วิป 3 ฝ่ายถกวาระ 6 ญัตติแก้ รธน.ให้สมาชิกขานชื่อลงมติทีเดียว “ชวน” ยันร่างแก้ไข รธน. ภาค ปชช.มาไม่ทันรอเข้าสมัยประชุมหน้า “ไอลอว์” หอบแสนรายชื่อยื่นรื้อ รธน. “ไอติม” อัดกติกาวิปริตห่วงลักไก่ล็อกสเปก ส.ส.ร. “ยิ่งชีพ” กร้าวไม่เอา รธน.โจร หั่นทิ้งนายกฯคนนอก “พิธา” ปลุกอย่าให้ใครปล้นทางออกสุดท้าย “พรเพชร” บอกวิปวุฒิฯฟรีโหวต แต่ 100 ส.ว.ตั้งป้อมต้านแหลก อีก 60 เสียงขึ้นไปโหวตหนุนร่างพรรคร่วม รบ. ส่อคว่ำเรียบร่างฝ่ายค้าน พท.ดักคอ รบ.ต้องตอบ ปชช.ให้ได้ “อนุสรณ์” ซัดทหารแก่ไม่ตาย แต่ทุบ ศก.ตายทั้งเป็น “บิ๊กป้อม” เชื่อม็อบไม่บุกเข้าสภา ฝ่ายความมั่นคงคาดปั่นไม่ขึ้นกว่านี้แล้ว ตร.เชือด 3 กลุ่มม็อบ มธ. “ผู้จัดชุมนุม-คนเชิญชวน-กลุ่มขึ้นปราศรัย” ครม.ไฟเขียววันหยุดยาว 19-22 พ.ย. กับ 10-13 ธ.ค. หวังกระตุ้น ศก. ขรก.ทอดกฐินไปศุกร์กลับจันทร์ไม่เป็นวันลา

จับตาที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณา 6 ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยประธานวิปรัฐบาลระบุว่าเป็นไปได้ยากที่จะผ่านความเห็นชอบทั้งหมด วงหารือวิป 3 ฝ่ายเคาะถกยาว 22 ชั่วโมง ให้สมาชิกขานชื่อลงมติขั้นรับหลักการทีเดียวทั้ง 6 ญัตติ กระแสล่าสุด ส.ว.ยังเสียงแตก แต่มีแนวโน้มจะคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน

“วิรัช” ชี้ 6 ญัตติแก้ รธน.ยากฝ่าด่าน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว. มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อวางกรอบการพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ มีผู้แทน 3 ฝ่ายเข้าร่วม โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวก่อนหารือว่า ยากที่ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะได้รับความเห็นชอบทั้ง 6 ญัตติ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 84 เสียง มีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นชอบ แต่คาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะเห็นด้วยกับญัตติแก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันไม่มีการส่งสัญญาณจากรัฐบาล ส่วนฝ่ายค้านเสนอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเร่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้น ต้องพิจารณากันอีกครั้ง เชื่อว่าไม่น่าจะมีการเร่งรัด ควรให้สภาฯหยุดพักช่วงปิดสมัยประชุมบ้าง หลังทำหน้าที่มาตลอด 4 เดือน วันที่ 1 พ.ย.จะเปิดประชุมสมัยสามัญปกติแล้ว

“สุทิน” ไม่เสียเวลางอนง้อเสียง ส.ว.

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าไม่จำเป็นต้องไปพูดคุยอะไรมากกับ ส.ว.เพื่อให้รับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 23-24 ก.ย. แก้รัฐธรรมนูญต้องแก้เพื่อสังคม ไม่ใช่แก้แล้ว ส.ส.จะได้หรือ ส.ว.จะเสีย ไม่ต้องไปเสียเวลางอนง้ออะไรมากมาย ไม่สามารถประเมินได้ว่าญัตติทั้ง 6 ฉบับจะผ่านความเห็นชอบในขั้นรับหลักการทั้งหมดเลยหรือไม่ หากญัตติใดไม่ผ่านก็ยื่นอีกสมัยประชุมหน้า หลังจบขั้นรับหลักการแล้วฝ่ายค้านจะยื่นขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญทันที แต่ต้องดูอีกทีว่าสภาฯจะให้คณะกรรมาธิการฯพิจารณากี่วัน ถ้า 60 วันไม่ต้องเปิดสมัยวิสามัญ แต่ถ้าพิจารณา 14-15 วัน ควรเปิดสมัยวิสามัญให้ขานชื่อลงมติทีเดียว 6 ญัตติ

ต่อมาเวลา 11.20 น. นายสุทินเปิดเผยผลการประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า ได้แบ่งเวลาอภิปรายให้ ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา เท่ากันฝ่ายละ 7 ชั่วโมง 20 นาที จะให้พิจารณารวมทั้ง 6 ญัตติไปพร้อมกันจนจบ จากนั้นให้ลงมติโดยการขานชื่อรายบุคคล แต่ละคนจะขานทีเดียวว่าจะรับหรือไม่รับญัตติทั้ง 6 ฉบับ เพื่อประหยัดเวลา วันที่ 23 ก.ย. เริ่มเวลา 09.30 น. เลิกเวลา 01.30 น. วันที่ 24 ก.ย. ต้องยุติการอภิปรายในเวลา 18.00 น. เพื่อเข้าสู่การลงมติขานชื่อรายบุคคลที่จะใช้เวลานาน ส่วนข้อกังวลเรื่องการตีรวนประท้วง อาจทำให้ไม่สามารถยุติการอภิปรายได้ทันในเวลา 18.00 น. วันที่ 24 ก.ย. หากฝ่ายใดประท้วงหรือตีรวนให้หักเวลาของฝ่ายนั้น

คาดลงมติใช้เวลาลากยาว 4 ชม.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า หลังอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติจบเวลา 18.00 น. วันที่ 24 ก.ย. จะเข้าสู่ขั้นตอนลงมติใช้วิธีขานชื่อรายบุคคล แต่ละคนจะกล่าวครั้งเดียวว่าจะลงมติรับหรือไม่รับทั้ง 6 ญัตติ คาดว่าจะใช้เวลาลงมตินานถึง 3-4 ชั่วโมง ถ้ารับหลักการวาระแรกจะตั้งคณะ กมธ.วิสามัญฯมาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 จำนวน 45 คน ได้แก่ ส.ว. 15 คน พรรคพลังประชารัฐ 8 คน พรรคเพื่อไทย 8 คน พรรคภูมิใจไทย 4 คน พรรคก้าวไกล 3 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน และพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคเศรษฐกิจใหม่ อย่างละ 1 คนญัตติร่าง ปชช.รอเข้าสมัยประชุมถัดไป นายชวนกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีไอลอว์จะมายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภา ที่รวบรวมจากรายชื่อประชาชน 50,000 รายชื่อ วันที่ 22 ก.ย. ไม่สามารถบรรจุเข้าญัตติเข้าพิจารณาได้ทันวันที่ 23 ก.ย.เพราะต้องตรวจสอบความถูกต้อง 5 หมื่นรายชื่อก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ คาดว่าจะนำเข้าสู่วาระได้ในการประชุมสภาสมัยถัดไป

“ไอลอว์” บุกสภายื่นแสนชื่อรื้อ รธน.

เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอว์ เดินเท้ามาจากสถานีรถไฟฟ้า MRT เตาปูน มายังรัฐสภา เพื่อนำรายชื่อประชาชนกว่าแสนรายชื่อ ส่งให้รัฐสภาเพื่อยืนยันเจตจำนงของประชาชน ในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยมีการตั้งเวทีปราศรัยประกาศเจตนารมณ์ของภาคประชาชน ที่รัฐสภาต้องพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็น 1.ที่มาของนายกรัฐมนตรี ต้อง ส.ส.เท่านั้น 2.ที่มาของ ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 3.เปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระเพื่อให้มีการสรรหาใหม่ 4.เปลี่ยนวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น โดยใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของทั้งสองสภาให้ความเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 5.ในส่วนของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสนอให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 200 คนที่มาจากการเลือกตั้ง

ตะโกนลั่นไม่แก้ รธน. “บิ๊กตู่” ออกไป

ต่อมาเวลา 14.00 น. กลุ่มไอลอว์เดินเท้ามาถึงหน้ารัฐสภา โดยประชาชน นักเรียน นักศึกษาร่วมตะโกนโห่ร้องไชโย 3 ครั้ง ขณะที่แกนนำประกาศผ่านรถเครื่องขยายเสียง เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่แก้รัฐบาลต้องลาออก พร้อมนำผู้ชุมนุมตะโกนก้องว่า รัฐธรรมนูญต้องแก้ถ้าไม่แก้ออกไป ถ้าลักไก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมออกไป และเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มารับเสียงประชาชน นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไปพิจารณา ในวันที่ 23 ก.ย. หรือ 24 ก.ย.ไม่เอาสมัยประชุมหน้า รัฐธรรมนูญต้องแก้ถ้าไม่แก้ออกไป โดยมีนักการเมืองมาสังเกตการณ์หน้าอาคารรัฐสภา อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย โดยมาตรการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาได้ปิดประตูเข้า-ออกรัฐสภา ถนนสามเสนพร้อมกำลังตำรวจ สน.บางโพ มาคอยดูความเรียบร้อยนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่หน้ารัฐสภา

“ไอติม” อัด รธน.วิปริตห่วงล็อกสเปก สสร.

จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่หน้ารัฐสภามีการปราศรัยบนเวทีชั่วคราวหน้ารัฐสภา ผู้ร่วมปราศรัย อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตัวเเทนไอลอว์ น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ และนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี คณะประชาชนปลดแอก นายพริษฐ์กล่าวว่า ปัญหาคือรัฐธรรมนูญ 60 มีที่มาร่างโดยคณะรัฐประหาร กระบวนการประชามติจากบรรยากาศจำใจเลือก ไม่เสรีเป็นธรรม ห่างเหินประชาธิปไตยสากล ล้าหลัง เป็นห่วงว่าจะเกิดปรากฏการณ์ลักไก่ ส.ส.ร.ล็อกสเปก อีกทั้งรัฐธรรมนูญมีความวิปริตมากมาย อาทิ อำนาจของ ส.ว.ที่ให้เลือกนายกฯได้ ส.ว. 1 คน มีอำนาจมากกว่าประชาชน 2 ล้านเท่า แถมกรรมการสรรหา ส.ว.ยัง แต่งตั้งตัวเอง แต่งตั้งพี่น้องตัวเองเป็น ส.ว. แต่อย่าเพิ่งดีใจขอเชิญชวนประชาชนทุกคนให้จับตาดีๆในการพิจารณาวันที่ 23-24 ก.ย. จะมีประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญจุดไหน จะถูกลักไก่ไม่ให้แก้ไขหรือไม่

ไม่เอา รธน.โจรจี้หั่นนายกฯคนนอก

นายยิ่งชีพกล่าวว่า ขอขอบคุณ 100,732 ชื่อ ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ถ้าคนในรัฐสภาทราบแล้วยังไม่ฟัง ยังเอาเรื่องเทคนิคมาขัดขวางประชาชน จะถือเป็นความผิดของเขา ข้อเสนอแก้ไขของพรรคการเมือง ยังขาดสาระสำคัญ เราเสนอให้ยกเลิก ส.ว.ทั้ง 250 คน ต้องยกเลิกช่องทางนายกฯ คนนอก เป็นต้น ข้อเสนอเหล่านี้ไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอ ขณะที่ น.ส.จีรนุชกล่าวว่า ตลอด 43 วัน เราได้รายชื่อประชาชนกว่าแสนรายชื่อ กติการัฐธรรมนูญ 2560 เรียกว่ากติกาโจรเราไม่เอา จึงอยากให้ ส.ส.รับฟังเสียงประชาชนเครือข่ายของเราจะร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน จะติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ถึงบ้าน ส.ส.ทุกพื้นที่ทุกเขตเลือกตั้ง ว่าร่างที่ประชาชนเสนอไปคืบหน้าถึงไหนแล้ว

“สมบูรณ์” รับแทน “ชวน” โดนโห่ลั่น

ต่อมานายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ กล่าวว่า ได้เรียนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ แล้วแต่นายชวนติดภารกิจมอบรางวัลข้าราชการดีเด่นจริยธรรม ไม่สามารถเดินทางมารับหนังสือด้วยตนเองได้ ในฐานะตัวแทนจะนำหนังสือรายชื่อให้สำนักเลขาธิการสภาฯ ต่อไป ระหว่างที่นายสมบูรณ์กล่าวถึงนายชวน ผู้ชุมนุมได้ส่งเสียง โห่ฮาป่าด้วยความไม่พอใจเหตุผลติดภารกิจของนายชวน จนไม่เดินทางมารับหนังสือเอง

“พิธา” ชี้อย่าให้ใครปล้นทางออกสุดท้าย

ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 23 ก.ย. จะอภิปรายให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ 60 ไม่ใช่แค่กลไกสืบอำนาจของ คสช.แต่เหนี่ยวรั้งประเทศให้ย้อนไป 40 ปี กลับไปในรัฐธรรมนูญฉบับ 2521 ที่อนุญาตให้ ส.ว.เลือกนายกฯ คือการทวนเข็มนาฬิกาทางการเมือง ส.ส.ร.คือทางออก อย่าให้ใครมาปล้นทางออกสุดท้ายของการเมืองไทย อย่าให้ใครใช้ ส.ส.ร.เพื่อสืบทอดอำนาจเป็นครั้งที่ 2 ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น เพื่อเป็นทางออกให้การเมืองไทย ถือว่าถอนฟืนออกจากกองไฟอย่างแท้จริงที่รัฐสภาจะทำได้ จากนั้นกลุ่มแกนนำกลุ่มไอลอว์ ประกาศยุติการชุมนุมเวลา 15.42 น. พากันชู 3 นิ้วตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” พร้อมประกาศนัดชุมนุมอีกครั้งที่หน้ารัฐสภาวันที่ 24 ก.ย. เวลา 16.00 น. เพื่อติดตามความคืบหน้าและการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป

เซลฟี่ป้ายค่ายทหารโดนล็อกคอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.20 น. บริเวณฟุตปาททางเท้าฝั่งตรงข้ามกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ขณะที่แกนนำกลุ่มไอลอว์ รวมถึงนายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง) ได้เดินผ่านพร้อมกับถ่ายรูปเซลฟี่กับป้ายกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ แต่มีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบไม่ทราบต้นสังกัด เดินข้ามฝั่งมาล็อกตัวหนึ่งในกลุ่มไอลอว์ ทำให้เกิดความไม่พอใจ เข้ารุมล้อมขอดูบัตรประจำตัวทหาร และสอบถามว่าแค่ถ่ายรูปกับป้ายค่ายทหารมีความผิดอะไร

กระทั่งเวลา 16.30 น. นายภาณุพงศ์ได้นำสติกเกอร์หมุดคณะราษฎรไปติดไว้บนป้ายกองพัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ ได้เข้าเจรจานำตัวทหาร 3 นาย ไปสอบปากคำ มีกลุ่มไอลอว์ตามไปแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้น ร.ต.ท.อริยธัช สิงห์โต รอง สว. (สอบสวน) สน.บางโพ ทำการสอบสวนผู้เสียหายเป็นชายในกลุ่มไอลอว์ ที่ถูกทหารนอกเครื่องแบบทั้ง 3 นายล็อกคอ อยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อแจ้งข้อหา

วุฒิสภาให้ ส.ว.ฟรีโหวตลงมติแก้ รธน.

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมลับคณะกรรมการประสานงานกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา วางกรอบการพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ จากนั้นนายพรเพชรให้สัมภาษณ์ว่าที่ประชุมให้สิทธิ์ ส.ว.โหวตอย่างอิสระในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันไม่มีใบสั่งจากฝ่ายใด ส.ว.หลายคนอยากให้การลงมติครั้งนี้ยึดประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ บางคนบอกมีคำตอบในใจแล้ว แต่ไม่บอกกลัวชี้นำ ยอมรับขณะนี้ ส.ว.เห็นต่างเรื่องการลงมติ กลุ่มนิสิตนักศึกษาจะมาชุมนุมหน้ารัฐสภา วันที่ 24 ก.ย. ยอมรับมีความกดดัน แต่ไม่มีผลต่อการลงมติของ ส.ว. เชื่อว่าแต่ละคนมีความคิดของตัวเอง อยากให้ผู้ชุมนุมติดตามการอภิปรายอยู่ที่บ้าน หากไม่เห็นด้วยประเด็นใดแสดงความคิดเห็นมาได้ ทั้งนี้มีการรายงานให้ทราบถึงข้อเสนอจากที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายว่ามีข้อเสนอไม่ให้ลงมติวันที่ 24 ก.ย.ให้ใช้วิธีตั้งคณะ กมธ.ศึกษาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ เพื่อความรอบคอบ 45 วัน และนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯ แต่ ส.ว.ขอฟังเหตุผลก่อนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับแนวทางดังกล่าว แล้วค่อยตัดสินใจ เพราะ 4 ญัตติฝ่ายค้านที่ให้แก้ไขรายมาตรา ส.ว.ยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะเป็นการเสนอมาอย่างเร่งด่วน

100 ส.ว.ต้าน กว่า 60 เสียงยึดร่าง รบ.

ส่วนความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสียง ส.ว.ยังไม่ทิ้งขาดระหว่างฝ่ายต้านและฝ่ายสนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายคัดค้านมีเกือบ 100 เสียง แสดงจุดยืนชัดเจนไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ เพราะไม่มั่นใจว่าจะไม่แก้เนื้อหาเลยเถิดไปถึงหมวด 1 และ 2 ขณะที่กลุ่มสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญมีอยู่ 60 เสียง ส่วนใหญ่เป็น ส.ว.ฐานเสียงภาคอีสาน แม้เสียงน้อยกว่าอีกฝ่าย แต่แนวโน้มมีจำนวนเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยได้เสียงจาก ส.ว.สายทหาร ตำรวจ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เคยสงวนท่าทีก่อนหน้านี้มาสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่กล้าเปิดหน้าแสดงออกเต็มตัว เห็นว่าควรลดกระแสการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาและประชาชน ที่ออกมากดดันและรักษาภาพลักษณ์ ส.ว.ที่ควรฟังข้อเรียกร้องของประชาชน การลงมติของ ส.ว.กลุ่มนี้จะให้ความเห็นชอบเฉพาะญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อใช้เป็นร่างหลักแก้ไข ส่วนเนื้อหาจะแก้ไขอย่างไรให้ไปว่ากันในอนาคต รัฐบาลมั่นใจจะคอนโทรล เนื้อหาแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ ถือเป็นทางออกประนีประนอมดีที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้ ช่วยยื้อเวลาให้รัฐบาลทำงานต่อได้

ตีตกร่างฝ่ายค้าน–แก้รายมาตรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอีก 4 ญัตติ จะไม่ให้ความเห็นชอบ ขณะนี้กำลังรอสัญญาณสุดท้ายจากรัฐบาลยืนยันจะให้โหวตผ่านร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังจากรัฐบาลส่งสัญญาณมาชัดเจนแล้ว คาดว่าจะมีเสียง ส.ว.เกิน 84 เสียง สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง ส.ว.ที่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญจะกลับลำมาสนับสนุนโหวตผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลเช่นกัน

“ไพบูลย์” ฉุนขู่ฟัน ม. 157 เลขาสภาฯ

ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่ากรณีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ระบุญัตติที่ตนยื่นขอให้รัฐสภาตรวจสอบ 4 ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านถูกตีตกไปแล้ว ไม่สบายใจเพราะมีกระบวนการพยายามไม่ให้พิจารณาเรื่องนี้ในรัฐสภา กลับไปตรวจสอบแล้ว พบว่ากฎหมายวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการดำเนินการและปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐสภาได้ ประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้ว หลังฝ่ายค้านยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯ เลขาสภาฯมากล่าวว่าไม่สามารถบรรจุญัตติของตนได้ เพราะมีปัญหาทางกฎหมาย ทำให้ตนเสียหาย ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเข้าข่ายความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157 หากญัตติตนไม่ได้บรรจุเข้าสภาฯ จะฟ้องคดีทุกคนที่เกี่ยวข้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อรักษาความชอบด้วยกฎหมายต่อไป

ซัดทหารแก่ไม่ตายแต่ทำ ศก.ตาย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยข้อมูลไทยเหลื่อมล้ำพุ่งรอบ 10 ปี รวยจนห่างกันสูงสุด 20 เท่าว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นึกออกหรือยังว่าจะแก้ไขอย่างไร หรือจะโยนความผิดไปให้รัฐบาลก่อนตามถนัด รายงานพบคนจนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 60 หนีไม่ออกยิ่งอยู่ยาวคนยิ่งแห่รับบัตรคนจนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจไทยหลังโควิดจะเจอภาวะ 3 สูง 3 ต่ำ 3 สูง คือ อัตราว่างงานสูง หนี้สาธารณะสูง หนี้ภาคเอกชนสูง ส่วน 3 ต่ำ คือเศรษฐกิจเติบโตต่ำ เงินเฟ้อต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ วิกฤติเศรษฐกิจ 6-7 ปีทำให้คนไทยเห็นว่าประเทศไทยไม่ใช่ใครก็ได้มาเป็นผู้นำ จะฝากอนาคตไว้กับทหารเกษียณที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์จริงๆหรือทหารแก่ไม่มีวันตาย แต่ทหารแก่กำลังทำลายเศรษฐกิจไทยให้ตายทั้งเป็นหรือไม่

ส.ส.แห่ทำบุญบุพการี “เจ๊หน่อย”

ที่บ้านย่านลาดปลาเค้า ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย บรรดาแกนนำ ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยกว่า 80 คน อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายโภคิน พลกุล อดีตรองนายกฯ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผอ.พรรค นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระ 9 รูป อุทิศส่วนกุศลให้นายสมพลและนางเรณู เกยุราพันธุ์ บิดามารดาคุณหญิงสุดารัตน์ หลังเสร็จพิธี ส.ส.และสมาชิกพรรคที่มาร่วมงาน ได้ร่วมรับประทานอาหาร โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ส.ส.ทุกคนยังทำงานด้วยความเข้มแข็งมุ่งมั่น เป็นเอกภาพ ตั้งใจรับใช้พี่น้องประชาชนทั้งในและนอกสภาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกระแสข่าวว่า ส.ส. อีสานเพื่อไทย จะไม่เข้าประชุมพรรค 1 สัปดาห์ประท้วงการบริหารงานของคณะผู้บริหารพรรค ความไม่พอใจดังกล่าวมีมาเป็นระยะ โดยเฉพาะการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคและที่ปรึกษามักเดินงานการเมืองตามพรรคการเมืองใหม่ที่โหนกระแสวูบวาบ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ มีประสบการณ์ควรรอบคอบ เป็นหลักไม่โอนเอนตามกระแสที่สุ่มเสี่ยงเสียหาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ติดใจที่คำนึงถึงดุลอำนาจของภาคส่วนต่างๆอย่างรอบคอบ ไม่หวั่นไหวตามกระแสถูกต้องแล้ว

นายกฯขอทุกคนร่วมฟันฝ่าวิกฤติ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นำคณะเข้าพบนายกฯ ประชาสัมพันธ์จัดงานมหกรรม JOB EXPO THAILAND 2020 จะจัดขึ้นวันที่ 26-28 ก.ย. ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อส่งเสริมการจ้างงานให้แก่นิสิต นักศึกษาจบใหม่ และประชาชนมีงานทำ จากนั้นนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นายสมเพชร สร้อยสระคู รอง ผวจ.ยโสธร นำนายกฯชมกิจกรรมงาน “สีสันวัฒนธรรม มหกรรมวิถีอีสาน สู่การท่องเที่ยวยโสธร” ประจำปีงบฯ 63 สืบสานงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น จ.ยโสธร มีศิลปินรุ่นเยาว์แสดง “พิณ” พร้อมให้กำลังใจ “ลุงประยุทธ์ สู้ๆ”ขณะที่นายกฯกล่าวว่า วันนี้มีการรวมตัวกันของคนหลายรุ่น ส่งต่ออัตลักษณ์วัฒนธรรมของไทย ด้วยความรักความสามัคคีของทุกคนในชาติจะช่วยให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าไปได้ ตอนนี้บ้านเมืองประสบกับปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะโควิด-19 ทุกคนต้องระวัง ช่วยกันตักเตือน ช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้

3 รมต.พปชร.หารือ “ประวิตร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม. รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐได้ทยอยเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ทั้งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ผู้สื่อข่าวพยายามถาม พล.อ.ประวิตรมีการหารือเรื่องการปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรส่ายหน้าพร้อมตอบว่า “ก็มาปกติ” ด้านนายสันติกล่าวว่า มาพบ พล.อ.ประวิตรปกติทุกวันอังคารก่อนการประชุม ครม.อยู่แล้ว ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นการมาพบพูดคุยกันตามปกติ ไม่มีการหารือเรื่องการปรับตำแหน่งรัฐมนตรี

เชื่อม็อบปลดแอกไม่บุกเข้าสภาฯ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมปลดแอกจะไปชุมนุมที่รัฐสภาวันที่ 24 ก.ย.ว่า ไม่เป็นอะไร สภาฯเตรียมความพร้อมรับอยู่แล้ว ในส่วนฝ่ายความมั่นคงดูให้เกิดความสงบเรียบร้อยเท่านั้น จะไปทำอะไร จะไปดูอะไร และเขาก็ไม่บุกอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมปักหมุดที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำไม เขาปักไปแล้ว แล้วจะเอาอะไร เมื่อถามต่อว่า ประเมินสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. น่าเป็นห่วงในอนาคตหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็เป็นห่วงทุกครั้ง เราห่วงลูกหลานเราด้วย ข้อสำคัญคือคนสนับสนุน เมื่อถามว่าได้ตัวคนสนับสนุนแล้วหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ยังไม่รู้” พร้อมย้อนถามสื่อว่า “คุณรู้หรือไม่” เมื่อถามอีกว่าตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชุมนุมได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนตอบสื่อว่า “คุณตรวจสอบให้ผมหน่อย”

นายกฯปัดไม่มีสั่งการพิเศษ

ต่อมาเมื่อเวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม. ถึงการชุมนุมวันที่ 24 ก.ย.ที่หน้ารัฐสภาว่า ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับการชุมนุมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่างๆ ไม่อยากให้เป็นความขัดแย้งกันต่อไปอีก รัฐบาลไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร พยายามให้เจ้าหน้าที่อดทน อดกลั้น เสียสละ ต้องขอบคุณบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่ช่วยกันดูแลลูกหลาน หลายอย่างปรากฏมาให้เห็นแล้ว สังคมจะตัดสินวิเคราะห์กันเอง วันนี้เราต้องสร้างการเรียนรู้กันให้มากขึ้น มีหลักคิด หลักการและเหตุผลที่จะทำอะไรไม่ทำให้เกิดผลกระทบประชาชนโดยรวม จะทำให้ประเทศชาติประชาชนเสียโอกาส ไม่มีใครแพ้ชนะหรอก แต่สิ่งที่จะตามมาคือประเทศชาติเราจะเสียหาย กังวลตรงจุดนั้นมากกว่าชุมนุมไม่มีแพ้ชนะแต่ ปชช.เสียโอกาส

เมื่อเวลา 14.00 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ก่อนเข้าสู่การประชุมนายกฯกล่าวถึงการชุมนุมช่วงที่ผ่านมา ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ให้ความสำคัญหลีกเลี่ยงเผชิญหน้า และดำเนินการด้วยความเรียบร้อย การพูดคุยกันจะเป็นทางออกของกลไกต่างๆทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ต้องพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป เพื่อไม่ให้ประเทศเสียหาย เพราะเมื่อมีการชุมนุม ไม่ถือว่ามีผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่ประชาชนจะเสียโอกาส และลดความเชื่อมั่นด้านการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ เรื่องงบฯปี 64 ขอให้ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทุกกรม ใช้งบฯอย่างมีประสิทธิภาพรอบคอบรัดกุม โปร่งใส ตรวจสอบได้

ฝ่ายมั่นคงคาดม็อบไม่แรงกว่านี้แล้ว

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยถึงกรณีการนัดชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในวันที่ 24 ก.ย. ที่รัฐสภาว่า เบื้องต้นไม่น่ามีความรุนแรงอะไร เป็นเพียงการรวมตัวกดดัน ส.ว.และ ส.ส.ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณา กฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะเรียบร้อย หากประเมินจากเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ชุมนุมใหญ่ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จะมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนน้อยกว่าจากเดิมที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินตอนแรก และวันที่ 24 ก.ย. คาดว่าคนมาร่วมชุมนุมจะไม่มากไปกว่าวันที่ 19 ก.ย. ถ้าจะมีปัญหาเกรงว่าจะเป็นปัญหาการจัดการภายในของม็อบเอง โดยเฉพาะแกนนำเนื่องจากมีหลายคนส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีความมั่นใจในตัวเอง เชื่อว่ากระแสของม็อบไม่น่าจะจุดติดไปมากกว่านี้แล้ว แกนนำเปิดเผยข้อเรียกร้องทั้งหมดแล้ว

“อิทธิพล” แจงแจ้งจับปักหมุดยึด ก.ม.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรมปักหมุดคณะราษฎร 2563 ที่ท้องสนามหลวงว่า ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้ให้ นโยบายพิเศษอะไร ดำเนินการเช่นนี้กับทุกกรณี มอบหมายให้กรมศิลปากรแจ้งความดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เนื่องจากขึ้นทะเบียนเป็นโบราณ– สถานทุ่งพระเมรุตั้งแต่ปี 2520 ใช้มาตรา 10 พ.ร.บ.โบราณสถานปี 2504 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี กรณีทำให้เกิดความเสียหาย นำวัตถุอื่นที่ไม่เคยมีอยู่เดิมมาใส่เข้าไป หมุดที่ถูกถอนออกไปขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นของกลางในคดี

อู้อี้อนุสาวรีย์ปราบกบฏไม่มีรายงาน

เมื่อถามว่ามีกระแสโลกออนไลน์เปรียบเทียบการดำเนินการระหว่างเรื่องหมุดคณะราษฎร 2563 กับอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏ ที่หายไปก่อนหน้านี้ว่าเลือกปฏิบัติหรือไม่ นายอิทธิพลกล่าวว่า ไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามข้อเท็จจริงแต่ละห้วงเวลา อนุสาวรีย์ฯ กรมศิลปากรแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางเขน ยืนยันทุกกรณีกรมศิลปากรจะดำเนินการตามกฎหมายและมีการรายงานความคืบหน้ามาถึงรัฐมนตรีตลอด เรื่องอนุสาวรีย์ฯ ยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าเข้ามา เมื่อถามถึงกรณีหมุดคณะราษฎร 2475 ที่ถูกถอนหายไปก่อนหน้านี้ นายอิทธิพลกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบ

ตร.แบ่งดำเนินคดีม็อบ มธ. 3 กลุ่ม

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. กล่าวถึงการดำเนินคดีผู้ชุมนุมนัดชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ว่า เบื้องต้นมีผู้เข้าข่ายทำความผิด 16 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้จัดการชุมนุมดังกล่าว โดยไม่ได้ขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุม 2.กลุ่มเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม การเชิญชวนมีทั้งที่เป็นการประกาศปราศรัยบนเวที ก่อนหน้าการชุมนุมรวมไปถึงการโพสต์ข้อความเชิญชวนทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือเชิงสัญลักษณ์ และ 3.เป็นกลุ่มคนขึ้นร่วมปราศรัยบนเวที อยู่ระหว่างแกะคำพูดปราศรัย บางช่วงบางตอนที่ไม่เหมาะสมอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย

ไล่วงจรปิดเก็บรูปสื่อ รวมคดีปักหมุด

พล.ต.ต.สุคุณกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด ประกอบกับนำหลักฐานจากสื่อมวลชนเป็นภาพการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ของกลุ่มชุมนุมควบคู่ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนำเข้าที่ประชุม เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยืนยันต้องทำคดีให้ครอบคลุมชัดเจน เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่ากลั่นแกล้ง ยืนยันไม่ถูกกดดันจากฝ่ายใด ทำไปตามกรอบกฎหมาย ส่วนคดีความที่กรมศิลปากรและสำนักงานเขตพระนคร กรุงเทพ-มหานคร แจ้งความตำรวจ สน.ชนะสงคราม ตามความผิด พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 10 ห้ามไม่ให้ผู้ใดซ่อมแซมแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือถอนต่อเติมทำลายหรือเคลื่อนย้ายสิ่งใดๆภายในพื้นที่โบราณสถาน และข้อหาทำลายทรัพย์สินของราชการจะนำรวมเป็นสำนวนคดีเดียวกันเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ชุมนุมเดียวกัน เเละเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน

แจ้งจับ “ทราย” ร่วมหนุนม็อบ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ สน.ชนะสงคราม นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรค รวมพลังประชาชาติไทย ยื่นเอกสารร้องทุกข์ถึง พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม ให้ตรวจสอบดำเนินคดีผู้สนับสนุนการชุมนุมของนักศึกษา 19-20 ก.ย. และร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย เจริญปุระ นักร้องนักแสดง กรณีเป็นผู้สนับสนุนการชุมนุม โดยนายสนธิญากล่าวว่า น.ส.อินทิราผิดทั้ง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีการบุกเข้า ม.ธรรมศาสตร์ จาบจ้วงสถาบันอย่างรุนแรง จากนี้จะตรวจสอบอีกว่ามีผู้ใดสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมอีก ขอฝากไปถึงไอลอว์ที่เปิดบูธรับลงชื่อผู้ประสงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการสนับสนุนด้วยหรือไม่ ทำไมต้องมาใช้สถานที่นี้ร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ยังมีนักการเมืองบางราย ไปร่วมชุมนุมชู 3 นิ้วด้วย ต้องระวังเพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 114 และมาตรา 185 กำหนดบทบาทไว้ชัดเจน

สธ.สแกนม็อบ 24 ก.ย.ล่าโควิด

นพ.ณรงค์ อภิกุลวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมในวันที่ 24 ก.ย. ว่า ได้เตรียมสถานพยาบาลที่ใกล้เคียง พร้อมห้องผ่าตัด ห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หอผู้ป่วย หน่วยกู้ชีพฉุกเฉินทั้งระดับสูงและพื้นฐาน ประจำจุดรอบบริเวณการชุมนุมเตรียมป้องกันโควิด-19 ตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย เตรียมแผนเผชิญเหตุโดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์กู้ชีพเอราวัณ สำนักการแพทย์ และให้คำแนะนำผู้เข้าร่วมชุมนุม เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้วควรสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 14 วัน เมื่อพบว่ามีอาการป่วยรีบไปพบแพทย์ แจ้งประวัติร่วมกิจกรรม

ทบ.ห่วงจังม็อบไม่ตั้งการ์ดสูง

ที่ บก.ทบ. ถนนราชดำเนิน พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ทบ.ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ทบ. (ผอ.ศบค.ทบ.) กล่าวว่า ศบค.ชุดใหญ่กังวลไวรัสแพร่ระบาดช่วงชุมนุม แจ้งให้ผู้ไปร่วมชุมนุมแล้ว หากรู้สึกไม่สบายต้องไม่ละเลย การชุมนุมรัฐบาลเตือนมาตลอดว่า ให้ระมัดระวังโดยเฉพาะมาตรการเว้นระยะห่างที่เป็นสากล เนื่องจากไวรัสแพร่ระบาด จะเกิดขึ้นในที่ที่มีการรวมตัวของประชาชน

กทม.ผวาทั้งไข้หวัดทั้งโควิดติดนัวเนีย

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. เปิดเผยว่า กทม.ห่วงใยสุขภาพผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง อาจพักผ่อนไม่เพียงพอ อากาศชื้นฝนตกต่อเนื่อง ป่วยเป็นไข้หวัดหรือโรคระบบทางเดินหายใจได้ สถานการณ์โควิด-19 ยังมีความเสี่ยงอาจมีผู้ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการปะปนอยู่ และการชุมนุมอาจเกิดการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 หรือไข้หวัดได้ง่าย 2 โรคนี้อาการใกล้เคียงกันมาก ขอความร่วมมือทุกคน หลังกลับจากการชุมนุมให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตัวเองจนครบ 14 วัน วัดไข้ สวมหน้ากาก แยกสำรับอาหาร ของใช้ส่วนตัว หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว หากพบว่ามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก การรับรส กลิ่นลดลง ให้ไปรับการตรวจวินิจฉัยที่ศูนย์บริการ-สาธารณสุข หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

“จิรายุ” คุ้ยประกันสังคมลงทุนหุ้น

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธาน กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระอัยการรัฐวิสาหกิจองค์การมหาชนและกองทุน กล่าวว่า กมธ.จะตรวจสอบกรณีกองทุนประกันสังคมนำเงินจำนวนมากไปลงทุนซื้อหุ้นประเภทเสี่ยงสูง เช่น โรงแรมศรีพันวา เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ เพราะแค่การเยียวยาประชาชนที่ถูกหักเงินเข้ากองทุนยังล่าช้าอยู่ เขาแค่ขอคืนไม่ใช่ขอทาน และ ครม.มีมติตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.จนถึงวันนี้กลับยังมีขั้นตอนซับซ้อนวุ่นวายยังได้ไม่ครบ มีแต่คนในกระทรวงบางคนสนใจแต่ประมูลซื้อคอมพิวเตอร์มูลค่าหลายพันล้าน ใช้เงินของกองทุนประกันสังคมเข้าไปลงทุนในหุ้นของโรงแรมศรีพันวา เป็นเรื่องที่น่าตกใจและประชาชนให้ความสนใจมาก ซึ่งรัฐมนตรีของกระทรวงแรงงานทั้งสองคนต้องชี้แจงสังคมให้ได้

“จับกัง 1” เผย สปส.ลงหุ้น “ศรีพันวา” ปี 56

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีโลกโซเชียลมีเดียตั้งคำถามเกี่ยวกับการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมถือหุ้นโรงแรมศรีพันวา ภายหลังนายวรสิทธิ์ อิสสระ หรือปลาวาฬ เจ้าของโรงแรม ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย ต่อแกนนำม็อบนักศึกษาว่า อำนาจของ รมว.แรงงาน ไม่มีสิทธิไปรู้เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนและการบริหารเงินของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่บริหารงานโดยบอร์ด สปส. มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน จากการสอบถามปลัดฯ ไม่รู้ว่ามีการลงทุนอะไรเพียงแต่อนุมัติกรอบเท่านั้น ขณะที่การลงทุนในโรงแรมศรีพันวาลงทุนตั้งแต่ปี 2556 แต่การตั้งบอร์ด สปส.ตามอำนาจมาตรา 44 เกิดขึ้นในปลายปี 2558

หนุน “ปลาวาฬ” ใช้สิทธิป้องสถาบัน

เมื่อถามว่า ภายหลังมีกระแสบอยคอต ไม่เข้าพักในโรงแรมศรีพันวา สปส.จะทบทวนการลงทุนหรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ประเด็นของโรงแรมศรีพันวา เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวของผู้บริหารโรงแรม เป็นสิทธิเสรีภาพไม่เกี่ยวกับการลงทุน อยากให้มองมุมกลับ คนที่รักสถาบันมีเยอะแยะน่าจะไปพักเยอะ ต้องให้ความเป็นธรรมกับโรงแรมด้วย ถ้าเรามีสิทธิจะวิจารณ์ เรานึกถึงสิ่งที่เราเคารพนับถืออยู่เทิดทูน เปรียบเหมือนใครด่าพ่อแม่เราก็จะโกรธ การแสดงออกของนายวรสิทธิ์ถือเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ขอชื่นชมนายวรสิทธิ์ที่กล้าพูดในสิ่งที่ คิด ส่วนความเสี่ยงนั้นเราไม่ได้ลงทุนเป็น 1-2 หมื่นล้าน ลงทุนแค่ 500 ล้าน และได้กำไรมา 200 กว่าล้าน

“ท็อป” รอคนร้องสอบที่ตั้ง “ศรีพันวา”

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ที่ตั้งโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติว่า ตอบไม่ได้ ต้องไปถามโรงแรมศรีพันวาว่ามีโฉนดหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีให้ที่ ทส. ทส.จะลงไปตรวจสอบเชิงรุก ยังไม่มีใครร้องเข้ามา หากศรีพันวาเขาอยู่เงียบๆ ก็ไม่มีอะไรขึ้นมา พอพูดขึ้นมากลายเป็นประเด็น เราไม่ใช่เครื่องมือของใคร ถ้าอยากให้ตรวจสอบก็ไปร้องเข้ามา ที่ผ่านมาอยู่มาหลายสิบปีไม่มีปัญหาอะไร ย้ำว่า หากใครสงสัยก็ให้ร้องเข้ามา และยืนยันอีกครั้งว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เรื่องของเรา

ครม.เห็นชอบวันหยุดยาวเพิ่ม

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.พิจารณาให้มีวันหยุดในเดือน พ.ย. แต่เดือน ต.ค. คงไม่ได้แล้วเพราะมีวันหยุดหลายวัน โฆษกประจำสำนักนายกฯจะชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะเป็นวันไหนอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เตรียมการเรื่องการท่องเที่ยว ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กนักเรียน จะได้ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว ส่วนการบริการเจ้าหน้าที่ภาครัฐต่างๆ แม้จะเป็นวันหยุดต้องมีเวรยาม มีคนให้บริการประชาชนเป็นปกติ ได้สั่งการใน ครม.ไปแล้ว

หยุดยาว 19–22 พ.ย. กับ 10–13 ธ.ค.ดัน ศก.

ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติให้มีวันหยุดยาววันที่ 19-22 พ.ย. และ 10-13 ธ.ค.ว่า ได้รับรายงานช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวกันคึกคัก ออกไปตามงานประเพณีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์จึงเห็นควรให้เพิ่มวันหยุดยาว 4 วัน เดือน พ.ย. และ ธ.ค. เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยว เดือน ต.ค. จะไม่มีวันหยุดยาวเป็นพิเศษ เพราะมีวันหยุดวันที่ 13 ต.ค. วันคล้ายวันสวรรคตพระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และวันที่ 23 เป็นวันปิยมหาราชอยู่แล้ว

ขรก.ทอดกฐินศุกร์–จันทร์ไม่เป็นวันลา

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เสนอเดือน ต.ค. มีวันหยุดราชการ 2 วัน คือ วันอังคารที่ 13 ต.ค. และวันศุกร์ที่ 23 ต.ค.เพียงพอกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงไม่กำหนดวันหยุดราชการพิเศษ แต่เดือน ต.ค. ส่วนราชการจะจัดพิธีถวายผ้ากฐิน ณ วัดต่างๆทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด จึงควรกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐให้สำนักงาน ก.พ. แจ้งเวียนหน่วยงานรัฐกรณีมีกำหนดถวายผ้ากฐินวัดต่างจังหวัดวันเสาร์หรืออาทิตย์ ข้าราชการอาจต้องเดินทางไปเตรียมล่วงหน้าวันศุกร์หรือเดินทางกลับวันจันทร์ให้ถือเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติโดยไม่ถือเป็นการลา เดือน พ.ย.ไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 และวันศุกร์ที่ 20 พ.ย.2563 จะให้มีวันหยุดราชการต่อเนื่อง 4 วันไปถึงวันเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่วันที่ 19-22 พ.ย โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการประจำปีและไม่จำเป็นต้องถือเป็นวันหยุดตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานฯของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ในการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในวันหยุดราชการประจำปีและวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้ กก.ศึกษาหยุดศุกร์บ่ายเช้าจันทร์

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า สำหรับเดือน ธ.ค. มีวันหยุดราชการ 5 ธ.ค. วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9 จะหยุดชดเชยวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. และวันพฤหัสบดีที่ 10 ธ.ค. วันรัฐธรรมนูญ เดือน ธ.ค.อาจมีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศในวันอาทิตย์ของสัปดาห์ใดสัปดาห์หนึ่ง ตามที่กระทรวงมหาดไทยเตรียมการอยู่ จึงให้เลื่อนวันหยุดชดเชยจากวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค.ไปหยุดชดเชยวันศุกร์ที่ 11 ธ.ค.2563 จะทําให้มีวันหยุดราชการต่อเนื่อง 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-13 ธ.ค. ครม.ยังมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับไปศึกษาการกำหนดวันหยุดราชการประจำภูมิภาคตามเทศกาลประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญของแต่ละภูมิภาค ซึ่งไม่มีนัยสำคัญต่อภูมิภาคอื่น เช่น ประเพณียี่เป็งของภาคเหนือ ประเพณีไหลเรือไฟของภาคอีสาน ประเพณีสารทเดือนสิบของภาคใต้ ควรทําตารางกิจกรรมท่องเที่ยวแต่ละท้องที่ในแต่ละเดือน อาจหารือกระทรวงวัฒนธรรมด้วย และยังให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯไปศึกษากำหนดวันหยุดราชการครึ่งวันเป็นกรณีพิเศษ เช่น ครึ่งบ่ายวันศุกร์ และครึ่งเช้าของวันจันทร์ ที่ผู้ประกอบการโรงแรมเสนอว่าจะช่วยให้ได้ประโยชน์จากระยะเวลาการพํานักที่ยาวนานขึ้น

กกต.รับรอง “กรุง” เป็น ส.ส.ปากน้ำ

เมื่อเวลา 15.20 น. สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าว โดยระบุว่า กกต.ประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ โดยนายกรุง-ศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการตัดหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย กรณีมีเหตุอันควร สงสัยว่ามีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วหรือไม่ก็ตามสำนักงานขอแจ้งให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งมารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งนับแต่วันที่ 22 ก.ย.เป็นต้นไป ไม่เว้นวันหยุดราชการจ่อฟันอาญาไทรักธรรมซุกเงินกองทุนฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี กกต.ตรวจ

พบว่าพรรคไทรักธรรมถอนเงินหลังคณะกรรมการกองทุนได้โอนเงินที่พรรคได้รับจัดสรร 11 ล้านเข้าไปในบัญชีกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองของพรรคไท–รักธรรม เพียง 1 วัน จึงเรียกเจ้าหน้าที่พรรคและนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรค มาชี้แจงระบุต้องการนำเงินไปเก็บไว้ตู้เซฟของพรรค แต่คณะกรรมการตรวจสอบฯไปตรวจสอบที่ทำการพรรค กลับไม่ได้พบนายพีระวิทย์หรือเหรัญญิกพรรคที่มีอำนาจเปิดตู้เซฟ พบเพียงรองเลขาธิการพรรค 2 คน และรองโฆษกพรรค 1 คน ที่ไม่มีอำนาจ เป็นไปได้ว่าสำนักงาน กกต.จะเสนอนายทะเบียนพรรคการเมืองให้เอาผิด เรียกเงินคืนทั้งจำนวน และเอาผิดฐานรายงานเท็จ และตามมาตรา 130 พ.ร.บ.ดังกล่าว มีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท รวมทั้งเอาผิดทางอาญาด้วย

“สมชัย” แฉมีซุกตัวเลขเงินยืมพรรค รบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี กกต.เผยผลสอบ 31 พรรคกู้ยืมเงินไม่ผิดกฎหมาย เหตุยืมไม่ถึง 10 ล้านต่อคนต่อปีต่อพรรค ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยและไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตว่า กู้ยืมไม่ถึงสิบล้านไม่ผิดแตกต่างจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่าจะมากหรือน้อยก็ถือว่าผิด และมี 2 พรรคที่มีรายการเงินยืม 30 ล้าน และ 13 ล้าน ปรากฏในงบการเงินปี 2561 แต่นายทะเบียนพรรคการเมือง (เลขาธิการ กกต.) ตาใส มองไม่เห็นแล้วยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าตื่นตระหนก คือมีการแอบเปลี่ยนเอกสารที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของ กกต. เกี่ยวกับงบการเงินของพรรคการเมืองหนึ่งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อซ่อนตัวเลขเงินยืมให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ถ้าเป็น จนท.ทำความผิดถึงขั้นไล่ออก ถ้าเป็นผู้บริหารทำ ต้องสอบสวนทางวินัย ถึงขั้นเลิกจ้างได้ กกต.ท่านใดอยากรู้โทร.หาผมได้เลยครับ

รบ.เล็งใช้ 13 ธ.ค. ลต.ท้องถิ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้ความเห็นในที่ประชุม ครม.ว่า ในช่วงเดือน ธ.ค.อาจให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นในวันอาทิตย์สัปดาห์ใดสัปดาห์หนึ่งตามที่กระทรวงมหาดไทยเตรียมการอยู่ หากจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งประเทศช่วงวันหยุดยาว 4 วันในเดือน ธ.ค.โดยจัดเลือกตั้งวันที่ 13 ธ.ค. น่าจะเหมาะ เท่ากับส่งเสริมกิจกรรมตามระบอบประชาธิปไตยอีกทาง ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ไม่มีปัญหาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอมา ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยหารือเบื้องต้นวางแผนจะจัดเลือกตั้งท้องถิ่นภายในปีนี้ วันที่ 13 ธ.ค.หรือวันที่ 20 ธ.ค.พปชร.ขยับวางเกมสู้ศึกเลือก อบจ.

เมื่อเวลา 15.00 น. มีการประชุม ส.ส.พรรค โดยนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค เป็นประธาน หลังการประชุม ส.ส.พลังประชารัฐ ได้มีการประชุมหัวหน้าภาคทั้ง 9 ภาคต่อทันทีที่ชั้น 4 เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยพูดคุยเตรียมการถึงการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่พรรคคาดการณ์ว่า จะมีการเลือกตั้งเป็นประเภทแรก เริ่มวางตัวผู้สมัครนายก อบจ.ในบางจังหวัด อาทิ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำกลุ่มด้ามขวาน ลงสมัคร นายก อบจ.สงขลา นายมนู พุกประเสริฐ อดีตนายกอบจ.สุโขทัย ลงรักษาแชมป์ เป็นต้น

“ศรี” บี้ส่งศาล รธน.ชี้เงินกู้ 31 พรรค

เมื่อเวลา 09.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เห็นชอบให้ยุติเรื่องการตรวจสอบ 31 พรรคการเมืองกู้ยืมเงินมาใช้ในกิจการพรรคการเมือง เป็นการกระทำหรือนิติกรรมที่ขัดหรือยังต่อมาตรา 62 ประกอบมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เช่นเดียวกับที่ยุบพรรคอนาคตใหม่ว่า กกต.อ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยที่ 5/2563 ลงวันที่ 21 ก.พ.63 ที่วินิจฉัยโดยชัดแจ้งว่า “การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของ พรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกำหนดแหล่งที่มาไว้ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 62 ดังนั้น เงินส่วนใดที่พรรคนำมาใช้จ่าย ซึ่งมิได้มีแหล่งที่มาและวิธีการได้มาตามที่กฎหมายระบุไว้ย่อมถือว่า เป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติ มาตรา 62 ถึงแม้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มิได้บัญญัติห้ามการกู้ยืมสำหรับพรรคการเมืองไว้โดยชัดเจน แต่ไม่ได้รับรองว่าให้กระทำได้ พรรคเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย พ.ร.ป.พรรคการเมือง และเงินกู้ยืมแม้มิได้เป็นรายได้แต่เป็นรายรับและเป็นเงินทางการเมือง การดำเนินการเกี่ยวกับการได้มาและการใช้จ่ายเงินเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง จึงกระทำได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น”

ฉะเลือกปฏิบัติ–ทำตัวเป็นศาลเอง

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า คำวินิจฉัยชี้ชัดว่าการกู้ยืมเงินมาใช้ในกิจการของพรรคการเมืองเป็นการกระทำหรือนิติกรรมที่ไม่ปรากฏใน มาตรา 62 ประกอบมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ศาลได้ชี้ชัดถึงขนาดนี้แล้วแต่เหตุใดนายทะเบียนพรรคการ เมืองจึงรีบตัดตอน ไม่นำความดังกล่าวรายงานให้ กกต.เพื่อมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นกระบวนความ ตามครรลองกฎหมาย เหตุใดจึงกล้าวินิจฉัยเสียเอง จะถือว่าชอบด้วยกฎหมายได้อย่างไร วันที่ 23 ก.ย.63 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B จะไปยื่นให้นายทะเบียนพรรค การเมืองทบทวนความเห็นและให้ 7 กกต.มีมติส่งกรณีเงินกู้ของ 31 พรรคการเมืองให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อย่าทำตนเป็นศาลเสียเอง ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการเลือกปฏิบัติ