ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เกมชิงอำนาจ

    ลิขิต จงสกุล27 ก.ย. 2563 05:02 น.
    SHARE

    ยังไม่ “ออกหัว-ออกก้อย” พลิกเกม ซื้อเวลาต่อไป หวังตั้ง หลักไปอีกระยะ ก่อนจะต้องเจอ ศึกใหญ่อีกไม่นาน ประเด็นสำคัญก็คือห้ามแตะเรื่องสถาบัน

    ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เริ่ม ด้วยผลการลงมติร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติของสมาชิกรัฐสภาเมื่อยํ่าคํ่าวันที่ 24 ก.ย.63

    ที่ประชุมรัฐสภา 715 คน...

    เสนอให้ตั้ง กมธ.เพื่อศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับก่อนรับหลักการด้วยมติเห็นด้วย 432 คน ไม่เห็นด้วย 255 คน งดออกเสียง 28 คน ไม่ลง คะแนน 1 คน

    ตั้ง กมธ.จำนวน 45 คน ประกอบด้วย ส.ว. 15 คน ส.ส. 30 คน ปรากฏว่าเพื่อไทยก้าวหน้า-เสรีรวมไทยไม่ส่งคนเข้าร่วม

    แต่ก็คงไม่มีปัญหาเพราะสามารถดำเนินการต่อไปได้ให้เวลา 30 วัน

    เผอิญอยู่ในห้วงที่สภาปิดประชุมสมัยจะไปเปิดอีกทีก็ 1 พ.ย.63 กมธ.จะศึกษากันอย่างไรก็ว่ากันไป

    ครบ 30 วันต้องนำผลการศึกษาเสนอรัฐสภาเพื่อลงมติ “รับ-ไม่รับ” ตามขั้นตอน

    ระหว่างที่มีการพิจารณาเรื่องนี้ปรากฏว่าทั้งในสภาและนอกสภาค่อนข้างจะดุเดือด เพราะข้างในก็อภิปรายกันอย่างเผ็ดร้อน

    “นอกสภา” มีประตูเดียวที่กดดันคือต้องรับหลักการ

    เมื่อผลออกมาอย่างนี้ว่าไปแล้วฝ่ายรัฐบาล-ส.ว.แม้จะยื้อเวลาต่อไปได้ แต่ก็ต้องรับว่ายิ่งจะเป็นตัวเร่งทำให้การเมืองเข้าสู่แดนมิคสัญญีเร็วขึ้น

    เพราะฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลและ ส.ว.ใช้วิธีการ “หักเหลี่ยม” กันซึ่งๆหน้า

    ไม่ใช่แค่นั้นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยต่างก็ไม่เห็นด้วยกับพลังประชารัฐ

    แต่จำเป็นต้องผ่อนคันเร่งไปก่อนโดยประกาศว่าจะลงมติรับหลักการอย่างแน่นอน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้าย

    พูดง่ายๆว่าป่วนกันไปทั้งระบบ

    ที่ต่างความเห็นกัน นอกจากฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยังมีประเด็นที่เห็นแย้งกันอยู่คือจะแก้ไขเป็นรายมาตราหรือทั้งฉบับ

    นั่นจึงทำให้รัฐบาลและ ส.ว.ต้องกลับไปคิดและหาทางออกเพื่อว่าจะเอายังไงกันแน่ให้เกิดความชัดเจน

    หากปล่อยให้มีการยกเลิก ม.256 และตั้ง ส.ส.ร.ที่แม้ว่าน่าจะเป็นทางออกที่ประนีประนอมกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย นั่นหมายความว่า โอกาสที่จะฝ่าข้ามไปถึง “สถาบัน” มีความเป็นไปได้สูง

    เป็นไปได้ว่า รัฐบาล และ ส.ว.จะต้องไปคิดและหาทางแก้เกมผ่านทาง กมธ.ด้วยยอมรับหลักการแต่ไม่ให้ก้าวล่วงไปหมวด 1 และหมวด 2

    เพื่อเป็นหลักประกันและเงื่อนไขที่จะให้มีการแก้ไข

    แน่นอนว่า การชุมนุมใหญ่ที่เกิดขึ้น 2 ครั้งที่ผ่านมานั้น รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

    ว่ากันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะ ผอ.ควบคุมสถานการณ์ดูเหมือนจะโชว์ฝีมือได้อย่าง “เข้าตา”

    อาจจะมีรางวัลสมนาคุณได้รับมอบหมายภารกิจให้ครบเครื่องกว่าเดิม

    แต่ในยกต่อไปที่จะขึ้นเวทีกันอีกครั้ง ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไปนั้น จะต้องคิดและวางแผนให้แยบยลมากกว่าที่

    ผ่านมา

    เนื่องจากต้องเข้าสู่จุดประจัญบาน เพื่อยกระดับการต่อสู้

    โดยเฉพาะการสร้างแนวร่วมในภาคประชาชนให้มากขึ้นและทำลายภาพลักษณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งมีจุดอ่อนอยู่หลายอย่าง

    “คมเฉือนคม”...ด้วยเพลงยุทธ์ในแบบฟันต่อฟัน!!!

    “ลิขิต จงสกุล”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สับรางวันอาทิตย์ลิขิต จงสกุลแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญร่างรัฐธรรมนูญประชุมรัฐสภาข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 14:31 น.