นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว วิปฝ่ายค้าน เผยอภิปรายไม่ลงมติ จบ 9 ก.ย.ฝ่ายค้านได้ฉะ 10 ชม. ขณะที่ 10 ก.ย.ถกแก้รธน.ได้เวลาชำแหละ ฝ่ายละ 8 ชม.ต่อด้วยงบฯ 16-18 ก.ย.ก่อนนำเข้าที่ประชุม ส.ว. 21-22 ก.ย.
วันที่ 26 ส.ค. เมื่อเวลา 16.50 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยวุฒิสภา วิปฝ่ายค้าน และวิปฝ่ายรัฐบาล เพื่อสรุปตารางการทำงานในช่วงเดือน ก.ย.ว่า วันที่ 1 ก.ย.จะเป็นการประชุมเกี่ยวกับกฎหมายการปฏิรูป จากนั้นจะพิจารณากฎหมายการให้ความช่วยเหลือด้านภาษี ส่วนวันที่ 2-3 ก.ย. จะประชุมวาระปกติ วันที่ 9 ก.ย. ประชุมสภาฯ วาระพิเศษ เพื่ออภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ครม.ตอบรับมาว่าสามารถเข้ามาชี้แจงได้ในวันดังกล่าว โดยทั้งหมดจะใช้เวลา 15 ชม. แบ่งเป็นฝ่ายค้าน 10 ชม. ที่เหลือ คือ รัฐบาล อาจจะบวกลบเวลาที่ประธานสภาจะใช้ด้วย โดยการอภิปรายดังกล่าวจะจบในวันที่ 9 ก.ย.เลย
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จากนั้นในวันที่ 10 ก.ย. จะประชุมวาระปกติ แต่มีวาระที่สำคัญคือ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จะนำผลการศึกษาของ กมธ. เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ สำหรับวันที่ 16-18 ก.ย. จะมีการนำร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2564 เข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวาระที่ 2 และ 3 โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.ไปจนเลย 24.00 น. ของทุกวัน แต่ต้องจบก่อนวันที่ 18 ก.ย.เวลาเที่ยงคืน เพราะเป็นข้อตกลงกับวุฒิสภา เพื่อให้สามารถนำร่างนี้ไปพิจารณาก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 21-22 ก.ย. และในวันที่ 23-24 ก.ย.จะปิดสมัยประชุมสภาฯ
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สำหรับการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมทุกร่าง ทั้งของฝ่ายค้านและรัฐบาล เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวาระรับหลักการ จะแบ่งเวลาให้แต่ละฝ่าย ฝ่ายละ 8 ชม. ทั้งนี้ รายงานการศึกษาของ กมธ. ที่เข้าสู่ที่ประชุมก่อนหน้าในวันที่ 10 ก.ย.นั้น จะไม่มีผลต่อการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เข้าสู่สภา แม้จะมีการพิจารณาคว่ำผลการศึกษาก็ตาม สภาฯ ก็ยังจะพิจารณาร่างที่เข้าสู่การประชุมเช่นเดิม แต่อาจจะมีผลในส่วนที่ผลการศึกษาได้มีการหมายเหตุ หรือข้อสังเกตไว้ให้สภาฯ พิจารณา ซึ่งสภาฯ ต้องเอาไปพิจารณาในชั้น กมธ.ต่อไป
...