พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อดีตเลขาฯ พรรคภราดรภาพ วอน ผู้ชุมนุมใช้สติ อย่าหมิ่นสถาบัน เดินในเกม จี้ มหาดไทย-กกต.เคาะเลือกตั้งท้องถิ่นไวๆ สร้างบรรยากาศปชต.ให้ประเทศ

วันที่ 18 ส.ค. นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย - จีน เเละอดีตเลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวถึงกระเเสข่าวข้อเรียกร้องของนักศึกษาเเละประชาชนบางกลุ่ม ที่ชุมนุมในช่วงนี้ เเละมีบางอย่างเกินเลยกติกาเเละล่วงละเมิดสถาบันว่า ขอให้เเต่ละฝ่ายใช้สติอย่าสร้างความขัดเเย้งเพิ่มเติม วันนี้ทั่วโลกกำลังเเก้ไขไวรัสโควิด-19 เเละรัฐบาลก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่เช่นกัน การชุมนุมเเละข้อเรียกร้องหลายเรื่องนั้น เช่น แก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลเเละรัฐสภา ก็พร้อมดำเนินการ

“การชุมนุม วันที่ 16 ส.ค. กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก มีแถลงการณ์เรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน คือ 1. หยุดคุกคามประชาชน 2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3. ยุบสภา ภายใต้ 2 จุดยืน ไม่เอารัฐประหาร และไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ พร้อมกับขีดเส้นให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ม.269-272 เพื่อให้ตัด ส.ว.จำนวน 250 คน ออกจากสภาและรัฐธรรมนูญ โดยขีดเส้นให้เร่งดำเนินการทำภายในเดือนกันยายน หากไม่ดำเนินการจะยกระดับชุมนุมต่อไปนั้น ถือว่ากลับมาอยู่ในจุดที่หลายคนยอมรับ เเละควรหาทางออกเเบบสันติ หลังจากบางคนในกลุ่มนี้ ไปละเมิดสถาบัน ขอวิงวอนน้องๆ เเละผู้ชุมนุมว่าควรเคารพกฎหมาย ครรลองเเละแนวปฏิบัติอันดี ของสังคมไทย ทุกประเทศมีบริบทภายในที่เเตกต่างกัน อย่านำบางเรื่องของบางประเทศ มาเทียบกับบ้านของเราเเบบไม่อ่านให้ละเอียด เร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรี ก็พร้อมส่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปพบกับน้องๆเพื่อรับฟังเสียงสะท้อน ตรงนี้คือสัญญาณที่ดี

แต่ข้อเรียกร้องหลายเรื่องที่บางคนเสนอแบบละเมิดสถาบันนั้น ขอเตือนน้องๆ ว่าอย่าเดินเลยธงและคนที่ชักใยเบื้องหลังควรยุติ อย่าสร้างสถานการณ์ให้ลุกลามแบบน้ำผึ้งหยดเดียว ผมเห็นว่ารัฐบาลเเละรัฐสภาก็ฟังข้อเรียกร้องและกำลังดำเนินการ แต่ข้อเรียกร้องอื่นๆที่ละเมิดสถาบัน ขอแนะนำว่าควรยุติ

...

ประชาธิปไตยคือรับฟังเสียงข้างมาก เคารพเสียงข้างน้อย การยื่นเงื่อนไขสุดโต่งและไม่ยอมฟังกันเเละกัน อาจนำไปสู่ความรุนเเรงอีกครั้งเเบบนี้ไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย น้องๆ ควรดำเนินการตามวิถีประชาธิปไตยเเละครรลองกฎหมายจะดีกว่ายื่นเงื่อนไขเดดล็อกที่ปิดทางอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่อย่างนั้นบางเหตุการณ์ในอดีตจะย้อนกลับ เเบบนี้บ้านเมืองไม่เดินหน้า

วิงวอนตรงนี้อีกครั้งว่าทบทวนเเนวคิดเเละการชุมนุมให้อยู่ในรูปแบบที่ทุกคนยอมรับดีกว่า มันจะสวยงามตามครรลองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” นายพันธ์ยศ กล่าว

ส่วนกระเเสข่าวว่า รมว.มหาดไทย กับกกต. ขัดเเย้งกันเรื่องความพร้อมการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นช่วงปลายปีนี้นั้น นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ตนในฐานะที่สนใจ จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.คนหนึ่งด้วยการเสนอนโยบายสุขภาวะเเละการหนุนการลงทุนเชิงสุขภาพให้ผู้ประกอบการเพื่อปรับตัวเข้ายุคเศรษฐกิจใหม่ ในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดนั้น ถือว่า ตนกระทบด้วยกับความไม่ชัดเจนตรงนี้ จึงขอร้องว่า กกต.เเละกระทรวงมหาดไทย ควรหารือเเละมีบทสรุปที่เเน่ชัด เพื่อให้คนกทม.เเละผู้ที่สนใจลงสมัครชิงตำเเหน่งผู้ว่าฯ กทม.มีเวลาเตรียมตัวในการเสนอนโยบายเเละลงพื้นที่หาเสียงใน 50 เขต ของ กทม.

นายพันธ์ยศ กล่าวต่อว่า หากความชัดเจนตรงนี้เกิดขึ้นหลายฝ่ายจะสบายใจเเละลดกระเเสขัดเเย้งทางการเมืองไประดับหนึ่งเพราะสื่อว่ารัฐบาลจริงใจคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกผู้บริหารท้องถิ่นด้วยตัวเองหลังเว้นว่างมาหลายปี อย่าวิตกกังวลว่าหากมีการหาเสียงเเล้วโอกาสที่ไวรัสโควิด-19 จะระบาดอีกนั้น ตนเชื่อมั่นว่าหากมีการวางมาตรการดีๆ ในประเทศโอกาสที่จะระบาดอีกนั้นน้อยมากเพราะหลายประเทศชื่นชมเเนวทางการป้องกันควบคุมไวรัสโควิด-19 เเละการพร้อมใจของภาคสังคมในเรื่องนี้เป็นอย่างดี


อดีตเลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวถึง กระเเสข่าวว่า หลายพรรคเเละคนที่มีชื่อเสียงในสังคมหลายคน สนใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.แปลว่า สนามเลือกตั้งนี้ มีความสำคัญสูง ดังนั้นควรเร่งปลดล็อกเพื่อให้บรรยากาศภาพรวมของการเมืองดีขึ้น โดยตนพร้อมเสนอตัวเเละนโยบายของตนให้ชาวกทม.พิจารณาอีกหนึ่งทางเลือก จึงวิงวอนกกต.เเละกระทรวงมหาดไทยเร่งหาข้อสรุปร่วมกันโดยเร็ว