ไลฟ์สไตล์
100 year

คนไทยยังทุกข์ยาก ซัดผู้ใหญ่ทางการเมือง คดโกง หวั่นจุดไฟม็อบ ลุกลาม

ไทยรัฐออนไลน์
2 ส.ค. 2563 15:33 น.
SHARE

ซูเปอร์โพล เผยเสียงของประชาชนในโลกโซเชียล และสังคมดั้งเดิม ระบุผู้ใหญ่ทางการเมือง ขี้โกงคิดคด จ้องจะถอนทุน มีความเป็นไปได้จะเกิดม็อบเพิ่มขึ้น ไม่เชื่อมั่นในการปรับ ครม.ใหม่ เพราะมุ่งแก้เฉพาะปัญหาภายในพรรคเท่านั้น

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ธรรมะ คือ ทางออก กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” จำนวน 616,132 ตัวอย่างในโลกโซเชียล และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” จำนวน 3,752 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.0 ระบุ ระดับการปฏิบัติธรรมและคุณธรรมของผู้ใหญ่ทางการเมืองมีน้อยถึงไม่มีเลย เพราะ โกง คิดคด ทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคถึก กดดัน เบียดเบียนผู้อื่น คุกคามประชาชน ข่มเหงจิตใจเพื่อนร่วมงานผู้บริสุทธิ์ ทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ คิดจะถอนทุนคืน แก่งแย่งตำแหน่ง ขณะประชาชนเดือดร้อน ทุกข์ยาก และไม่เคยเห็นประพฤติปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นต้น

ข่าวแนะนำ

ในขณะที่ร้อยละ 18.0 ระบุ มีมากถึงมากที่สุด เพราะ เสียสละ อดทน บำเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.0 ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีม็อบ การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เพิ่มขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 42.0 คิดว่าไม่มี

อย่างไรก็ตาม ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.3 ระบุ ห้ามทุกม็อบ ทุกฝ่าย ละเมิด สถาบันหลักของชาติ ให้จำกัดเฉพาะประเด็นการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองที่ล้มเหลวของรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 10.7 ระบุแล้วแต่ดุลพินิจ

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.1 ไม่เชื่อมั่นต่อการปรับคณะรัฐมนตรีชุดเก่าออก เอาชุดใหม่แทน เพราะเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีด้วยเหตุผลทางการเมือง ไม่ใช่ยึดเป้าหมายความต้องการในการแก้ปัญหาเดือดร้อนความทุกข์ยากของประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้มุ่งลดความทุกข์ยากของประชาชน ปรับเพราะมุ่งแก้ปัญหาการเมืองภายในพรรค ปรับแล้วไม่เห็นว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ตามข่าวจะมีอะไรที่ดีกว่าชุดเดิม เป็นต้น ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 14.9 ที่เชื่อมั่น

ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” พบว่า ข้อความการเมืองที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้มีวันปล่อยข้อความแต่ละข้อความแตกต่างกัน โดยเริ่มจากข้อความที่ว่า เยาวชนปลดแอก เริ่มปล่อยในวันที่ 12 ก.ค.63 และวันที่ปั่นยอดสูงสุดคือ 23 ก.ค.63 ผ่านช่องทางที่นิยมคือ ทวิตเตอร์ (90.7%) วิดีโอ (4.7%) ต่อมาคือ ข้อความที่ว่า “ให้มันจบที่รุ่นเรา” เริ่มปล่อยข้อความวันที่ 18 ก.ค.63 และวันที่ปั่นยอดสูงสุดคือ 18 ก.ค.63 จากนั้นลดต่ำลง

ที่น่าสนใจคือช่องทางผ่านอินสตาแกรม (11.5%) สูงมาเป็นอันดับสอง รองจาก ทวิตเตอร์ (82.8%) และข้อความถัดมาคือ “ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” เริ่มปล่อยข้อความวันที่ 17 ก.ค.63 และวันที่ปั่นยอดได้สูงสุดคือวันที่ 24 ก.ค.63 ผ่านทวิตเตอร์ (91.0%) และข่าว (3.8%) และข้อความใหม่ล่าสุด คือ “คณะประชาชนปลดแอก” เริ่มปล่อยข้อความวันที่ 31 ก.ค.63 ส่วนวันที่ปั่นยอดสูงสุดกำลังเก็บข้อมูลอยู่ โดยพบว่าช่องทางที่นิยมใช้คือ ทวิตเตอร์ (64.3%) และข่าว (21.4%) ตามลำดับ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า เสียงของประชาชน ทั้งในโลกโซเชียลและนอกโลกโซเชียล กำลังนำไปสู่ความขัดแย้งวุ่นวายได้ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีข้อมูลที่ไม่ดีเพียงพอต่อการตัดสินใจ และปล่อยให้สถานการณ์สุกงอม มัวแต่ตั้งรับซื้อเวลาให้ผ่านไปจนถึงจุดที่แก้ไขยาก ถึงเวลานั้นประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่จะอยู่กันด้วยความทุกข์ยากลำบาก และใครจะคุมใครได้ในเวลานั้น เพราะนายกรัฐมนตรีและผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมืองตัดสินใจด้วยคำนึงถึง “วิถีทางและผลประโยชน์แห่งการเมือง” มากกว่าจะปรับปรุงคณะรัฐมนตรีที่ยึดการทำงานให้ตอบโจทย์ตรงเป้าความต้องการของประชาชนและประเทศชาติ

“ผลที่ตามมาคือทำให้อารมณ์ของประชาชนกำลังคล้อยไปตามข้อความการเมือง และความเป็นจริงแห่งความทุกข์ยากที่ประชาชนกำลังเผชิญในขณะนี้ และจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอนนี้ข้อความการเมืองในโลกโซเชียลกำลังถูกยกระดับจากเยาวชนปลดแอก เป็นคณะประชาชนปลดแอก ทางออกที่เสนอคือ ผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมืองรีบปรับตัวให้ทัน ดับไฟแต่ต้นลม ใช้ธรรมะเป็นทางออก”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม.ชุดใหม่ม็อบเยาวชนปลดแอกนักการเมืองซูเปอร์โพลคุณธรรมนักการเมืองแก้รัฐธรรมนูญข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 03:16 น.