ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โฟกัสสถานการณ์ “รุก-รับ” ม็อบรุ่นใหม่ไล่รัฐบาล : ยกระดับมวลชน เดิมพันชอบธรรม

    ทีมข่าวการเมือง20 ก.ย. 2563 05:15 น.
    SHARE

    อิทธิฤทธิ์พายุ “โนอึล” สัญญาณเตือนระดับสูงสุด ตามกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือน พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วทุกภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน 2563

    หลายจังหวัดต้องเผชิญกับน้ำท่วม น้ำป่า น้ำหลาก

    พายุไต้ฝุ่นจากธรรมชาติที่ตีคู่มากับมรสุมการเมืองลูกใหญ่ที่กำลังพัดกระหน่ำรัฐบาลภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม

    ห้วงเวลาคาบเกี่ยวกันพอดีกับดีเดย์ม็อบล้มรัฐบาล

    19-20 กันยายน สถานการณ์การชุมนุมของมวลชนคนรุ่นใหม่ ในนามเครือข่ายประชาชนปลดแอกที่ผนึกกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดเคลื่อนพลเชิงยุทธศาสตร์

    เร้าสัญญาณคลื่นพลังประชาชนไม่ทนขุมอำนาจ 3 ป.

    ตามเค้าลางมรสุมการเมืองที่พุ่งเข้ากระแทก “บิ๊กตู่” อย่างรุนแรง ส่อลากยาวกว่าพายุไต้ฝุ่น “โนอึล”

    ประเมินได้จากปฏิบัติการเตรียมรับมือม็อบ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศมอบให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง รับผิดชอบดูแลสถานการณ์

    กำกับดูแลศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (พีม็อก) เกาะติดตลอด 24 ชั่วโมง

    ขณะที่นางวิสุนี บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร เป็นประธานการประชุมซักซ้อมแผนรับมือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสันติบาล

    ยกระดับคุ้มกันทำเนียบรัฐบาล จุดยุทธศาสตร์เป้าหมาย

    อีกด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ระบุตำรวจใช้แผนกรกฎ 52 เป็นแนวทางดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมวันที่ 19 กันยายน ก่อนจะปรับกระบวนใหม่เป็นแผน “ชุมนุม 63” เพื่อความทันสมัยต่อเหตุการณ์ ระดมพลตำรวจกว่า 9,000 นาย รับมือม็อบนักศึกษา

    ฝ่ายความมั่นคงหูตาตื่น เตรียมพร้อมเต็มอัตราศึก

    พร้อมๆกับช็อตที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID–19 ระลอกใหม่ในโลกที่ไม่สู้ดีนัก

    ในจังหวะพาดโยงไปถึงกลุ่มคนที่นัดรวมตัวชุมนุมประท้วง เตือนกันเป็นนัย การรวมตัวเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาลที่จะทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในไทย ขณะเดียวกัน กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำลายการทำมาหากินของคนไทยด้วยกันอีกสิบๆล้านคน

    สรุป ไม่อยากให้ม็อบซ้ำมหาวิกฤติเศรษฐกิจโควิด

    ชักแม่น้ำทั่ง 5 สกัดความร้อนแรงของมวลชนรุ่นใหม่ ม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา

    อารมณ์ทั้งปลอบทั้งขู่ “บิ๊กตู่” ยืนยันไม่ใช้ความรุนแรงกับม็อบปลดแอก เพราะเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่อีกทางก็ส่งสัญญาณเข้ม ห้ามมวลชนบุกล้ำเขตสถานที่สำคัญ เตือนอะไรไม่สมควรอย่าทำ

    หากถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เสียอนาคตการเรียน

    ตามรูปการณ์ความพยายามสกัดเกมม็อบ ยังเชื่อมโยง ไปถึงกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกประกาศไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัย กลายเป็นชนวนแตกแยก มีทั้งกลุ่มศิษย์เก่าที่สนับสนุนคำสั่งห้ามม็อบ อีกฝั่งเรียกร้องให้ผู้บริหารเปิดพื้นที่ให้เด็กนักศึกษา อย่าตกเป็นลูกไล่เผด็จการ

    ปมท้าทายเกียรติภูมิของ “ธรรมศาสตร์”

    และตามฟอร์ม มันคือโอกาสของนักการเมืองที่ต้องกระโดดโหนพลังมวลชนคนรุ่นใหม่

    ตามจังหวะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำทีมหัวหน้า 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลยอมตามข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน

    ชิงเหลี่ยมจี้ให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 23–24 กันยายน 2563 สนับสนุนให้มี ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    ฝ่ายค้านขี่กระแสนักศึกษาไล่บี้ล้มกระดานอำนาจรัฐบาล 3 ป.

    โดยเฉพาะทีมที่ออกตัวชัดเจน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยืนยันพรรคก้าวไกลจะลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์การชุมนุมครั้งนี้แน่ๆ ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ มีการทำให้การใช้เสรีภาพในการแสดงออกของคนที่มาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ หรือไม่

    รัฐบาล ฝ่ายค้าน ต่างฝ่ายต่างเปิดไพ่กันหมดแล้ว

    รุก รับ กันตามเหลี่ยมเกมอำนาจ ใครได้ ใครเสีย

    อย่างไรก็ตาม โดยสถานการณ์ที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินม็อบ 19-20 กันยายน แนวร่วมประชาชนปลดแอกน่าจะแห่มากันหลัก 5 หมื่นขึ้นไป อาจทะลักเรือนแสน

    เพื่อโชว์แสนยานุภาพเขย่าขวัญ กดดันขุมอำนาจรัฐ

    แต่นั่นก็ยังแค่ “เผาหัว” ทดสอบแรงขับดันขั้นสุดท้าย

    ยังไม่ใช่รายการปักหลักหักดิบ เพราะ “ของจริง” น่าจะไปฟันธงกันในวันที่ 23-24 ตุลาคม ช็อตสำคัญที่โยงกับเงื่อนไขสถานการณ์ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

    จังหวะลุ้นจะมีการ “เบี้ยว” ข้อเรียกร้องมวลชนรุ่นใหม่หรือไม่

    ในเหลี่ยมที่ “ส.ว.ลากตั้ง” ออกลีลายึกยักๆ กั๊กเชิงสับขาหลอก ตอนแรกปล่อยของผ่านกลุ่ม 60 ส.ว.อิสระบอกจะหนุนรื้อรัฐธรรมนูญ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ตัดอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี

    แต่เอาเข้าจริงก็ชิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ส่อยื้อไปประชามติ

    ลากยาวอำนาจตามฟอร์มธรรมชาติของปุถุชนคนการเมือง ไม่มีใครยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง

    และแน่นอน ตามเงื่อนไข ถ้า ส.ว.ไม่เอาด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ติดล็อกตั้งแต่ด่านแรก ยากที่จะหวังกระบวนการเปลี่ยนแปลงกติกาฉบับซือแป๋มีชัย ในสภา ข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่ยื่นคำขาดให้ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา ก็ฟาวล์ ไม่ได้รับการตอบสนอง

    มันก็ต้องมีการยกระดับม็อบกดดันกันตามยุทธศาสตร์

    ลากเดิมพันไปวัดพลังกันนอกสภา

    ตามเงื่อนไขสถานการณ์ ม็อบ “ประชาชนปลดแอก” จะปักหลักโค่นกระดานกัน ณ จุดนั้น

    “ตุลาคม” เดือนประวัติศาสตร์ อาถรรพณ์อำนาจประเทศไทย

    ท่ามกลางเสียงทัก เสียงเตือน ของผู้หลักผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ที่อาศัยประสบการณ์ในอดีตมาเป็นตัวอย่างในการกระตุกเตือนมวลชนรุ่นใหม่

    มุกเดิมๆ อย่าตกเป็นเครื่องมือของพวกชิงบ้านชิงเมือง

    แต่สังเกตได้เลยว่า แนวร่วมนักเรียน นิสิต นักศึกษา ยุคนี้ ไม่มีการเชื่อมโยงกับมวลชนยี่ห้อเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง นปช. พันธมิตรฯ หรือ กปปส.

    ที่สำคัญไม่เห็นการเชื่อมยี่ห้อ “ทักษิณ” เครือข่าย “นายใหญ่”

    จะมีก็แต่ความพยายามโหนขบวนแบบที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง นปช. ที่แทรกตัวเข้าไป โชว์เหลี่ยมเก๋าแกนนำม็อบรุ่นใหญ่ สอนแกนนำม็อบรุ่นใหม่

    แนะไม่ให้สู้เกินขอบเขต เพื่อรักษาพลังในการขับเคลื่อน

    แต่ด้วยยุคสมัยและวัยที่ต่างกัน ไม่มีสัญญาณตอบรับจากม็อบรุ่นใหม่แต่อย่างใด

    หรือแม้แต่กลุ่มเด็กเอง ก็มีการแบ่งยุทธศาสตร์กันชัดเจน ด้านหนึ่ง “ตัวจี๊ด” อย่าง “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ก็ร้อนแรงตามสไตล์

    โฉบเฉี่ยว สุ่มเสี่ยง ล้ำเขตแดนอันตราย

    แต่อีกมุมก็เป็นการเคลื่อนอยู่บนขอบเขต นำโดยน.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก นายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ แกนนำกลุ่มประชาลาด น.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ

    ประคอง “พลังบริสุทธิ์” ที่ต้องการแค่กำหนดอนาคตตัวเอง

    ตามเงื่อนไขที่ยังจูนกันไม่ลงล็อก ม็อบรุ่นใหม่จึงยังจับทิศทางลำบาก

    ณ ห้วงนี้จึงอยู่ในระยะของการชิงกระแส “ความชอบธรรม”

    ในมุม “บิ๊กตู่” กับฝ่ายความมั่นคง ต้องคุมเกมไม่ให้รุนแรง เพราะหากเกิดเหตุเด็กเสียเลือดเสียเนื้อ

    ผู้นำหนีไม่พ้นความรับผิดชอบสูงสุด

    ขณะที่ม็อบรุ่นใหม่ก็ต้องรักษามาตรฐานการชุมนุมของปัญญาชน ไม่ใช่ม็อบอันธพาลป่วนเมือง

    พิสูจน์การยกระดับชุมนุมใหญ่ที่ท้าทายกว่าแฟลชม็อบ

    ไม่เว้นแม้แต่มือที่สาม มือที่สี่ ที่จะแทรกเข้ามาฉวยสถานการณ์ป่วน ก็ต้องประเมินจังหวะดีๆ ถ้าฝ่ายรัฐบาล ทีมความมั่นคงกับกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในมาตรฐานชุมนุมอย่างเรียบร้อย

    ใครหน้าแหลมโผล่มาผิดคิว โดนลากคอประจานแน่.

    “ทีมการเมือง”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ม็อบ 19 กันยาวิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาพายุโนอึลการชุมนุมพายุไต้ฝุ่น

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 17:54 น.