ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ส.ส.พปชร.เสนอตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ปัญหาประมงพื้นบ้าน ที่มีท้องทะเลน้ำตื้น

    ไทยรัฐออนไลน์15 ส.ค. 2563 19:55 น.
    SHARE

    “ส.ส.ไพลิน” พปชร.เสนอตั้งกมธ.ศึกษาปัญหาและหาทางแก้ปัญหาประมงพื้นบ้าน ในกลุ่มจังหวัดที่มีสภาพท้องทะเลน้ำตื้น เหตุชาวบ้านเดือดร้อนหนัก เนื่องจากกฎหมาย กำหนดไม่ให้ทำประมงห่างชายฝั่งออกไป 3 ไมล์ทะเล

    วันที่ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ ยื่นญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ผลกระทบ และแนวทางการแก้ปัญหาของประมงพื้นบ้าน ในกลุ่มจังหวัดที่มีพื้นที่สภาพท้องทะเลน้ำตื้น เนื่องจากปัจจุบันประมงพื้นบ้าน กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จากการแก้ไขการปรับปรุง พ.ร.ก.ประมง ปี 2558 ในมาตรา 34 และมาตรา 67 กระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการประมง พาณิชย์ และประมงพื้นบ้าน ผลกระทบจากการแก้ไขมาตรา 34 มีความว่า ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน ทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่ง พื้นที่ห่างชายฝั่งออกไป 3 ไมล์ทะเล ทำให้เกิดข้อจำกัดในการประกอบอาชีพแก่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ที่อาศัยพื้นที่ชายฝั่งน้ำตื้นในการทำมาหากิน เพราะว่าท้องทะเลมีความหลากหลายของสัตว์น้ำ และสัตว์น้ำแต่ละประเภท ก็อาศัยระบบนิเวศไม่เหมือนกัน บางชนิดอยู่ในพื้นที่ไม่เกิน 3 ไมล์ทะเล บางชนิดห่างไกลออกไป ซึ่งการระบุไว้ว่า ผู้ได้รับอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน จะต้องประกอบกิจการอยู่ในเขต เป็นการจำกัดสิทธิ์เกินไป ถ้าเรามองไปยังอุปกรณ์การประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน การที่จะทำให้สัตว์น้ำที่อยู่ในพื้นที่ทะเลน้ำตื้นสูญเสียสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กลงไปอย่างยิ่ง ในอีกมุมหนึ่ง ถ้ามองไปยังเรื่องระบบนิเวศในพื้นที่ที่มาตรา 34 กำหนดไว้ ในการประกอบอาชีพ ห้ามเกิน 3 ไมล์ทะเล ถ้าเราประกอบอาชีพโดยใช้เครื่องมือในการออกทะเล ไม่เกิน 3 ไมล์ทะเล ประมงพื้นบ้านจะสูญเสียสัตว์น้ำ ที่เป็นสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งจะทำให้ระบบนิเวศสูญเสียเป็นอย่างยิ่ง หากเรายังปล่อยให้เกิดปัญหาแบบนี้ต่อไป ประเทศของเราอาจจะสูญเสียทรัพยากรชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ไปตลอด จนถึงอาชีพประมงหน้าบ้าน ก็คงหายไป ถ้าหากเกิดเรื่องแบบนี้ เราก็คงซื้ออาหารทะเลที่แพงขึ้น และอาหารทะเล ที่เราจะนำเม็ดเงินมาสู่ประเทศในภาคธุรกิจ ก็จะลดน้อยลงด้วย จึงอยากขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการเพื่อรับฟัง และหาแนวทางการแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน 

    ส.ส.ไพลิน ยกตัวอย่างอาชีพประมงพื้นบ้านใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งประกอบไปด้วย อ.พระสมุทรเจดีย์ อ.บางบ่อ ต.คลองด่าน และต.บางปู เป็นหนึ่งในประมงพื้นบ้าน ที่ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า โพงพาง ซึ่งมีลักษณะอวนคล้ายถุง ปากอวนกว้างยึดกับที่ โดยใช้กระแสน้ำพัดให้สัตว์น้ำเข้ามาในถุงอวน ตามประกาศการใช้ พ.ร.ก.ประมง ปี 2558 ในมาตรา 67 มีข้อบังคับมิให้ใช้เครื่องมือโพงพาง และเครื่องมือลอบพับหรือไอ้โง่จับสัตว์น้ำ แล้วอวนลากที่มีตาอวนก้นถุงเล็กกว่าที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งเครื่องมืออวนรุนที่ใช้ติดกับเครื่องยนต์ เว้นแต่อวนรุนเคย โดยมีบทลงโทษในมาตรา 146 ปรับตั้งแต่ 1-5 แสนบาท และมาตรา 169 ให้ริบเครื่องมือทำกินประมงและสัตว์น้ำทั้งหมด จากการประกาศ พ.ร.ก.ประมงปี 2558 ส่งผลกระทบกับพ่อแม่พี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน รวมไปถึงประมงหน้าบ้าน หมายถึงประชาชนที่มีภูมิลำเนาที่ติดริมคลอง ริมฝั่ง ริมชายทะเล ที่พวกเขาประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ประมงหน้าบ้าน มารุ่นสู่รุ่น นับเวลาเป็นร้อยๆ ปี ในเขต อ.พระสมุทรเจดีย์ ได้ดำเนินกิจการประมงหน้าบ้านมีจำนวน 201 ราย ในพื้นที่ประกอบไปด้วยตัวเลขประชากร 2 พันคน มีรายได้เฉลี่ยต่อวัน 500-1,000 บาท อาจจะดูไม่มาก แต่ถ้ามองในมุมผู้ประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เขาเหล่านั้น วันนี้ไม่มีอาชีพทำกิน เพราะตาม พ.ร.ก.ที่ได้ออกกำหนดมา วันนี้หน่วยงานภาครัฐไม่ได้ชดเชยเยียวยาให้กับคนกลุ่มนี้ พ่อแม่พี่น้องประชาชน ต้องหยุดการประกอบอาชีพไม่มีรายได้ในการส่งเสียครอบครัว ส่งผลกระทบให้กับบุตรหลาน ไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งนักวิชาการบางกลุ่มมีข้อเสนอแนะว่า ขอให้เขาหยุดประกอบอาชีพประมงโดยเด็ดขาด และไปประกอบอาชีพอื่น ความเป็นจริงมันทำไม่ได้ นั่นคือถิ่นกำเนิด เขาไม่สามารถย้ายถิ่นฐานไปประกอบอาชีพอย่างอื่นได้เลย อย่างที่ได้ยกตัวอย่างในเขต อ.พระสมุทรเจดีย์ ประชาชนดั้งเดิมที่ประกอบอาชีพประมงหน้าบ้าน ไม่สามารถที่จะย้ายถิ่นฐานไปทำอาชีพอื่นได้เลย เพราะว่า พื้นที่ตรงนั้น ไม่สามารถปลูกผัก ปลูกข้าว ปลูกปาล์ม สามารถทำได้อย่างเดียว คือ ทำประมงหน้าบ้าน

    ส.ส.ไพลิน ยังได้กล่าวอีกว่า จากการศึกษาและได้ไปสอบถาม พบว่า ในมาตรา 67 ในคำว่าโพงพางและอวนลาก จะเขียนไว้ว่า ความในวรรค 1 และวรรค 3 มิให้บังคับใช้แก่การศึกษาวิจัย ซึ่งกระทำโดยทางราชการ เพื่อประโยชน์ในการหาขนาดช่องตาอวนที่เหมาะสม ที่ประชาชนพึงได้รับ โดยได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ความในวรรค 1 มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ทำการประมงพื้นบ้าน หรือประมงน้ำจืด ที่ได้รับอนุญาตผ่อนปรนให้ใช้เครื่องมือทำการประมงตามรูปแบบ เครื่องมือ ขนาดเรือ วิธีการทำประมงพื้นบ้าน ที่ทำประมงและเงื่อนไข ที่อธิบดีประกาศกำหนด ในเมื่อมีการเปิดช่องให้ทำการศึกษาวิจัยแล้ว เราควรมีผู้ริเริ่ม ดำเนินการ พวกเราในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน ที่ได้รับเลือกเข้ามาแก้ปัญหาจึงขอเสนอตั้งกรรมการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องนี้ รวมถึงหาเจ้าภาพหรือหน่วยงานหลักในการศึกษา เชื่อว่าเราจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างดี อาจจะช้าไปนิด แต่ไม่สายเกินไปที่เราจะช่วยกันผลักดันในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และผลักดันให้ประชาชนสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ นอกจากจะช่วยให้พวกเขามีรายได้ ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์อาชีพพื้นบ้านที่มีการทำกินมาช้านาน รวมถึงการรักษาวิถีอัตลักษณ์ดั้งเดิมให้คงอยู่ตลอดไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พลังประชารัฐประมงพื้นบ้านไพลิน เทียนสุวรรณส.ส.สมุทรปราการกมธ.ศึกษาแก้ปัญหาประมงพื้นบ้านท้องทะเลน้ำตื้น3ไมล์ทะเลข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 01:03 น.