นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ชำแหละ กลางสภา แผนปฏิรูปประเทศ ล้มเหลวทุกด้าน ซัด กกต. ยังไม่สามารถทำให้การเลือกตั้งสุจริต-เที่ยงธรรม แนะ จับตาเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปากน้ำ อาทิตย์ 9 ส.ค.นี้
วันที่ 5 ส.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปราย วาระรับทราบ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญฯ (เดือนมกราคม-มีนาคม 2563) ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรทุก 3 เดือน เป็นการรายงานที่บ่อยครั้งจนเกินไป ควรจะรายงานทุก 6 เดือนต่อ 1 ครั้ง หรือปีละ 1 ครั้ง จึงฝากให้ไปปฏิรูปรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 เสียก่อน
จากรายงานแผนการปฏิรูปประเทศด้านตัวชี้วัดของแผนการปฏิรูปด้านการเมือง มี 5 ข้อ คือ
1. ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งประเด็นนี้การปฏิรูปยังล้มเหลวอยู่ เพราะยังมีประชาชนไม่เข้าใจในเรื่องประชาธิปไตยจำนวนมาก ไม่เฉพาะประชาชนเท่านั้น แม้แต่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันก็ยังไม่มีความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยดีพอ จนถึงระดับนักศึกษาก็เช่นเดียวกัน เพราะยังมีข้อความในลักษณะจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ที่ปรากฏตามสื่อโซเชียลมีเดีย
2. พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมเป็นไปโดยเปิดเผย และตรวจสอบได้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน ประเด็นนี้ต้องกลับไปปฏิรูปหรือแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองเสียก่อน เพราะมีการกำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองเสียค่าบำรุงพรรคปีละ 50 บาท จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง ต้องยกเลิกการเสียค่าบำรุงของพรรคการเมืองออกไป
...
3. พรรคการเมืองมีกลไกความรับผิดชอบในการประกาศโฆษณานโยบายที่มิได้วิเคราะห์ผลกระทบความคุ้มค่าและความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่สามารถปฏิรูป หรือมีบทลงโทษต่อพรรคการเมืองได้ เพราะในการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองหลายพรรค ที่ประกาศนโยบายในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ เมื่อเข้ามาเป็นฝ่ายบริหาร ก็ไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้
4. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบต่อประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ประเด็นนี้มีหลักฐานปรากฏชัดจากการจัดลำดับความโปร่งใสของมูลนิธิองค์กรต้านคอร์รัปชัน ที่ดัชนีความโปร่งใสลดลงแสดงว่ายังมีการทุจริตคอร์รัปชันทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำปรากฏให้เห็นอยู่
และ 5. การแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธีภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องยอมรับความจริงว่าในกรณีความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่ได้หมดไป แม้ว่าการเข้ามายึดอำนาจของ คสช. และประกาศสลายสีเสื้อ ประกาศสร้างความเป็นเอกภาพของชนในชาติ แต่ก็ยังไม่เป็นจริง ความแตกแยกหรือขัดแย้งทางการเมืองมากยังมีอยู่
"ส่วนแผนความคืบหน้าโครงการกิจกรรมสำคัญตามแผนการประชุมประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ของสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ของปี 2561 จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมได้ ถือว่าเป็นการปฏิรูปที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 มีการทุจริตจำนวนมากมาย จนเกิดการล่าช้า ในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และขอให้จับตาการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จังหวัดสมุทรปราการ ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมนี้ ว่า กกต.สามารถจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมได้หรือไม่ ถ้าหากไม่สามารถจัดการเลือกตั้งซ่อมระดับชาติได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก็จะเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไปตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้" นายเทพไท กล่าว...