ไลฟ์สไตล์
100 year

กมธ.รัฐธรรมนูญชงแก้ ม.256 เปิดทาง ส.ส.ร.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
1 ส.ค. 2563 05:23 น.
SHARE

“บิ๊กตู่” ยันรายชื่อ ครม.ใหม่ยังไม่ได้ส่งขึ้นทูลเกล้าฯ อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ดับข่าว “บิ๊กป้อม” คัมแบ็กคุมสีกากีลั่นคุมเอง ตร.กันท่าพี่ใหญ่งานเยอะอยู่แล้ว ต้องช่วยแบ่งเบา กมธ.ศึกษาแก้ รธน.จ่อส่งการบ้านสภาฯ 19 ก.ย. “พีระพันธุ์” เผยเห็นพ้องตั้งแท่นใส่มือรัฐบาล ชงแก้ ม.256 ระเบิดทางรื้อรธน.ตั้ง ส.ส.ร. ร่างใหม่ทั้งฉบับ “โภคิน” ให้ยึดโมเดลปี 34 เชื่อถ้า ส.ส.-ส.ว.เอาด้วย 5 เดือนเสร็จ “ภราดร”นั่งประธานกมธ.รับฟังเสียงเยาวชน จ่อเชิญ สตช.แจงใช้อำนาจรัฐเล่นงานชุมนุม “มศว คนรุ่นเปลี่ยน”ชูกระดาษขาวประชด 10 ปีที่เสียไป “เด็กเตรียมอุดมฯ” แจวเรือตามหาประชาธิปไตย ขย่มการเมืองล้มเหลว ทวงความเป็นคนกลับคืน แอมเนสตี้ยื่น จ.ม.เปิดผนึกถึง ผบ.ตร.บี้งดเว้นคุกคามฟันคดีอาญาม็อบ

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โชอา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มอบหมายให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่ายังไม่ได้ส่งไป อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ก่อนนำเสนอให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ต่อไป

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่” ยันยังไม่ได้ทูลเกล้าฯโผ ครม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 ก.ค.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวได้มีการนำโผคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ มีเวลาตามที่ตนวางไว้แล้วอย่างที่เคยบอกคือทำให้ทัน และต้องนำเสนอให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งไป เมื่อถามว่า น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นเรื่อง ส่วนจะหาโฆษกรัฐบาลคนใหม่หรือไม่ยังไม่รู้

คุมเอง ตร.ฟัง “บิ๊กแป๊ะ” เมิน “บิ๊กโจ๊ก”

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็จำเป็นต้องดูในภาพรวม เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จำเป็นต้องเข้ามาช่วยดูสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็ดูอยู่เหมือนเดิม เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะมาดูตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่มี ท่านก็ทำงานของท่านเยอะอยู่แล้ว ผมก็ต้องช่วย แบ่งเบาภาระของท่าน” เมื่อถามว่าในฐานะประธาน ก.ตร.ขณะนี้มี ปัญหาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกลับมาอีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเสียงดังว่า “ผมฟัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบ”

“บิ๊กป้อม” ขยันบินสางงานภาคใต้

เมื่อเวลา 14.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เดินทางไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์และความก้าวหน้าการดำเนินงานในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ และเป็นตัวแทนรัฐบาลไปขอบคุณให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาลโดยเฉพาะการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ปราบปรามการค้ามนุษย์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่รักษามาตรฐานแก้ปัญหาต่อเนื่องต่อไป ทำให้ดีกว่าเดิม สร้างการรับรู้ความเข้าใจประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ และต้องเยียวยาอย่างทั่วถึง จากนั้น พล.อ. ประวิตร ได้ไปเป็นประธานเปิด “งานมหกรรมสุขภาพดีหาดใหญ่ Thailand 4.0 เฉลิมพระเกียรติฯเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว” ประจำปี 2563 ที่เวทีศาลากลางน้ำ สวนสาธารณะเทศบาลหาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

“พีระพันธุ์” จ่อส่งผลศึกษาแก้ รธน. 19 ก.ย.

เมื่อเวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้การทำงานคืบหน้า 90% แล้ว ยืนยันเราทำตามกำหนดเวลา คาดว่าจะทันในสมัยการประชุมสภาฯนี้ ตั้งใจว่าจะส่งรายงานให้ที่ประชุมสภาฯภายในวันที่ 19 ก.ย.กมธ.จะนำข้อเรียกร้องของกลุ่มนิสิตนักศึกษามาประกอบการพิจารณาด้วย ส่วนจะแก้หรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของรัฐบาล กมธ.มีหน้าที่เสนอความเห็น ประเด็นที่มาของ ส.ว.กมธ.ยังพิจารณาไม่ถึง เมื่อถามถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าในฐานะ กมธ.พิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้จัดทำร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ จะนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า นายปิยบุตรเสนอให้นำความคิดเห็นของกลุ่มนิสิต นักศึกษาและส่วนต่างๆ ที่เสนอมาประกอบการพิจารณาด้วย แต่ไม่ได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายกฯไม่ได้ส่งซิกจะแก้ไขหรือไม่

เมื่อถามว่าช่วงนี้มีการชุมนุมเรียกร้องเกิดขึ้นมากมาย ผลการศึกษาของ กมธ.น่าจะมีส่วนช่วยทำให้อุณหภูมิทางการเมืองลดลงหรือไม่ ประธานกมธ.กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่แต่ละคน แต่ กมธ.เชื่อว่าได้ทำตามหน้าที่และได้ตอบสนองผู้ชุมนุมต่างๆรวมทั้งนำข้อเสนอแนะต่างๆมาพิจารณาประกอบ เมื่อ ถามย้ำว่านายกฯได้ส่งสัญญาณเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะสุดท้ายนายกฯเป็นผู้ตัดสิน นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่มี เพราะการแก้ไขหรือไม่แก้ไขอยู่ที่รัฐบาล สภาฯทำหน้าที่เพียงศึกษาให้เห็นว่าแต่ละหมวด แต่ละมาตราของรัฐธรรมนูญ มีข้อที่ต้องปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

กมธ.ชงแก้ ม.256 ตั้ง ส.ส.ร.รื้อทั้งฉบับ

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายพีระพันธุ์ แถลงว่าที่ประชุม กมธ.เห็นร่วมกันว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิและมีความเป็นเจ้าของมากขึ้น มีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เกิดการปฏิรูปบ้านเมืองและระบบกฎหมาย จึงมีความเห็นว่าจะต้องแก้ไขในมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก่อน เนื่องจากหลักเกณฑ์มาตรานี้ ทำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญยากลำบาก กมธ.ยังเห็นตรงกันว่าหากเป็นไปได้ต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และอาจต้องเสนอตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)หรืออะไรก็แล้วแต่ที่รัฐบาลจะพิจารณา หากเป็นไปได้ กมธ.จะเพิ่มเติมหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเข้าไปอีกหนึ่งหมวด

เชื่อถ้า ส.ส.–ส.ว.เอาด้วย 5 เดือนเสร็จ

นายโภคิน พลกุล ที่ปรึกษา กมธ. กล่าวว่าขณะนี้ประชาชน นิสิต นักศึกษาอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น การแก้ไขมาตรา 256 จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญไม่ยุ่งยาก และควรตั้ง ส.ส.ร.เหมือนปี 2534 เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 ทำให้ออกจากวิกฤติพฤษภาทมิฬ คณะ กมธ. จึงขอให้ กมธ.ทุกคนตัวแทนแต่ละพรรคไปพิจารณาประเด็นนี้ ตนเสนอไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าหากดำเนินการตามนี้จะได้ 2 อย่างคือ 1. ส.ส.ร.และ 2.การแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นปัญหาต่างๆไปได้เลยควบคู่กัน หากทุกพรรคการเมืองและ ส.ว.เห็นพ้องด้วยขั้นตอนนี้จะเสร็จภายใน 5 เดือนจะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีการแก้ไขและจากนั้น ส.ส.ร.จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขอีก 390 วัน ในอนาคตจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เห็นชอบโดยประชาชนและร่างโดยประชาชน ระหว่างดำเนินการตรงไหนที่ไม่ดี ไม่เหมาะสมก็แก้ไขไป

ยกโมเดล ส.ส.ร.ปี 34 มาปรับใช้

นายโภคิน กล่าวอีกว่าโมเดล ส.ส.ร.ปี 2534 ให้ทุกคนที่สนใจในแต่ละจังหวัดมาสมัครและคัดเลือกกันเองให้เหลือจังหวัดละ 10 คนและให้รัฐสภาเลือกเหลือ 1 คน รวมกับนักวิชาการที่รัฐสภาจะเลือกมาอีกส่วนหนึ่งรวมเป็น 99 คน แต่ร่างที่ กมธ.เสนอไว้ให้เลือกคนมาเป็น ส.ส.ร. 200 คน ต้องมีอย่างน้อยจังหวัดละ 1 คน หากเป็นจังหวัดใหญ่มีได้หลายคน ไม่มีใครทราบว่าบุคคลเหล่านี้จะเข้ามาแก้ไขอย่างไร และไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงอะไรได้เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปโดยเสรีและเป็นธรรม หากรัฐสภาจะแก้ไขปรับปรุงอะไรก็สุดแล้วแต่

“แนวร่วมนวชีวิน” ยื่นรื้อทิ้ง ม.256

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่รัฐสภา แนวร่วมนวชีวิน นำโดยนายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ นักศึกษาผู้ประท้วงด้วยการอดอาหาร เป็นตัวแทนเข้ายื่นต่อคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 สภาฯ ผ่านนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 เปิดทางให้เลือกตั้ง ส.ส.ร.ที่ยึดโยงกับประชาชนทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงประเด็น

นายภูมิวัฒน์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ยึดโยงกับประชาชน กระบวนการสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทำให้เนื้อหามุ่งแต่สืบทอดอำนาจของ คสช.ผ่านกลไก ส.ว. ทำลายพหุวัฒนธรรม ใช้การลงประชามติที่ใช้การฟ้องร้องดำเนินคดีผู้รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถสร้างฉันทามติหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญ จนเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงของสังคมอันยืดเยื้อ ดังนั้น แนวร่วมนวชีวินจึงขอให้เปิดทางให้มีการเลือกตั้ง สสร.ที่ยึดโยงกับประชาชน โดยต้องไม่มีกลไกให้ ส.ว.ชุดนี้ และ คสช.เข้ามามีส่วนแทรกแซงกระบวนการคัดเลือก สสร.ด้วย

ตั้ง “ภราดร” ปธ.กมธ.รับฟังนักศึกษา

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภามีการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนนัดแรกเพื่อเลือกประธาน กมธ.และวางกรอบการทำงาน ที่ประชุมมีมติเลือกนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน รองประธาน ได้แก่ นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร.นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นเลขาธิการฯ และนายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ กมธ.สัดส่วนพรรค ปชป. เป็นโฆษก โดย กมธ.มีมตินัดประชุมทุกวันศุกร์ เวลา 10.00 น.

เชิญ สตช.แจงปมผู้ชุมนุมการเมือง

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยในฐานะ กมธ.ฯให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันในการเร่งรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาโดยวางกรอบไว้เบื้องต้นจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 30-45 วัน จากกรอบที่สภาอนุมัติไว้ 90 วัน หากสามารถรวบรวมความเห็นของนักศึกษากลุ่มต่างๆได้จะเร่งสรุปความคิดเห็นส่งให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาต่อไป โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้แทนฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะสำนักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) เข้าให้ข้อมูล เรื่องการใช้อำนาจรัฐดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเรื่องหยุดการคุกคามนักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง พร้อมเชิญตัวแทนนักศึกษาเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชื่อว่าจะเป็นก้าวแรกสำคัญที่พิสูจน์ความตั้งใจ มุ่งมั่นทำงานของ กมธ.ชุดนี้ รวมถึงแสดงให้เห็นว่าเสียงนักศึกษาจะถูกนำไปเสนอผู้มีส่วน เกี่ยวข้องต่อไป

ยันตั้งใจรับฟังหวังหยุดการนองเลือด

นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ โฆษก กมธ. กล่าวว่า ยืนยัน กมธ.ตั้งใจที่จะรับฟังปัญหาของนักศึกษาทุกคนว่าอยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จึงเตรียมที่จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและนักศึกษาแล้ว จะเชิญคนที่เคยเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ 14 ตุลา 6 ตุลา และเหตุการณ์พฤษภา 35 มาให้ความคิดเห็น รวมทั้งพร้อมจะลงพื้นที่ไปพูดคุยกับนักศึกษาทุกคน แต่ด้วยข้อจำกัดโควิด-19 จึงมอบหมายให้ กมธ.บางส่วนเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้จะได้ลบข้อครหาเรื่องของการเตะถ่วง จึงขอความร่วมมือเปิดโอกาสพูดคุยกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าและเป็นการหาทางออก ไม่มีการนองเลือดให้ทุกฝ่ายได้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติวิธี ทั้งนี้สำหรับการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาในสัปดาห์นี้ ที่ศรีสะเกษ จะมีนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ลงพื้นที่รับฟัง ส่วนเวทีการชุมนุมอื่นๆจะส่งตัวแทนไปร่วมสังเกตการณ์เพื่อรับฟังความเห็นด้วยเช่นกัน

มศว ชูกระดาษขาวแซะ 10 ปีที่เสียไป

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ลานสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน ฝั่งศูนย์การค้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ กลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน นำโดยนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ นิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร นัดหมายประชาชนและนักศึกษา ร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ยืนชูกระดาษสีขาว 10 นาที สื่อถึงสิ่งที่ประชาชนสูญเสียไปตลอด 10 ปีในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกระดาษสีขาว นายสิรภพกล่าวถึงกรณีกลุ่มอาชีวะช่วยชาติออกมาเตือนการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาไม่ให้ก้าวล่วงสถาบันว่า กลุ่มนักศึกษาไม่ได้มีเป้าหมายหมิ่นเบื้องสูง ข้อเรียกร้องเราที่อยากให้รัฐบาลทำมีแค่ 3 ข้อ ตามที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกได้ประกาศไว้ ยอมรับหลังจากนี้เริ่มเป็นห่วงผู้ที่จะมาร่วมชุมนุม ถ้าดูแล้วสถานการณ์ใดมีความเสี่ยงอาจต้องงดไปก่อน คงต้องหารือกันและระมัดระวังไม่ให้เกิดการแสดงออกที่หมิ่นเหม่ในที่ชุมนุมเพราะผู้ทำอาจเป็นมือที่สามก็ได้ ขอฝากกลุ่มอาชีวะว่าทุกคนมีสิทธิแสดงออกควรแยกแยะด้วย

นร.เตรียมอุดมแจวเรือตามหา ปชต.

ขณะที่เวลา 14.30 น. ที่ลาน 70 ปี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ กลุ่ม “เด็กเกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ” จัดกิจกรรมเวทีแฟลชม็อบ “แจวเรือตามหาประชาธิปไตย” ทุกคนสวมหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย ร่วมร้องเพลงแจวที่เปลี่ยนเนื้อหาเสียดสีกองทัพ วิจารณ์การพายเรือวนอยู่ในอ่างกว่า 10 ปี อยากให้ประเทศชาติบ้านเมืองดีขึ้น รวมทั้งเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเลิกการบังคับให้แต่งชุดนักเรียน เรียกร้องหาคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียม โดยผู้ร่วมกิจกรรมต่างลุกขึ้นทำท่าแจวเรือไปตามเสียงเพลงและจังหวะกลองกันอย่างคึกคัก

ขย่มการเมือง–ระบบการศึกษาล้มเหลว

จากนั้นตัวแทนนักเรียนได้กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่าการเมืองมีผลต่อการศึกษา การศึกษาก็มีผลต่อการเมือง 2 อย่างนี้เมื่อผู้ใหญ่ฉีกทิ้งปัจจุบันจนย่อยยับ แล้วจะให้พวกเรานิ่งเฉย ไม่คัดค้านได้อย่างไร เมื่อเราไม่เคยได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์บาดแผล จึงง่ายดายที่จะเหยียบซ้ำแผลเก่าและสร้างแผลใหม่ขึ้นมาซ้ำๆ แผลที่ชื่อว่าความล้มเหลวทางการเมืองและคุณภาพการศึกษา การศึกษาไทยไม่ต่างอะไรกับรัสเชี่ยนรูเล็ต ครูถูกพรากจากนักเรียนไปด้วยภาระต้องทำประเมินหลายเรื่อง จนไม่มีเวลาสอนเต็มที่ ทุกวันนี้ชีวิตพวกเรากลายเป็นเครื่องจักรทำข้อสอบ ต้องติวเพื่อสอบให้ได้คะแนนดีในระบบการศึกษาแบบแพ้คัดออก เอาความเป็นคนของเราคืนมา โดยเฉพาะการถูกบังคับให้แต่งชุดนักเรียน ทำกับเราไม่ต่างกับตุ๊กตาบาร์บี้ ขอให้คืนการศึกษามา คืนการเมืองมาโดยร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่และหยุดคุกคามประชาชน จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงเว่ยและเพลงโค้ก ที่ดัดแปลงเนื้อหาจากเพลงสันทนาการประจำโรงเรียน ชู 3 นิ้วและพากันตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ก่อนยุติกิจกรรม

คนป.–สนท.โดนไล่ที่จัดชุมนุม

เมื่อเวลา 17.30 น. กลุ่มนักศึกษาต่อต้านรัฐบาล ประกอบด้วยกลุ่มเครือข่ายนักเรียนนิสิตนักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนป.) และสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นัดหมายรวมตัวกันที่ลานหน้าไปรษณีย์กลาง บางรัก เพื่อจัดกิจกรรมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ 10 year we wasted 10 year we want แต่เมื่อถึงเวลานัดเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์กลางไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ เพราะไม่ได้ขออนุญาต จึงต้องออกไปยึดพื้นที่บนฟุตปาทถนนเจริญกรุงจัดชุมนุม โดยมีนักศึกษาและประชาชนแนวร่วมเข้าร่วมชุมนุมบางตา เป็นที่น่าสังเกตุว่าแกนนำคนสำคัญของ สนท.ไม่ได้เข้าร่วมตามนัด แต่ยังคงมีการปราศรัยโจมตีรัฐบาล สลับการแสดงดนตรี แจกกระดาษให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมเขียนจดหมายใส่ซองบรรยายถึง 10 ปีที่เสียไปกับการบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วใส่ซองเพื่อนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สามัญชนเพื่อนำมาเปิดในอีก 10 ปีข้างหน้า

เคลียร์ตะเพิด รบ.ไม่ได้ต้านสถาบัน

น.ส.กันตา รัตนวงษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร แกนนำ คนป.กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มอาชีวะช่วยชาติออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มนักศึกษาว่า ยืนยันนักศึกษาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไม่ได้ต่อต้านสถาบัน ถ้าประเทศเราเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้อง ที่ผ่านมาก็มีกลุ่มที่เป็นนักศึกษาอาชีวะมาร่วมชุมนุม แต่วันนี้กลับมีคนกลุ่มหนึ่งแอบอ้างตัวเองว่าเป็นอาชีวะแล้วมาโจมตีนักศึกษา เหมือนเป็นการหยามเกียรติพวกเรา ใช้ความเป็นนักศึกษามาเป็นอาวุธสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับเด็กอาชีวะ ให้มีท่าทีจะมาก่อความรุนแรงกับนักศึกษา ยอมรับว่า มีความกังวลใจกับสวัสดิภาพของผู้ที่จะมาร่วมกิจกรรมกับนักศึกษา ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล เป็นการโจมตีแบบโหนโดยที่ไม่ได้รับฟังข้อเรียกร้องของนักศึกษา หลังจากนี้คงจะต้องปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหน้างาน โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นหลัก และหวังอย่างยิ่งที่ภาครัฐจะเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้นักศึกษาแทนที่จะมาปิดกั้น

แอมเนสตี้บี้ ตร.เว้นเอาผิดม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ เคารพคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ดูแลรับประกันความปลอดภัย งดเว้นการฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญา ยุติการคุกคามข่มขู่ประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมอย่างสงบ และหยุดคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ขอให้ถอนฟ้องคดีอาญาต่างๆ รวมถึงกรณีการละเมิดข้อห้ามเรื่องการชุมนุมสาธารณะภายใต้มาตราที่ 9 (2) ของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

กลุ่ม กทม.พท.กล่อม “ชัชชาติ” ชิงพ่อเมือง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีพรรคมีมติส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.นั้นเป็นมติร่วมกันของสมาชิกภาค ประกอบด้วย ส.ส. อดีต ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส. อดีต ส.ก.และอดีต ส.ข.กว่า 200 คน ที่ทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯมาต่อเนื่อง สาเหตุที่เชิญนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับมา เพราะเห็นว่าเป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่งที่เคยทำงานด้วยกันก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ที่ได้คุยกันตลอดว่านายชัชชาติควรลงผู้ว่าฯ กทม. ทุกคนไม่ขัดข้องยินดีสนับสนุนเต็มที่ พยายามพูดคุยกับนายชัชชาติอยู่ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ไม่ว่านายชัชชาติจะตัดสินใจอย่างไรเราเคารพการตัดสินใจ หากไม่สนใจที่จะร่วมทำงานด้วยกันจะคัดสรรบุคคลอื่นที่สนใจต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาจักรทิพย์ ชัยจินดาสุรเชษฐ์ หักพาลประวิตร วงษ์สุวรรณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 02:43 น.