื่อถามถึงกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะเข้ามาคุมทัพจัดการภายในพรรคเอง นายสุทินตอบว่า เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน ทราบเพียงว่าคุณหญิงพจมานมีความห่วงใยพรรค และให้การสนับสนุนเหมือนประชาชนที่เป็นแฟนคลับพรรคคนหนึ่ง แต่ก็เป็นไปได้ในเวลาที่จำเป็น คุณหญิงพจมานอาจเข้ามาช่วยแนะนำเรื่องการบริหารงานพรรค เพราะถือว่ามีประสบการณ์อยู่กับพรรคการเมือง

    โฆษก พท.ชี้แค่คาดเดาไปเอง

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยระส่ำแพแตก หลังการลาออกของ 2 แกนนำ อย่างประธานยุทธศาสตร์ฯ และหัวหน้าพรรคฯว่า การลาออกของบุคคลทั้งสอง ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งแตกแยกภายในพรรค สมาชิกพรรคตระหนักและสัมผัสได้ถึงความเสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหนักเพื่อพรรคตลอดมา รักษาการหัวหน้าพรรคได้เรียกประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 28 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อพิจารณากำหนดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2563 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งไม่ว่าบุคคลใดจะได้รับความไว้วางใจเลือกให้มาบริหารพรรค เชื่อมั่นว่าจะสามารถขับเคลื่อนพรรคให้เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนการปล่อยข่าวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ จะเข้ามาบริหารพรรค น่าจะเป็นการคาดการณ์กันไปเอง เพราะการบริหารพรรคต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมายเป็นสำคัญ ประชาชนไม่ต้องกังวล กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเดินหน้าสร้างความเข้มแข็ง มุ่งมั่นนำเสนอนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป

    กลุ่ม ส.ส.อีสานจองเก้าอี้เลขาฯ

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทยว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มสูงยังคงเป็นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เพราะมีความอาวุโส ได้รับการยอมรับทั้งจาก ส.ส.พรรค และจากพรรคการเมืองอื่น แต่ในส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค กลุ่ม ส.ส.อีสานที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ภายในพรรค ต่างพูดคุยตรงกันว่าเมื่อหัวหน้าเป็นคนเหนือแล้ว ตำแหน่งเลขาก็ควรกระจายมาให้ ส.ส.อีสานที่มีจำนวนมาก ให้การประสานงานเป็นไปอย่างใกล้ชิด ให้พรรคเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม จะได้ทำงานให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้รายชื่อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขณะนี้คือ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา นายเกรียง กัลป์ตินันท์ แกนนำพรรคภาคอีสาน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรายชื่อที่มีความเหมาะสม ต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วที่ประชุมพรรคจะเลือกใคร

    อดีตแกนนำจ่อกลับเข้าพรรค

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังการลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และทางพรรคถือโอกาสปรับโครงสร้างพรรคใหม่ โดยให้เหลือเพียงกรรมการบริหารเท่านั้น เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น ทำให้เริ่มมีการทาบทามบรรดาแกนนำพรรคหลายคนที่ออกจากพรรคเพื่อไทยไปร่วมพรรคการเมืองอื่นให้กลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน เพื่อให้มาช่วยกันพัฒนาพรรคเพื่อไทยให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของประชาชนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามนายจาตุรนต์ยังคงแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะมีแนวโน้มสูงที่นายจาตุรนต์จะเดินหน้าตั้งพรรคใหม่ แม้ไม่ได้เป็นพรรคใหญ่แต่สามารถทำอะไรได้อิสระ

    “เจ๊หน่อย” เดินสายลงพื้นที่ต่อ

    ทางด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แม้จะลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่ก็ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชนเช่นเดิม โดยวันเดียวกันนี้ (27 ก.ย.) คุณหญิงสุดารัตน์นำทีมลงพื้นที่ชุมชน 8 หลังตลาดใหม่ดอนเมือง ให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอัคคีภัยรวม 53 ครอบครัว มีนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์รับฟังความทุกข์จากผู้เดือดร้อนอย่างใกล้ชิดทุกครอบครัว เข้าสวมกอดให้กำลังใจผู้ประสบภัย และเดินดูซากบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า อยากให้กำลังใจกับทุกคนเข้มแข็ง เดินหน้าสู้ชีวิตต่อไป จะช่วยเจรจากับกรมธนารักษ์ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อผลักดันอนุญาตให้ผู้ประสบภัยเข้าใช้พื้นที่เพื่อปลูกบ้านพักอาศัย รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหางบประมาณมาช่วยเหลือ เป็นการบรรเทาความทุกข์ให้ประชาชน เข้าใจว่าทุกคนก็อยากจะอยู่ที่อาศัยเดิมของตัวเอง

    “โรม” เชื่อไม่กระทบงานฝ่ายค้าน

    ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้หลุดจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน อาจกระทบต่อการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ถือเป็นการจัดการภายในของพรรคเพื่อไทย ที่พรรคก้าวไกลต้องเคารพ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบการทำงานระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนจุดยืนด้วยนั้น เชื่อว่ายังไม่ไปไกลถึงขนาดนั้น การเปลี่ยนจุดยืนเป็นฝ่ายตรงข้าม ประชาชนที่เลือกมาคงยอมไม่ได้ และไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ จะเข้ามาคุมทัพเพื่อไทยด้วยตัวเอง ยังเชื่อมต่อการทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับคุณหญิงพจมาน แต่เชื่อว่าภาพรวมการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะ เรื่องรัฐธรรมนูญ รวมถึงที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่มีอะไรมากระทบ ยังมองโลกในแง่ดีว่าไม่มีผลกระทบอะไรต่อพวกเรา คิดว่าเรายังมองปลายทางเดียวกัน

    รัฐบาลแห่งชาติแค่โยนหินถาม

    เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสความเป็นไปได้ของรัฐบาลแห่งชาติ นายรังสิมันต์ตอบว่า เรื่องนี้มีการโยนหินถามทางกันมาเรื่อยๆ เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมอ่อนไหวกับความขัดแย้ง กับการเห็นภาพคนทะเลาะกัน แต่ในความเป็นจริง เราต้องมองว่านี่คือกระบวนการปกติ แต่จะนำไปสู่รัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ มองว่าเราคงคิดไปไกล ที่ผ่านมา ก็พูดกันหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เกิดสักที คิดว่าโอกาสที่จะเป็นรัฐบาลแห่งชาติไม่ใช่เรื่องง่าย จุดยืนหลายเรื่องเห็นไม่ตรงกัน ถ้าเป็นรัฐบาลแห่งชาติที่เคารพสิทธิมนุษยชน เคารพหลักการความเท่าเทียมกันของมนุษย์ เราจะไม่ยอมให้เกิดรัฐประหารต่อไป และเรียกร้องการปฏิรูปกองทัพ คำถามคือพรรค การเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์ หรือมีแนวคิดแบบนั้นจะยอมหรือไม่ เช่นเดียวกัน ถ้ารัฐบาลแห่งชาติไม่เอาประเด็นเหล่านั้นมาพูดคุยกัน จะเกิดคำถามอีกว่าฝ่ายค้านจะยอมได้หรือเปล่า ยังนึกไม่ออกว่าจะมีจุดร่วมกันตรงไหนที่จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลแห่งชาติได้ ยังเชื่อว่าเป็นแค่ข่าวลือที่ปล่อยออกมาเป็นระยะเท่านั้น ต้องติดตามต่อไป

    โหร คมช.เห็นภาพ รบ.แห่งชาติ

    นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายาโหรคมช. กล่าวยืนยันคำทำนายสถานการณ์ทางการเมืองว่า ที่เคยให้สัมภาษณ์มาตั้งแต่ต้นปีจนถึงบัดนี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง ภาพการชุมนุมต่างๆจะเกิดขึ้นเป็นเพียงไฟไหม้ฟาง การชุมนุมเดือน ต.ค.ไม่มีอะไรน่าห่วง เกิดจากนักการเมืองไม่ได้ดั่งใจ บางคนบางกลุ่มที่คอยแสวงหาประโยชน์แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง คนเหล่านี้ถอยหมดไป จากนี้ขอให้รอดูจะเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแน่นอน อย่างที่เคยบอกกลุ่มที่เคยอยู่ตรงข้ามจะมาร่วมกันขับเคลื่อน เพราะเริ่มรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำมาสร้างความเดือดร้อน จะหันมารวมตัวคล้ายๆรัฐบาลแห่งชาติ ขอยืนยันตั้งแต่เดือน ต.ค.ไม่เกินสิ้นปีนี้ จะเกิดการรวมตัวขึ้น จะมีการจับมือกันคล้ายกับรัฐบาลแห่งชาติ จะเกิดภาพปรากฏชัด หลายคนในพรรคเพื่อไทยจะมาร่วมมือ หรือพรรคอื่นที่เคยอยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาล จะมาร่วมกัน ให้รอดูข่าวจากทีมพรรคร่วมรัฐบาลจะเกิดการพูดคุยกันของกลุ่มพรรคการเมืองต่างๆ ภาพจะปรากฏชัด จะมีการประกาศเปิดตัวจับมือกัน อาจเกิดไล่เลี่ยกับการได้ รมว.คลังคนใหม่

    “อันวาร์” ฉะ รบ.พลิ้วจนวุ่นวาย

    ขณะที่นายอันวาร์ สาเเละ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมรัฐสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ จำนวน 6 ฉบับ ว่า ความวุ่นวายเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ส่วนหนึ่งเกิดจากฝ่ายรัฐบาลที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา แต่กลับพลิกพลิ้วไปตั้งคณะ กมธ.ขึ้นมาศึกษาก่อนรับหลักการ จนเกิดวิกฤติในรัฐสภา ภาพลักษณ์รัฐสภาที่ถูกกล่าวหาว่าถูกครอบงำยิ่งชัดเจนขึ้น ที่นายกฯออกมาแก้ตัวว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังชี้นํา ส.ว. เพราะรู้ดีว่า ส.ว. 250 คน ต้องตกเป็นเป้า สังคมยังคงเชื่อว่า ส.ว.ต้องทําตามคําสั่งของนายกฯ แต่ ส.ว.บางส่วนอภิปรายปกป้องตัวเอง คำถามคือเมื่อท่านลุกขึ้นแสดงเหตุผลคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเรียกร้อง ท่านทําไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือของตัวเอง คุ้มค่ากับเงินเดือนที่รัฐต้องจ่ายให้ไปปีละกว่า 300 ล้านบาทหรือไม่ ควรต้องตอบสังคมหรือไม่

    จี้นายกฯอย่าลอยตัวสั่งลุยเลย

    นายอันวาร์กล่าวอีกว่า ได้อธิบายประเด็นนี้กับพี่น้องชาวใต้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามาตั้งแต่การร่าง และการทําประชามติที่ห้ามคนเห็นต่างแสดงความเห็น แต่ยังมีคนบางคนกล่าวชื่นชมว่าผ่านประชามติมาแล้วอย่างไม่รู้สึกละอายใจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหามากนายกฯก็รู้ จึงบรรจุไว้ในวาระเร่งด่วนข้อที่ 12 ตอนจัดตั้งรัฐบาล มั่นใจว่าปัญหาความวุ่นวายทั้งในและนอกสภา นายกฯแก้ไขได้ด้วยตนเองหากท่านเป็นตัวของท่านเอง โดยการออกมาประกาศให้เป็นสัญญาประชาคมว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในประเด็นใด อย่างไรบ้างต้องเลิกพูดว่าเรื่องทั้งหมดต้องว่ากันตามกฎหมาย เป็นเรื่องของสภา สังคมฟังเรื่องทํานองนี้มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เริ่มไม่เชื่อ และล่าสุดเห็นได้ชัดเจนเรื่องการจัดซื้อเรือดํานํ้า พอนายกฯเอ่ยปากกองทัพเรือก็ถอย

    ญาติวีรชนฯซัด “บิ๊กตู่” หักหลัง ปชช.

    นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวว่า เมื่อเห็นการคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่สนใจเสียงเรียกร้องของประชาชนที่เสนอแนะด้วยความหวังดีถึงทางออกจากความขัดแย้ง ถือเป็นการสมคบคิดกันล่วงหน้าของรัฐบาลกับ ส.ว. นอกจากแสดงถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นข้อพิสูจน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำผิดสัญญาหักหลังประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า หักหลังพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันอย่างไร้มารยาท ตั้งแต่เก็บรายงานการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไว้ในลิ้นชัก ซื้อเวลาปฏิรูปประเทศถึง 20 ปี โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ ตั้งกรรมการมาหลายชุดสุดท้ายเชื่อว่าไม่ต้องการปฏิรูปแน่นอน เกรงว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภา’35 ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ถอดชนวนความรุนแรงทางการเมืองด้วยการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แล้วร่วมกันผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ให้ได้รัฐบาลที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เชื่อว่าแนวทาง นี้จะนำพาประเทศชาติออกจากวิกฤติประเทศในทุกด้านได้

    เร้าประชาชนรวมใจคว่ำรัฐบาล

    นายอดุลย์กล่าวว่า ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจสาหัส พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีเครดิตหลงเหลืออยู่ จึงไม่มีใครอยากร่วมทีมเศรษฐกิจด้วย ดังนั้นทุกอย่างต้องจบลงโดยเร็ว ยิ่งยืดเยื้อประเทศชาติยิ่งเสียหายประชาชนยิ่งลำบาก และ พล.อ.ประยุทธ์ยังล้มเหลวในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เคารพของราษฎร ใช้กฎหมายเล่นงานคนเห็นต่าง ทำให้คนรุ่นใหม่ลืมพระเมตตา ถือเป็นความผิดที่ไม่สามารถอภัยให้ได้ ในเมื่อไม่แคร์ต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน ก็จำเป็นที่คนรุ่นใหม่ที่ไม่เห็นแสงสว่างและอนาคตข้างหน้า ต้องรวมตัวออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยไว และขอเรียกร้องประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกับกลุ่มนักศึกษาประชาชน ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ต้องไม่จาบจ้วงสถาบันเด็ดขาด ขอให้เคลื่อนไหวด้วยสติปัญญา ยึดแนวทางสันติวิธีอย่างแท้จริง จะทำให้มีพลังเอาชนะเผด็จการได้

    “โคทม” หนุนร่างฯป้องกันอุ้มหาย

    เมื่อเวลา 09.30 น.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนา “รัฐสภากับการพัฒนาระบบกฎหมายอำนวยความยุติธรรมและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน” มีนายโคทม อารียา ที่ปรึกษา กมธ.กฎหมาย บรรยายพิเศษเรื่อง “คณะกรรมาธิการ การกฎหมายฯ กับความหวังในการอำนวยความยุติธรรม และพิทักษ์สิทธิมนุษยชน” ว่า เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่เสนอโดยภาคประชาสังคม และขับเคลื่อนเข้าสู่สภาฯ หากออกมาจะเป็นประโยชน์มากในการป้องกันการทรมานทำให้สูญหาย อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมผลักดันกฎหมายที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม

    ลั่นต้องไม่มีการนิรโทษกรรม

    จากนั้นเป็นการเสวนาหัวข้อ “ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหายความก้าวหน้าครั้งใหม่ของสิทธิมนุษยชนไทย” มีนางสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ถูกบังคับให้สูญหาย นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา นางอังคณากล่าวว่า ขอย้ำว่าการอุ้มหายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ มีการวางแผนมาล่วงหน้าเป็นกระบวนการ เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ต้องเป็นคดีอาญา ไม่ควรมีการนิรโทษกรรม และต้องไม่มีอายุความ เข้าใจว่า ส.ว. หรือรัฐบาลบางคน กังวลกับกฎหมายที่ไม่มีอายุความ กังวลว่าจะสาวมาถึงตัวเองหรือไม่

    โวยอุ้มแต่ฟากตรงข้ามรัฐบาล

    นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า เราต้องร่วมกันผลักดันกฎหมายป้องกันการทรมาน และอุ้มหายออกมาให้ได้ เพราะไม่มั่นใจว่าต่อให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี กฎหมายนี้จะได้รับการพิจารณาเมื่อไหร่ ทางแก้ไขคือ ส.ส.ต้องเข้าชื่อขอเลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน คิดว่าการพิจารณาของสภาฯไม่น่ามีปัญหา แต่ที่น่ากังวลคือชั้นของ ส.ว. เข้าใจว่าอาจมี ส.ว.หลายคนมีส่วนได้เสียกับการป้องกันการอุ้มหาย และซ้อมทรมานหรือไม่ ถ้าเราอยู่ข้างรัฐบาลคงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกอุ้มหาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อยู่ตรงข้าม สิ่งที่กังวลคือเมื่อไหร่เราจะเป็นรายต่อไปที่จะถูกอุ้มหาย กฎหมายป้องกันการอุ้มหายไม่ใช่การเยียวยาคนไม่กี่คน แต่คือการสร้างความปลอดภัยให้คนทั้งประเทศ

    “พี่สาววันเฉลิม” หวั่น นศ.เสี่ยงสูง

    นางสาวสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากที่นายวันเฉลิมถูกอุ้มหายไป ทางญาติต่อสู้มาตลอด อีก 8 วันจะครบ 4 เดือน ที่ผ่านมามีการไปยื่นหนังสือต่อหน่วยงานต่างๆของรัฐ แต่ไม่ได้รับคำตอบ รัฐบาลเพิกเฉยมาก ครอบครัวลำบากเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในไทย เราไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ แต่ต้นเหตุการณ์ลี้ภัยของนายวันเฉลิม เพราะมีการแสดงความเห็นแตกต่างทางการเมืองไทย และอีก 9 รายที่หายไปยังไม่รู้ชะตากรรม วันนี้มีเด็กนักเรียน นักศึกษาออกมาขึ้นเวทีแสดงความเห็นทางการเมือง กำลังถูกคุกคามรายวัน เป็นนักเรียนก็ไม่เว้นเสี่ยงต่อการถูกอุ้มหาย จึงขอให้การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้สำเร็จ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อุ้มหายขึ้นอีก

    กังวลร่างแก้ รธน.ไอลอว์ถูกตีตก

    ต่อมาเวลา 13.10 น. เป็นการสัมมนาเรื่อง “รัฐสภากับการพัฒนาระบบกฎหมายอำนวยความยุติธรรมและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน” นายรังสิมันต์ โรม โฆษก กมธ.กฎหมายฯ กล่าวบรรยายพิเศษ “พรรคการเมืองกับการแก้รัฐธรรมนูญ” ว่า จากเหตุการณ์วันที่ 23-24 ก.ย. ทำให้เห็นว่ากุญแจการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ที่ ส.ว. แต่ ส.ว.ชุดนี้มีเจ้าของ ถ้าจะสั่งการให้กดปุ่มอะไรต้องไปสื่อสารกับเจ้าของ ส.ว. จนมีคนคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะทำได้วิธีเดียวคือการรัฐประหาร ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนนำโดยไอลอว์ ที่รวบรวมรายชื่อประชาชน ได้กว่าแสนรายชื่อ มีสิ่งที่ยังกังวลใจคือถ้าร่างนี้เข้าสู่การประชุมสมัยหน้า แล้วนำไปประกบกับร่างของฝ่ายค้าน หากไปประกบแล้ว ส.ว.ไม่เห็นด้วยแสนกว่าชื่อที่เสนอกฎหมายก็อาจตกไปด้วย ที่ทำมาก็เสียเปล่า เราต้องจับตาและดูการบรรจุร่างของประธานสภาฯ สิ่งสำคัญจากนี้คือเราจะจัดการอย่างไรกับ ส.ว.ที่มาจาก คสช.

    ก้าวไกลไม่ให้ ส.ว.อยู่ครบวาระ

    จากนั้นเป็นการสัมมนาหัวข้อ “รัฐสภากับการพัฒนาระบบกฎหมายอำนวยความยุติธรรมและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน” โดยมีการเสวนาย่อยเรื่อง “บทบาทของรัฐสภาในการแก้รัฐธรรมนูญ” นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย. กรณีการตั้ง กมธ.มาศึกษาก่อนโหวตรับหลักการ ไม่มีใครรู้มาก่อน แม้แต่ในการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย ทั้งนี้ยังไม่รู้ว่าการโหวตครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร คือไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของการตั้ง กมธ.ชุดนี้ตั้งมาเพื่ออะไร บางกระแสข่าวบอกว่า ส.ว.ต้องการจะต่อรองอะไรบางอย่าง เช่น ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ แต่ให้ ส.ว.อยู่ครบวาระ 5 ปี คิดว่า ไม่สามารถไปตกปากรับคำได้

    “ช่อ” ลั่นไม่ใช่แค่ทหารปฏิวัติได้

    น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวว่า กลางปี 2561 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้า พรรคอนาคตใหม่ พูดชัดว่ารัฐธรรมนูญไม่ต้องแก้ไข แต่ฉีกทิ้งเลย กระทั่งวันนี้ประชาชนออกมาเดินตามท้องถนน เราไม่ใช่แค่เฝ้ามองแต่สนับสนุนและเดินไปด้วยกัน เมื่อวันที่ 23-24 ก.ย. สิ่งหนึ่งที่ได้ฟังเป็นเรื่องสะเทือนใจที่ประชาชนไม่ควรยอม คือคำพูดของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ระบุว่า “พวกเราทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว ไม่ต้องหวั่นไหวกับเสียงภายนอก” เมื่อท่านบอกว่าอย่าหวั่นไหวจากเสียงของคนที่เลือกพวกท่านมา แล้วอย่างนี้รัฐสภาจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร สิ่งที่อันตรายมากกว่าคือสุดท้ายประเทศนี้ประชาธิปไตยไม่สามารถได้มาด้วยกระบวนการในระบบ การเปลี่ยนแปลง 13 ครั้งที่ผ่านมา เป็นการรัฐประหาร อย่าคิดว่าที่ทำให้เปลี่ยนได้มีแต่ทหาร ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถามตัวเองดูว่าพร้อมหรือไม่

    ไอลอว์ขอแสงไฟส่องไปที่ “ชวน”

    นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนยังไม่ตก แต่จะถูกบรรจุเมื่อไหร่ อย่างไร ไม่รู้ ขึ้นอยู่กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ หากเห็นว่ารัฐธรรมนูญต้องแก้ไข ประชาชนเสนอมาแล้วก็สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญเลยได้ หรือถ้าไม่กระตือรือร้นจะเปิดหลัง พ.ย.ก็ได้ ขอให้สปอตไลต์ทุกดวงส่องไปที่นายชวน เมื่อวันที่ 24 ก.ย.เราได้เห็น ส.ว.เสียงแตกเป็นครั้งแรก เห็นพรรคฝ่ายรัฐบาลโหวตให้แก้ฯ แม้แต่พรรคภูมิใจไทยตอนแรกโหวตเห็นด้วยกับรัฐบาล แต่ก็ออกมาขอโทษประชาชนในภายหลัง การโหวตครั้งหน้ามีความเป็นไปได้ที่จะโดดเดี่ยวรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ

    นศ.แม่ฟ้าหลวงบี้โละ ก.ม.ล้าสมัย

    เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ห้องประชุมประดู่แดงอาคารพลเอกสำเภา ชูศรี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นักศึกษาที่ใช้ชื่อกลุ่ม “ผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ม.แม่ฟ้าหลวง” จัดสัมมนาหัวข้อ “มฟล.ไม่ขอเผด็จการ” มีนักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ขึ้นอภิปรายเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาที่ล้าหลัง แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 ปกป้องสิทธิเสรีภาพคุ้มครองสตรี สามารถตัดสินใจในการทำแท้งได้อย่างอิสรภาพถูกกฎหมาย และให้แก้ไข พ.ร.บ.สุรา 2551 เปิดให้ประชาชนผลิตจำหน่ายสุราได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างอิสระเสรี ไม่ผูกขาดที่นายทุนใหญ่เท่านั้น รวมถึงเรียกร้องให้ ม.แม่ฟ้าหลวง ยกเลิกรายวิชา MFU 333 ที่บังคับให้นักศึกษาต้องเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเพื่อเก็บคะแนน โดยไม่ผ่านความสมัครใจของนักศึกษา ต่อมาเวลา 18.00 น. ทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงชาติพร้อมชู 3 นิ้วต่อต้านเผด็จการ

    “ตามหาฮาวทู รธน.ประชาชน”

    ที่บริเวณสวนประตูเมือง (สวนเรืองแสง) ริมถนนมิตรภาพ เขตเทศบาลนครขอนแก่น กลุ่มดาวดินสามัญชน ร่วมกับกลุ่มขอนแก่นพอกันที นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) จัดกิจกรรม “ตามหา HowTo สู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” มีประชาชนและนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองกว่า 100 นาย โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจคือการปาสีน้ำใส่รูปนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ อย่างเมามันสนุกสนาน รวมถึงการชู 3 นิ้วในช่วงของการเคารพธงชาติด้วย นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง กลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวว่า เป็นการร่วมจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้กับประชาชน จะไม่ใช่ครั้งแรกจะมีครั้งต่อๆไป ด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กล่าวว่า ช่วงที่จะเดินทางออกจากบ้านมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ สภ.เมืองขอนแก่นกว่า 20 คน มาขอความร่วมมือห้ามนำป้ายหรือสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเข้ามาภายในงาน แต่ตนเองมองว่าเป็นการคุกคามประชาชน

    โพลชี้ถึงเวลาร่วมกันหาทางออก

    วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ทางออนไลน์ จำนวน 1,263 คน กรณี “ระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 91.87 เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องช่วยกันหาทางออกของความขัดแย้ง โดยทางออกคือ รัฐบาลต้องรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงใจ รองลงมาคือไม่ใช้ความรุนแรง ไม่สองมาตรฐาน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ และถอยคนละก้าว โดยผู้ที่จะหาทางออกจากความขัดแย้งได้คือ แกนนำ ตัวแทน ผู้นำกลุ่มต่างๆ รองลงมาคือนายกรัฐมนตรี ภาคประชาชน ภาครัฐ และนักเรียน นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 75.12 มองว่ายังมีความคาดหวังว่าน่าจะหาทางออกสำเร็จ

    ยังหาคนเหมาะนั่งนายกฯไม่ได้

    ขณะที่นิด้าโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 18-23 ก.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,527 คน พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 54.13 ยังหาคนที่เหมาะสมที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ไม่ได้ ร้อยละ 18.64 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 10.57 ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 5.70 ระบุว่าเป็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รองลงมาคือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นายกรณ์ จาติกวณิช นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และส่วนใหญ่ร้อยละ 41.59 ประชาชนไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย มีร้อยละ 19.39 ระบุพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.70 ระบุพรรคก้าวไกล ร้อยละ 12.39 ระบุพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 7.44 ระบุพรรคประชาธิปัตย์

    ส่องชาติมหามิตรแทรกแซงไทย

    สำนักวิจัยซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,069 ตัวอย่าง เรื่อง มหามิตรต่างชาติ กับการแทรกแซงชาติไทย พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 95.6 ระบุถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ แก้ได้บางมาตรา แต่ห้ามแตะต้องล่วงละเมิด หมวด 1 และ 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ มีร้อยละ 4.4 ระบุว่าแก้ไขได้ ทั้งนี้ ร้อยละ 75.1 ระบุว่ามีต่างชาติแทรกแซงการเมืองภายในของไทย เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การชุมนุมม็อบต่างๆ อย่างไรก็ตาม ประเทศที่เป็นมหามิตรกับไทย ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่เข้าถึง เข้าใจวัฒนธรรมไทย จิตใจของคนไทยแท้จริง พบว่าร้อยละ 54.2 ระบุทั้งสองชาติเป็นมหามิตรของไทย ขณะที่ร้อยละ 22.5 ระบุเป็นจีน ร้อยละ 15.6 ระบุสหรัฐอเมริกา เมื่อถามถึงระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ชาติไหนควรเข้ามาทำโครงการสนับสนุนส่งเสริมความ จงรักภักดีของคนไทยทั้งประเทศต่อสถาบันหลักของชาติ พบว่าร้อยละ 52.8 ระบุเป็นทั้งสองประเทศ ร้อยละ 17.7 ระบุว่าสหรัฐฯ ร้อยละ 16.3 ระบุเป็นจีน

    นายกฯจี้จัดการพนันออนไลน์

    อีกเรื่อง นาย โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นห่วงเรื่องการเข้าถึงเว็บไซต์พนันออนไลน์ในปัจจุบัน ที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายและจากหลากหลายช่องทาง เป็นปัญหาต่อสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำกับดูแลการโฆษณาการพนัน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องที่มีเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเข้าถึงการเล่นพนันบนอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ติดตามขอความร่วมมือกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) และผู้ให้บริการมือถือทุกราย ให้เร่งระงับการเข้าถึงเว็บไซต์การพนันออนไลน์ หลังส่งคำสั่งศาลไปแล้ว 982 คำสั่งและเพิ่มเติมอีก 220 เว็บไซต์ ที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.การพนัน หากเลยกำหนดเวลา 15 วัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) และโอเปอเรเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 27 ทันที

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศประยุทธ์ จันทร์โอชารังสิมันต์ โรมรัฐบาลแห่งชาติสุทิน คลังแสงข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 17:39 น.