เดินหน้า ทุนสายอาชีพชั้นสูง หนุน เด็กด้อยโอกาส ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

ข่าว

    เดินหน้า ทุนสายอาชีพชั้นสูง หนุน เด็กด้อยโอกาส ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ส.ค. 2563 19:45 น.

    กสศ.ร่วมกับ อว.-สอศ.เดินหน้า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หนุน เด็กด้อยโอกาส เรียนต่อสายอาชีพ ลดเหลื่อมล้ำ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ ทุน กสศ.คุ้มค่า ได้ผลกำไรคืนกลับประเทศชาติถึง 60% 

    วันที่ 8 ส.ค .ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เพื่อค้นหาเด็กเรียนดีแต่ยากจน ให้ศึกษาต่อในสายอาชีพ ซึ่งภายในงานมีการประชุม “สร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรสายอาชีวะเข้าร่วมประชุมกว่า 250 คน

    นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ.ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมนักเรียนนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง มีโอกาสศึกษาต่อสายอาชีพ โดยร่วมกับสถานศึกษาสายอาชีพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ และสร้างโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสได้เรียนต่อสายอาชีพ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และความต้องการตลาดแรงงานในประเทศ ปัจจุบันมีสถานศึกษาจากทุกสังกัด (สถานศึกษาอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสถานศึกษาอื่นๆ ที่เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูงหรืออนุปริญญา) ในปี 2562-2563 จำนวน 66 สถานศึกษาสายอาชีพ กระจายตัวใน 40 จังหวัด โดยมีนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 และ 2 รวมจำนวน 4,890 ทุน โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพ มีเป้าหมายสำคัญ คือ 1. ค้นหาเยาวชนช้างเผือกที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสได้รับทุนการศึกษาทางสายอาชีพตามหลักสูตรที่ทันสมัย และตรงกับความต้องการของประเทศ

    2. ผลิตบุคลากรด้านอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ภายใต้ทิศทางการดำเนินงาน 4 ประการ คือ 1. ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 21 2. เด็กที่ได้รับทุนทุกคนเรียนจบแล้วต้องมีงานทำ 3. เด็กที่ได้รับทุนได้สำเร็จการศึกษาตลอดหลักสูตรในสัดส่วนที่สูง ไม่มีการหลุดออกนอกระบบกลางคัน และ 4. หลังจากจบการศึกษาแล้วจะส่งเสริมอาชีพให้กับทุกคน

    “ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรครู จึงมีความสำคัญที่จะช่วยสร้างบุคลากรทางการศึกษา และยังช่วยให้การลงทุนเกิดผลคุ้มค่าไม่เป็นการลงทุนที่เสียเปล่า ซึ่งจะทำอย่างไรให้การเรียนสายอาชีพมีต้นทุนน้อยและเป็นสิ่งที่คุ้มค่า และ กสศ.เป็นเพียงกองหนุนไม่ใช่กองหน้า แต่จะร่วมผลักดันขยายผลให้กว้างขวางให้เกิดผลสำเร็จ เพราะทุนนวัตกรรมสายอาชีพฯ ไม่ได้ทำแค่ 1-2 ปีเท่านั้น แต่มีเป้าหมายระยะยาวที่จะเดินหน้าขยายผล เกิดการเรียนรู้ และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ” นายสุภกร กล่าว

    นายสุภกร ยังกล่าวว่า การดำเนินการรุ่นที่1ที่ผ่านมาพบว่า เด็กที่ได้รับทุนมีผลการเรียนดีมีเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.00 หรือกว่าร้อยละ 67 ถือเป็นผลที่น่าพอใจ แต่ยังมีเด็กที่รับทุนมีความเปราะบางและภูมิต้านทานต่ำ เมื่อเจอปัญหาและอุปสรรค เช่น เรื่องการปรับตัวฯลฯ ก็จะหมดกำลังใจเรียนต่อ ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรครู จึงมีส่วนสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคันได้ และเพื่อป้องกันปัญหา กสศ. จึงได้ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือดูแลปัญหาสภาพจิตใจของเด็กกลุ่มเหล่านี้ เพื่อให้สามารถมีพลังในการเรียนต่อจนจบหลักสูตรได้ ทั้งนี้หากเด็กสามารถเรียนจบตลอดหลักสูตรตามเป้าหมายที่วางไว้ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

    นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า จากการทำงานของ กสศ. ที่ผ่านมา สามารถสรุปออกมาได้ 4 ข้อสำคัญ คือ 1. กสศ.เข้าใจความเป็นมนุษย์และเข้าใจสภาพแวดล้อมของเด็กที่ยากจน 2. นำหลักการของยุทธศาสตร์ชาติมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศ 3. เจาะลึกเข้าถึงพื้นที่ที่มีปัญหาจริง และ 4. ใช้การศึกษาเพื่อให้เกิดไอเดียและนวัตกรรมนำไปสู่การประกอบอาชีพได้ ซึ่งทั้ง 4 เรื่อง ต้องชื่นชมที่ กสศ.ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยินดีให้การสนับสนุน กสศ. และต่อยอดโครงการเพิ่มเติมซึ่งเราพร้อมร่วมมือต่อไป

    นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เกิดจากการกลั่นกรองและผลักดันจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลายภาคส่วน ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่า ทางสถาบันการศึกษาและนักศึกษาอาชีวะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ตรงกับวัตถุประสงค์ของ กสศ. ที่มุ่งจะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตไปอยู่ในสังคมได้อย่างสง่าเสริม มีศักดิ์ศรี และได้ตอบแทนบุญคุณประเทศชาติ ดังนั้นการรับทุนนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรกของการช่วยเหลือ แต่สถานศึกษาต้องมีกระบวนการที่จะทำให้เด็กได้ไปถึงฝั่งฝันและไม่หลุดออกนอกระบบกลางคัน เพราะหากเรามองไปที่เด็กที่เรียนสายอาชีวะ เชื่อว่าจะมีเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนและด้อยโอกาสเกินกว่าร้อยละ 80 จึงต้องมีกองทุนแบบนี้มาช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาศักยภาพให้สมบูรณ์ ถือเป็นการเติมเต็มสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กควรจะได้รับ

    “วันนี้กำลังพลในด้านของช่างเทคนิค ช่างเทคโนโลยีขาดแคลนมาก ขาดแคลนจนไปกระทบกับภาคอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท ส่งผลให้ทุกหน่วยงานออกมาเรียกร้องให้ผลิตคนสายอาชีวะให้เยอะขึ้น แต่การจะก้าวข้ามตรงนี้ได้ เราต้องตอบโจทย์ประเทศให้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ปกครองมองภาพลักษณ์อาชีวะในด้านลบ เมื่อคนมองข้ามก็จะไม่ส่งลูกหลานมาเรียนสายอาชีวะ เราจึงต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อที่จะกอบกู้ความรู้สึกเหล่านี้ เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าการเรียนสายอาชีวะไม่ได้ด้อยค่า ปัจจุบันเรามีสายนวัตกรรมอาชีพมากมายที่ได้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งหากดูตัวเลขการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา จะเห็นว่ามีเด็กอาชีวะเรียนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าเราช่วยกันผลักดันก็จะมีน้ำหนักและเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกันมากขึ้น” นายณรงค์ กล่าว

    ขณะที่ ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ระบบทุนการศึกษาในประเทศไทย ใช้ระบบทุนสากล ที่ส่งเสริมให้ทุนการศึกษาเด็กตั้งแต่แรกเกิด แต่เมื่อเด็กต้องการศึกษาขั้นสูง การให้ทุนจะมีข้อจำกัดมากขึ้นทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา เราจึงอยากยกตัวอย่างทุนของโปรเกสซ่า ที่เกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโก เป็นทุนการศึกษาที่ทุนเรียน พร้อมยกระดับความเท่าเทียมระหว่างเพศ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และการได้รับสารอาหารครบถ้วน ซึ่งทุนดังกล่าวมีเงื่อนไขเพียงส่งเด็กเข้าไปเรียน และเข้าตรวจสุขภาพเท่านั้น ทั้งนี้หลักการง่ายๆ ช่วยส่งผลให้อัตราการเข้าเรียนของเด็กเพิ่มขึ้น เป็นทรัพยากรที่ดีของประเทศ แม้ทุนนี้จะใช้ต้นทุนสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มกับการลงทุน เพราะทุนนวัตกรรมสายอาชีพรุ่นที่ 1 ที่กำลังจะจบการศึกษา จะมีผลตอบแทนคืนกลับมาให้กับประเทศสูง ถึง 680 ล้านบาท (ตลอดชีวิต) หรือเทียบเท่ากับการลงทุนที่ได้ผลกำไร ร้อยละ 60 นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กที่ได้รับทุน เราจะทำอย่างไรถึงจะขยายวงกว้างให้เด็กที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสามารถเข้ามารับทุนนี้ได้

    “สำหรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของกสศ.เป็นกองทุนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกับกองทุนในต่างประเทศ เป็นทุนที่รวมระบบนิเวศทั้งหมดไว้ด้วยกัน ทุนนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและช่วยให้สถาบันอาชีวศึกษามีนักศึกษาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้ประกอบการที่อยากมีส่วนร่วมในการให้ทุนนักศึกษา จำเป็นต้องร่วมมือกับสถานศึกษาจัดหลักสูตรการสอน ผลิตบุคคลากรตรงตามความต้องการ ขณะเดียวกันต้องให้ทุนระยะยาวกับเด็กจนจบการศึกษาด้วย” ผศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กสศ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเด็กด้อยโอกาสกระทรวงอุดมศึกษาอว.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงตอบโจทย์แรงงานข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 23:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์