ส.ว. “สถิตย์” อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ 64 เสนอ อว. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

ข่าว

    ส.ว. “สถิตย์” อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ 64 เสนอ อว. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

    ไทยรัฐออนไลน์

    21 ก.ย. 2563 16:14 น.

    ส.ว.สถิตย์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ประเด็นงบกระทรวงการอุดมศึกษาฯ แนะเตรียมจัดทำแผนงบปีถัดไปให้มีเชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษา พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

    วันที่ 21 ก.ย. 2563 ในการประชุมวุฒิสภา วาระร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ประเด็นงบประมาณกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้ข้อมูลว่า เมื่อเดือน มิ.ย. 2563 สถาบันการจัดการนานาชาติ IMD (IMD : International Institute for Management Development) เผยแพร่รายงานการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในรายงานประจำปีความสามารถในการแข่งขันของโลก (WCY : The World Competitiveness Yearbook) โดยดำเนินการเป็นประจำทุกปี มาตั้งแต่ปี 2532 โดยในรายงานฉบับล่าสุดนี้มีการจัดอันดับทั้งหมด 63 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ โดยไทยอยู่ในอันดับที่ 29

    ปัจจัยหลักที่ใช้ในการจัดอันดับมีทั้งสิ้น 4 ด้าน คือ 1. สภาวะทางเศรษฐกิจ 2. ประสิทธิภาพของภาครัฐ 3. ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ และ 4. โครงสร้างพื้นฐาน โดยในปี 2563 IMD ได้เพิ่มตัวชี้วัดใหม่ในการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, ระดับความเป็นประชาธิปไตย และกิจกรรมการประกอบธุรกิจในระยะเริ่มต้น เมื่อพิจารณาปัจจัยด้านด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษาไทยอยู่ในอันดับที่ 55 จาก 63 ประเทศ

    ดร.สถิตย์ เผยต่อไปว่า มาตรา 13 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 47,183 ล้านบาท ขอให้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหน่วยงานในกำกับ ใช้งบประมาณดังกล่าวในปีนี้ให้มีส่วนในการส่งเสริมระดับความสามารถในการแข่งขัน และในการจัดทำงบประมาณปีถัดไป ควรจัดทำงบประมาณโดยคำนึงถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาให้ดีขึ้น อันเป็นการส่งเสริมการยกระดับความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของประเทศอีกทางหนึ่ง

    พร้อมกันนี้ ยกตัวอย่างวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ว่า “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ไม่เพียงแต่จะเน้นวิชาการและการวิจัยภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังได้ก้าวออกไปมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถพึ่งพาเศรษฐกิจภายนอก เช่น การส่งออกและการท่องเที่ยวได้มากอย่างเคย แต่ต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจภายในให้มากขึ้น

    “กระทรวงการอุดมศึกษาฯ หน่วยงานในกำกับ และมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยในกลุ่มการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based and Community) จึงต้องมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษาและการวิจัยสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชน และเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ให้มากขึ้น ทั้งนี้ ไม่ปรากฏในงบประมาณของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เกี่ยวกับแผนงานที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแต่อย่างใด เพียงแต่ปรากฏในมาตรา 37 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ในวงเงิน 2,092 พันล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวมีงบประมาณที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้รับจัดสรรจำนวน 110 ล้านบาท และมีมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงในปีงบประมาณ 2564 นี้ เพียง 1 สถาบันเท่านั้น”

    อย่าไรก็ตาม ดร.สถิตย์ ขอให้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้เตรียมการสำหรับการจัดทำแผนงบประมาณปีถัดไป ให้มีงบประมาณที่เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในกำกับ กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชน และเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อเป็นส่วนสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจจากภายใน ยังเป็นการลดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำด้วย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 64สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ส.ว.วุฒิสภาอภิปรายงบ 64ข่าวการเมือง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 00:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์