การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกระแสหลักการเมืองอยู่ในเวลานี้ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติทางการเมือง ที่มีแนวโน้มว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต ก็เป็นเหตุผลที่แปลกดีสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ซึ่งต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เกิดขึ้น โดยการชู 3 นิ้ว ของ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ไม่ได้เกิดจาก นักการเมือง หรือ องค์กรประชาธิปไตยทั้งหลาย ทั้งที่ตั้งขึ้นมาโดยรัฐธรรมนูญและภาคมหาชน
การต่อท่ออำนาจของทหารหรือเผด็จการที่พูดกันแล้วพูดกันอีก พอถึงเวลา ในการทำประชามติ เห็นเสร็จทุกรายผ่านฉลุย แสดงถึงทัศนคติ จุดยืน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือร่างรัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง ไม่มีความจริงใจ หรือคิดอย่างทำอย่าง แสดงว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังพอใจกับระบอบการปกครองและ รัฐธรรมนูญในลักษณะครึ่งใบ หรือยังมองว่า รัฐธรรมนูญกินไม่ได้ ปากท้อง ผลประโยชน์สำคัญกว่าระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ
พรรคก้าวไกล ที่ยอมรับว่า เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ เสนอหลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไว้ 3 ประการ ตั้ง ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ปิดสวิตช์ ส.ว. ด้วยการยกเลิกมาตรา 269-272 และ ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เพื่อยกเลิกการรับรองประกาศคำสั่งของ คสช. ให้เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ในการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อแก้ไขมาตรา 256 ให้ง่ายต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางก้าวไกลเห็นว่า ไม่ควรห้าม ส.ส.ร.แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดที่ 1 และ 2 เพราะจะยิ่งเป็นการสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม ที่ผ่านมาก็มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งมีขอบเขตของการแก้ไขอยู่แล้วว่า จะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขไม่ได้ มีบัญญัติเอาไว้ในมาตรา 255 ชัดเจนอยู่แล้ว
...
ส่วนการยกเลิกบทเฉพาะกาลมาตรา 269-272 เพราะ ส.ว.250 คน ที่ คสช.ตั้งขึ้นมา มีอำนาจเลือกนายกฯที่เป็นกลไกสำคัญในการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ ส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
และการยกเลิกบทเฉพาะกาลมาตรา 279 เพื่อไม่ให้มีการรับรองประกาศ คำสั่ง คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่องให้ชอบด้วยกฎหมายตลอดไป วิธีการแก้ไขจำเป็นต้องใช้เสียง 1 ใน 5 ของ ส.ส.ที่มีอยู่เท่ากับ 98 เสียงซึ่งก้าวไกลมีอยู่ 54 เสียงแล้ว
วันที่ 19 ก.ย. กลุ่มประชาชนปลดแอก จะนัดประชุมใหญ่ ในขณะที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะยื่นข้อสรุปการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ครม. และ ครม.ส่งให้สภาพิจารณา ก็ประมาณปลายเดือน ก.ย. ส่วนจะแก้ไขสำเร็จหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง
จุดยืนของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้เป็นของประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชน จะมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อไม่ได้อยู่ในวงจำกัด ของนักร่างรัฐธรรมนูญมืออาชีพ การคิดนอกกรอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์.
หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th