ไม่ถึงฝั่ง แก้ ม.272 หลังจากรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ได้ถึง 99 คน เพื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 เพื่อหวังปิดสวิตช์ ส.ว.ตัดอำนาจในการร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา

“ก้าวไกล” เปิดหัวเรื่องนี้ก่อนเพื่อนหลังถอนชื่อจากญัตติที่พรรคฝ่ายค้านได้เสนอให้สภาพิจารณาและได้บรรจุ ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันที่ 23-24 ก.ย.63

แต่ญัตติของฝ่ายค้านนั้นระบุประเด็นสำคัญคือจะไม่แตะหมวด 1-หมวด 2 อันไม่ต่างกับญัตติของพรรคร่วมรัฐบาล

นั่นเป็นเหตุผลให้พรรคก้าวไกลต้องถอนชื่อ เพราะต้องการให้มีการแก้ไขทั้งฉบับไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ได้ประกาศเอาไว้

ลองมาไล่ดูสิว่า ม.272 นั้น มีความเป็นมาอย่างไร ก่อเกิดมาอย่างไรก็เป็นเพียงบทเฉพาะกาลมีอายุแค่ 5 ปี

ก็ต้องหมดสภาพแล้วไม่มีผลใช้บังคับ

บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญปี 60 นั้น คลอดออกมาภายหลังจากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว

แต่มาเพิ่มภายหลังเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถที่จะเอาชนะทางการเมืองให้ได้ เมื่อคิดสูตรสำเร็จสำหรับการเลือกตั้งได้แล้ว

ขั้นต่อไปคือจะต้องโหวตชนะตำแหน่งนายกฯที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนามพรรค

ในมุมหนึ่งหากชนะเลือกตั้งแต่แพ้โหวตเลือกนายกฯในสภา ก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดถือว่าไปได้ครึ่งทางเท่านั้น

ก็ต้องเพิ่มความแน่นอนเสริมแต่งด้วยการให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯในรัฐสภา เท่ากับว่าหากจัดตั้งรัฐบาลได้

“ลุงตู่”...ก็ลอยลำเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลชัวร์ๆ

ทั้งรัฐธรรมนูญ-บทเฉพาะกาล 5 ปีได้ผ่านการลงประชามติจากประชาชนมาด้วย และหากมีการแก้ไขอาจจะถึงขั้นต้องมีการถามประชาชนด้วยการให้ลงประชามติเพื่อให้เกิดการยอมรับ

ที่เป็นเรื่องขึ้นมาจนทำให้ญัตติแก้ไข ม.272 ต้องตกไปเพราะรายชื่อไม่ครบ 98 คน เหตุก็เพราะมีการถอนชื่อออกไป

ส่วนใหญ่ก็คือ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ก็มี ชาติไทยพัฒนาก็มี ภูมิใจไทยก็มี รวมถึงพรรคเล็กพรรคน้อยอีกด้วยและถูกวิพากษ์วิจารณ์

1.ก็คือผิดมารยาททางการเมืองในฐานะเป็นรัฐบาลจึงสวนทางกับการที่พรรคร่วมได้ยื่นญัตติไปแล้ว

2.ยังต้องหวังพึ่ง ส.ว.เพราะอาจจะแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ

ประเด็นที่น่าจะพูดถึงก็คือบทบาทของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่งที่แม้จะร่วมรัฐบาลแต่ก็ยังมี “กบฏ” ในพรรคที่มักจะแหกคอกอยู่บ่อยๆ

มักปรากฏจะทำตัวเป็น “ฝ่ายค้าน” ในรัฐบาลมาตลอดจนกลายเป็นปัญหาและสร้างความไม่พอใจให้กับพรรคแกนนำมาตลอด

ถ้าพูดถึงความเป็นไปแล้วจากพรรคการเมืองที่ยึด “หลักการ” จนได้รับการยอมรับเป็นสถาบันการเมืองของประเทศ

แต่มาถึงยุคสมัยนี้กลับเกิดอาการเพี้ยนๆชอบกลจนเสียทรงอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แทนที่จะพัฒนาให้ก้าวไปข้างหน้าทั้งๆที่อยู่สภาพที่ตกตํ่าเรื่องต่อต้านเผด็จการก็เป็นเรื่องหนึ่ง

แต่ปัญหาจริงๆ ก็คือการแย่งชิงอำนาจในพรรคมากกว่า!

“สายล่อฟ้า”