ไลฟ์สไตล์
100 year

"ชวน" เปิดนิทรรศการ กสศ. ห่วง โควิด ทำเด็กยากจน เสี่ยงหลุดนอกระบบศึกษา

ไทยรัฐออนไลน์
1 ก.ย. 2563 13:00 น.
SHARE

ชวน หลีกภัย ปธ.รัฐสภา เปิดนิทรรศการ ‘ระบบ iSEE 2.0 ของ กสศ.’ ช่วยสภาเจาะลึกปัญหาเหลื่อมล้ำ ห่วงโควิด-19 ทำเด็กยากจนเพิ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบ ย้ำ โอกาสทางการศึกษาสำคัญ เหตุตัวเองก็เคยได้รับโอกาส


วันที่ 1 ก.ย. ที่อาคารรัฐสภา (ตึกส.ส.) เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “ระบบ isee 2.0 : Edtech เพื่อพัฒนานโยบายสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา” โดยมีนายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดร.ไกรยส ภัทรวาท รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวรายงานความคืบหน้าและสรุปสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการ Big Number

ข่าวแนะนำ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องโอกาสทางการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เด็กไทยควรได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของทุกฝ่ายขณะนี้ คือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะในวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับครอบครัวของเด็กและเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาสกว่า 1,800,000 คน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ กสศ. รายงานว่าในจำนวนนี้มีนักเรียนยากจนพิเศษมากกว่าหนึ่งล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2562 ถึง 300,000 คน เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รายได้ครัวเรือนลดลงอย่างมาก ทำให้เด็กๆ เหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงจะหลุดออกนอกระบบการศึกษา

สำหรับ กสศ. ในฐานะหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญที่มีภารกิจในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาโดยตรงนอกเหนือจากให้เงินอุดหนุนแก่นักเรียนยากจนพิเศษแล้ว ได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือระบบ iSEE นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เป็นแหล่งข้อมูลของเด็กและเยาวชนกว่า 4,000,000 คน ที่ช่วยให้ทุกฝ่ายมองเห็นข้อเท็จจริงของสถานการณ์ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในมิติสถานศึกษาและมิติของเด็กและเยาวชนทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา

“สิ่งสำคัญคือเรื่องคุณภาพของการศึกษาปัจจุบันถือว่าดีขึ้นมาก แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ค่าครองชีพสูง รายได้ลดลงอย่างน่าตกใจ ทั้งนี้ ระบบ iSEE 2.0 ของ กสศ. จะช่วยทำให้เรามีเครื่องมือล้วงลึกไปถึงเด็กในแต่ละครัวเรือนว่าสภาพเป็นอย่างไร เพื่อการช่วยเหลือจะได้เข้าไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด ความจริงแล้ว ผมภูมิใจมากที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายส่งเสริมการศึกษา ส่งเสริมนโยบายให้เด็กได้ดื่มนมตามช่วงอายุ ทำให้เด็กไทยมีสัดส่วนความสูงขึ้น” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว

นายชวน กล่าวว่า ทั้งนี้ขอสนับสนุนโครงการของ กสศ. ที่ลงไปดูแลกลุ่มเด็กที่เสียโอกาสทางการศึกษาให้เขาได้มีความสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งเราทุกคนก็มาจากโอกาสรวมถึงตัวของผมด้วย “ผมก็เด็กต่างจังหวัด ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันเรียนเก่งกว่าผม แต่ที่สุดเขาก็ออกมารับจ้างกรีดยาง ล้างยาง เพราะไม่มีโอกาสได้เรียน” ดังนั้น โอกาสทางการศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะช่วยพัฒนาตัวเอง เพื่อคนเหล่านั้นจะเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมืองต่อไป

“ระบบ iSEE จะช่วยให้สภาผู้แทนราษฎร ขับเคลื่อนวาระการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยพลังของข้อมูล ลดช่องว่างระหว่างรัฐสภาและประชาชนในพื้นที่สนับสนุนการทำงานของสมาชิก โดยเฉพาะในภารกิจเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เช่น การมองเห็นข้อมูลนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ในจำนวนนี้สามารถระบุมิติปัญหาต่างๆ อาทิ ความพิการ ทุพโภชนาการ การติดตามอัตราการมาเรียน ความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา ข้อมูลเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นเสียงสะท้อนวางแผนและผลักดันนโยบายที่ช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งในระบบพื้นที่และระดับประเทศ” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ทางกสศ.จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. – 3 ก.ย. เพื่อเชิญชวนท่าน ส.ส. ส.ว. ได้เข้ามาเห็นวิธีการทำงานของกสศ.ซึ่งเราใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในชื่อว่า “ระบบ iSEE 2.0” หรือระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ใช้ค้นหาเด็กนักเรียนยากจนว่าอยู่ที่ใดบ้าง มีจำนวนมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือ โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์จำแนกข้อมูลภาพรวม ทั้งระดับชาติ จังหวัด อำเภอ ตำบล นอกจากนี้ ระบบ iSEE 2.0 ยังเป็นเครื่องมือที่จะตามดูงบประมาณที่กสศ. จัดส่งเข้าไปช่วยเหลือว่าถึงปลายทางจริงหรือไม่ และติดตามการมาเรียนของเด็กอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลการเรียน สุขภาพอนามัย ได้รับการพัฒนาหรือไม่ เช่น จังหวัดอุบลราชธานี มีนักเรียนยากจนที่ได้รับทุน จากกสศ. จำนวน 16 % ของนักเรียนทั้งหมดในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น ดังนั้นเมื่อทราบสถานะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในมิตินักเรียนยากจนในพื้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาช่วยเหลือต่อไปในอนาคต

“ปัจจุบันมีฐานข้อมูลของเด็กทั้งประเทศ ประมาณ 2 ล้านคนที่เป็นกลุ่มนักเรียนยากจน และ 50% มีความยากจนพิเศษ คือ ยากจนมากกว่าปกติ โดยตัวเลขเด็กยากจนปี 2563 สูงถึง 1 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 3 แสนคน ทั้งนี้คาดการณ์ว่าเกิดจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่างๆ ยิ่งซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มีเด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษา สาเหตุสำคัญคือ ปัญหาทางเศรษฐกิจ คิดเป็น 90% เช่น ปัญหาสุขภาพ ปัญหาการไม่มีสัญชาติ ปัญหาด้านกฎหมาย ทั้งนี้มีนักเรียน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักเรียน 95% และกลุ่มนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา 5% ซึ่งถ้าไม่มีการดูแลป้องกัน กลุ่มนักเรียน 95% จะทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาได้ จึงต้องมีวิธีการในการค้นหากลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้ ข้อมูลนักเรียนมาจากการที่ครูทั่วประเทศกว่า 4 แสนคน เยี่ยมบ้านเก็บข้อมูลสภาพบ้านของเด็ก รายได้ การมีพื้นที่เกษตร การมีไฟฟ้า น้ำประปา พาหนะเดินทาง โดยครูจะทำการกรอกข้อมูลและรูปภาพเข้าสู่ระบบ iSEE” นายสุภกร กล่าว


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชวน หลีกภัยกสศ.isee 2.0ประธานรัฐสภากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเด็กยากจนหลุดนอกระบบการศึกษาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 02:50 น.