ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กมธ.ตำรวจ สรุปคดี “บอส อยู่วิทยา” ชงใช้ ม.157 กรณีตำรวจ-อัยการ ละเลยหน้าที่

    ไทยรัฐออนไลน์14 ส.ค. 2563 12:34 น.
    SHARE

    กมธ.ตำรวจ สภาฯ สรุปคดี “บอส อยู่วิทยา” ส่ง “ชวน-บิ๊กตู่-วิชา” แนะไม่นับเวลาหลบหนีคดีรวมในอายุความ ย้ำค่าความเร็วรถไม่นับเป็นหลักฐานใหม่ เสนอใช้ ม.157 หากพบตำรวจ-อัยการละเลยหน้าที่

    วันที่ 14 ส.ค. 2563 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้ กมธ. จะส่งรายงานผลการพิจารณา เรื่องขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งนำเสนอถึงนายกรัฐมนตรี และ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า กมธ. เห็นว่าการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และการสั่งคดีของพนักงานอัยการดำเนินการถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว อย่างไรก็ตาม การใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน การสอบสวนเพิ่มเติมและการพิจารณาสั่งคดี ในการดำเนินคดีนี้ไม่ถูกต้องในรูปคดีและไม่ชอบธรรมต่อสังคม กรณีไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีจนคดีขาดอายุความในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุเฉี่ยวชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย ข้อหาขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหาย และไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานในทันที และขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อาจเป็นช่องทางในการประวิงคดีหรือดำเนินคดีล่าช้าจนคดีขาดอายุความ ซึ่งเป็นช่องว่างทางกฎหมายในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ดังนั้น กมธ. เห็นว่าจึงไม่ควรนับระยะเวลาที่ผู้ต้องหาหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และควรกำหนดให้ศาลสามารถพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย

    สำหรับการตรวจพบสารแปลกปลอมในเลือดของผู้ต้องหา ซึ่งอาจเกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ ทาง กมธ. มีความเห็นว่า พนักงานอัยการสามารถสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาเพิ่มเติมในข้อหายาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งการดำเนินคดีเพิ่มเติมดังกล่าว ไม่อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี อันจะนำไปสู่การสอบสวนในคดีดังกล่าวอีกครั้ง และหากปรากฏข้อเท็จจริงว่า การไม่ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีดังกล่าวกับผู้ต้องหา เกิดจากความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนและการพิจารณาสำนวนคดีของพนักงานอัยการ ต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับขั้นตอนดังกล่าวในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 157

    ส่วนการพิสูจน์อัตราความเร็วในข้อหาขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดนั้น แม้ภายหลังจะมีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเกี่ยวกับความเร็วแตกต่างไปจากเดิม ก็ไม่อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี ทั้งนี้ หากการพิสูจน์อัตราความเร็วในการขับขี่รถยนต์ของผู้ต้องหามีหลักการคำนวณที่แตกต่างจากหลักการเดิมที่ปรากฏในสำนวนคดี อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี

    อย่างไรก็ตาม หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ดำเนินการสอบสวนและการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม มาตรา 157 กมธ. เห็นควรให้นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ซึ่งหากศาลพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว อาจส่งผลให้คำสั่งไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องมีการสอบสวนและพิจารณาสั่งคดีดังกล่าวอีกครั้ง สำหรับการนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตาม มาตรา 157 สามารถดำเนินการได้ ดังนี้ 1. การกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยทายาทหรือญาติของผู้เสียหาย 2. การดำเนินคดีโดยรัฐ 3. การกล่าวหาต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อให้ทำการไต่สวนชี้มูลความผิด และฟ้องคดีต่อศาล

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บอส อยู่วิทยาคดีบอสวรยุทธ อยู่วิทยาบอส วรยุทธ อยู่วิทยากมธ.ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยาข่าวการเมือง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 10:30 น.