"ศุภชัย พานิชภักดิ์" ชี้ สถานการณ์ ศก.เอเชียดีกว่าอเมริกา-ยุโรป บอก ต้องอดทน แนะ ร่วมมือกันให้ดี อย่ารอวัคซีน บอก รมว.คลังคนใหม่ นายกฯมีตัวเลือกดีๆ หลายคนแล้ว ชี้ ต้นปีหน้าเศรษฐกิจดีขึ้น
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัด และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า ในเอเชียสถานการณ์ดีกว่าที่อื่นเยอะ แม้จะมีการกลับมาระบาดอีกครั้ง แต่ก็เป็นการระบาดเพียงแค่บางจุด ซึ่งสามารถเข้าไปควบคุมดูแลได้ เช่น เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นก็ทำได้ดี ส่วนการลงทุนและการบริโภคในเอเชียถือว่าดีกว่าที่อื่น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อข้อมูลในการเปิดประเทศว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใดเพื่อให้เศรษฐกิจเดินไปได้
ดังนั้นต้องร่วมมือกันให้ดี หากต่อไปมีวัคซีนแล้วจะต้องไม่ขายในราคาแพง และไม่มีใครเป็นเจ้าของ หรือยกให้องค์การอนามัยโลก และให้กระจายต่อไป เพราะตอนนี้บริษัทยาใหญ่ๆ และประเทศใหญ่ๆ ไปจองวัคซีนเหล่านี้ค่อนข้างมาก แต่ที่น่าเป็นห่วงคืออเมริกา และยุโรป
“ในอาเซียนผมว่าเราดีกว่าที่อื่น เพราะทุกคนให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วน แตกต่างจากที่อื่นที่มีการขัดขืนตลอดเวลา ดังนั้นต้องค่อยๆ เปิดประเทศไปเรื่อยๆ แต่เราต้องอดทน ส่วนเศรษฐกิจที่กระตุ้นไม่ได้ เพราะโลกยังวิกฤติอยู่ ส่งผลให้การกระตุ้นเศรษฐกิจไปไม่ได้เต็มที่ แต่ต้องหล่อเลี้ยงไม่ให้เกิดการทรุดลงทางเศรษฐกิจทั้งรายเล็กและรายใหญ่ให้เขาไปได้ก่อน โดยหล่อเลี้ยงให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อคนทำงานได้ก็จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นตามธรรมชาติ ขณะที่การค้าผมมองว่าหดตัวน้อยลง จนมีการแย่งกันวิจารณ์ว่าจะเลวร้ายขนาดไหน อยากให้มองตรงข้าม เพราะไตรมาสที่ 3-4 การหดตัวก็จะดีขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ดีขึ้นทุกเดือน ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการรอวัคซีน ผมย้ำว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจมากยังไม่เกิดขึ้น แต่ต้องช่วยหล่อเลี้ยงไม่ให้เกิดการสูญเสียมากไปกว่านี้ สำหรับที่มีความเป็นห่วงคือแรงงานนอกระบบ 10 ล้านกว่าคน รวมทั้งคนชรา คนพิการ ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้จะเป็นปัญหาหนักที่สุด เราต้องดูแลให้ดี” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ทาบทามมาดำรงตำแหน่งรมว.คลัง ว่า วันนี้มาร่วมประชุมการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพราะตนเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมาตั้งแต่ต้น ไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวถูกทาบทาม เพราะมีแคนดิเดตหลายคน โดยนายกฯมีตัวเลือกของท่านที่ดีอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องรีบตั้ง รมว.คลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาล เพราะขณะนี้โครงการส่วนใหญ่ที่นำออกมาใช้ก็เดินตามรูปแบบ และค่อยๆ เดินไป หากเกิดการกระตุ้นก็เกิดจากโครงการใหญ่ๆ ของรัฐบาล ส่วนที่จะมีการชดเชยให้คนมีงานทำก็มีอยู่แล้ว ปัญหาคือเงินที่ออกมาต้องใช้ให้ตรงเป้าหมายที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลใช้อย่างระมัดระวัง แต่ก็ถูกโจมตีบ้าง เพราะมีคนอยากให้ใช้เงินให้หมด ตนเชื่อว่าต้นปีหน้าจะดีขึ้น อะไรที่คาดคะเนว่าจะเลวร้ายตนคิดว่าไม่เลวร้าย
เมื่อถามว่า การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ของกลุ่มประชาชนปลดแอกนั้น มองว่าจะฉุดความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เมื่อดูทั่วโลกไม่เห็นประเทศไหนที่จะไม่มีการชุมนุมประท้วง หรืออาจจะมีการประท้วงปิดประเทศมากไปหรือน้อยไปหรือประท้วงนโยบายด้านเศรษฐกิจ แม้ยุโรปหรืออเมริกาก็มีปัญหาทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่รวมถึงเรื่องสังคมด้วย ดังนั้นเราต้องระมัดระวังเรื่องการประท้วง แต่ถือเป็นธรรมชาติในสถานการณ์แบบนี้ที่ทุกคนรู้สึกเดือดร้อน และอยากแสดงออก ดีที่สุดคือให้แสดงออก แต่ต้องสร้างสรรค์ เวลานี้ไม่มีที่ไหนดีในโลก แต่ถ้าจะให้ดีขึ้นพวกเราต้องช่วยกัน จะให้แก้ไขอะไรและอย่างไรก็ออกมาพูดได้เพื่อนำเสนอรัฐบาลให้แก้ไข ตนจึงเรียกว่าสร้างสรรค์ และการชุมนุมตนมองว่าเป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนระบาย เพราะพวกเราก็ถูกกดดันทุกคน.