ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นี่ไง...คือไทย

    ลิขิต จงสกุล9 ส.ค. 2563 05:07 น.
    SHARE


    ทั้ง “การเมือง-การบ้าน” สั่นสะเด่าวุ่นกันไปหมดส่อเค้าให้เห็นถึงความจริงของประเทศกินลึกลงไปถึงฐานราก เจริญเติบโตแค่เปลือกผิวแต่เน่าในไปทั้งระบบ...นั่นแหละคือปัญหาสำคัญ

    ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้บรรยากาศสังคมไทย เจอแต่เรื่องที่สะท้อนให้เห็นเนื้อในฉาบด้วยยาพิษ

    กระบวนการยุติธรรม สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นที่สุด...ก็ว่าได้

    ทัวร์ลง “อัยการ-ตำรวจ” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะความอัดอั้นที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากผลที่ได้รับ

    ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิรูปกันอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรมไม่ใช่พอเรื่องเงียบก็เลิกรากันไปอย่างที่ผ่านมา

    หากรัฐบาลจะหาความชอบธรรมและความเชื่อมั่นไม่มีทางเลือกอย่างอื่น นอกจากสนองความต้องการให้ประชาชน

    เหล็กกำลังร้อน ต้องตีเลยละกันต่อไปจะกระดอนใส่รัฐบาลแน่

    ครม.ใหม่คลอดออกมาเรียบร้อยแล้ว 7 คน 8 เก้าอี้ ไล่ตั้งแต่ “ดอน ปรมัตถ์วินัย” ควบ 2 เก้าอี้รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ

    “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกฯและรัฐมนตรีพลังงาน “ปรีดี ดาวฉาย” รัฐมนตรีคลัง “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีแรงงาน “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” รมช.แรงงาน

    “อนุชา นาคาศัย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รัฐมนตรีการอุดมศึกษาฯ

    พวกหน้าเก่าถือว่า โชคดีที่ยังรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้

    เพราะในพรรคร่วมรัฐบาลที่นายกฯไม่เข้าไปแตะต้องเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมอาจเกิดความวุ่นวายยิ่งกว่าตลาดแตก

    แค่ “พลังประชารัฐ” พรรคเดียวก็หืดจับแล้ว...นับประสาอะไร?

    แต่เชื่อเหอะ...ที่ฟอดๆให้ระวัง “อาฟเตอร์ช็อก” ตามมานั้นก็แค่สีสันเพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่น เงียบสงบเอาไว้ดีกว่า

    ยิ่งสถานภาพของรัฐบาลในขณะนี้ต้องเจอกับแรงกดดันไปรอบด้านทั้งปัญหานอกสภาฯและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

    ทะเล่อทะล่าเดี๋ยวก็ต้องพาไปกันทั้งพวง!

    “นายกฯลุงตู่” คงรู้และเข้าใจเป็นอย่างดียังต้องยอมอ่อนลดอาการแข็งขืนผ่อนสั้นเพื่อนำพารัฐนาวาไปให้ได้

    ว่าถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกไม่นานคงจะรู้ว่าทิศทางจะไปในรูปแบบไหน จะราบเรียบลื่นไหลก็ต้องทำความเข้าใจกันให้ดี

    ยังไงก็ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าสนองความต้องการของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด มิฉะนั้นสุ่มเสี่ยงที่จะเผชิญหน้าได้ง่ายๆ

    มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่อยากฝากให้เอาไปคิดในลักษณะเปรียบเทียบระหว่างไทย–ญี่ปุ่น ที่มีความต่างกันมาก

    ประชากร (คน) ของไทย 65 ล้านคน ญี่ปุ่น 130 ล้านคน กระทรวงของไทย 22 กระทรวง ญี่ปุ่นมี 12 กระทรวง รัฐมนตรีไทย 36 คน ญี่ปุ่น 18 คน

    ข้าราชการไทย 2 ล้านคน ญี่ปุ่น 5 แสนคน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไทย 4 แสนคน ญี่ปุ่น 3 ล้านคน

    สรุปก็คือประชากรญี่ปุ่นมากกว่าไทย 2 เท่า แต่ใช้ข้าราชการมาบริหารน้อยกว่า 2-4 เท่าตัว แต่เน้นไปที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อดูแลใกล้ชิดประชาชนมากกว่าไทย 8 เท่า

    นั่นแสดงว่าญี่ปุ่นสร้างสมดุลด้วยมุ่งหวังเพื่อประโยชน์ของประชาชนของเขามากกว่าของไทยอย่างชัดเจน

    แม้แต่รัฐสภาของเขาก็ไม่ได้ใหญ่โตอลังการแต่รูปแบบเป็นเอกลักษณ์ของชาติ แต่ของไทยต้องจ่ายงบประมาณเป็นหมื่นล้าน เวลานี้ยังสร้างไม่เสร็จแถมต้องจ่ายค่าผิดสัญญามาตลอด

    นี่มันอะไรกันวะ...!!!

    “ลิขิต จงสกุล”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สับรางวันอาทิตย์ลิขิต จงสกุลรัฐสภาแห่งใหม่รัฐสภาเกียกกายงบประมาณประเทศญี่ปุ่นข้าราชการไทย

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 21:37 น.