"ธนาธร" ควง "ปิยบุตร" ปลุก "อาชีวะ" ขออย่าให้ใครอ้างชื่อ ก่อ "ม็อบชนม็อบ" เปิดทางรัฐประหาร บอก ชีวิตนักธุรกิจ 20 ปี ทำงานและชื่นชมคนอาชีวะมาตลอด

วันที่ 31 ก.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมจัดรายการ ก้าวหน้า Talk กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โดยมีผู้ชมถามถึงเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาอาชีวะ ทั้งกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ที่ชุมนุมปกป้องสถาบัน และกลุ่ม “สามพระจอมจะยอมได้ไง” เครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าฯ 3 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ มจพ. ร่วมกับกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชน และกลุ่มอาชีวะโค่นเผด็จการ ที่เรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภา และยกเลิกกฎหมายที่คุกคามเสรีภาพประชาชน

นายธนาธรกล่าวว่า ตลอดชีวิตการทำธุรกิจ 20 ปี ตนทำงานกับคนอาชีวะมาโดยตลอด เพราะพนักงานส่วนใหญ่ในโรงงาน เป็นคนที่จบอาชีวะ และตนเองชื่นชมความสามารถของคนสายช่างว่า มีส่วนอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ โดยนายธนาธร เล่าว่า คนที่จบอาชีวะในโรงงานตนเอง สามารถเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ที่มีความสลับซับซ้อนสูงได้ พิสูจน์ว่า พวกเขามีศักยภาพสูง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ นายธนาธร ยังกล่าวว่า คนอาชีวะ เป็นกำลังหลักในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในยุค 14 ตุลา 2516 กลุ่มคนที่นอนขวางรถถัง ก็เป็นเด็กอาชีวะ กลุ่มคนที่เข้าไปถอดสลัก รื้อฟันเฟืองรถถังจนวิ่งไม่ได้ ก็อาชีวะ เพราะเด็กมหาวิทยาลัยสายสามัญทำไม่เป็น

“จะเห็นได้ว่าในประวัติศาสตร์ กลุ่มอาชีวะได้เคลื่อนไหวเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับนักเรียน นักศึกษา เรียกร้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาอ้างชื่ออาชีวะไปจัดตั้ง ก่อม็อบชนม็อบ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ฝ่ายที่ครองอำนาจอยู่ต้องการ เพื่อจะมีเงื่อนไขก่อรัฐประหาร

ผมขอฝากไปถึงชาวอาชีวะทุกคน ส่งเสียงของคุณเองออกมาดังๆ ว่าในภาวะชี้เป็นชี้ตาย ในช่วงเวลาที่เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ เรายืนอยู่ที่ไหน เราอยากเห็นสังคมเป็นอย่างไร อย่าให้ใครมาแอบอ้างชื่อของพวกคุณ ลุกขึ้นมาส่งเสียงของพวกคุณด้วยตัวเอง” นายธนาธร 

ส่วนนายปิยบุตร เตือนว่า ที่ผ่านมาพอรัฐเห็นว่า กลุ่มอาชีวะรวมตัวกันเข้มแข็ง เป็นกำลังหลักให้กับการเคลื่อนไหวของนักศึกษาประชาชน ก็เข้ามายุยงให้แตกแยก เช่น กรณี 14 ตุลาฯ ที่เด็กอาชีวะมีบทบาทสูง ฝ่ายความมั่นคงจึงเข้ามายุยงแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเด็กอาชีวะ จนในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 อาชีวะ บางส่วนถูกจัดตั้งเป็นกลุ่มการเมืองขวาจัด ถูกทหารใช้ในการก่อความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ในขณะที่อีกจำนวนมากยังคงยืนหยัดร่วมกับผู้ชุมนุมฝ่ายประชาธิปไตย จึงขอให้กลุ่มอาชีวะ ปวช. ปวศ. ในปัจจุบันรวมตัวกันให้เข้มแข็ง อย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอดีต ตกเป็นเครื่องมือฝ่ายขวา นำมาใช้ทิ่มแทงประชาชนด้วยกัน