"แกนนำคณะประชาชนปลดแอก" ขีดเส้นตายไล่รัฐบาล ภายในเดือนกันยายนต้องไม่มี ส.ว. ขณะที่ "อ.เสรี" เผยถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วันที่ 17 ส.ค. 2563 นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เลขาธิการคณะประชาชนปลดแอก เผยในรายการ ถามตรงๆ กับจอมขวัญ ว่า ข้อเรียกร้องที่ว่า เดือนกันยายนต้องไม่มี ส.ว. คือโรดแม็ปขั้นแรก สำหรับ 3 ข้อเรียกร้องหลักของเรา ซึ่งมันมีขบวนการที่จะมารองรับอยู่ แต่เพียงแค่อาจจะยังไม่ได้สื่อสารออกไป แต่ก็มีหลายภาคส่วนมาเสนอหลากหลาย แต่ทางเราเสนอคือ ยกเลิกมาตรา 269-272 ที่มาและอำนาจต่างๆ ของส.ว. โดยเฉพาะ ทั้งการเลือก นายกรัฐมนตรี การโหวตร่างพ.ร.บ. ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปประเทศ สิ่งเหล่านี้เราต้องการให้เอาออกไปภายในเดือนกันยายน หมายถึงแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 มาตรานี้ออกไปภายในเดือนกันยายน หลังจากนั้นเราสามารถห้อยท้ายได้ว่าจะมี ส.ว. ชุดใหม่ อย่างไร ซึ่งมันมีหลากหลายวิธีที่เป็นไปได้
ทางด้าน อ.เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา เผยว่า หากถามว่าเป็นไปได้แค่ไหน ก็ต้องดูเหตุผลที่เสนอมาว่าจะให้ทำยังไง ถ้าเสนอมาแล้วยังไม่มีรายละเอียดขบวนการ โอกาสที่จะเกิดขึ้นมันก็เป็นไปไม่ได้ แต่เราไม่ได้ปฏิเสธข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอ เพราะในภาวะแบบนี้การเสนออะไรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็จะต้องรับฟังกัน ไม่คิดว่าถูกหรือผิด แต่อยากฟังรายละเอียดให้มากขึ้น ว่าถ้าเสนอแบบนี้แปลว่าต้องคิดมาก่อนแล้ว ว่าจะให้ทำยังไงต่อ
"ถ้าพูดตามหลักรัฐธรรมนูญมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ ส.ว. พ้นในกันยายนเลย ก็ต้องเรียนกลับไปยังกลุ่มที่เสนอว่ารัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศกำหนดขบวนการเหล่านี้ไว้ เราจะไปคิดแก้ตามอำเภอใจไม่ได้ หรือจะคิดตามอารมณ์ ความรู้สึกไม่ได้ ต้องพูดกันโดยเหตุผล และความเป็นไปได้" อ.เสรี กล่าว
...
นายทัตเทพ เผยต่อว่า ผมเปิดดูรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเรื่อง ส.ว. ไม่ต้องขอประชามติ ถ้ามีร่างสามารถยื่นได้ แล้วการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 1 รับหลักการ วาระ 2 พิจารณารายมาตรา พอเสร็จ 2 วาระ ต้องเว้นช่วง 15 วัน เพื่อที่จะเข้าสู่วาระ 3 โดยให้ทั้ง 2 สภา ลงมติว่าจะรับหรือไม่รับแก้ไขมาตรานี้ จากนั้นให้นายกฯ ส่งขึ้นพระปรมาภิไธย ก็จะเสร็จขบวนการ เมื่อดูแล้วถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ มันทำได้ไม่นานและไม่ยากอย่างที่คิด
ขณะที่ อ.เสรี เผยต่อว่า ความเห็นใน สว. ต้องยอมรับว่าธรรมชาติของคนที่อยู่ร่วมกัน ทุกคนมีความคิด ฉะนั้นการมีความเห็นแตกต่างเป็นเรื่องปกติ ย่อมเกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าจะเริ่มตอนนี้ต้องมีขบวนที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ 1 2 3 แล้วจบ แต่มันเกี่ยวพันกับหลายกลุ่ม ซึ่งไม่ได้ปฎิเสธ สามารถเรียกร้องกันมาได้ แต่รายละเอียดแต่ละอย่างมันมีขั้นตอน ก็ต้องดูว่าจะทำยังไงต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ สมาชิกคณะประชาชนปลดแอก เผยว่า ต้องมองข้อเรียกร้องไม่ใช่แค่เพื่อแกนนำ แต่นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ แล้วมันคือความต้องการเดียวกัน ซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในรัฐสภา รวมทั้งฝ่ายค้านเองด้วย ที่มีหน้าที่ต้องไปกดดัน ไปสร้างแรงกระตุ้นคนในสภาให้ออกมาจัดการเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการขีดเส้นตายให้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล.