ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถอนประกันส่งเข้าคุกอานนท์-ไมค์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ก.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    “บิ๊กตู่” ยังไม่รีบตั้ง รมว.คลังคนใหม่ จับเข่าคุย 3 กลุ่มธุรกิจ “อสังหาฯ-ค้าปลีก-อีคอมเมิร์ซ” รุมชงออกมาตรการลดแลกแจกแถมอีกรอบ “อนุชา” นิ่งดัน “สันติ” ขึ้นขุนคลัง ปัดศึกใน พปชร.ทำคนนอกผวา ฝ่ายค้านแซะ “ลุงตู่” ลาออก ศก.ดีทันที ถกกมธ.รับฟังนักศึกษาระอุ “ธีรัจชัย” จัดจ้านจวกยุค 3 ป. ทำระบบยุติธรรมไทยเสื่อมหนักสุดรอบ 100 ปี เตือนระวังถูกครหาเป็นทรราช สภาฯไฟเขียวส่งไม้ต่อรัฐบาล “เกียมอุดมฯ” ชำแหละจัดเต็ม “ไม่อยากเห็นผู้ใหญ่ขี้โกงปล้นชาติ” ศาลอุทธรณ์สั่งปรับ “เพนกวิน” 2 พันบาท ศาลอาญาถอนประกัน “อานนท์-ไมค์” “สาทิตย์” นำทีมกบฏ ปชป.ร่วมก้าวไกลรื้อ รธน.272 ปิดสวิตซ์ ส.ว. ทร.รอเจรจาจีนชะลอซื้อเรือดำน้ำ กกต.กาญจน์ขุด “ครูปรีชา” พีอาร์ แต่โดน กกต.กลางสั่งถอดออกจากยูทูบแทบไม่ทัน

    สังคมยังคงจับตามองว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม จะแต่งตั้งใครมาเป็น รมว.คลังคนใหม่ แทนนายปรีดี ดาวฉาย ที่ลาออกไป ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุขึ้นทุกวัน ทั้งจากปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐเอง และการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชน นิสิต นักศึกษาที่ยังมีต่อเนื่อง

    “บิ๊กตู่” จับเข่าคุยสามกลุ่มธุรกิจ

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ได้พบปะหารือตัวแทนและผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-commerce อาทิ นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ตัวแทนจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลเด้นแลนด์เรสซิเดนซ์ จำกัด มีกรอบหารือ 5 ประเด็นหลัก คือ 1.วิสัยทัศน์หรือมุมมองใน 3 ปีข้างหน้า โอกาสไทยในเวทีโลก 2.เรื่องสำคัญที่สุด 3 เรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน 3.อุปสรรคที่สำคัญมากที่สุดที่ขัดขวางความสำเร็จ 4.กฎกติกาภาครัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และ 5.หน่วยงานภาครัฐที่อยากเห็นการปฏิรูปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ

    ฟังมุมมองเชิงลึกไว้ตัดสินใจ

    สำหรับการประชุมเป็นรูปแบบ workshop แบ่งเป็น 3 ช่วงกับ 3 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก และกลุ่มภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ ตามแนวทาง“รวมไทยสร้างชาติ” เพื่อเปิดโอกาสให้คนเก่งที่สุดจากทุกภาคส่วน และทุกระดับของสังคม ใช้ความรู้ความสามารถทำงานร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ โดยมีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เข้าร่วมรับฟัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดประชุมว่า มากกว่าการก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 และวิกฤติเศรษฐกิจโลกไปได้ เราควรมองอนาคตที่ไกลกว่านั้น ใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นโอกาสนำพาประเทศไทยไปอยู่ในจุดที่ดียิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่เชิญทุกคนมาแบ่งปันมุมมอง ความคิด ในฐานะที่เป็นบุคคลที่สุดยอดในภาคธุรกิจ มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ตรงมายาวนาน อยากทราบมุมมองความคิดขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจ ฟังอนาคต 3 ปีข้างหน้าภาคธุรกิจไปอยู่ที่จุดไหน อุปสรรคคืออะไร เมื่อพิจารณานโยบายหรือโครงการที่หน่วยงานต่างๆเสนอ จะได้ตัดสินใจไปในแนวทางที่จะสนับสนุนวิสัยทัศน์ของพวกท่านได้

    ชงมาตรการลดแลกแจกแถม

    จากนั้นภาคธุรกิจแต่ละกลุ่มเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สนับสนุนการซื้อเพื่ออยู่อาศัย ซื้อเพื่อลงทุน รัฐควรมีมาตรการภาษีการเข้าถึงสินเชื่อ และอัตราดอกเบี้ยจูงใจ และอีกมิติไทยมีศักยภาพเป็นบ้านหลังที่ 2 ของคนทั่วโลก และมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค หากผลักดันได้สำเร็จจะเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติระดับผู้บริหาร หรือผู้มีทักษะสูง เพิ่มการจ้างงาน เพิ่มรายได้ กำลังซื้อในประเทศ ส่งผลต่อเนื่องต่อภาคธุรกิจต่างๆ ที่สำคัญภาครัฐต้องเน้นสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน สื่อสารข้อมูลเศรษฐกิจหรือโครงการสำคัญๆที่มีผลต่อการทำมาหากิน และชีวิตความเป็นอยู่ให้ประชาชนทราบ และมองเห็นอนาคตตัวเอง ส่วนภาคธุรกิจค้าปลีก เสนอทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยระยะสั้นเพื่อพยุงการจ้างงาน และขับเคลื่อนเอสเอ็มอีให้อยู่รอด เสนอแก้นโยบายค่าแรงขั้นต่ำให้สามารถจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นรายชั่วโมงได้ จะนำไปสู่การจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านอัตรา ออกนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายนำโครงการ “ช็อปช่วยชาติ” อีกครั้ง กระตุ้นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง โดยลดภาษีนำเข้าชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน เยียวยาลดค่าใช้จ่ายศูนย์การค้า เปิดพื้นที่เพิ่มโซนลงทุนธุรกิจศูนย์การค้า แผนระยะยาว ผลักดันไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกเป็นแหล่งช็อปปิ้งชั้นนำ

    “อนุชา” นิ่งดัน “สันติ” ขึ้นขุนคลัง

    นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ประกาศพร้อมขึ้นเป็น รมว.คลัง ว่า เรื่องนี้ขอไม่ตอบ เมื่อถามว่าตำแหน่ง รมว.คลัง เป็นโควตาของนายกฯหรือของพรรค นายอนุชาตอบว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีเรื่องโควตา เป็นอำนาจของนายกฯเพียงคนเดียว เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าพรรคจะไม่เสนอชื่อ รมว.คลังใช่หรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ไม่ใช่พูดอย่างนั้น แต่หมายความว่าเป็นอำนาจนายกฯ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวพรรคเตรียมเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อเสนอชื่อนายสันติ นายอนุชาตอบว่า ไม่มีการประชุม ยกเลิกไป และยังไม่มีพูดคุยเรื่องนี้ ยืนยันว่าการแต่งตั้งรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกฯ

    ปัดศึกใน พปชร.ทำคนนอกผวา

    เมื่อถามว่ามีข่าวว่าคนนอกไม่กล้าเข้ามารับตำแหน่งเพราะกลัวฝ่ายการเมืองในพลังประชารัฐ นายอนุชาตอบว่า เป็นแค่ข่าว เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ข่าวที่ออกไปทำให้เกิดความขัดแย้ง จริงๆแล้วไม่มีความขัดแย้ง การที่นายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจาก รมว.คลัง เป็นปัญหาเรื่องสุขภาพ เป็นเหตุ สุดวิสัย ประเทศของเราไม่ขาดคนมีฝีมือ ไม่ขาดคนเก่ง เราไปได้แน่นอน หากพวกเราช่วยกันคิดช่วยกันทำ หวังดีกับบ้านเมือง คนที่อยากเห็นบ้านเมืองดียังมีอีกหลายคนที่อยากอาสาเข้ามา เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าคนนอกจะไม่กล้าเข้ามา นายอนุชาตอบว่า ไม่กังวล เราเห็นคนเก่งคนดีผ่านมาหลายคนแล้ว เห็นความสำเร็จเกิดขึ้นหรือยัง เมื่อถามว่าหากนายกฯจะไปเลือกฝ่ายค้านหรือขั้วตรงข้ามรัฐบาลมาดำรงตำแหน่ง นายอนุชาตอบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอำนาจอยู่ที่นายกฯ

    นายกฯไม่รีบตั้ง รมว.คลังใหม่

    ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า จนถึงขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง แม้ตอนนี้จะมีรายชื่อแคนดิเดตโผล่ออกมาหลายคน ทั้งคนในพรรคพลังประชารัฐ และคนนอก โดย พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า แม้นายปรีดีลาออกก็ไม่ทำให้การเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลสะดุดลง เนื่องจากยังมีทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบศ.) ยังสามารถขับเคลื่อนงานได้ ขณะเดียวกันนายกฯยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่แล้ว ดังนั้นช่วงเวลานี้จะยังไม่มีการแต่งตั้ง อีกทั้งเห็นว่าเพิ่งจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ได้ไม่ถึงเดือน จึงถือว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

    แซะ “ลุงตู่” ลาออก ศก.ดีทันทีด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีของนายปรีดี ดาวฉาย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจมาก มีกระแสข่าวว่านายกฯไปทาบทามนักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์หลายคนให้เข้ามารับตำแหน่ง รมว.คลัง แต่ถูกปฏิเสธ หลายคนไม่อยากเอาชื่อเสียงมาทิ้งกับรัฐบาลนี้ และทุกคนไม่เชื่อมั่นในหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ ไม่มีวิสัยทัศน์ ทำงานไม่เป็น หลายคนจึงเลือกปฏิเสธ จุดด้อยของรัฐบาลชุดนี้คือเอาคนที่ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจมานั่งเป็นหัวหน้าทีม จึงมีแต่ทรงกับทรุด อยากเตือนว่าด้วยความไม่รู้ของ พล.อ.ประยุทธ์กลับเป็นการทำร้ายเศรษฐกิจไทย ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ควรทบทวนตัวเอง และควรพิจารณาตัวเอง หากยังอยู่ต่อไปเศรษฐกิจไทยคงล่มสลายแน่ หากอยากเห็นเศรษฐกิจไทยดี เชื่อว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ลาออก เศรษฐกิจไทยดีขึ้นแน่ ลาออกวันนี้พรุ่งนี้ตลาดหุ้นขึ้นแน่นอน

    ถก กมธ.รับฟังนักศึกษาวันที่สอง

    วันเดียวกันเวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณารายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.ฯต่อเป็นวันที่สอง โดยมี ส.ส.ฝ่ายค้านสลับกันอภิปรายท้วงติงเนื้อหา อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ผู้ที่ต้องรับฟังปัญหานักศึกษาไม่ใช่ กมธ.ชุดนี้ แต่เป็นรัฐบาลที่สืบอำนาจจากการรัฐประหารผู้ก่อปัญหาที่เเท้จริง เป็นที่มาของ 3 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อดีตแกนนำ คสช. ทำรัฐประหารวางกลไกองค์กรอิสระใช้จัดการพลิกจากฝ่ายเเพ้เป็นฝ่ายกุมอำนาจ ยุบพรรค ดูด ส.ส.เข้าไปเพื่อครองอำนาจต่อ ความยุติธรรมของประเทศเสื่อมที่สุดในรอบ 100 ปี นักศึกษาจึงออกมา และเขาอยากคุยกับตัวจริง ไม่ใช่ กมธ. หรือสภาฯ

    ก้าวไกลติง 3 ป.ระวังเป็นทรราช

    “3 ป.จะฟังนักศึกษาแบบหูทวนลม หรือฟังเเค่เป็นพิธีกรรมไม่ได้ จะทำเหมือนกับ กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตั้งมาเกือบ 1 ปี ถ่วงเวลาถ้าไม่มีม็อบก็ไม่เสร็จไม่ได้ มองนักศึกษาเป็นศัตรูจ้องล้มรัฐบาล ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินตัดทอนกำลังผู้เห็นต่าง ถ้าทั้ง 3 ป.จริงใจ ไม่อยากไปสู่การนองเลือด ผมคิดว่าควรแก้ไข และไม่ใช่แก้ไขแบบมีลูกเล่นติ๊ดชิ่ง มีเเท็กติก แบบนั้นปัญหาไม่จบ ท่านจะมองเเบบ 14 ต.ค. หรือ 6 ต.ค.ไม่ได้ เดี๋ยวนี้สื่อโซเชียลมีเดียตรวจสอบเห็นหมดแล้ว ขอเตือนว่าอย่าทำ ถ้าทำไม่จบ และถ้าทำท่านจะกลายเป็นผู้ที่ถูกตราบาปในชีวิต ท่านร่ำรวยมามากเเล้ว มีอำนาจวาสนามากเเล้ว ถอยเถิดเพื่อประเทศชาติ ถอยเพื่ออนาคตเยาวชน ท่านอายุเหลือไม่มากเเล้วทำเพื่อประเทศสักครั้ง แต่ถ้าท่านไม่ทำมันก็ช่วยไม่ได้ ท่านจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่อาจจะเป็น 3 ป. เหมือน 3 ทรราชในอดีตก็ได้” นายธีรัจชัยกล่าว ทั้งนี้หลังการอภิปรายอย่างดุเดือดของนายธีรัจชัย นายชวน หลีกภัย ประธานการประชุม ได้กล่าวตักเตือนว่าให้ระมัดระวังคำพูดด้วย

    ตอกย้ำพลังบริสุทธิ์นิสิต–นศ.

    ต่อมานายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เลขานุการ กมธ.วิสามัญฯชี้แจงว่า ยืนยันว่าเราตั้งใจไปรับฟังผู้ชุมนุมทุกกลุ่มให้ดีที่สุด เรามาจากหลายพรรคมีความหลากหลาย เราตัดอคติออกไป วันนี้หากท่านยังเห็นว่า กมธ.ชุดนี้ยังถ่วงเวลา ก็ขอให้คิดในมุมดีด้วยว่าอย่างน้อยก็เป็นตราประทับให้รัฐบาลได้ดูว่า การชุมนุมของนักศึกษานั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะได้รับการรับรองจาก กมธ.ชุดนี้แล้ว

    สภาฯเห็นชอบส่งไม้ต่อรัฐบาล

    ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธาน กมธ.วิสามัญฯ กล่าวสรุปว่า แม้ กมธ.ชุดนี้จะถูกมองว่าไม่สมประกอบเท่าไหร่ เพราะองค์ประกอบมีเพียงสมาชิกฝ่ายรัฐบาล แต่ยืนยันว่าพวกเราทั้งหมดตั้งใจทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสภาฯอย่างดีที่สุด ไม่ค่อยสบายใจที่หลายท่านบอกว่า กมธ.นี้พยายามซื้อเวลา เป็นเครื่องมือของ รัฐบาล เพราะ กมธ.ชุดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐบาล แต่เกิดขึ้นจากสภาฯ และสิ่งที่ไม่สบายใจที่สุดคือ ท่านกำลังดูถูกสภาฯซึ่งหมายถึงท่านดูถูกตัวเองและประชาชน

    จากนั้นไม่มี ส.ส.คนใดคัดค้านรายงานดังกล่าว จึงถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ และจะส่งต่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการต่อไป กมธ. ก.ม.ชี้ค่าโง่โฮปเวลล์โมฆะ

    ต่อมาเวลา 14.00 น. มีการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เรื่อง “การปฏิบัติตามกฎหมายของโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร และการใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (โฮปเวลล์)” ที่ กมธ.ฯพิจารณาเสร็จแล้ว นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษา กมธ.ฯชี้แจงว่า บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย การตั้งบริษัทจึงถือเป็นโมฆะ ทำให้กระบวน การทั้งหมด คำพิพากษาของศาลปกครองที่สั่งให้รัฐบาลไทยจ่ายค่าชดใช้ให้กับบริษัทโฮปเวลล์นั้นเป็นโมฆะด้วย เพราะการยื่นฟ้อง การทำคำร้องของคนที่ยื่นฟ้องไม่มีอำนาจฟ้องตามกฎหมาย จึงมีข้อเสนอและข้อสังเกตให้รัฐบาลดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัทโฮปเวลล์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบด้วยว่ามีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างไร เพื่อให้หน่วยงานเร่งแก้ไข

    ชงนายกฯตั้ง “วิชา” สอบย้อนหลัง

    จากนั้นที่ประชุมเปิดให้ ส.ส.อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่สนับสนุนเเนวคิดของ กมธ.ฯ อาทิ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจาเพื่อลดหนี้เพราะภาระดอกเบี้ยตกวันละ 2.4 ล้านบาท จนถึงขณะนี้เป็นเงินกว่าพันล้านบาทแล้ว เสียหายต่อภาพลักษณ์รัฐบาลในสายตานักลงทุนต่างชาติทั่วโลก นายกฯต้องรีบเร่งเจรจาเพื่อยุติปัญหาการสูญเสียดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า คำพิพากษาโดยศาลปกครองสูงสุด ให้รัฐต้องจ่ายเงินให้โฮปเวลล์ 24,000 ล้านบาท ถือเป็นตำนานอภิมหาค่าโง่ที่บัดซบที่สุดของประเทศ เพราะเขาผิดสัญญา ขอเสนอให้นายกฯสืบสวนขยายผลผู้เกี่ยวข้องย้อนหลังทั้งหมด เสนอให้ตั้งนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. มาเป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบย้อนหลังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ต่อมาที่ประชุมไม่มีผู้ใดคัดค้าน ถือว่าเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ เพื่อส่งให้รัฐบาลนำไปพิจารณาต่อไป

    “สาทิตย์” นำทีมกบฏ ปชป.รื้อ 272

    อีกเรื่องที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พร้อมนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงจุดยืนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 272 ที่เกี่ยวข้องกับที่มาและอำนาจของ ส.ว. นอกเหนือจากการแก้ไขในมาตรา 256 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นายสาทิตย์กล่าวว่า เห็นว่าสถานการณ์การเมืองช่วงเดือน ก.ย.มีแนวโน้มน่าเป็นห่วงจาการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เห็นว่าเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ทันที คือการแก้ไขที่มา และอำนาจ ส.ว. โดยมี ส.ส.ประชาธิปัตย์อีกส่วนหนึ่งสนับสนุนจุดยืนนี้ เมื่อถามว่าจุดยืนนี้ใกล้เคียงกับร่างของพรรคก้าวไกล นายสาทิตย์ตอบว่า เห็นตรงกันใน มาตรา 272 กลุ่มพวกตนพร้อมลงชื่อในญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 กับพรรคการเมืองอื่น ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน และเราจะขอชื่อเพื่อน ส.ส.พรรคอื่นให้ร่วมสนับสนุนในร่างที่กลุ่มพวกตนเสนอ “ไปนับดูว่ามีกลุ่มกบฏในพรรคกี่คน ก็เท่านั้นล่ะ”

    ก้าวไกลย้ำจุดยืนปิดสวิตช์ ส.ว.

    นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่งมีจุดยืนเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เช่นเดียวกับเรา เรื่องการปิดสวิตช์ ส.ว.อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน การปิดสวิตช์ ส.ว.จะเป็นเครื่องการันตีว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล อำนาจ ส.ว.ที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่สามารถเข้ามาแทรกเเซงการเลือกนายกฯได้อีก ขณะนี้เรารวบรวมเสียง ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ทั้ง 4 พรรค คือ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้แล้ว ถ้ารวมกับเสียง ส.ส.ประชาธิปัตย์ตามที่มีการแถลงข่าว เเละเสียง ส.ส.รัฐบาลอีกส่วนหนึ่งคิดว่าน่าจะครบ เรายินดียื่นญัตินี้ร่วมกันในสัปดาห์หน้าต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

    เพื่อบรรจุญัตตินี้ให้ทันก่อนปิดสมัยประชุม

    ทร.รอคุยจีนชะลอซื้อเรือดำน้ำผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพเรือถึงความคืบหน้าการชะลอโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาทของกองทัพเรือ ว่า ล่าสุดพล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. มอบหมายคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำไปพูดคุยกับทางการจีน หลังกองทัพเรือไทยขอเลื่อนการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ออกไปอีกหนึ่งปี ถือเป็นการเลื่อนครั้งที่ 2 เนื่องจากปีงบประมาณ 2563 ได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปช่วยสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ประเด็นที่กองทัพเรือจะไปพูดคุยทางจีนคือ การคงข้อตกลงเดิมในเรื่องของวงเงินการจัดหา 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติม และระบบอาวุธ 2,100 ล้านบาท ที่ทางจีนมอบให้ไทยโดยไม่คิดมูลค่า การพูดคุยในขณะนี้มีข้อจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้อยู่ระหว่างการพิจารณาช่องทางการเจรจาว่าจะใช้วิธีใด ระหว่างทางออนไลน์ หรือการพบปะกันโดยตรง แต่กองทัพเรือเห็นว่าการที่คณะทำงานของสองชาติได้พูดคุยและพบหน้ากันโดยตรง เป็นหลักการโดยทั่วไปในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือที่มีความใกล้ชิดกัน อย่างไรก็ตามในการพบปะครั้งนี้จะไม่มีการลงนามในสัญญาแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่มีกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากสภาฯ ต้องรอการพิจารณาในปีถัดไป

    “ชวน” ตรวจตึกวุฒิหลังน้ำทะลัก

    วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นำเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจดูความเสียหายที่บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐสภาฝั่งวุฒิสภา หลังเกิดเหตุฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมทะลักเพราะท่อระบายน้ำแตก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ก.ย. นายชวนกล่าวว่า เนื่องจากอาคารยังเสร็จไม่เรียบร้อย แต่เรื่องฝนตกน้ำท่วม ทางบริษัทผู้รับจ้างต้องอธิบาย เพราะอยู่ในช่วงที่บริษัทยังต้องรับผิดชอบอยู่ และเนื่องจากเราใช้สภาระหว่างที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ได้กำชับบริษัทผู้ก่อสร้างให้พยายามดูแลให้สมบูรณ์ที่สุด เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายจุดที่มีปัญหา ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาที่เราต่ออายุไปถึงสิ้นปี ได้กำชับว่าในส่วนที่เป็นสัญญาต้องเรียบร้อย และพยายามให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ บริษัทเพิ่มคนงานอีกกว่า 4,000 คน เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลง หากขยายเวลาไปอีกเลขาธิการสภาฯจะเสียหาย

    สั่งทบทวนการติดตั้งใหม่หมด

    ด้านนายศุภโชค อรทัย วิศวกรบริษัท ซิโน-ไทยฯ กล่าวว่า พื้นที่บางส่วนอาจมีเหตุอย่างนี้ได้บ้าง เพราะเรากำลังก่อสร้างอยู่ ตอนนี้ได้ตรวจสอบทั้งหมด และตรวจสอบมาตลอดเมื่อมีเหตุก็แก้ไขทันที ขณะที่นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตอนนี้ค่าเสียหายที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง บริษัทซิโน-ไทยฯ เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดจากภัยธรรมชาติทั้งหมดอยู่ในสัญญาที่บริษัทซิโน-ไทยฯ ดูแลอยู่ไม่มีปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่าย เรายังมีประกันภัยที่รับผิดชอบค่าเสียหายในส่วนนี้อยู่ และตอนนี้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ โดยประธานสภาฯ และเลขาธิการสภาฯ มอบนโยบายให้ตรวจสอบคุณภาพงานทั้งหมด มีผู้ควบคุมงาน ที่ปรึกษาโครงการ มีการประชุมวางแผนตรวจสอบระบบระบายน้ำทั้งหมดไม่ให้เกิดปัญหาอีก ตอนนี้ทบทวนเรื่องแบบทั้งหมดก่อน ต้องเอาเจ้าหน้าที่ของเราไปดูแบบด้วย ตอนนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดงาน คุณภาพอาจขาดตกบกพร่อง จึงกำชับผู้ควบคุมงานกับที่ปรึกษาโครงการ ให้ระมัดระวังเรื่องการตรวจสอบคุณภาพ โดยเฉพาะการติดตั้ง สันนิษฐานว่างานนี้อาจมีการติดตั้งไม่เรียบร้อย เพราะดูจากข้อที่หลุดออกมาลอยอยู่ ไม่มีอะไรรองพื้น ต้องไปทบทวนการติดตั้งเพราะมีท่อลักษณะนี้เยอะมาก ก็ให้ไปสำรวจทั้งหมดทุกจุด และส่งอุปกรณ์ที่แตกไปตรวจสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ เราพยายามหาสาเหตุเพื่อแก้ปัญหาให้ได้

    กมธ.ย้ำโทษฉีดฝ่อแค่ 3 เดือน

    ที่รัฐสภา น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาฯ กล่าวว่า ข้อเสนอของ กมธ.ให้ฉีดอวัยวะเพศผู้ที่กระทำผิดคดีข่มขืนให้ฝ่อ ไม่ได้ฉีดถาวร แต่ฉีดทุก 3 เดือน ต้องพิจารณาอีกครั้งว่า จะเป็นโทษหรือบำบัดและหาวิธีการรักษาระยะยาว ซึ่งเป็นฉีดกรณีคนพ้นโทษออกมาแล้วกลับมาทำผิดซ้ำ กมธ.ไม่ได้เสนอให้ฉีดลดฮอร์โมนอย่างเดียวแต่ให้ลงทะเบียนติดตามคนที่เสี่ยงทำผิดซ้ำ นำไปสู่การลงโทษด้วยวิธีดังกล่าวยังไม่ได้ลงในรายละเอียด แต่มีข้อสังเกต 3 ประเด็น คือ 1.เก็บดีเอ็นเอผู้กระทำผิด 2. ลงทะเบียนผู้กระทำผิด และ 3. การใช้ฮอร์โมนต้องศึกษามากกว่านี้ ต้องดูเรื่องสิทธิมนุษยชนควบคู่กันไป ตอนนี้จึงยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ส่วนนักโทษผู้หญิง และกรณีข่มขืนศพ กมธ.ไม่ได้พูดถึง

    “เสรีพิศุทธ์” แจงหวังดีกับ “สิระ”

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาฯให้ สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลาออกจาก กมธ.ป.ป.ช.ว่า ถ้าไปดูคลิปที่ระบุว่า ตนไปยุให้นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารา–นนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ดำเนินคดีกับนายสิระ กรณีมีเทปของนายมงคลกิตติ์ไปพูดคุยกับบริษัทหนึ่ง นายสิระอ่านหนังสือไม่เป็น หูฟังไม่รู้เรื่อง ตนได้พูดไปว่า เทปเป็นเรื่องของบริษัทกับนายมงคลกิตตตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ขณะนั้นยังไม่ได้เป็น ส.ส.เป็นเรื่องบุคคลธรรมดากับบริษัทผู้เสียหาย หรือเจ้าทุกข์คือบริษัทต้องไปแจ้งความนายมงคลกิตติ์กรรโชกทรัพย์ได้ นายสิระไม่มีอำนาจเรียกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ถ้าไปเรียกมาเขาอาจจะมาร้องทุกข์ หรือแจ้งความ หรือมีหนังสือถึงประธาน กมธ.ป.ป.ช.ให้ดำเนินคดีกับนายสิระได้ เป็นความหวังดีกับนายสิระหากไปเรียกเขามาอาจจะผิด

    สับไม่ทำงานเปลืองเบี้ยประชุม

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า นายสิระบางวันมาประชุม 1 นาที หรือครึ่งชั่วโมง ไม่ทำอะไรสักอย่าง ถือว่าทุจริต ขอฟ้องประชาชนและประธานสภาฯว่า มี ส.ส.ไม่สนใจทำงาน มาเซ็นชื่อเอาเบี้ยประชุมและออกจากห้องไป จดบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว การที่นายสิระลาออก กล้าพูดไปตามตรงหรือไม่ว่า ไม่มีความรู้ความสามารถที่จะทำงานอยู่กับตน อย่ามาหาเรื่องกับตนเพื่อตัวเองจะได้เป็นข่าว นายสิระไปเป็นประธาน กมธ.กฎหมาย สอบคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตก็รู้แค่ว่ามีคนตายเท่านั้น

    ติง “บิ๊กป้อม” อย่าคัดคนมาป่วน

    “นายสิระลาออกก็ดี กมธ.ป.ป.ช.จะได้มีที่ว่าง อยากฝากถึงพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร.ช่วยคัดคนดี มีความรู้ ตั้งใจทำงานมาช่วยทำงาน นายสิระ เข้ามาเพราะ กมธ.มีมติที่สอบกรณีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ส่งน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และนายสิระเข้า มาป่วน ทั้งไล่ผมไปตรวจสุขภาพจิต ฟ้องหมิ่นประมาท เสนอถอดถอนจากประธาน กมธ.แต่ก็แพ้หมด ส่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้ามาเสนอญัตติถอดถอนก็สู้ไม่ได้ จึงใช้เสียงข้างมากในสภาฯถอดถอน คาดว่าวาระจะเข้าสมัยประชุมสภาฯหน้า เดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว

    “อนุชา” กระตุ้นใช้ภาษาไทยให้ถูก

    ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานเปิดงานเสวนาทางวิชาการเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติประจำปี 2563 “รู้ทันสีสันภาษาสื่อ” โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมงาน โดยนายอนุชา ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เปิดเผยว่า หัวข้อหลักของงาน “รู้ทันสีสันภาษาสื่อ ”ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งภายใต้โครงการ “รู้ รัก ภาษาไทย” มีการประกวดเล่าเรื่องหัวข้อ“ภูมิปัญญาท้องถิ่น : ของกิน ของเล่น ของใช้” และพิธีมอบเกียรติบัตรให้นักเรียนที่ชนะเลิศการประกวด

    อปท.รายได้หดบุกของบฯนายกฯ

    ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน นายวีระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นประเทศไทย (อปท.) พร้อมตัวแทนอปท. 10 จังหวัดภาคกลาง ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้จัดสรรงบฯทดแทนให้แก่ อปท. นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2563 มีการปรับลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 อปท.ทั่วประเทศขาดรายได้ ขอให้จัดหางบฯทดแทนในส่วนที่หายไป และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเงินอุดหนุนท้องถิ่น บางแห่งเหลือจากปีก่อนต้องส่งคืน ควรจะให้เป็นเงินสะสมนำไปพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางการกระจายอำนาจ

    “ชินวรณ์” เผย นศ.ค้างหนี้ กยศ.อื้อ

    ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาแนวทางในการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สภาฯ แถลงว่า 5 ปีที่ผ่านมาประเทศเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ และสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีปัญหาผิดนัดชำระหนี้ กยศ.ถึงร้อยละ 60 ของจำนวนผู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ทั้งหมด 78,643 ล้านบาท ผู้กู้ยืมต้องมีสำนึก มีวินัยการเงินรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบส่งต่อโอกาสให้กับนักศึกษารุ่นต่อไป

    กกต.กาญจน์ขุด “ครูปรีชา” พีอาร์

    ที่ จ.กาญจนบุรี จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี จัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์การเลือกตั้งท้องถิ่น ภายใต้หัวข้อ “การเลือกตั้งไม่ใช่การเสี่ยงโชค” เผยแพร่ลงยูทูบ โดยนำครูปรีชา ใคร่ครวญ ในคดีมหากาพย์หวย 30 ล้านบาท มาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ เนื้อหาคลิปยาวเกือบ 2 นาที จนเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลอย่างมาก แต่หลังสื่อมวลชนนำมาเผยแพร่จึงมีการนำข้อมูลคลิปออกจากยูทูบแล้ว ล่าสุดนายขวัญเพชร ถนอมนามผอ.กกต.จ.กาญจนบุรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์อ้างว่าไม่มีอำนาจให้ข่าว แต่ยอมรับมีการเตรียมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งท้องถิ่น โดยใช้ภาษาท้องถิ่นอันเป็นอัตลักษณ์ 3 รูปแบบ แบบแรก เป็นการพูดเสียงเหน่อ แบบที่สองเป็นภาษามอญท้องถิ่น และแบบที่สามเป็นภาษากะเหรี่ยง โดยการใช้เสียงเหน่อได้ทาบทามครูปรีชา มาเป็นผู้แสดงร่วมกับชาวบ้านหนองขาวสองพ่อลูก ส่วนเสียงภาษามอญใช้ครู กศน.เป็นผู้สื่อสาร ส่วนภาษากะเหรี่ยงยังไม่ได้ดำเนินการ และครูปรีชาไม่ได้คิดค่าตัว แนวคิดนี้เพื่อกระตุ้นให้คนมาชมเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ ได้ถ่ายทำตัดต่อเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเสนอต่อ กกต.กลาง ส่วนที่มีการเผยแพร่ออกไป ไม่ทราบว่าคลิปหลุดไปได้ยังไง

    เจ้าตัวปลื้มได้ร่วมงานกับ กกต.

    ด้านครูปรีชา ใคร่ครวญ กล่าวว่า ได้รับการประสานจาก กกต.จ.กาญจนบุรี เห็นว่าเป็นเรื่องส่วนรวมช่วยสังคม ก็รับปาก ช่วงปลายเดือน ส.ค.ได้ไปถ่ายทำที่บ้านหนองขาว บรรยากาศแบบบ้านๆ พูดเสียงเหน่อๆแบบคนท้องถิ่นกาญจนบุรี คลิปไม่ได้หลุดแค่วันนี้ ทดลองใส่ยูทูบก็ฮือฮามาก มีหลายภาคส่วนติดต่อสอบถามมา ส่วนค่าตัวไม่คิด เพราะเป็นเรื่องดีๆที่ทำเพื่อสังคมได้ดูแล้ว พอใจมากที่มีส่วนร่วมกับทาง กกต.

    กกต.สั่งถอดแล้วคลิป “ครูปรีชา”

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ล่าสุดมีการสั่งให้ลบคลิปวิดีโอดังกล่าวออกไปก่อน เพราะเห็นว่าอาจจะมีความไม่เหมาะสมเรื่องตัวบุคคล แต่เนื้อหาไม่มีปัญหา ดังนั้นจึงต้องพิจารณาความเหมาะสมที่อาจเกิดผลกระทบกับภาพลักษณ์องค์กรด้วย นอกจากนั้นตามขั้นตอนการจัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์การเลือกตั้งท้องถิ่น ต้องส่งมาที่สำนักงาน กกต.ส่วนกลางด้วย

    พปชร.อุบจีบ “จักรทิพย์” ลง กทม.

    นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แบะท่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ว่า ยังไม่ทราบ แต่คนที่อาสาเข้ามา เขาต้องคิดว่าเขาเหมาะสม ผู้ที่คิดอยากจะเห็นบ้านเมืองดี ตนให้เครดิตกับผู้ที่อาสาอยากทำงานให้กับบ้านเมืองทุกคน ถือว่าเป็นผู้กล้า ในส่วนของพลังประชารัฐยังไม่มีการคุยกันในเรื่องนี้ ยังมีเวลาอีกนาน เมื่อถามว่าหาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่มีสังกัด จะชักชวนมาลงในนามพลังประชารัฐหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ไม่บอก ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเชื่อว่าเกิดขึ้นบางประเภทในปี้นี้แน่นอน

    เกษตรกร 3 จังหวัดเดินเข้ากรุง

    ช่วงเช้าที่ จ.กำแพงเพชร นายมาโนช อินทะกูล ประธานองค์กรเกษตรกรของพระราชา จ.กำแพงเพชร นายโกวิทย์ เทพไพฑูรย์ ที่ปรึกษาองค์กรฯ และแนวร่วมเกษตรกร จ.กำแพงเพชร พิษณุโลก และนครสวรรค์ รวม 500 คน ตั้งแถวที่ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เดินไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ คาดว่าใช้เวลา 9 วัน เพื่อผลักดันให้รัฐบาลนำนโยบายปรับโครงสร้างหนี้ของเกษตรกร สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ยื่นรายชื่อไปก่อนหน้ากว่า 2,403 ราย เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการบรรเทาความเดือดร้อน ตามแนวทางโครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2553 เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน ความยากจน และปัญหาเศรษฐกิจโดยรวม

    ดาวเทียม ทอ. “นภา-1” ขึ้นฟ้าฉลุย

    พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รอง เสธ.ทอ. โฆษกกอง ทอ. เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.51 น.ตามเวลาประเทศไทย จรวด Vega เที่ยวบิน VV16 ของบริษัท Arianespace ได้ทำการยิงนำส่งดาวเทียม นภา-1 (NAPA-1) จากฐานยิงจรวด Guiana Space Center, French Guiana ดินแดนของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของทวีปอเมริกาใต้ ขึ้นสู่ห้วงอวกาศพร้อมกับดาวเทียมจำนวน 53 ดวงจาก 13 ประเทศ แบ่งเป็น Mirosatellite 7 ดวง และ Nanosatellite 46 ดวง ดาวเทียมนภา-1 เป็นดาวเทียมดวงแรกของ ทอ.ขนาดเล็ก หรือ Nanosatellite ซึ่งโคจรในวงโคจรรอบโลกระดับต่ำมีภารกิจลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทางอวกาศ ตรวจการณ์พื้นที่ในประเทศ และสนับสนุนงานด้านบรรเทาสาธารณภัย

    “บิ๊กกบ” โชว์ผลงานอำลาทัพไทย

    พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานในการประชุมแถลงผลการดำเนินงานของกองบัญชาการกองทัพไทยตามแผนงานประจำปี 2562-2563 โดยสรุปผลการดำเนินงานเป็น 6 กลุ่มงาน คือ 1.การพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การป้องกันประเทศ 3.การรักษาความมั่นคงของรัฐ 4.การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ 5.การพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน และ 6.การบริหารจัดการ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ขอบคุณกำลังพลที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เป็นทหารอาชีพ มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ และยืนหยัดในการทำสิ่งที่ถูกต้อง ดำรงรักษาเกียรติภูมิของกองบัญชาการกองทัพไทย

    “บิ๊กแดง” ไม่ห่วงม็อบชุมนุม 19 ก.ย.

    ที่หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มอบหมายให้ พล.ท.อัครเดช บุญเทียม รอง เสธ.ทบ. เป็นประธานเปิดงานวันภูมิปัญญานักรบไทย เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ทางทหารของ ทบ.โดยผลงานสิ่งประดิษฐ์ได้รางวัลชนะเลิศคือ ชุดสายรัดตัวสุนัขจากกองพลาธิการส่งกำลังทางอากาศ ที่มี พ.ท.เมธา รักเจริญ เป็นนักประดิษฐ์ ขณะที่ผลงานด้านหลักการ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศระบบจัดการฐานข้อมูลอากาศยานผ่านอิเล็กทรอนิกส์ จากกองพันทหารขนส่งซ่อมบำรุงเครื่องบิน ทบ. ต่อมา พล.อ.อภิรัชต์ พร้อม พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ได้มาดูนิทรรศการตามบูธต่างๆ โดยผู้สื่อข่าวถามถึงการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.มีอะไรน่าห่วงหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบสั้นๆว่า ไม่น่าห่วง

    ศาลอุทธรณ์ปรับ “เพนกวิน” 2 พัน

    ที่ศาลแขวงดุสิต ถนนนครไชยศรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่อัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (แขวงดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กับนายธนวัฒน์ วงค์ไชย (บอล) นักกิจกรรมทางการเมืองจำเลยที่ 1-2 ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กรณีจัดชุมนุมที่เกาะกลางถนนราชดำเนิน หน้า บก.ทบ.ประท้วง ผบ.ทบ.เปิดเพลง “หนักแผ่นดิน” ตามสายในหน่วยงานทหารต่างๆ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ส.ค.62 ว่า จำเลยทั้ง 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะให้ปรับเงินคนละ 2,000 บาท ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่า อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีที่จะต้องวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องศาลชั้นต้น พิพากษายืนสั่งปรับคนละ 2,000 บาท

    “เกียมอุดมฯ” ชำแหละจัดเต็ม

    เวลา 16.00 น. ที่หน้าประตู ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ฝั่งถนนพญาไท กลุ่มนักเรียน “เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ” จัดกิจกรรมปราศรัย “ทำไมฉันไม่อยากไปโรงเรียน” โดยมีตัวแทนนักเรียนจาก ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา และ ร.ร.ชื่อดัง อาทิ ร.ร.สตรีวิทยา, ร.ร.หอวัง, ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ, ร.ร.บดิทร์เดชา และศิษย์เก่า เข้าร่วมและผลัดกันขึ้นปราศรัยถึงปัญหาระบบการศึกษา เช่น ปัญหาเด็กถูกผลักดันให้ออกจากระบบการศึกษา ปัญหาเด็กท้องในวัยเรียน ปัญหาการบูลลี่ ปัญหาความเท่าเทียมทางเพศ หลักสูตรการศึกษาควรมีการพัฒนาให้มีคุณภาพ ไม่ควรเน้นแต่วิชาการ ควรส่งเสริมเด็กที่เก่งด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี ด้วย โดยนักเรียนจาก ร.ร.อื่น และศิษย์เก่าจะปราศรัยกันนอกรั้วโรงเรียน เพราะไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาภายในโรงเรียน ขณะที่นักเรียนบางคนต้องการให้ผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่ง ควรชี้แจงว่านำเงินค่าเทอมไปใช้อะไรบ้าง และต้องการตรวจสอบการใช้เงิน นอกจากนี้ยังมีตัวแทนครูจากกลุ่มครูขอสอน ออกมาตีแผ่ปัญหาครูที่ไม่ได้สอนเต็มที่ ต้องทำงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอน ต้องวิ่งทำงานตามนโยบายมากมายของส่วนกลาง ทำให้ไม่ได้ดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่

    ไม่อยากเห็นผู้ใหญ่ขี้โกงปล้นชาติ

    ต่อมาเวลา 17.00 น. กลุ่มศิษย์เก่าที่ปราศรัยอยู่นอกรั้วโรงเรียน พยายามเรียกร้องให้ทางโรงเรียนเปิดประตูให้เข้าไปปราศรัยด้านใน ไม่เช่นนั้นจะพังประตูเข้าไป แต่ไม่สำเร็จ จึงปราศรัยอยู่ด้านนอก เมื่อปราศรัยจบก็พยายามดันประตูอีกครั้ง จนสามารถเปิดประตูได้สำเร็จ และการปราศรัยก็จัดกันต่อภายในโรงเรียน จนถึงเวลา 18.30 น. และปิดท้ายกิจกรรมของกลุ่มราชบพิธพิชิตเผด็จการ โดยจำลองเหตุการณ์ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ต.ค.19 โดยมีนักเรียนนอนกับพื้นและมีเชือกผูกคอ มีกระดาษวางบนตัวข้อความ “การมีส่วนร่วมของประชาชน” จากนั้นมีนักเรียนอีกคนใช้สีดำเทราดบนกระดาษ เปรียบแทนสีเลือด พร้อมแถลงการณ์ว่า การที่เด็กออกมาแสดงออกทางการเมือง ไม่ได้ก้าวร้าวไม่รักชาติ แต่พวกเราอยากเห็นการพัฒนา ไม่อยากเห็นผู้ใหญ่ขี้โกงมาปล้นชาติ อยากเห็นการพัฒนาประเทศทุกด้าน และอยากเห็นคนไทยทุกคนเท่าเทียมกัน

    “เจาะกะลาตามหาบักคำผาน”

    ที่ลานหน้าบึงพลาญชัย ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด กลุ่มนักศึกษาในนามสหภาพปลดแอกร้อยเอ็ด ประมาณ 200 คน รวมตัวจัดกิจกรรม “เจาะกะลาตามหาบักคำผาน” โดยตัวแทนนักศึกษาขึ้นอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า นี่คือหน้าที่ของเยาวชนที่ต้องออกมา ด้วยความเชื่อว่าเด็กอย่างพวกเรานี่แหละที่สามารถล้มเผด็จการ ร่างรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น และป้องกันไม่ให้มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีก ให้มันจบที่รุ่นเรา พร้อมเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ข้อ คือ 1.ต้องประกาศยุบสภา 2.ยุติบทบาท สมาชิกวุฒิสภา 3.จัดการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 และ 4.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 20 ปี ร่วมลงทะเบียนรวบรวมรายชื่อจำนวน 50,000 คน เพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    “ไผ่-พวก” นัดเจอกันที่ สภ.ขอนแก่น

    ช่วงค่ำที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นำแกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที อาทิ นายอรรถพล บัวพัฒน์ นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง พร้อมแกนนำนักเรียน นักศึกษาใน จ.ขอนแก่น ร่วมแถลงจุดยืนการชุมนุมของกลุ่มขอนแก่นพอกันที และจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ โดยก่อนหน้านี้มีผู้ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และขอให้ย้ายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปไว้ในจุดอื่น นายอรรถพล บัวพัฒน์ กล่าวว่าเอกสารหลักฐานที่ สภ.เมืองขอนแก่น ส่งไปยังเทศบาลนครขอนแก่นว่า ได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมนั้น อยากให้ตรวจสอบว่าผู้ที่ร้องเรียนนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ และวันที่10 ก.ย. นัดหมายแกนนำที่ได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองขอนแก่น จะไปรายงานตัว เพราะเราทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย เราจะไปกินจะนอนกันที่ สภ.เมืองขอนแก่น

    ศาลถอนประกัน “อานนท์-ไมค์”

    ที่ศาลอาญาเมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดไต่สวนคดีที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลถอนประกันนายอานนท์ นำภา กรณีเปิดปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 9 ส.ค.2563 และที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต วันที่ 10 ส.ค.ตามป.อาญามาตรา 116 ผิดสัญญาประกัน จำเลยยังมี
    พฤติการณ์ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของศาล มี พ.ต.ท.หญิง จิตติมา ธงไชย พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เป็นผู้ร้อง หลังจากศาลใช้เวลาไต่สวน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีนายอานนท์ผิดเงื่อนไข จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวต่อมาเวลา 16.00 น. ศาลไต่สวนกรณีของนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง โดยศาลเห็นว่าผิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวจริง แต่เมื่อพิเคราะห์อายุ และอาชีพการงานของผู้ต้องหาแล้วให้โอกาสกลับตัว ให้เพิ่มวงเงินประกันจาก 100,000 บาท เป็น 200,000 บาท และให้รายงานตัวทุก 15 วัน หากผิดเงื่อนไขอีกจะมีคำสั่งเพิกถอนการประกัน อย่างไรก็ตาม นายภาณุพงศ์ ไม่ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวเพิ่มตามเงื่อนไข ศาลจึงมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัว

    คุมตัวฝากขังนอนคุกชู 3 นิ้วสู้

    กระทั่งเวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายอานนท์และนายภานุพงศ์ขึ้นรถเรือนจำ มีกลุ่มผู้สนับสนุนตะโกน “ทนายสู้ๆวันที่ 19 ก.ย.เจอกัน” ขณะที่นายอานนท์มีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมแสดงสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวโดยมีรถของ สน.พหลโยธิน นำหน้าเดินทางไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีรายงานว่านายอานนท์ ได้โพสต์ข้อความก่อนเข้าเรือนจำมีเนื้อหาว่า “ยินดีที่ได้ต่อสู้กับทุกคน เราเดินมาไกลจนเดินต่ออย่างกล้าหาญหน้าที่นอกคุกผมจบแล้ว ขอเดิมพันทั้งหมดเพื่อการเปลี่ยนแปลง 19 ก.ย.นี้ช่วยยืนยันที่ว่าเรามาถูกทางเชื่อมั่นในทุกคน 3 ก.ย.63 ณ ศาลอาญา”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า 1ภาณุพงศ์ จาดนอกถอนประกันอานนท์ นำภาข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 04:17 น.