ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แกนนำม็อบมุ่งประเด็น ให้คนรับรู้ ทำไมบิ๊กตู่ต้องไป

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ก.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    แกนนำม็อบ 19 กันยา พบสื่อกางแผนเคลื่อนพล ยืนกรานเข้ายึดพื้นที่ มธ.ท่าพระจันทร์ก่อนเข้าที่ตั้งสนามหลวง ออกตัวไม่ยืดเยื้อ 20 ก.ย.ยุติการชุมนุม เปิด10 ตัวจี๊ดดาวปราศรัย ปลุกให้รอไฮไลต์บนเวที “รุ้ง” จ่อเบนเป้าไปทำเนียบฯ “บิ๊กตู่” ปัดอ้างโควิดกดดันม็อบ บอกเป็นนายกฯต้องห่วงทุกเรื่องจริงๆ “บิ๊กป้อม” วอนนิ่มๆขอให้เลี่ยงเข้าลานพระรูปฯ “สมคิด” นำทีมฝ่ายค้านดูแลน้องๆ จี้ จนท.เฝ้าระวังมือที่สามก่อกวน ปชป.ติงอย่าเอาชนะกันบนซากหักพัง “เทพไท” กระทุ้งรัฐบาลอย่าประเมินม็อบต่ำไป “วันชัย” หวั่นเกิดอุบัติเหตุตัดหน้าสภาฯ โหวตแก้ รธน. “สาธิต” ยังเรียกแขกแนะให้ชุมนุมห่างกัน 1-2 เมตร ขณะที่สภาฯ ถกงบฯ 64 วาระสองรุมสับพาณิชย์ทำสินค้าราคาตก

    สถานการณ์การเมืองโฟกัสที่การชุมนุมใหญ่ “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งฝ่ายรัฐและกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเตรียมความป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งรุนแรงบานปลาย ล่าสุดแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมผู้จัดการชุมนุม เดินสายพบสื่อทั้งไทยและเทศ ยืนยันไม่ชุมนุมยืดเยื้อจะยุติการชุมนุมวันที่ 20 ก.ย.แน่นอน

    แกนนำม็อบพบสื่อดีเดย์ 19 กันยา

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่อาคารมณียา ถนนสุขุมวิท กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) นักศึกษาคณะสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ พร้อมทีมงานจัดการชุมนุมเดินทางมาพบปะและตอบข้อซักถามสื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศถึงแนวทางการจัดชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.ใช้ชื่อว่า “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ซึ่งผู้ดูแลสถานที่แจ้งสื่อมวลชนห้ามบันทึกภาพอ้างว่าเกรงจะถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพ่งเล็ง

    ยืนกรานใช้พื้นที่ มธ.ท่าพระจันทร์

    น.ส.ปนัสยาเผยว่า ทีมงานจัดชุมนุมจะเดินทางมาที่หน้า มธ.ท่าพระจันทร์ก่อนเวลานัดหมายประมาณ 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. เพื่อรวบรวมมวลชน หากพร้อมจะเข้าไปขอใช้พื้นภายใน มธ.ทันที จากนั้นจะเริ่มตั้งเวทีแบบรถกระจายเสียงเคลื่อนที่ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกโดม หันหน้าไปทางหอประชุมใหญ่ แล้วเริ่มเปิดปราศรัยเพื่อรอมวลชนมาสมทบ เมื่อจำนวนผู้เข้าร่วมมากขึ้นจนล้นออกไปที่ถนนด้านหน้า มธ.แล้วจะใช้รถกระจายเสียงนำมวลชนเคลื่อนออกจาก มธ.มาที่ท้องสนามหลวง เพื่อเข้าไปใช้พื้นที่สนามหลวงจัดชุมนุมแทน โดยเดินเข้าทางประตูสนามหลวงฝั่งหน้า มธ.

    จั่วหัวสามทุ่มให้รอไฮไลต์บนเวที

    น.ส.ปนัสยากล่าวว่า จะตั้งเวทีมาตรฐานขนาด 15 เมตร ที่สนามหลวง พร้อมจอโปรเจกเตอร์แบบแอลอีดี หันหน้าไปทางฝั่งศาลฎีกา เมื่อพร้อมแล้วจะเริ่มกิจกรรมบนเวทีปราศรัย โดยไฮไลต์จะมีขึ้นในเวลาประมาณ 21.00 น. เป็นต้นไป ทั้งการประกาศย้ำข้อเรียกร้อง 10 ข้อในการปฏิรูปสถาบันฯ และยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวครั้งต่อไป ทั้งนี้เวทีจะดำเนินต่อไปถึง 02.00 น. ปรับเป็นการฉายหนังเปิดเพลงโดยจะมีการค้างแรมในสนามหลวง

    ยันไม่ยืดเยื้อ 20 ก.ย. ยุติการชุมนุม

    แกนนำจัดชุมนุมกล่าวต่อว่า ในวันที่ 20 ก.ย. จะมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 06.00 น.จากนั้นรับประทานอาหารร่วมกัน และเมื่อพร้อมจะเคลื่อนมวลชนจากสนามหลวงประมาณ 08.00 น. ระหว่างเคลื่อนจะมีทีมงานที่มีการซักซ้อมเตรียมแผนรับมือในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับแก๊สน้ำตาหากต้องมีการปะทะหรือฝ่าด่านของเจ้าหน้าที่ ทั้งมีการจัดทีมเจรจาหากต้องเข้าใช้พื้นที่ต่างๆหรือฝ่าด่าน นอกจากตนแล้วจะมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) นายณัฎชนน ไพโรจน์ (นัท) ส่วนเป้าหมายที่ประกาศไว้ก่อนนี้ว่าจะไปทำเนียบฯนั้น ใครที่จะไปรอไม่ต้องรอถอนได้เลย ส่วนจะไปที่ไหนจะประกาศวันเคลื่อนขบวน แต่ถ้าประเมินแล้วไม่สามารถฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ไปได้ อาจจะตั้งเวทีขนาดเล็กตรงจุดที่ถูกสกัด แต่จะไม่ยืดเยื้อ ยืนยันการชุมนุมต้องจบในวันที่ 20 ก.ย. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเมินว่าจะมีกลุ่ม นศ.ภาคประชาชนต่างๆ เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 100 กลุ่ม หรือคิดเป็นมวลชนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน

    หวังคนเข้าใจทำไม “ประยุทธ์” ต้องไป

    จากนั้น น.ส.ปนัสยาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. เตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดสำหรับสถานการณ์ทุกอย่าง ตั้งเวทีผู้ปราศรัยและเนื้อหาต่างๆรับรองผู้มาร่วมไม่ผิดหวังแน่ อยากให้เตรียมอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นถุงนอนหรือเต็นท์ ส่วนการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการเพราะไม่มีนโยบายที่จะคุยกับเจ้าหน้าที่ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนเหมือนกับการชุมนุมที่ผ่านมา ขณะนี้มีความกังวลเล็กน้อยในเรื่องความวุ่นวาย เพราะเป็นนักศึกษาไม่เคยจัดม็อบใหญ่ขนาดนี้ รวมทั้งเรื่องฝน แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเวทียังคงดำเนินต่อไป ครั้งนี้คาดหวังสื่อสารให้คนเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันฯ และทำไม “ประยุทธ์” ต้องออกไป อยากให้รัฐบาลเห็น ม็อบเราไม่ใช่ย่อยๆ อย่าเห็นแค่ว่าเราเป็นเด็ก คุณควรฟังประชาชนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าทำตรงนี้ไม่ได้ก็ควรจะออกไป และถ้าแกนนำแถวหน้าถูกจับไป แถว 2 จะขึ้นมาแทน เป้าหมายและอุดมการณ์จะต้องไปถึงไม่ว่าจะมีใครหายไประหว่างทาง ฝากทุกคนที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมว่านี่จะเป็นม็อบที่ใหญ่ที่สุด ที่มีมาในยุคนี้แน่นอน

    เปิดตัว 10 ดาวปราศรัยมากันครบ

    ต่อมาเวลา 17.00 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เปิดตัวผู้ปราศรัยบนเวทีชุมนุมใหญ่ ชุดที่ 1 ประกอบด้วย น.ส.ปนัสยา นายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง) นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน และนาย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) ชุดที่ 2 ประกอบด้วย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) อดีตแกนนำนักศึกษา มธ.ยุค คสช. ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี (หมู่อาร์ม) เสมียนงบประมาณ ศูนย์ซ่อมสร้างสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ที่ออกมาแฉการทุจริตในกองทัพจนถูกดำเนินคดี นายปิยมิตร กล้าณรงค์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กลุ่มองค์กรปลดแอกเพื่อเสรีภาพ นายสูฮัยมี (มิน) สมาชิกสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาภาคใต้ และนายธนาธร หรือฮ่องเต้ จากพรรควิฬาร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่น่าสังเกตว่า ดาวปราศรัยในม็อบนี้กว่าครึ่งอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี

    มธ.ย้ำไม่ให้ชุมนุมในมหาวิทยาลัย

    วันเดียวกัน นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์และท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยให้เป็นผู้ดูแลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยไม่ให้นักศึกษาเข้ามาชุมนุมอยู่แล้ว ซึ่งได้ประกาศออกไปอย่างชัดเจน เมื่อถามว่า ถ้าม็อบบุกเข้ามามหาวิทยาลัยจะมีมาตรการรับมืออย่างไร นายศุภสวัสดิ์ตอบว่า ก็ว่ากันไป ตามกระบวนการไม่อนุญาตปักหลักในแหล่งเรียนรู้

    นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรประสานหน่วยงานความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมตรวจตราและดูแลสถานที่แหล่งเรียนรู้และที่ทำการในสังกัดกรมศิลปากร บริเวณที่มีการรวมตัวชุมนุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า ซึ่งขณะนี้ยังไม่สั่งปิดทำการ เนื่องจากยังมีกิจกรรมวันครบรอบ 146 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย โดยตนและผู้บริหารจะไปประจำการและประเมินสถานการณ์รายวัน ทั้งนี้ให้มีการเปิดประตูเข้าและออกทางเดียวให้ผู้เข้าชมสแกนคิวอาร์โค้ด “ไทยชนะ” ลงชื่อเข้าใช้บริการสถานที่ นอกจากนี้สั่งให้ตรวจอุปกรณ์สำหรับใช้ป้องกันภัย ทั้งกล้องวงจรปิด อุปกรณ์ดับเพลิง ให้สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ทำการใดๆ ในส่วนที่กรมศิลปากรดูแลในการซ่องสุม ชุมนุม ที่อาจนำมาซึ่งความไม่สงบ และก่อให้เกิดอันตรายต่อสถานที่นั้นๆ ขณะที่โรงละครแห่งชาติได้สั่งยกเลิกการแสดงทุกอย่างแล้ว

    ทำเนียบฯคุมเข้มรับมือเต็มสูบ

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงการ เตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.ว่า ช่วงบ่ายวันที่ 18 ก.ย.มีการนำรถไฟฟ้าส่องสว่างและรถดับเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.อย่างละ 2 คัน มาประจำการเตรียมความพร้อมในพื้นทำเนียบฯ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เก็บป้ายตำแหน่งจุดจอดรถของรองนายกฯ และคนสำคัญ ออกจากลานจอดรถ ข้างตึกบัญชาการ 2 นอกจากนี้มีการติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมนอกทำเนียบฯฝั่งสะพานอรทัย และขอความร่วมมือข้าราชการและเจ้าหน้าที่ให้เดินทางกลับบ้านเร็วกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ภายในทำเนียบฯ 2 กองร้อย และตำรวจนครบาล บริเวณโดยรอบ 3 กองร้อย ได้ทยอยเข้าประจำการตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 18 ก.ย.เป็นต้นไป

    บก.ส.3 ตั้ง ศปก.ประเมินสถานการณ์

    เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สุรชาติ มณีจักร ผบก.ส.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรากร อยู่อย่างไทย รอง ผบก.ส.3 พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.4 บก.ส.3 และเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สนธิกำลังตรวจความพร้อมบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ต.สุรชาติกล่าวว่า ได้หารือกับนายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) ที่ทำเนียบรัฐบาล บริเวณอาคาร 20 และจะเริ่มประชุมทันทีในวันที่ 19 ก.ย. ศปก.จะประชุมประเมินสถานการณ์ตลอดช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.และจะประเมินอีกครั้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะชุมนุมยืดเยื้อไปถึงวันที่ 21 ก.ย.หรือไม่ แต่เบื้องต้นเชื่อว่าคงไม่ เพราะน้องๆนักเรียนนักศึกษาจะต้องกลับไปเรียน ยกเว้นกลุ่มเครือข่ายอื่นๆที่มาร่วมชุมนุม

    ตร.ปรับแผนกรกฎ 52 ไม่เน้นกำลัง

    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงแนวทางดำ เนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการชุมนุม 19 ก.ย.ว่า เดิมทีใช้แผนกรกฎ 52 ควบคุมสถานการณ์ แต่ความที่ใช้มาตั้งแต่ปลายปี 2551 เป็นระยะเวลานานแล้วมีการปรับปรุงมาเป็นแผนการชุมนุม 63 ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันยังคงอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่าด้วยการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 จำเป็นต้องประสานงานกับหน่วยร่วมปฏิบัติต่างๆ เช่น ตั้งจุดคัดกรอง ประการสำคัญของแผนการชุมนุม 63 จะปรับให้เข้ากับ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ โดยจะกำหนดขั้นตอนระเบียบ แนวทางการปฏิบัติของผู้เข้าร่วมชุมนุม และแนวทางการปฏิบัติของทางเจ้าหน้าที่จะยังคงยึดแนวทางการดำเนินการจากเบาไปหาหนัก เราไม่ได้มุ่งเน้นใช้กำลัง เบื้องต้นได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบของกองร้อยควบคุมฝูงชนทั่วประเทศประมาณ 1 หมื่นกว่าคน

    สอบถามจราจร 1191 ได้ 24 ชม.

    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า การจัดการจราจรบริเวณที่มีการชุมนุมจะใช้หลักการไม่ปิดการจราจร ทั้งหมดแบ่งไว้ 3 ระดับ 1.บริเวณที่ไม่ส่งผลกระทบ เช่น ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หรือบริเวณสนามหลวง ไม่มีการปิดการจราจร 2.หากกลุ่มผู้ชุมนุมลงมาบริเวณพื้นผิวการจราจรบางส่วนก็เปิดการจราจรบริเวณที่เหลือ และ 3.กรณีผู้ชุมนุมเข้ามาเต็มพื้นที่ไม่สามารถใช้เส้นทางได้จะปิดการจราจรชั่วคราว แนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเพื่อไม่ให้ผู้ใช้ยานพาหนะได้รับผลกระทบ จะปิดถนนชั่วคราวก่อนที่จะถึงกลุ่มผู้ชุมนุม 1 ทางแยก เมื่อผู้ชุมนุมเคลื่อนที่ผ่านไปแล้วถึงเปิดการจราจรปกติ รวมทั้งกำหนดเส้นทางฉุกเฉินไว้ ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมหรือประชาชนให้ความสะดวกกรณีนำผู้ป่วยส่ง รพ. เส้นทางที่เป็นห่วงมากที่สุด คือ ถนนราชดำเนินใน-กลาง-นอก สมเด็จพระปิ่นเกล้า วิสุทธิกษัตริย์ จักรพรรดิพงษ์ หลานหลวง ถนนดินสอ ตะนาว สะพานพระราม 8 และสะพาน สมเด็จพระปิ่นเกล้า ผู้ใช้รถควรหลีกเลี่ยง สอบถามข้อมูลเส้นทาง โทร.1197 ตลอด 24 ชม.แอปพลิเคชัน M-Help Me และเว็บไซต์ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH

    สภาฯพื้นที่ ปชช.ไม่หวั่นม็อบบุก

    ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล และลานพระบรมรูป ทรงม้าในวันที่ 19 ก.ย.ในส่วนของรัฐสภาเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้มข้นมากนักเพราะรัฐสภาเป็นพื้นที่ของประชาชน แต่ก็มีการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา ส่วนเรื่องโควิด-19 ยังคงรักษามาตรการป้องกัน คนที่เข้ามาต้องสวมหน้ากากทุกคน ยอมรับว่าการรักษาระยะห่างเริ่มหย่อนยาน แต่ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นคล้องประตูธรรมศาสตร์ตกอยู่ในความมืด

    ช่วงเย็น ที่บริเวณท้องสนามหลวง น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ได้พาแนวร่วมมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตั้งวงเตะตะกร้อ บริเวณถนนเส้นกลางท้องสนามหลวง รำลึกถึงความหลังครั้งที่สนามหลวงยังเปิดให้ประชาชนเข้าได้อย่างเสรี โดยลูกตะกร้อแปะรูปใบหน้า อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

    ส่วนที่หน้าประตูทางเข้า มธ.ท่าพระจันทร์ เวลา 20.07 น. เจ้าหน้าที่ รปภ.ได้ปิดประตูทางเข้าด้านหน้ามหาวิทยาลัย นำกุญแจขนาดเล็กมาคล้อง บรรยากาศภายใน มธ.ตกอยู่ในความมืด ไม่มีการปิดไฟตามอาคารอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นมี น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ได้มาสังเกตการณ์ดูสถานที่ ชุมนุมด้วย

    “บิ๊กตู่” ดู เจ้าหน้าที่ซ้อมช่วยเครื่องบินตก

    ด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อเวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ นำ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เดินทางต่อด้วยรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน 8 กพ 6275 กรุงเทพมหานคร ไปที่ค่ายพระรามหก อ.ชะอำ เป็นประธานเปิดและปิดการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย (Search and Rescue Exercise) (SAREX) ประจำปี 2563 มีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.เพชรบุรี กล่าวรายงานให้การต้อนรับ นายกฯ กล่าวว่า คำกล่าว “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ” ใช้ได้ทุกโอกาส แม้จะไม่มีเหตุอะไร เกิดขึ้นแต่ต้องเตรียมพร้อมให้สอดคล้องกัน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร รัฐบาลให้ความสำคัญยิ่งยวดว่า ทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย

    คุยเด็ก ป.3 อย่าให้ใครมากำหนดชีวิต

    นายกฯกล่าวด้วยว่า ขอฝากทุกคนตระหนักบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และหน่วยงานให้ชัดเจนประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย ความสามัคคี มีเสถียรภาพประสิทธิภาพของภาครัฐและประชาชน จากนั้นนายกฯได้ทักทายถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่ ก่อนพูดคุยกับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มาร่วมงานตอนหนึ่งว่า “ขอยืนยันว่าสิ่งที่ลุงและรัฐบาลทำจะดีขึ้นตามลำดับ สร้างความเข้าใจกันในทุกๆเรื่อง แม้จะเป็นเด็กก็มีความคิด วันนี้ลุงก็รับฟังทั้งหมด วันนี้หน้าที่ของพวกเราคือ การเรียนหนังสือและเรียนให้มาก อนาคตเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม แต่อย่าให้ใครมากำหนดชีวิตเรา”

    ห่วงจริงไม่ได้อ้างโควิดกดดันม็อบ

    พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้แถลงการณ์ข้อห่วงใยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสองต่อการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ว่า ก็เป็นห่วงใช่หรือไม่ตนห่วงทุกเรื่อง ไม่ใช่ห่วงตรงนี้เพื่อไปกดดันตรงนู้น ขอให้มองเจตนารมณ์ของคนเป็นนายกฯที่มีแต่ความห่วงใย ที่พูดไปเพราะห่วงใยจริงๆ ไม่ต้องการจะไปข่มขู่ใครทั้งสิ้น แต่มันเป็นเรื่องจริง ผู้ใหญ่ทุกคนจะต้องเข้าใจ ต้องห่วงใยลูกหลาน ถ้ามันเป็นอะไรกันขึ้นมาจะรับมือกันไหวหรือเปล่า แม้ว่าจะมีความพร้อมอยู่ก็ตาม ฉะนั้น อะไรก็ตามลดภาระให้กับเจ้าหน้าที่ตรากตรำเหน็ดเหนื่อยหลายเรื่อง นายกฯเป็นห่วงทุกอย่างรัฐบาลห่วงประชาชนทุกคน อะไรที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย และสามัคคีกันได้ เป็นสิ่งสำคัญ

    “บิ๊กป้อม”วอนเลี่ยงเข้าลานพระรูป

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการการดูแลสถานที่สำคัญเพื่อรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ไม่ต้องห่วง เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ชุมนุมเดินผ่านทำเนียบรัฐบาลไปยังลานพระบรมรูปทรงม้าจะป้องกันอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็ต้องป้องกัน ถ้าเลี่ยงไปทางอื่นก็ขอให้เลี่ยงไป เมื่อถามว่า ล่าสุดมีการระดมคนมาจากต่างจังหวัดจำนวนมากและยังมีคลิปภาพการวางแผนออกมาเผยแพร่ออกมาด้วย พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมรู้ ผมรู้หมด ก็ว่าไป” เมื่อถามว่า ดูจากสีหน้าแล้วไม่มีความกังวลอะไรใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรส่ายหน้า ก่อนตอบว่า ไม่กังวลดูแลได้

    “บิ๊กแดง” สั่งระดมกำลังป้อง บก.ทบ.

    ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมของฝ่ายความมั่นคง โดยมีการประเมินเส้นทางการเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมผ่านหน้า บก.ทบ.ไปยังทำเนียบฯ ผบ.ทบ.ได้สั่งให้เตรียมแผนตั้งรับป้องกันพื้นที่ภายใน บก.ทบ.ที่ล่อแหลมต่อการบุกรุกของผู้ชุมนุม นำรถประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการจิตวิทยามวลชน รถบรรทุกฉีดน้ำ กำลังทหารปฏิบัติการจิตวิทยาเตรียมโทรโข่งชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอย่างเด็ดขาด และนำเครื่องกีดขวางแท่งแบริเออร์วางเป็นแนวป้องกันประตูเข้า-ออกทั้งด้านหน้าและหลังบก.ทบ. และลวดหนามวางรอบพื้นที่อย่างแน่นหนา

    ทีม กมธ.ปกครองพร้อมดูแลม็อบ

    ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า การชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.คณะทำงานฯได้รวบรวมอาสาสมัคร ได้แก่ ส.ส.กทม. ส.ส.ภาคอีสาน ผู้ช่วย ส.ส.พรรคเพื่อไทยและผู้สนใจ รวมถึง ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน เช่น นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล รวมกว่า 80 คน ไปตั้งเต็นท์เป็นศูนย์อำนวยการติดตามการชุมนุม ที่บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ใกล้สนามหลวงเพื่อประสานกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะการใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯจะสวมเสื้อสีขาวมีป้ายห้อยคอชัดเจน รวมถึงจะมีแถลงข่าวรายงานเหตุการณ์ 3 ช่วงในเวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 16.00 น. นอกจากนี้ยังเตรียมเอกสารการประกันนักเรียน นิสิต นักศึกษา กรณีอยู่ในที่ชุมนุมถูกดำเนินคดีแล้วไม่มีผู้ปกครองหรือครูอาจารย์มาช่วยเหลือ

    เตือน จนท.เฝ้าระวังมือที่ 3 ก่อกวน

    “ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ ดูแลผู้ชุมนุมทุกคนแบบญาติมิตร มองอย่างลูกหลาน ให้เหมือนกับที่นายกฯแถลงการณ์ ขณะเดียวกันการข่าวแจ้งว่าจะมีม็อบมาก่อกวนแต่งตัวเป็นมดแดง มดเอ็กซ์ จึงกังวลเรื่องมือที่ 3 หรือมือที่มองไม่เห็นไม่อยากให้เกิดขึ้น ฝากเจ้าหน้าที่รัฐดูด้วยใครที่ประสงค์ร้ายต่อผู้ชุมนุมขอให้หยุดหรือไปชุมนุมกันคนละที่ที่ไกลออกไป”นายสมคิดกล่าว

    “ราเมศ” ติงอย่าเอาชนะบนซากหักพัง

    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การชุมนุมสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญโดยอยู่ในกรอบกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องอะลุ่มอล่วยต่อผู้ชุมนุม เน้นดูแลความปลอดภัยให้มากที่สุดป้องกันการสร้างสถานการณ์นำไปสู่ความวุ่นวาย ใช้อำนาจในกรอบของกฎหมายและความเป็นธรรม ไม่อยากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดถึงผลชนะแต่ลืมนึกถึงประเทศชาติ ไม่เกิดประโยชน์ใดหากฝ่ายชนะยืนประกาศชัยชนะบนซากปรักหักพัง อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจคุยกันเพื่อหาทางออกของประเทศ

    “เทพไท” กระตุกอย่าประเมินม็อบต่ำ

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุม 19 ก.ย.ว่า ถ้าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมากน่าจะมาจาก 1.การโหมโรงการชุมนุมมาต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับจากมวลชน 2.จากท่าทีผู้บริหาร มธ.ห้ามใช้พื้นที่ทำให้มวลชนรู้สึกว่า มธ.ไม่เหมือนในอดีต และ 3.ท่าทีของรัฐบาลต่อข้อเรียกร้อง 3 ข้อ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงบัดนี้ยังไม่มีท่าที หรือการส่งสัญญาณใดๆที่ชัดเจนจากรัฐบาลต่อ ส.ว.ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมี ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 คน ยกมือสนับสนุนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพียงแค่สร้างภาพลวงตาให้สังคมเห็นว่าพยายามทำแล้วเท่านั้น และไม่อยากให้ประเมินการชุมนุมต่ำเกินไป ไม่ใช่ใช้วิธีให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ นำประเด็นการระบาดของโควิด-19 มาปราม ถ้าไม่เร่งแก้ปัญหาแต่เนิ่นๆ การชุมนุมอาจลุกลามยกระดับ จนทำให้เกิดวิกฤติทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้งได้

    “วันชัย” หวั่นเกิดเหตุตัดหน้าแก้ รธน.

    นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า การรวบรวมเสียง ส.ว.ให้ได้ 84 เสียง เป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้ขาดต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอบอกว่ากลุ่ม 84 ส.ว.กำลังโตวันโตคืน ส.ว.หลายกลุ่มหารืออย่างเข้มข้น ระดมความคิดความเป็นเอกภาพที่จะลงคะแนน กลุ่มที่สงวนท่าทีเริ่มเปลี่ยนท่าทีมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลายเป็นความเติบโตของกลุ่ม 84 ส.ว.สิ่งที่กลุ่มนี้นำมาหารือกันคือ การแก้กับการไม่แก้รัฐธรรมนูญอะไรจะดีกว่ากัน ชัดเจนคือ ไม่แก้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีปัญหาอาจถึงขั้นรัฐบาลอยู่ได้หรือไม่ได้ จะกลายเป็นเงื่อนไขขัดแย้งบานปลายเสียหายมากกว่า ส่วนตัวยืนยันสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญทั้งแบบ ส.ส.ร.หรือรายมาตรา แต่รายมาตราบางเรื่อง ส.ส.ควรตกผลึกให้เป็นเอกภาพก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสียแนวร่วมการลงคะแนน ถ้า ส.ส.รวมกันไม่ได้เกรงว่าจะตกม้าตาย สิ่งที่วิตกคือ วันที่ 24 ก.ย. จะได้โหวตเรื่องแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ จะมีอุบัติเหตุในสภาฯหรือนอกสภาหรือไม่

    สธ.แนะให้ชุมนุมห่างกัน 1–2 เมตร

    นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) เพื่อติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวในภารกิจของ สธ.ในกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการรวมตัวจำนวนมาก โดยร่วมกับหน่วยงาน อาทิ กรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รพ.เอกชน รพ.สังกัดกรุงเทพหมหานคร จัดทีมบุคลากรเชิงรุกออกคัดกรอง ให้คำแนะนำการเว้นระยะห่าง แจกหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์เข้มข้น มาตรการจุดคัดกรอง จุดล้างมือ สำหรับการชุมนุมอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีทีมจากกรุงเทพฯเป็นหลักในการดูแล หากมีกรณีฉุกเฉินกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะมีการประสานกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่เข้าไปช่วยดำเนินการทันที ในส่วนภูมิภาคได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดที่มีการชุมนุม จัดทีมเข้าไปดูแลเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไปในสถานที่มีคนจำนวนมาก สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ ไม่นำมือสัมผัสบริเวณใบหน้า ตา จมูก ปาก และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร กรณีที่ไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ ให้หลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือตะโกน

    สอบอาจารย์ มช.โพสต์ด่านักศึกษา

    ด้านเพจ “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” โพสต์ชี้แจงเรื่องที่อาจารย์คนหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่านักศึกษาที่จะออกมาชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.63 จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามถึงวุฒิภาวะของอาจารย์ว่า “ตามที่ได้มีข้อซักถามเกี่ยวกับกรณีอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ท่านหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น คณะและมหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบพฤติกรรมและการกระทำดังกล่าว พบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดทางวินัย มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นไปแล้ว และเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอนของนักศึกษา คณะได้จัดคณาจารย์สอนแทนในกระบวนวิชาที่อาจารย์ท่านนั้นรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันได้หารือผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของอาจารย์ดังกล่าวแล้ว”

    สภาฯถกงบฯ 64 วาระ 2 วันที่สาม

    สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ผู้สื่อข่าว รายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากที่ประชุมใช้เวลาอภิปรายในช่วงค่ำวันที่ 17 ก.ย. ไปจนพักการประชุมในเวลา 00.30 น. โดยโหวตผ่านมาตรา 14 งบฯกระทรวงเกษตรฯ มาตรา 15 งบฯกระทรวงคมนาคม และมาตรา 16 งบฯกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่ประชุมเปิดอภิปรายต่อในมาตรา 17 งบฯกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหน่วยงานในกำกับวงเงิน 12,019 ล้านบาท โดย กมธ.งบฯปรับลด 483 ล้านบาท คงเหลือ 11,535 ล้านบาท โดย นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล อภิปราย ขอปรับลดงบฯให้คงเหลือ 10,817 ล้านบาท นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอปรับลด 1 เปอร์เซ็นต์ และนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ เสนอ ปรับลด 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ก่อนมีมติ 256 ต่อ 98 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง เห็นชอบงบฯของ ทส. และหน่วยงานในกำกับคงเหลือ 11,535 ล้านบาท

    สับพาณิชย์ทำสินค้าราคาตกต่ำ

    จากนั้นเข้าสู่มาตรา 18 งบฯกระทรวงพลังงาน ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายถึงนโยบายของที่ไม่สนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ก๊าซเอ็นจีวีพลังงานสะอาดเท่าที่ควร หลังอภิปรายครบถ้วนแล้วลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 262 เสียง ต่อ 101 เสียง และงดออกเสียง 9 เสียง ต่อมาในมาตรา 19 งบฯกระทรวงพาณิชย์ และ หน่วยงานในกำกับ ส่วนใหญ่ ส.ส.ได้อภิปรายถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำไม่สอดคล้องต้นทุนการผลิต รัฐบาลไม่ดูแลชาวสวนปาล์มเหมือนกับที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน ขณะที่ข้าวสารที่ราคาแพงมากนั้น เพราะข้าวถูกน้ำท่วมและฝนแล้งจนแทบจะไม่มีข้าวขายแล้ว ซึ่งไม่ได้เกิดจากฝีมือการบริหารงานของรัฐบาลเลย ซึ่งภายหลังอภิปรายกันครบถ้วนแล้วที่ประชุมสภาฯจึงลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 263 ต่อ 113 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง

    รุมเฉ่ง “บิ๊กตู่” ใช้ภาษีสู้คดีเหมืองทอง

    จากนั้นเวลา 18.15 น. เข้าสู่วาระการพิจารณามาตรา 26 กระทรวงอุตสาหกรรม ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม รับผิดชอบค่าต่อสู้คดีกับบริษัท คิงส์เกตฯ กรณีใช้อำนาจหัวหน้า คสช. สั่งปิดเหมืองทองอัครา อาทิ นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า รัฐไม่ควร รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จะอ้าง ความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้เงินรัฐไม่ได้ นายกฯเป็นคนจะเปลี่ยนสีตามสิ่งแวดล้อมไม่ได้ บางวันไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บางวันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ละอายใจหรือที่เป็นข้อยกเว้นหนึ่งเดียวของประเทศที่อยู่เหนือกฎหมาย ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตั้งแต่งบประมาณปี 62-64 พล.อ.ประยุทธ์ใช้ต่อสู้คดีเหมืองทองอัคราไปแล้ว 376.9 ล้านบาท ไม่ใช่เงิน พล.อ.ประยุทธ์ แม้แต่สลึงเดียว ขอให้สภาฯตัดงบการต่อสู้คดี 99 ล้านบาท การลั่นวาจาจะรับผิดชอบเอง เมื่อสั่งเองต้องจ่ายเอง อย่าโกง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 260 ต่อ 114 งดออกเสียง 7

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ม็อบ 19 กันยาข่าวหน้า 1ข่าววันนี้ชุมนุม 19 ก.ย.ชุมนุม 19 กันยายน 2563การชุมนุมผู้ชุมนุมข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 06:11 น.