ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แล้วก็มาถึงวันนี้

    ลิขิต จงสกุล20 ก.ย. 2563 05:15 น.
    SHARE

    วงจรการเปลี่ยนผ่าน ประเทศเข้าสู่วิถีที่เป็นจริง ผลจะออกมาอย่างไรยังคาดเดาไม่ได้แม้แต่ในกลุ่มอำนาจเองก็หาใช่ว่าจะแนบแน่น อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

    ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้โมเมนตัม ทางการเมืองจะออกมาในรูปแบบไหนป่านนี้คงพอจะมองเห็นกันบ้างแล้ว

    จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมมากน้อยย่อมเป็นตัวแปรหนึ่ง

    ไทม์ไลน์ที่วางกันเอาไว้นั้น ได้ระบุว่าเริ่มต้นที่ธรรมศาสตร์ 19 ก.ย.63 รุ่งขึ้นอีกวันเคลื่อนขบวนผ่านราชดำเนินไปสู่กองทัพบกไหลลื่นไปสู่ทำเนียบรัฐบาล

    พูดกันว่านั่นเป็น “เป้าลวง” แต่เป้าจริงคือลานพระบรมรูปทรงม้า

    พื้นที่ตรงนี้ให้คำตอบอะไร...เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์

    ที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติการเชิงจิตวิทยา ฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะปลุกให้มาร่วมชุมนุมกันให้มากๆ

    อีกฝ่ายเหนี่ยวรั้งถึงขั้นใช้ “โควิด-19” มาเป็นเงื่อนไข

    ในเกมการเมืองระดับนี้ ต่างก็ช่วงชิงการนำ “อ่อนชนะแข็ง”-“แข็งชนะอ่อน” แล้วแต่สถานการณ์จะเป็นไป

    เพราะทุกเหลี่ยมเกมล้วนต้องใช้สติปัญญามากกว่าอารมณ์ มิฉะนั้นโอกาสพลาดท่าเสียทีมีความเป็นไปได้สูง เท่าที่ดูแล้วน่าจะเป็น “เกมยาว” มากกว่า “ดาบเดียวจบ”...

    ประเด็นที่จะทำให้ทิศทางการขับเคลื่อน ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายรัฐบาลคงจ้องจับการปราศรัย และการแสดงออกที่จะพาดพิงถึง “สถาบัน” มากน้อยแค่ไหน

    อันเป็นจุดล่อแหลมที่จะทำให้เหตุบานปลายได้

    เพราะลำพังโจมตีรัฐบาล ไล่นายกฯ แก้รัฐธรรมนูญนั้นคงมิอาจสั่นสะเทือนได้ ที่ว่าอย่างนี้ก็ไม่ใช่อะไรอื่น

    “ชินชา-ชาชิน” จนไม่รู้สึกอะไรแล้ว...

    ว่าไปแล้วความขัดแย้งทางการเมือง ในครั้งนี้ถือว่าได้ยกระดับต่างไปจากทุกครั้ง ที่ผ่านมาเนื่องจากมีเป้าหมายที่สูงถึงขั้นต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ

    อยู่ที่ว่าจะต้องหา “จุดกลาง” ซึ่งยอมรับกันได้

    ถ้าไม่ยอมถอยคนละก้าว โอกาสที่จะฟาดฟันเลือดตกยางออก ก็คงเลี่ยงไม่ได้ นั่นเป็นสัจธรรมที่รู้กันดีอยู่แล้ว

    การเปลี่ยนแปลงย่อมมีความสูญเสีย... กว่าจะถึงชัยชนะ

    ที่ปฏิเสธไม่ได้ในสังคมประเทศก็คือ ความแตกแยกมีความชัดเจน เพราะมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน

    จนกว่าจะถึง “จุดเดือด” เมื่อใดก็เมื่อนั้น!

    กลุ่มผู้กุมอำนาจในปัจจุบันเองนั้นหากมองผิวเผินก็คิดว่าจะเป็น “เนื้อเดียว” กัน แต่ในวงอำนาจแล้วยังมีอะไรที่ล้ำลึกเกินกว่าที่จะคาดเดาได้

    ที่คิดกันว่า “กองทัพ” คือปัจจัยชี้ขาด

    แม้ในหมู่ทหารเองก็ตามหาใช่ว่าแค่ระดับยอดเป็นฝ่ายชี้นำที่เดินตามเส้นทางอย่างนั้นมาตลอด

    อย่าลืมว่าทหารรุ่นใหม่ที่มีความคิดความอ่านทันโลกทันเหตุการณ์ย่อมมองเห็นความเป็นไปในทางการเมืองได้เป็นอย่างดี

    “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน”

    คติเก่าๆที่เคยคิดกัน...มี “ถนอม-ประภาส” แต่ก็มี “กฤช” ขึ้นมาได้

    แต่ในสังคมที่เปลี่ยนไปนั้นอะไรที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างที่คนรุ่นเก่าไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงออกได้เพียงซุบซิบกันเท่านั้น

    คนรุ่นใหม่กลับสร้างปรากฏการณ์อย่างที่ทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกขัดอกขัดใจ

    นั่นแหละคือโลกใหม่โลกที่เป็นจริง ซึ่งกำลังไล่ล่าสิ่งเก่าๆ

    สำคัญว่าการเปลี่ยนผ่านนั้นจะ “หนัก-เบา” แค่ไหน?...เท่านั้น!!!

    “ลิขิต จงสกุล”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สับรางวันอาทิตย์ลิขิต จงสกุลชุมนุนกองทัพธรรมศาสตร์ธรรมเนียมต่อสู้เชิงสัญลักษณ์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 05:53 น.