ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นายกฯ คุยกับเด็ก ยัน ลุงรับฟังความเห็นทุกคน อย่าให้ใครมากำหนดชีวิต

    ไทยรัฐออนไลน์18 ก.ย. 2563 19:06 น.
    SHARE

    นายกฯ เข้าหา เด็ก ป.3 เปรย เมื่อ 50-60 ปี ก่อน ลุงก็อายุเท่าหลาน ยัน ลุงรับฟังความเห็น ชี้ ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็น แม้จะเป็นเด็กทุกคนก็มีความคิด หน้าที่ของพวกเรา คือการเรียนหนังสือ

    วันที่ 18 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ จากพล. ม. 2 รอ. เขตพญาไท กทม.ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จากนั้นเดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 8 กพ 6275 กรุงเทพมหานคร มายังค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดและปิดการฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย (Search and Rescue Exercise (SAREX)) ประจำปี 2563 โดยนายกฯ และคณะรับฟังบรรยายสรุปการฝึกซ้อมค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย ประจำปี 2563 ในปีนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยหลักบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้กำหนดสถานการณ์ให้มีอากาศยานประสบภัยในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี

    ระหว่างการเยือน จ.เพชรบุรี นายกฯ ได้ทักทายพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมฝึกซ้อม โดยช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ถือโอกาสพูดคุยกับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มาร่วมในงาน ตอนหนึ่งว่า เด็กเหล่านี้คืออนาคตของชาติ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องแก้ปัญหาที่ระบบการศึกษาของเรา โดยต้องปรับให้ทันสถานการณ์และโลกปัจจุบัน

    "ลุงก็เคยอายุเท่าหลานๆ แต่ชีวิตผ่านมา 50-60 ปีแล้ว เคยรู้ เคยมีประสบการณ์ และรู้ถึงความต้องการของเด็กๆ และอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด และขอยืนยันว่า สิ่งที่ลุงและรัฐบาลทำจะดีขึ้นตามลำดับ วันข้างหน้าก็จะทำต่อไป และจะดีขึ้นอีก เราต้องทำงานไปด้วยกัน ทุกคนต้องทำงานไปด้วยกัน พร้อมสานต่อสิ่งที่ดีงาม สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และในทุกๆ เรื่อง ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ไม่ว่า จะวงเล็ก หรือวงใหญ่ และแม้จะเป็นเด็กทุกคนก็มีความคิด วันนี้ลุงก็รับฟังทั้งหมด และวันนี้หน้าที่ของพวกเราคือการเรียนหนังสือและเรียนให้มาก อนาคตเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ส่วนอย่างอื่นก็มีหลายฝ่ายพร้อมที่จะทำให้แต่เราต้องกำหนดอนาคตตัวเอง เราต้องตั้งความหวังและเดินไปถึงความหวังตรงนั้นให้ได้ เราต้องไปด้วยกันให้ได้ แต่อย่าให้ใครมากำหนดชีวิตเรา วันนี้รัฐบาลเตรียมนโยบายและมาตรการต่างๆ ไว้สำหรับทุกคนรวมทั้งแก้ไขปัญหาระหว่างทาง ไม่มีใครทำสำเร็จเพียงฝ่ายเดียว" นายกฯ กล่าว

    จากนั้น นายกฯ ได้สอบถามเด็กๆ ว่า โตขึ้นอยากประกอบอาชีพอะไร พร้อมแนะนำว่า ถ้าไม่อยากเรียนสายสามัญก็ให้เรียนสายอาชีวะ รับรองมีงานทำแน่ และแนะนำให้เด็กๆ หันมาออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยทั้งในเรื่องของสมองและสุขภาพ อีกทั้งต้องระมัดระวังตัวเองโดยเฉพาะขณะนี้ ที่ยังมีการแพร่ระบาดกับโควิด-19 ส่วนเด็กคนไหนมีความฝันอยากเป็นครูนั้น ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะครู คือ ผู้อบรมสั่งสอนเด็กๆ ทุกคน โดยเฉพาะการเป็นครูสมัยใหม่จะต้องสอนและถ่ายทอดในสิ่งที่ถูกต้อง การเป็นครูปัจจุบันจะหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องเข้าใจนักเรียนและเข้าใจสิ่งแวดล้อม ถ้ายังเป็นครูแบบเดิมก็ไปไม่ได้ วันนี้ปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ครูก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน บางอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีบางอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดี จึงฝากเด็กๆ ทุกคนช่วยกันคิดด้วย

    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการพบปะกับเด็กนักเรียนในวันนี้ได้มีการสะท้อนถึงเรื่องการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เด็กเหล่านี้เพิ่งจะอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เขายังไม่มีเรื่องเหล่านี้ จะมีความรู้ทางการเมืองอย่างไร สื่อก็ถามเกินไปหรือไม่

    จากนั้น นายกฯ และคณะ เดินทางถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ พล. ม. 2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ และเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประยุทธ์ จันทร์โอชาเด็กนักเรียนป.3อย่าให้ใครมากำหนดชีวิตข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 15:13 น.