ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ดัน "ดอน" ควบ บัวแก้ว-ค้าขาย นายกฯเฉลยเหตุ ม็อบห้าวนัดอีก 16

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 ส.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    “บิ๊กตู่” แจงอัปเกรด กต.พ่วง งานเศรษฐกิจให้ “ดอน” ควบรองนายกฯ เป็นตัวแทนหารือต่างประเทศ เพิ่ม รมช.แรงงานเพื่อรองรับงานที่มากขึ้น คนตกงานพุ่ง หงุดหงิดสื่อถามฟีดแบ็กทีม ศก.มือไม่ถึง ย้อนถามมีกี่คนสังคมไม่แฮปปี้ พท.ฉะนายกฯเตะถ่วง ซื้อเวลาแก้ รธน. “อนุดิษฐ์” แซะยิ่งยื้อม็อบไล่ยิ่งลุกลาม “เฉลิม” บี้ยกเลิก รธน.ปี 60 ใช้ฉบับปี 40 ยุบสภาฯเลือกตั้งใน 60 วัน ชงพรรคร่วมฝ่ายค้านอ้างมาตรา 5 ร่าง รธน.ใหม่แค่ 3 มาตราให้ผู้นำฝ่ายค้านนำขึ้นทูลเกล้าฯ “ปิยบุตร” ย้ำต้องโละ ม.279 พ่วง 4 มาตรา ถอนราก คสช. กลุ่มประชาชนปลดแอกไม่สังฆกรรม กมธ.ปาหี่ ขีดเส้นห้ามรัฐประหาร-ตั้ง รบ.แห่งชาติ นัดชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค. ตร.รวบตัว “อานนท์-ไมค์ จาดนอก” กรณีจัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ ปชต. 18 ก.ค. ฟัน 7 ข้อหาปลุกปั่นยันกีดขวางจราจร “เพนกวิน” อารยะขัดขืนไม่มอบตัว ขู่แกนนำตายสิบเกิดแสน

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แจงเหตุผลการปรับ ครม.ที่ให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ควบรองนายกฯ อีกตำแหน่ง เนื่องจากต้องการยกระดับให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ดำเนินการในเรื่องเศรษฐกิจ พร้อมให้เป็นตัวแทนหารือกับต่างประเทศ ขณะที่ต้องเพิ่ม รมช.แรงงาน เนื่องจากงานของกระทรวงมีมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาคนว่างงานจำนวนมาก

    “บิ๊กตู่” เปิดร้านกาแฟคนพิการ

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดร้านกาแฟ APCD 60+Plus Bakery & Chocolate Cafe@ ทำเนียบรัฐบาล ด้านหลังตึกนารีสโมสร ซึ่งคณะกรรมการสวัสดิการสำนักเลขาธิการนายกฯอนุญาตให้เปิดร้านกาแฟผู้พิการ ส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนพิการ มีเลขาธิการคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) ร่วมเป็นพยาน และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกฯ กลุ่มสี่กุมาร ผู้ผลักดัน ร่วมเสิร์ฟโกโก้ให้นายกฯ โดยนายกฯตัดริบบิ้นเปิดร้าน ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและกล่าวตอนหนึ่งว่า นโยบายรัฐบาลดูแลด้านอาชีพและรายได้ให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แล้วอุดหนุนคาปูชิโนร้อน ชิมขนมเกือบทุกเมนู โชว์ผลโกโก้ที่ปลูกในไทยให้สื่อดู และระบุว่าได้ปรารภไปว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือนฌ็องเซลิเซ เมืองไทย

    อัปเกรด กต. “ดอน” ควบรองนายกฯ

    เมื่อเวลา 10.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการมอบหมายให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ควบรองนายกฯอีกตำแหน่งว่าต้องการอัปเกรดให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ดำเนินการในเรื่องธุรกิจเศรษฐกิจด้วย เวลาทูตต่างประเทศมาจะไม่พูดเรื่องความสัมพันธ์อย่างเดียว แต่จะพูดถึงโครงการต่างๆ บางอย่างจะมอบหมายให้นายดอนมาช่วย การเดินทางไปต่างประเทศ นายดอนเหมือนเป็นตัวแทนของตนในการพูดคุยเจรจา วันข้างหน้าคิดว่าเอกอัครราชทูต กงสุล ผู้แทนทางการค้าของเราต้องเร่งรัดเรื่องเหล่านี้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 รวมทั้งความยั่งยืนในอนาคต วันข้างหน้าการตกงานจะลดลง แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรใหม่เลยจะอยู่ในที่เก่า เราต้องแก้ปัญหารูปแบบใหม่ แก้ปัญหาทั้งระบบแต่อาจต้องใช้เวลาบ้าง ที่ตั้ง รมช.แรงงาน อยากให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจอีกกระทรวงหนึ่ง เรามีการจ้างงานจำนวนมาก การมีงานทำมากขึ้นข้อมูลต่างๆมีเยอะมาก สิ่งสำคัญอยากให้คนไทยได้ทำงานบางประเภทบ้าง อัปเกรดตัวเองให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าให้ได้ ไม่ใช่อยู่เฉพาะแรงงานที่หลายคนไม่อยากทำ ขอร้องว่าอย่าเลือกงานในตอนนี้กันมากนัก ขอให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว

    ย้อนถามมีกี่คนไม่แฮปปี้ ครม.ใหม่

    เมื่อถามว่า จะเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้โปรดเกล้าฯลงมาเลย ต้องรู้ขั้นตอนความควรไม่ควร วันนี้ยัง ไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย กำลังอยู่ในขั้นตอน ไม่ได้มองเรื่องฟีดแบ็กการปรับ ครม.จากภาคเอกชน เพราะฟังเขาทุกวันอยู่แล้ว คุยกันอยู่แล้ว สื่อไม่รู้หรือว่าเราคุยกันอยู่แล้ว คณะที่ปรึกษานายกฯด้านเศรษฐกิจเขาก็คุยอยู่ เมื่อถามว่าแต่มีฟีดแบ็กต่อรัฐมนตรีบางคนชื่อชั้นยังไม่ถึง นายกฯย้อนถามว่า ที่บอกว่าบางคน มันมีกี่คนล่ะ กี่คนที่ชอบและกี่คนที่ไม่ชอบ จะทำอย่างไรให้คนที่ชอบและไม่ชอบเขาเข้าใจว่าเราจะทำงานอย่างไร ครั้งนี้มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเขา มันอยู่ที่ ครม. อยู่ที่นายกฯว่าจะดำเนินนโยบายเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะเศรษฐกิจในวันข้างหน้า พูดคุยกับเขามาตลอด มีที่ปรึกษาเยอะแยะไปหมด สมาคมต่างๆก็ไปพบมาหมดแล้ว ส่วนทีมเศรษฐกิจที่จะมาร่วมงาน กำลังร่างอยู่ จะเสร็จเมื่อไหร่ก็เห็นเมื่อนั้น ขอให้รอ ครม.ใหม่ทำครบขั้นตอนเสียก่อน ขอร้องสื่ออย่าถามเรื่องนี้อีกเลย เพราะยังอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ต้องถามมาก เมื่อถามว่าตั้งความหวังกับ ครม.ใหม่อย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ เน้นเสียงกล่าวว่าเหมือนเดิม ส่วนการแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกฯกำลังหาอยู่ สื่อมีใครเสนอขึ้นมาบ้าง ช่วยหามาและเสนอมาจะตัดสินใจเอง มีชื่อมาหลายคนเหมือนกัน

    “บิ๊กป้อม” คุมแบ่งงาน-เร่งแก้ว่างงาน

    เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานประชุมกรรมการบริหารพรรค มีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานและนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เข้าร่วมด้วย โดย พล.อ.ประวิตรได้แสดงความยินดีกับทั้ง 3 คน พร้อมเน้นย้ำนโยบายให้กระทรวงแรงงานเร่งแก้ปัญหาการว่างงาน เพราะมีรัฐมนตรีของพรรคถึง 2 คน กำกับดูแล หลังประชุมเสร็จ พล.อ.ประวิตรได้เรียกนายสุชาติและนางนฤมลไปหารือแบ่งงานกันด้วย ในที่ประชุมได้หยิบยกการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษามาหารือในวาระประเมินสถานการณ์ทางการเมือง โดย พล.อ.ประวิตรย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ปิดกั้นการชุมนุม แต่เน้นสร้างความเข้าใจ แต่การทำกิจกรรมใดๆต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย และไม่ห้ามหากจะใช้สถานศึกษาชุมนุมเคลื่อนไหว แต่ขอให้อยู่ภายใต้กรอบและกติกา

    “ณัฏฐพล” เชื่ออาฟเตอร์ช็อกเบาๆ

    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสอาฟเตอร์ช็อกใน พปชร.หลังปรับ ครม.ว่านักการเมืองน่าจะเข้าใจในระดับหนึ่งทุกคนต้องมีความคาดหวัง เมื่อเห็นรายชื่อรัฐมนตรีใหม่แล้วต้องมีบางคนในพรรคที่อาจกังวลบ้าง แต่มั่นใจทุกคนคุ้นเคยกับความสำเร็จและไม่สำเร็จ อยากให้มองการขับเคลื่อนประเทศเป็นเรื่องสำคัญ คนที่จะมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คนมีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงน่าจะเหมาะสมมากกว่านักการเมือง ถ้าคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ คิดว่าอาฟเตอร์ช็อกน่าจะเบาลง ต้องให้โอกาสทีมเศรษฐกิจทำงาน ส่วนกระแสมีชื่อนายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ มาดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ ว่า ตนไม่ได้เป็นคนผลักดัน ไม่ได้เสนอชื่อไป

    ผู้นำแรงงานทวงเงินสมทบ 8.7 หมื่น ล.

    นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบริหารภายในกระทรวง ประกันสังคมไม่มีประสิทธิภาพ ผลกระทบจากโควิด-19 มีคนว่างงานเลิกจ้างมาก จึงต้องแบ่งงานชัดเจน ต้องลุยเชิงรุกหากตั้งรับหรือรอฟังรายงานจากข้าราชการ จะไม่ต่างจากที่ผ่านมา ควรตั้งศูนย์ดูแลเลิกจ้างว่างงาน แถลงข่าวทุกสัปดาห์ให้ชัดเจนว่ามีปัญหาอะไร แก้ไขคืบหน้าอย่างไร หลังจากนี้จะเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้นอีก ต้องเชิญนายจ้างมาพูดคุยให้ช่วยพยุงกันไปก่อน ไม่เลิกจ้าง และเงินสมทบประกันสังคมที่รัฐบาลค้างจ่ายกว่า 8.7 หมื่นล้านถึงเวลาต้องสะสางให้ชัดเจน

    “เสรีฯ” ซัด “บิ๊กแดง” ชอบจุ้นการเมือง

    ที่ตลาดเช้าเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ช่วยนายมานะ บุญนาค ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 พรรคเสรีรวมไทย หาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้หลายภาคส่วนสะท้อนแล้วว่ากติกาหลักคือรัฐธรรมนูญต้องแก้ไข เพราะฝ่ายยึดอำนาจร่างไว้ให้ตัวเองสืบทอดอำนาจได้ง่ายๆ แต่เอาเข้าจริงมีปัญหาตามมามากมาย บางคนคิดว่าไม่ต้องยุบ เช่น 250 ส.ว.คนพวกนี้ชาวบ้านเลือกมาหรือคนยึดอำนาจเลือกมา มีอะไรยึดโยงกับประชาชนบ้าง ทำอะไรให้ประชาชน ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พูดเรื่องโรคชังชาติกับนักเรียนนายร้อย จปร.เป็นหน้าที่ ผบ.ทบ.หรือที่มาพูดเกี่ยวโยงการเมือง ความจริง ผบ.ทบ.ทั่วโลกไม่ยุ่งการเมือง แต่ทำไม ผบ.ทบ.บางคนของไทยชอบจัง เคยตำหนิไปแล้วอย่ายุ่งการเมือง พูดไม่ขาดคำ วันนี้เอาอีกแล้ว ผบ.ทบ.วันนี้ยังกินเงินเดือน ส.ว.อีกตำแหน่งด้วย แบบนี้จะยังเอาไว้หรือ

    พท.ฉะ “บิ๊กตู่” ซื้อเวลายิ่งยื้อม็อบบาน

    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะหัวหน้า คสช.และพวกพ้องอยู่เบื้องหลังการสร้างรัฐธรรมนูญปี 60 ผูกเงื่อนตายให้แก้ไขยากมาก หากจริงใจแก้ไขได้ทันที ไม่จำเป็นต้องโยนให้เป็นเรื่องของรัฐสภา ถ้าจะเปิดเวทีรับฟังความเห็นคนรุ่นใหม่ย่อมทำได้ แต่อย่าเสียเวลาจัดเวทีเดินสายรับฟัง เพื่อซื้อเวลาให้คนยี้แบบนี้เลย ประชาชนทั้งประเทศเฝ้ารอคอยความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา ทราบดีว่ารัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลและ 250 ส.ว.เป็นพวกเดียวกัน การเตะถ่วงหรือขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยิ่งกลายเป็นประเด็นเร่งเร้าให้ม็อบจุดติดและทำให้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมกับม็อบมากขึ้น จะทำให้การชุมนุมขยายตัวและแพร่หลายไปทั้งประเทศ หาก พล.อ.ประยุทธ์ยอมแก้รัฐธรรมนูญตามเสียงเรียกร้องแล้วยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ มีอำนาจรัฐสนับสนุนได้เปรียบทุกอย่าง ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ขอเพียงต้องกล้าสู้เลือกตั้งในกติกาสากล ไม่ใช่กติกาสืบทอดอำนาจที่ออกแบบมาเพื่อพวกท่านเท่านั้น

    “เฉลิม” ชงร่าง 3 มาตรา รธน.ปี 63

    ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เสนอทางออกประเทศไทย เนื้อหาสรุปว่า 1.ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ทันที 2.ให้นํารัฐธรรมนูญฉบับปี 40 มาใช้บังคับชั่วคราวทันที และ 3.นายกฯต้องประกาศยุบสภาฯ ให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันตามรัฐธรรมนูญปี 40 จากนั้นจึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถาวรต่อไป ตนจะเสนอให้สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาเห็นชอบ 3 ข้อดังกล่าว การร่างรัฐธรรมนูญปี 63 จะมีเพียง 3 มาตรา ไม่ยุ่งยากพิจารณา 3 วันเสร็จ จากนั้นจะนําส่งให้ผู้นําฝ่ายค้านในสภาฯนําขึ้นกราบบังคมทูลพระบรมราชวินิจฉัยประกาศใช้ต่อไป

    “ทราบดีว่าข้อเสนอนี้ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หากมีผู้กล่าวอ้างว่าวิธีนี้ไม่มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 60 แต่ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้กระทํา ย่อมต้องถือว่ากระทําได้ โดยจะร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน นําร่างรัฐธรรมนูญใหม่ปี 63 ที่มีเพียง 3 มาตราขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อพระบรมราชวินิจฉัยประกาศใช้จึงเป็นสิ่งที่พึงกระทําได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 5 และเป็นวิธีการที่ดีกว่า และชอบธรรมกว่าการปฏิวัติแล้วฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญ” แถลงการณ์ของ ร.ต.อ.เฉลิมระบุ

    “วิสาร” อัด ปธ.วุฒิสภาดูถูก ปชช.

    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีประธานวุฒิสภาไม่เห็นด้วยที่จะแก้มาตรา 256 จัดตั้ง ส.ส.ร. ไม่น่าประหลาดใจ เพราะ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต่างจาก ส.ว.จากการแต่งตั้งของคนไม่กี่คน เพื่อเป็นนั่งร้านเข้าสู่อำนาจของผู้นำทหาร นายพรเพชรพูดเช่นนี้ดูถูกประชาชน ส.ว.ออกมาตีรวน ต้องการซื้อเวลาอยู่ในอำนาจเท่านั้น สวนกระแสและไม่ทำตามความต้องการของประชาชน รัฐบาลควรรวบรวมญัตติทั้งหมดที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ เพื่อตอบสังคมว่ารัฐบาลพร้อมจะดำเนินการ อย่าใช้การซื้อเวลา ไม่มีประโยชน์ เพราะกลุ่มที่ต้องการ โดยเฉพาะกลุ่ม นักศึกษาที่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของรัฐบาลหมดแล้ว

    “ปิยบุตร” จี้ยกเลิก ม.279–4 มาตราปม ส.ว.

    เมื่อเวลา 09.50 น. ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวถึงการประชุมคณะ กมธ.ว่า จะหารือบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญ 60 มีปัญหาหลายเรื่องโดยเฉพาะในบทเฉพาะกาลที่บัญญัติเอาไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.ต้องยกเลิกมาตรา 279 ที่รับรองบรรดาประกาศคำสั่งและการใช้อำนาจต่างๆ ของ คสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เสมือนหลุมดำของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไปยกเว้นหลักกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญให้การใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.6-7 ปีที่ผ่านมา บทเฉพาะกาลต้องมีผลใช้บังคับชั่วคราว แต่มาตรา 279 กลับถูกบังคับใช้ตลอดกาล เป็นบทสืบทอดการใช้อำนาจต่างๆของ พล.อ.ประยุทธ์ขณะเป็นหัวหน้า คสช.และในมาตรา 269 มาตรา 270-272 เกี่ยวกับ ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล 250 คน มีวาระ 5 ปี ภารกิจ ส.ว.สิ้นสุดลงแล้วหลังโหวต พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯแล้ว เพื่อความยุติธรรม ส.ว. 250 คนควรยุติบทบาทเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การแก้มาตรา 256 ยังต้องใช้เสียง ส.ว. 84 คนเป็นอย่างน้อย ขอความร่วมมือ ส.ว. 250 คนหากยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป ความชอบธรรมจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ส.ว.คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นเหล่านี้เท่ากับว่าคัดค้านเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

    ตั้ง ส.ส.ร.ลดอุณหภูมิม็อบนักศึกษา

    นายปิยบุตรกล่าวด้วยว่า ทั้งมาตรา 256 และมาตราที่เกี่ยวกับ ส.ว. รวมถึงมาตรา 279 ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสนอไปพร้อมกันได้ทุกประเด็น เช่น เสนอไปพร้อมกัน 3 ฉบับได้ คือฉบับหนึ่งยกเลิก ส.ว.บทเฉพาะกาล ฉบับที่ 2 ยกเลิกมาตรา 279 และฉบับสุดท้ายแก้ไขมาตรา 256 และจัดให้มี ส.ส.ร.ทั้ง 3 ฉบับ ใน 2 ฉบับแรกทำได้เร็ว เพราะเป็นการยกเลิกมาตรา ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกันเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ที่สำคัญที่สุดใน 2 ฉบับแรกเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาและเยาวชนคนหนุ่มสาว เพราะอย่างน้อยที่สุดหากตอนนี้ได้รับการแก้ไข เชื่อว่าจะทำให้อุณหภูมิร้อนแรงของการชุมนุมบรรเทาเบาบางลงได้บ้าง

    “พีระศักดิ์” ปัดหวงอำนาจพร้อมพูดคุย

    นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิก ส.ว. กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะ กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ขอความร่วมมือ ส.ว.ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และยกเลิก ส.ว. 250 คน ตามบทเฉพาะกาลว่า ยืนยันว่าแก้อะไรก็ได้ที่สังคมมองว่าเป็นทางออกของประเทศร่วมกัน ไม่ใช่ว่าจะคอยปิดทางปิดประตูใส่หน้าเขาหมด ยินดีพูดคุยระดมความคิดเห็น เท่าที่ได้พูดคุยกับสมาชิก เชื่อว่ามี ส.ว.อีกหลายคนที่คิดแบบเดียวกับตน ไม่เคยหวงอำนาจ อย่างที่หลายคนวิจารณ์ ส.ว. ขอให้นายปิยบุตรสบายใจ ยินดีพบปะหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงเรื่องข้อเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ด้วย

    กมธ.รับฟัง นศ.เชิญ ตร.แจงคดีชุมนุม

    ที่รัฐสภา นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา สภาฯ แถลงว่า ได้เชิญตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาชี้แจงสอบถามถึงการคุกคามประชาชนแสดงสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ก่อนประกาศใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. มีการควบคุมตัวแกนนำ นักเรียนและนิสิตหรือไม่ ได้รับการยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กมธ.ได้ขอจำนวนและรายชื่อนักศึกษาที่ถูกดำเนินคดี สัปดาห์หน้าจะเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชี้แจงเพิ่มเติม พร้อมเชิญอัยการ ทนายพิทักษ์สิทธิร่วมให้ข้อมูลด้วย ขณะที่ สพฐ.ยืนยันว่าหากมีการข่มขู่นักเรียนจะดำเนินการทางวินัยเจ้าหน้าที่หรือครู กมธ.เตรียมเปิดช่องทางรับฟังความเห็นผ่านทวิตเตอร์หากนักเรียนนักศึกษา แสดงความเห็นภายใต้กรอบกฎหมาย แต่รู้สึกถูกคุกคาม ส่งข้อเรียกร้องมาได้

    “ปลดแอก” ห้ามมี ปว.–ตั้ง รบ.แห่งชาติ

    เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ฟุตปาทหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มประชาชนปลดแอก นำโดยนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นศ.คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลขาธิการกลุ่ม น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และนายสิรภพ อัตโตหิ นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นศ.คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โฆษกกลุ่ม และเลขาธิการสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.)นายณัฐชนน ไพโรจน์ นศ.คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนายภานุมาศ สิงห์พรม นศ.ม.กรุงเทพ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นศ.ม.เทคโนโลยีมหานคร ร่วมกันจัดกิจกรรมการอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มประชาชนปลดแอก นายทัตเทพอ่านแถลงการณ์ว่า ขอเรียกร้อง 3 ข้อ 1.รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล 2.ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากเจตจำนงของประชาชน และ 3.ต้องยุบสภาหลังดำเนินการตามข้อ 1-2 และการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องต้องอยู่ในหลักการ 1.ต้องไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น 2.ต้องไม่จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ทั้งนี้ กลุ่มจะไม่หยุดการเคลื่อนไหวจนกว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง

    ไม่ร่วม กมธ.ปาหี่ 16 ส.ค.ชุมนุมใหญ่

    นายทัตเทพกล่าวอีกว่า การเปลี่ยนชื่อจากเยาวชนปลดแอกไปสู่ประชาชนปลดแอกไม่ได้เป็นการอัปเกรด แต่ตั้งกลุ่มขึ้นใหม่เพื่อทำให้ข้อเรียกร้องบรรลุเป้าหมาย ทั้งเปิดให้ประชาชนที่หลากหลายรวมตัวมากขึ้น ทั้งเป็นการขีดเส้นใต้ให้รัฐบาลนำข้อเรียกร้องไปปฏิบัติ เพราะกลัวจะมีการยุบสภาก่อนโดยที่ไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าภายในก่อนปิดสมัยประชุมสภาที่จะสิ้นสุดปลาย ก.ย.นี้ต้องไม่มี 250 ส.ว.ที่มาจาก คสช.เหลืออยู่ ทั้งหมดต้องลาออก ส่วนการตั้งกรรมาธิการรับฟังความเห็นนักศึกษานั้นเหมือนเล่นละครปาหี่ซื้อเวลา ยืนยันไม่เข้าร่วมแน่นอน วันที่ 16 ส.ค.กลุ่มประชาชนปลดแอกจะชุมนุมใหญ่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่ 15.00-21.00 น. นายกฯเชิญมารับฟังได้เลย ส่วนคนที่คิดว่าเราต้องมีนายทุนใหญ่อยู่เบื้องหลังถือว่าดูถูกประชาชน เราไม่ได้ถูกพรรคการเมืองชักใย พวกเราต่างหากที่จะชักใยพรรคการเมือง ชักใยรัฐสภา

    เย้ยแนวทาง “อาชีวะ” โมเดลเดิมๆ

    น.ส.จุฑาทิพย์กล่าวถึงกรณีกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ออกมาปรามขบวนการนักศึกษาไม่ให้ก้าวล่วงสถาบันว่า เป็นโมเดลเดิมที่จัดตั้งขึ้น เห็นอยู่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ไม่กังวลเพราะเชื่อว่าคนในประเทศนี้มีใจที่จะเรียกร้องประชาธิปไตยมีมากกว่า ใครที่ทนอยู่กับรัฐบาลชุดนี้ได้เราคงไม่สามารถไปทำอะไรได้ แต่เราไม่สามารถทนต่อไปอีกได้ ขอยืนยันความวุ่นวายต่างๆในการชุมนุมของเราไม่มีแน่นอน จะพยายามดูแลผู้ชุมนุมให้ดีที่สุด จากนั้นแกนนำได้ร่วมกันร้องเพลง Do you hear the people sing? และชู 3 นิ้วพร้อมกัน

    ตร.รวบตัว “อานนท์-ไมค์ จาดนอก”

    เมื่อเวลา 14.30 น. ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ควบคุมตัวนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ทนายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก แกนนำนักเคลื่อนไหวทางสังคมเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย ผู้ชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ขณะเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.ระยอง ทั้ง 2 คนขึ้นปราศรัยในการชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ทั้งนี้มี พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านงานมั่นคง สอบปากคำด้วยตัวเอง

    ตั้ง 7 ข้อหาปลุกปั่น-โควิดยันจราจร

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจแจ้งข้อหา 7 ข้อหา 1.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน 2.ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง 3.ร่วมกันจัดกิจกรรม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ 4.ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร 5.ร่วมกันวางตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆในลักษณะกีดขวางการจราจร 6.ร่วมกันตั้ง วางหรือกองวัตถุใดๆบนถนน 7.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงไม่ได้รับอนุญาต

    คุมตัวไป สน.บางเขนก่อนไปศาลอาญา

    ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่นำตัวนายอานนท์ ออกจาก สน.สำราญราษฎร์ ไปควบคุมไว้ที่ สน.บางเขน ส่วนนายภาณุพงศ์ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เดินทางมาเข้าร่วมสอบปากคำด้วย ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาให้กำลังใจ และสังเกตการณ์การดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งสองคนเดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อดำเนินการเรื่องการยื่นประกันตัว

    “เพนกวิน” อารยะขัดขืนขู่ตายสิบเกิดแสน

    ขณะที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นศ.คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แกนนำ สนท.ให้สัมภาษณ์ว่า ทราบจากทนายความแล้วว่าถูกออกหมายจับเช่นกัน ยืนยันจะใช้แนวทางอารยะขัดขืน ไม่ยอมมอบตัว จะมาทำอะไรก็ให้มาทำ สิ่งที่เกิดขึ้น มองว่า เป็นความพยายามที่จะตัดทอนแกนนำ แต่พูดได้เลยว่าแบบนี้ตายสิบเกิดแสน ถ้าคุณคิดจะทำลายขบวนการของเรา คุณจะต้องเจอกับแกนนำหน้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอและไม่รู้จัก เกิดขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วนแน่

    ร้องสภาทนายฯลบชื่อ “อานนท์” ทิ้ง

    ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง ยื่นหนังสือให้สภาทนายความดำเนินการลบชื่อนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และทนายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกจากทะเบียนทนายความ เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิดข้อบังคับสภาทนายความกรณีจัดชุมนุมปราศรัยหมิ่นประมาทและล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ มีนายปัญญา จารุมาศ เลขานุการและกรรมการมรรยาททนายความ และนายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย รับหนังสือแทน

    นร.หาดใหญ่ปิดปาก-หน้าประท้วงเงียบ

    เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ริมถนนเพชรเกษม หน้าโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลุ่มนักเรียน นักศึกษาและประชาชนจำนวนหนึ่ง มารวมตัวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ใช้กระดาษสีขาว ปิดปากปิดใบหน้า สื่อแสดงออกเพื่อไล่ความมืดมนของประเทศ และสะท้อนว่าถูกปิดกั้นแสดงความคิดเห็นไม่ได้ จะถูกคุกคามด้วยการถูกดำเนินคดี และร่วมกันชู 3 นิ้วสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ โดยไม่มีแกนนำ ไม่มีการปราศรัย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงแยกย้ายกันไปอย่างสงบ

    ป.ป.ช.ยันสอบที่ดิน “ปารีณา” ไม่ล่าช้า

    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้า การตรวจสอบกรณีการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า ทุกเรื่องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ต้องอาศัยพยานหลักฐานจากหน่วยงานราชการและหน่วยงานอื่น อาจมีการสอบพยานในพื้นที่ ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องทำให้ชัดเจน อย่าไปคิดว่า 1 หรือ 2 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละเรื่อง บอกไม่ได้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ และให้ความเป็นธรรมผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงทุกกรณี ให้นำพยานเข้าสู่การพิจารณา เมื่อเสร็จสิ้นต้องวินิจฉัยหากชี้มูลความผิดต้องส่งไปอัยการและศาลยุติธรรม ขณะนี้มีความคืบหน้าไม่ได้ล่าช้า กรณีนี้ จะมีความกระจ่างตามที่สังคมคาดหวังไว้แน่นอน

    “ศรีฯ” จี้สอบ “บิ๊กแป๊ะ” เตะตัดขา “วิระชัย”

    ที่รัฐสภา นาย ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แถลงหลังยื่นหนังสือร้องเรียนให้นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะ กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่ง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ. ตร.ไปสำรองราชการ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่ว่า คำสั่ง ผบ.ตร.เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตผิดปกติ มีข้อพิรุธหรือไม่ เพราะเป็นช่วงแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เป็นการกลั่นแกล้งเตะตัดขา พล.ต.อ.วิระชัย ไม่ให้ได้รับเลือกเข้าสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร.หรือไม่ หากประธาน กมธ.ตำรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเป็นไปตามคำร้อง ขอให้ส่งเรื่องไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อมีหนังสือแจ้งด่วนไปยังนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และ ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อให้ระงับการพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ไปพลางก่อน หรือหากแต่งตั้งไปแล้วขอได้โปรดสั่งให้ทบทวน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาดอน ปรมัตถ์วินัยประวิตร วงษ์สุวรรณณัฏฐพล ทีปสุวรรณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวสข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 01:56 น.