ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นายกฯ ควง “หมอหนู” ปลุก อสม.ช่วยดูแลความสงบ หลังเฝ้าระวังโควิด ระลอก 2

    ไทยรัฐออนไลน์21 ก.ย. 2563 13:26 น.
    SHARE

    นายกฯ ควง “หมอหนู” เตรียมความพร้อม เฝ้าระวังโควิดระบาดระลอก 2 ยัน สนับสนุนค่าตอบแทนต่อเนื่อง ปลุก อสม. ดูแลความสงบให้คนรัก "ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์" อีกภารกิจ ขอให้ อสม.ภูมิใจ ประเทศเรามี ประเทศอื่นไม่มี 

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อิมแพ็คฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดการจัดงานรณรงค์เตรียมความพร้อม อสม.เฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกที่ 2 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้สวมเสื้อสีขาว โลโก้กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นเสื้อของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง พร้อมเดินทักทายกับตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

    นายอนุทิน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชม อสม. จิตอาสาช่วยระบบการแพทย์และสาธารณสุข ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการระบาดโรคโควิด-19 ในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนได้รับการยอมรับ ยกย่อง ชมเชย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติสนับสนุนค่าตอบแทน ชดเชย เยียวยา และเสี่ยงภัยให้กับ อสม.เป็นระยะเวลา 7 เดือน และจะสนับสนุนอย่างต่อเนื่องหากเกิดการระบาดระลอกที่ 2 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ สำหรับการเตรียมความพร้อม เฝ้าระวัง ป้องกันการระบาดระลอกที่ 2 อสม.มีบทบาทในการสำรวจสุขภาพจิตของประชาชนในเขตที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันภาวะเครียด ซึมเศร้า หรือการฆ่าตัวตาย

    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ต้องขออนุญาตใส่เสื้อสาธารณสุข ด้วยนะ กระทรวงสาธารณสุขให้เกียรติกับตน ไม่ใช่หมอแต่ต้องการที่จะเข้ามาในบรรยากาศของพวกเรา ที่จะร่วมมือกันทำงานต่อไปในอนาคต ตนรู้สึกสบายใจว่าอย่างน้อยว่า มีคนของเรากลุ่มหนึ่งเป็นล้านคน ที่ร่วมกันทำประโยชน์ให้กับสังคมของเราในเวลานี้ เราในที่นี้พบกันในฐานะเป็นคนไทยด้วยกัน ก็ไม่อยากให้มองว่า ตน คือ นายกฯ วันนี้เรามาพบกันพูดคุยทำความเข้าใจกัน อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด สิ่งที่รัฐบาลเล็งในศักยภาพ คือ ด้านสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล แต่ศักยภาพอีกอันหนึ่งที่ตนคำนึงถึงเสมอ คือ อสม. หลายประเทศเขาไม่มี แต่ประเทศเรามี และเป็นความภาคภูมิใจของพวกเรา ที่ได้ทุกคนที่อาสาสมัครเข้ามาทำงานในเรื่องนี้ ถือว่า เป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลจะต้องดูแล ทั้งนี้ เมื่อคืนตอน 03.00 น. ได้มีการโอนเงินให้ อสม.แล้ว ขอให้ทุกคนกลับไปดูว่า ได้รับเงินครบถ้วนหรือไม่ และขอให้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการหมุนเวียนในระบบ เพราะด้านเศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เหมือนกัน

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราจำเป็นจะต้องระมัดระวัง และเข้มงวดเหมือนเดิมถึงแม้จะมีการผ่อนคลายไปแล้วก็ตาม แต่กลไกหลักของเราที่สำคัญ คือ ในพื้นที่ในท้องถิ่น และขอฝากขอบคุณทุกคนที่ไม่ได้มาในวันนี้ด้วยว่าทั้งหมดเป็นกำลังใจ ให้กับนายกฯ เสมอมา ทั้งรองนายกฯ และรัฐมนตรีบอกกับตนว่า พวกเราจะทำให้เต็มที่ทั้งหมอ แพทย์ พยาบาล และอสม.ที่ถือว่าเป็นด่านหน้า นี่คือ คำมั่นสัญญาที่ให้กันไว้ เราไม่ได้มุ่งหวังอย่างอื่นเลย แต่อยากให้ อสม.เป็นแกนนำในการรวมไทยสร้างชาติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้านสุขภาพให้มากที่สุดและตลอดไป ไม่ใช่แค่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่รวมถึงสถานการณ์อื่นๆ เพราะประเทศไทยมีปัญหาด้านสุขภาพพอสมควร สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างการรับรู้ในการป้องกันตัวเอง ตนถือว่าทุกคนเป็นบุคคลสำคัญของประเทศไทย ถ้าเราย้อนกลับไป หากเรามองเรื่องระบบทางการแพทย์สาธารณสุขอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงการทำงานในพื้นที่ท้องถิ่น ก็คงแก้ไขไม่ได้ถึงวันนี้ ทั้งนี้ เราได้ถูกยกระดับเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุข ดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ซึ่งเขามองว่าประเทศไทยทำได้อย่างไร ตนก็บอกว่าเพราะเรามี อสม. ถ้าไม่มีพวกเราคงไม่สามารถทำได้ เพราะเรามีคน 70 กว่าล้านคน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การป้องกันการแพร่ระบาด เราทราบดีอยู่แล้วว่าระยะที่ 1 เป็นอย่างไร และสามารถหยุดได้แค่ไหนอย่างไร เราจะประมาทไม่ได้ว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 เราจะอยู่เฉยๆ และหยุดการทำงานไม่ได้ รัฐบาลพร้อมจะดูแลและช่วยเหลือในช่วงที่โควิด-19 ยังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในโลกใบนี้

    นายกฯ กล่าวว่า อย่าถือว่าเงินตรงนี้เป็นค่าจ้าง ขอให้เรียกว่าเป็นเงินตอบแทนน้ำใจเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางของท่าน อะไรที่สามารถดูแลได้รัฐบาลจะดูแลให้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องของค่าใช้จ่าย เพราะหลายท่านเสียสละมามากกว่านี้ รัฐบาลจะทยอยดูแลให้ตามลำดับ สิ่งที่ทำในวันนี้จะเป็นบรรทัดฐานของประเทศที่ไม่ใช่แค่เรื่องสาธารณสุข แต่หมายถึงเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ตนขอฝากในเรื่องการสร้างความรักความสามัคคี ความรักชาติเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะต้องเป็น ประเทศไทยอยู่มาอย่างยาวนานด้วยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่เชื่อถือ ยึดมั่นในหัวใจของคนไทยทุกคน ก็ขอฝาก อสม.รับภารกิจนี้ ในการที่จะทำให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสถานการณ์โลก เราต้องภูมิใจว่า เรามีระบบการแพทย์ที่เข้มแข็ง มีกลไกภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถและเป็นที่ยอมรับ มี อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคน ที่ได้ดำเนินการในเชิงรุกในการขับเคลื่อนโควิด-19 ให้ได้ในวันนี้

    นายกฯ กล่าวด้วยว่า ก็น่าเสียใจที่มีคนที่ทุ่มเท เสียสละ จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งรัฐบาลได้ดูแลไปแล้ว รวมถึงคนที่ได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับ อสม. วันนี้สาธารณสุขเราดีทั้งหมดที่ทุกคนทั้งโลกต้องการเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ตนหวังว่า อสม.จะทำอย่างอื่นด้วยการสร้างความรัก สามัคคีไปด้วย เงินทองต่างๆ มันไม่ได้มากมาย แต่เมื่อรวมกันก็เยอะพอสมควร แต่รัฐบาลจะดูแลให้ดีที่สุด

    “วันนี้มาพูดในฐานะเป็นนายกฯ และได้รับเกียรติจากกระทรวงสาธารณสุขให้ใส่เสื้อตัวนี้ แต่จะเรียกผมว่าเป็น "หมอตู่" คงไม่ได้ เพราะผมทำหลายอย่างเหลือเกิน หลายกระทรวงจะต้องขับเคลื่อน ผมถือว่าตนเองเป็นช่างแก้ไข ช่างปะผุ ช่างซ่อม ที่จะต้องเดินหน้าประเทศต่อไปในอนาคต เพราะเรามียุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญอันหนึ่งคือ การดูแลประชาชนให้มีความสุข มีอาชีพ แน่นอนจะใช้เวลาอันสั้นคงไม่ได้ แต่จะต้องทำทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจและฐานราก ทุกคนจะต้องเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่เหล่านี้ เราต้องพัฒนาระบบต่างๆ ทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

    นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า ขอฝากประเทศไทยไว้ในมือของท่านด้วย ฝากชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ในมือท่านด้วย ในการที่จะทำให้ประเทศไทยมีความสุข มีความรัก ความสามัคคีอย่างยั่งยืนตลอดไป และขอให้ทุกคนภูมิใจในการที่จะเป็นด่านหน้า พร้อมทั้งขอให้ระมัดระวังตัวเอง และให้กำลังใจซึ่งกันและกันในการฝ่าวิกฤติโควิด-19 รวมถึงวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพลัง ความร่วมมือร่วมใจในระบบสาธารณสุขของประเทศจะส่งผลให้ประเทศไทยได้ก้าวผ่านภาวะวิกฤติครั้งนี้

    จากนั้น อสม.ทุกคนได้ลุกขึ้นปรบมือให้กำลังใจกับนายกฯ ในการบริหารประเทศ และแทนคำขอบคุณที่ได้เล็งเห็นการทำงานอย่างหนักของ อสม. ทั้งนี้ นายกฯ และผู้บริหารระดับสูงร่วมกันทำพิธีเชิงสัญลักษณ์โอนเงินค่าตอบแทนเยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัยให้กับ อสม.เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 7 เดือน นอกจากนี้ ก่อนกลับนายกฯ ยังได้เดินทักทายและเซลฟี่กับ อสม.ที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ไวรัสโคโรนาประยุทธ์ จันทร์โอชาอนุทิน ชาญวีรกูลโควิดระลอก2อสม.ข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 16:57 น.