“ธนาธร” ยัน ไม่ได้อยู่เบื้องหลังม็อบ 19 กันยา ชื่นชมนักศึกษาประชาชนทำหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย อัด “บิ๊กตู่” หลอกลวง ลั่น โควิด-เศรษฐกิจ-การเมือง แก้ไปพร้อมกันได้
วันที่ 18 ก.ย. 2563 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมงานเสวนา “ประเทศไทยในทศวรรษหน้า” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถึงกรณีที่กลุ่มศูนย์กลางประสานงานนักศึกษาอาชีวะประชาชนปกป้องสถาบัน (ศอปส.) ขับไล่ออกจากประเทศ ว่า ไม่ได้คิดอะไร เพราะเข้ามาทำงานการเมืองด้วยความปรารถนาดีต่อประเทศ เชื่อว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยให้กลับมาสู่ประเทศไทยไม่ใช่การทำลายชาติ แต่ทำไปด้วยความรักในอนาคตของประเทศ
ส่วนกรณีถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา นายธนาธร หัวเราะก่อนจะตอบว่า ให้ดูนักศึกษาทำงานก็จะเห็นว่ามีความตั้งใจและเป็นตัวของตัวเอง ขับเคลื่อนกระบวนการของพวกเขาอย่างมีพลัง น่าชมเชย น่ายกย่อง เพราะได้ทำหน้าที่ที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแข็งขันและมีประสิทธิภาพ ตนเองคงได้แต่ให้กำลังใจอยู่ข้างหลัง ส่วนการตัดสินใจว่าจะชุมนุมอย่างไรเป็นเจตน์จำนงอันเสรีของนักศึกษา เราไปกำหนดพวกเขาไม่ได้ และต่อให้อยากกำหนด พวกเขาก็คงไม่ให้
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า การพูดถึงเรื่องปฏิรูปสถาบัน ไม่ใช่การล้มล้าง ไม่ใช่อาชญากรรม อยากจะเชิญชวนประชาชนให้หันมาฟังที่เขาพูดอย่างปราศจากอคติ แล้วจะเห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีการล้มล้าง เปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่นักศึกษาเขาหวังดีและปรารถนาดีกับประเทศ เขากล้าพูดความจริง กล้าพูดปัญหาที่คนรุ่นเราไม่กล้าพูด คำถามคือพวกเราเป็นผู้ใหญ่พอหรือยัง สังคมไทยเป็นผู้ใหญ่พอหรือยัง ที่จะรับฟังพวกเขา ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม ให้ผ่านพ้นรุ่นเราไปแล้วให้คนรุ่นต่อไป ไปแก้ปัญหาเอง นี่คือความท้าทายของสังคมไทยว่าเราจะรับฟังนักศึกษาอย่างที่พูดกันจริงหรือไม่
...
ผู้สื่อข่าวถึงต่อถึงกรณีที่มีการเชื่อมโยง นายธนาธร ว่าเกี่ยวข้องกับการปลุกนักศึกษา หัวหน้าคณะก้าวหน้า ตอบว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นสายพานประวัติศาสตร์เดียวกัน พวกเรามีอุดมการณ์และความคิดที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อเรียกร้องหลายอย่างเราสนับสนุนและเห็นด้วย การมีอุดมการณ์เดียวกัน การมีแนวคิดในการผลักดันประเทศไปข้างหน้าคล้ายคลึงกัน ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง
สำหรับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยนั้น นายธนาธร ระบุว่า เป็นการอ้างโควิด-19 อ้างเศรษฐกิจ มาปรามการชุมนุมของนักศึกษาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการแก้ปัญหาโควิด-19 การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาการเมือง และการแก้รัฐธรรมนูญ ทำไปพร้อมกันได้ เพราะกฎหมายหลายอย่างสภาฯ ผ่านให้หมดแล้ว รวมถึงงบประมาณปี 2564 ก็คงจะผ่านให้อีกเช่นกัน
“รัฐบาลขออะไรมาที่สภาฯ สภาฯ ก็ผ่านให้หมด ดังนั้นการแก้ปัญหาโควิด แก้ปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลมีเครื่องมีทุกอย่างที่รัฐบาลจะมีแล้ว การแก้ปัญหาด้านการเมือง ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือการแก้รัฐธรรมนุญ ที่เป็นอำนาจของสภาฯ เพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ จริงใจ อับดับที่ 1 หยุดการคุกคามนักศึกษาและประชาชนที่ออกมาเรียกร้องด้วยสิทธิเสรีภาพของเขา แส้งความจริงใจให้ประชาชนเห็นก่อนว่าคุณจริงใจที่จะแก้ปัญหาทางการเมือง ถ้าคุณประยุทธ์ สั่งคำเดียวการคุกคามประชาชนก็จะไม่มี อันดับที่ 2 คุณประยุทธ์ สามารถบอก ส.ส. ที่อยู่ในพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลได้ว่าให้เดินหน้าเต็มที่ในการแก้รัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เกิดการชุมนุมของนักศีกษาประชาชน ดังนั้นเรื่องนี้สิ่งที่คุณประยุทธ์ พูดเมื่อวาน เป็นการหลอกลวงประชาชน ไม่จริงนะครับ โควิด เศรษฐกิจ และการเมือง ทำไปพร้อมกันได้ เดินหน้าเต็มที่ทุกอย่างก็แก้ได้”
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ออกมาเป็นผู้นำการชุมนุมของนักศึกษา นายธนาธร เผยว่า นักศึกษาเขาเริ่มออกมาแล้ว การไปแย่งซีนไม่เหมาะสม ทั้งตนเองและ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่มีความอยากที่จะเป็นผู้นำม็อบ ไม่ใช่ว่าไม่พร้อม ถ้าสถานการณ์จำเป็น หรือมีความต้องการในทางการเมืองที่จะต้องไปนำการเคลื่อนไหวของประชาชน เราก็พร้อมทำ แต่วันนี้นักศึกษาทำไปแล้ว เขาทำออกมาได้สวยงาม สร้างสรรค์มากด้วย เป็นการชุมนุมอย่างสันติ สร้างสรรค์ และมีพลัง ทำได้ดีกว่าคนรุ่นเราด้วยซ้ำไป ดังนั้นไม่มีความจำเป็น เราทุกคนต่างมีหน้าที่ ถ้านักศึกษาเขาสามารถรวมพลังของประชาชนได้ เราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องแย่งชิงการนำอะไร
ในช่วงท้าย นายธนาธร กล่าวยืนยันว่าเรียกร้องให้สถาบันอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ อยู่เหนือการเมือง เป็นหลักการพื้นฐานของระบบประชาธิปไตย ส่วนเรื่องที่มีผู้กล่าวหาว่าล้มล้างสถาบันนั้น ก็คงจะไปฟ้องหมิ่นประมาทหรืออะไร เรารู้และเชื่ออยู่เต็มอกว่าเราทำทุกอย่างด้วยความปรารถนาดี ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าขอได้ คงจะขอให้ประชาชนมองจากสิ่งที่เราทำว่ามีความตั้งใจอย่างนั้นหรือไม่ ฟังสิ่งที่พวกเราพูด เราปรารถนาที่จะทำให้บ้านเมืองพังทลายหรือเปล่า อยากให้ฟังจากปากพวกเราเอง ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นเล่าให้ฟัง จะเป็นการตัดกระบวนการสร้างวาจาโกหกใส่ร้ายป้ายสี แบ่งฝักแบ่งฝ่ายประชาชน แล้วทำให้เกิดความเกลียดชังกันเอง ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมาร่วมการชุมนุมหรือไม่ นายธนาธร ยิ้มและหัวเราะก่อนจะตอบว่า “ไว้เจอกันครับ”.