ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แค่เกมการเมือง ณัฏฐพล โต้โพล "โละรัฐมนตรี"

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ก.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    ร้องตู่สอบโม่ง แอบอ้าง "ป้อม" กินรวบ-ซีซีทีวี ของรัฐทั่วปท.!

    “ณัฏฐพล” สวดเกมการเมือง เดิมๆปั่นกระแสโพล ล็อกเป้าเขย่าโละ รมต.ก๊วน กปปส.เชื่อแค่จุดเริ่มต้นเดี๋ยวก็ลามไปกลุ่มอื่น ลูกหาบโผล่อวย “สนธิรัตน์” ผลงานดี๊ดี “บิ๊กป้อม” โยนปรับ ครม.อยู่ที่ “บิ๊กตู่” คนเดียว ยิ้มกริ่ม “บิ๊กจิ๋ว” ทายรัฐบาลอยู่ยาว 10ปี บอกไม่ไหวตายก่อน “นายกฯตู่” ยันปีนี้มีเลือกตั้งท้องถิ่นแน่นอน รอเคาะเลือกประเภท พท.ดักคอโรคเลื่อน บี้ประกาศไทม์ไลน์มาให้ชัด “อนุสรณ์” ซัด พปชร.แย่งชามข้าว จี้ “บิ๊กตู่” รับผิดชอบฟื้นฟูเศรษฐกิจ เครือข่ายต้านทุจริตฯร้องนายกฯสอบไอ้โม่งอ้างชื่อ “ประวิตร” ล็อกสเปกกินรวบงานติดตั้งซีซีทีวีหน่วยงานรัฐ-อปท. แฉกลุ่มเสี่ย ก.คุยโตเป็นมือดีลของบิ๊กรัฐบาล มีตำแหน่งในมูลนิธิป่ารอยต่อฯนั่งเลขาฯ กมธ.กระจายอำนาจ “ลุงป้อม” โบ้ยพวกวิ่งเต้นฟุ้งกันไปเรื่อย สั่งเจ้าหน้าที่สอบคนแอบอ้าง

    จากกรณีที่มีผลการสำรวจของซูเปอร์โพลระบุเสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 90.8 ต้องการให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของรัฐมนตรี กลุ่มอดีตแกนนำ กปปส. เนื่องจากไม่มีผลงานและมัวแต่ขัดแย้งแก่งแย่งชิงตำแหน่ง โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ระบุเกี่ยวโยงเป็นเกมการเมืองแบบเดิมๆ

    “ณัฏฐพล” คาใจโพลจิ้มโละ รมต.กปปส.

    เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 13 ก.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีซูเปอร์โพลสำรวจพบประชาชนต้องการให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนแกนนำ กปปส.ออกว่า ต้องดูว่าโพลทำไมถามเฉพาะเจาะจงขนาดนั้น เมื่อถามว่ามองว่าเป็นเกมหรือมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่เพราะอยู่ๆโพลถามเรื่องนี้ในช่วงจะที่มีการปรับ ครม. นายณัฏฐพล กล่าวว่าอันนี้ตอบไม่ได้ แต่ประชาชนคงจะตัดสินใจเองว่าโพลที่ทำมาทำเพื่ออะไร ตอนไหน จังหวะอะไร ไม่ได้กังวล เพราะการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่าคิดว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของนายกฯหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่าก็มีความเป็นไปได้ แต่ตนทำงานเต็มที่ในหน้าที่รับผิดชอบอยู่ ไม่ได้กังวลอะไร ถ้าประชาชนคิดว่าเป็นอย่างนั้นก็เป็นเสียงประชาชน นายกฯคงต้องรับฟัง ส่วนท่านจะตัดสินใจอย่างไรคงเห็นการทำงานที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

    โวยเกมการเมืองเดิมๆจ่อลามกลุ่มอื่น

    นายณัฏฐพลกล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าไม่ได้กังวล แต่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองที่เมื่อมีการพูดถึงตรงนี้จะมีกระแสต่างๆออกมา อยากให้ประชาชนดูและตัดสินใจด้วยตัวเอง บางทีการเมืองเก่าๆ อาจต้องปรับเปลี่ยน เมื่อถามว่าสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงพุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีอดีตแกนนำ กปปส. นายณัฏฐพล กล่าวว่า อาจเป็นแค่จุดแรก ต่อไปอาจเป็นคณะอื่นๆ กลุ่มอื่น เป็นการเมืองแบบเดิมๆ เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองชัดเจนใช่หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ก็ไม่แน่ไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นโพลเอกชน ต้องไปดูที่มาที่ไป กลุ่มทำโพลเชื่อมโยงกันอย่างไร สื่อมวลชนคงหาทางเชื่อมโยงตรงนี้ได้ หากลองย้อนกลับไปดูว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร พปชร.เราก็มีโพลภายในของพวกเราเอง การทำงาน การเมืองต้องสอบถามความคิดเห็นประชาชนอยู่ตลอดเวลา เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นฝีมือคนที่อยู่ตรงข้ามในพรรค นายณัฏฐพล กล่าวว่าไม่อยากคิดว่ามาจากไหน เพราะมันเป็นเรื่องที่สร้างความขัดแย้ง วันนี้ประเทศไม่ต้องการความขัดแย้ง ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า นายกฯมีแนวทางที่ชัดเจนอยู่แล้ว

    “ประวิตร” โยนปรับ ครม.อยู่ที่ “ตู่” คนเดียว

    ต่อมาเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจความเห็นประชาชน ร้อยละ 90.8 ระบุควรปรับรัฐมนตรีอดีตแกนนำ กปปส.ออกจาก ครม.ว่า ไม่รู้ ใครทำโพลให้ไปถามคนนั้น เมื่อถามว่าต้องนำเรื่องดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อยู่ที่นายกฯ คนเดียว เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเกมการเมืองหรือไม่ เพราะออกมาช่วงฝุ่นตลบเรื่องการปรับ ครม. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่าโพลดังกล่าวจะมีความเชื่อมโยงกับคนที่ต้องการตำแหน่งหรืออยากให้ปรับ ครม.หรือไม่รองนายกฯกล่าวว่า ไม่มี ทุกคนชัดเจนหมดนะว่าแล้วแต่นายกฯคนเดียว

    ยิ้มบอกไม่ไหวตายก่อน รบ.อยู่ 10 ปี

    ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะอยู่ไปอีก 10 ปี พล.อ.ประวิตร ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ไม่รู้ อันนี้ต้องไปถาม พล.อ.ชวลิต เมื่อถามย้ำว่า 10 ปี ไหวหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ไม่ไหว ตายก่อน”

    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์ถึงสัญญาณการปรับ ครม.ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยังไม่ได้ส่งสัญญาณหรือบอกอะไรกับตน และตนยังไม่ได้คุยกับท่านเลย เวลานี้นายกฯบอกเพียงอย่างเดียวว่าให้ทำงาน อย่างอื่นไม่ได้สั่งอะไร

    ลูกหาบอวย “สนธิรัตน์” ผลงานดี

    ที่รัฐสภา นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงกระแสการปรับ ครม.ว่า ขณะนี้มีการกดดันให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานลาออกแล้วตั้งรัฐมนตรีใหม่ ยืนยันว่าในพรรคพลังประชารัฐไม่มีใครเคยพูด ใครที่พูดหรืออยากได้อะไรตอนนี้ไม่บ้าก็เมา ตอนนี้ต้องทำเพื่อประเทศ ครม.กำลังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมที่ประชาชนชื่นชอบมาก ใครกดดันนายกฯตอนนี้ถือว่าไม่รักประเทศ เพราะกฎหมายงบฯปี 64 อยู่ในการพิจารณาชั้น กมธ. เพื่อให้โครงการต่างๆถึงมือประชาชนมากที่สุด อยากให้กำลังใจนายกฯ รมว.มหาดไทย รมว.คลัง รวมถึง รมว.พลังงาน เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ขณะนี้ไม่ใช่เวลาปรับ ครม. แต่หลังงบประมาณปี 2564 ผ่านสภาฯเสร็จค่อยว่ากัน ตนไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านนายสนธิรัตน์ แค่บอกว่านายสนธิรัตน์มีผลงาน ใครทำงานไม่เข้าตากรรมการ ประชาชนยี้ นายกฯจะเปลี่ยนเอง ถึงนายสนธิรัตน์และนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังลาออกจากพรรคไปแล้ว ไม่ใช่สมาชิกพรรคผิดตรงไหน ขอให้ทั้ง 2 คนตั้งใจทำงานทั้งวันทั้งคืน ถ้าประชาชนชอบมากๆ นายกฯคงไม่ปรับ แต่ถ้าทำแล้วไม่มีผลงานก็ไม่มีใครยื้อได้

    นายกฯถก คกก.ดิจิทัลเร่งผลสัมฤทธิ์

    สำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เมื่อ เวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3 /2563 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า ที่ผ่านมามอบหมายให้รองนายกฯไปดำเนินการ เนื่องจากตนมีภารกิจค่อนข้างมาก เรื่องดิจิทัลถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น จึงลงมาช่วย เพื่อให้การทำงานความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและเกิดผลสัมฤทธิ์จริงอย่างแท้จริงโดยเร็ว เดินหน้าอย่างมีแพลตฟอร์มของรัฐบาลในภาพรวม เพื่อเชื่อมโยงไปยังกระทรวงต่างๆให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแท้จริงและสอดคล้องกับการบริหารงานในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงต้องการรับฟังความคิดเห็นรอบด้านจากทุกฝ่ายเพื่อทำให้ประเทศมั่นคงปลอดภัยและเป็นระบบ

    ยันปีนี้มีเลือกตั้งท้องถิ่นแน่นอน

    ต่อมาเวลา 11.53 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า “ยังไม่รู้ ยังไม่ทราบเลย เดี๋ยวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำเรื่องมาก่อน แต่ในปีนี้จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นแน่นอน ส่วนจะเป็นเลือกประเภทไหนก่อนนั้นจะตัดสินใจเอง

    “วิษณุ” เตรียมเชิญ กกต.มาหารือ

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่านายกฯยังไม่ได้มาหารือการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่นายกฯเคยระบุจะจัดให้มีการเลือกตั้ง 1 ครั้งในปีนี้ หมายถึงการเลือกตั้งประเภทหนึ่ง การเลือกตั้งท้องถิ่นมี 4 ประเภท คือ 1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 2.องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 3.เทศบาลและ 4.พื้นที่พิเศษ คือ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ปีหนึ่งคือปี พ.ศ.ไม่ใช่ปีงบประมาณ เมื่อถามว่า

    นอกจากทางกระทรวงมหาดไทยแล้วจะต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องคุยหลายฝ่ายจะเชิญ กกต.มาคุยด้วย แต่ยังไม่ได้นัดวัน ถ้าได้ข้อมูลทั้งหมดจะแจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ

    ตั้งศูนย์ฟื้นฟู ศก.ทำได้ไม่ยาก

    นายวิษณุกล่าวอีกว่า กรณีคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี เสนอให้ตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจในลักษณะของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ว่ายังไม่ทราบเรื่องนี้ และยังไม่ได้รับมอบหมาย แต่ในทางกฎหมายหากจะมีการตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจดังกล่าวไม่ได้ยากอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ความคิดดังกล่าว เลยไม่สามารถจะพูดอะไรได้

    พท.จี้ “ประยุทธ์” รับผิดชอบฟื้นฟู ศก.

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งสัญญาณพร้อมปรับ ครม.แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า ในวงประชุมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกถามถึงความคืบหน้าการปรับ ครม. แต่ตอบไม่ได้นอกจากพยายามบอกว่าอำนาจปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ 6 ปีที่ผ่านมาประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส มีแต่คำประกาศขายฝัน ไม่มีนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจที่สัมฤทธิผลเป็นรูปธรรม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ประกาศปี 2561 คนจนจะหมดประเทศ ปี 2563 บอกว่าหลังโควิดประเทศไทยจะเป็นมังกรติดปีก แต่สุดท้ายกลับมาสารภาพว่าถอดใจมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าปัญหาการปรับ ครม.จะเกิดจากคนเก่าไม่ยอมออก คนใหม่ไม่ยอมเข้า ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำลายล้างกันอย่างเต็มที่ แต่ผลเสียหายตกกับ ประเทศชาติและประชาชน นายกฯในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ เร่งฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศ

    บี้ประกาศไทม์ไลน์เลือกตั้งท้องถิ่น

    นายอนุสรณ์ ยังได้กล่าวถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ได้ภายในปีนี้ว่า ไม่ใช่ครั้งแรก ที่บอกว่าปีนี้จะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ได้ และไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเลื่อน เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมากว่าจะได้จัดการเลือกตั้งทั่วไป เลื่อนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นเครื่องมือและแนวทางสำคัญพื้นฐาน ในการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกตัวแทนของตัวเอง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีความจริงใจ ไม่ต้องการกระชับอำนาจ เป็นรัฐราชการรวมศูนย์ ต้องแสดงความจริงใจ ในการเร่งประกาศไทม์ไลน์การเลือกตั้งท้องถิ่นให้ชัดเจนโดยเร็ว ขณะนี้พรรคได้เตรียมจัดกิจกรรม พรรคเพื่อไทยสัญจร 4 ภาคเดินสายรับฟังปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนแต่ละพื้นที่หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นการทำงานการเมืองเชิงรุกแบบนิวนอร์มอล เข้าถึงปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

    ฝ่ายค้านต้านถอดถอน “เสรีพิศุทธ์”

    เมื่อเวลา 12.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน มีตัวแทนพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ แถลงภายหลังการประชุมว่า นับแต่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศทำให้ดัชนีการคอร์รัปชันเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เราได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันรู้สึกเป็นห่วงประเด็นการยื่นเรื่องถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบให้ออกจากตำแหน่ง โดยมีความพยายามใช้เสียงข้างมาก รวมทั้งการเพิ่มสัดส่วนจำนวน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ในกรรมาธิการ ป.ป.ช. จะส่งผลต่อระบบการตรวจสอบและการปกป้องรักษาไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน

    ขอ “ชวน” ลงมาดู อัดใช้ข้างมากลากไป

    นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ควรได้ทำหน้าที่ต่อไป ที่ผ่านมาทำหน้าที่อย่างรอบคอบ ขยันขันแข็ง ไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ ขอเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เข้ามาช่วยดูในประเด็นนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นในอนาคตหากเกิดความไม่พอใจ จะมีการร้องให้ปลดออกจากตำแหน่งประธาน กมธ.จะยุ่งกันใหญ่

    นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และโฆษก กมธ.ป.ป.ช.กล่าวว่า เหตุผลการปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ คงมาจากความไม่พอใจที่ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบนายกฯถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 โดยมิชอบ หลังจาก กมธ.ป.ป.ช.ลาออกไป ตามข้อตกลงเดิมต้องมี ส.ส.ก้าวไกลมาทำหน้าที่ แต่ฝ่ายรัฐบาลเปลี่ยนใจจะให้มีสัดส่วนฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้นมีถึง 9 คน ฝ่ายค้าน 6 คน ฝ่ายรัฐบาลกำลังจะใช้เสียงข้างมากลากไป โหวตให้ชนะเอาทุกอย่างทำให้การตรวจสอบระบบถ่วงดุลอำนาจถูกทำลายลงไป

    อัดปิดกั้นถ่วงดุลสู้ถึงที่สุดจี้ถอนเรื่อง

    นายชัยธวัธ ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ความพยายามฝ่ายรัฐบาลในการถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และการเพิ่มสัดส่วนกรรมาธิการจากฝ่ายรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่กรรมาธิการฯนั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการปิดกั้น ทำลายกลไกการตรวจสอบ หาก พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องกลัว ขอให้สั่งไปยัง ส.ส.พลังประชารัฐ ให้หยุดการกระทำ ขอยืนยันฝ่ายค้านไม่ได้ใช้กรรมาธิการ ป.ป.ช. เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ต้องการให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อสร้างการเมืองที่ดี

    นายภูมิธรรม เวชยชัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการใช้เสียงข้างมาก ในการกดดัน ปิดปากการทำงานฝ่ายค้านในสภาฯ สิ่งที่กำลังทำ อาจทำให้เข้าใจผิดว่าจะหนีการตรวจสอบ เข้ามาครอบงำกระบวนการตรวจสอบ ไม่ให้ทำหน้าที่ได้ ขอให้มีการทบทวนในเรื่องนี้

    นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่ยอมรับและจะต่อสู้ถึงที่สุด ขอให้ผู้ยื่นเรื่องถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้ออกจากประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช. ถอนเรื่องดังกล่าวออกไป

    ร้อง “บิ๊กตู่” สอบอ้างชื่อ “ป้อม” ติดซีซีทีวี

    อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชัน นำโดยนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ โดยนายวิวัฒน์กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบบุคคลที่แอบอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนและแจ้งข้อมูลจากเครือข่ายผู้ประกอบการติดตั้งกล้องซีซีทีวีหลายรายว่ามีกลุ่มบุคคลไปแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตรในฐานะประธานกรรมการบริหารการบูรณาการแผนและระบบกล้องโทรทรรศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ทั่วประเทศ ไปหาผลประโยชน์โดยการวิ่งเต้นล็อกสเปกงานติดตั้งกล้องซีซีทีวี ภายใต้นโยบายสมาร์ทซิตี้ของรัฐบาล โดยเอาบริษัทของตัวเองและนอมินี ให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคาตามหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้พวกตัวเองชนะประมูลและติดตั้งอุปกรณ์ที่ไม่ได้คุณภาพไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

    แฉเสี่ย ก.คุยมีตำแหน่งในป่ารอยต่อ

    “กลุ่มบุคคลดังกล่าวคือ “กลุ่มเสี่ย ก.” เป็นผู้ประกอบการธุรกิจติดตั้งซีซีทีวี และเป็นเจ้าของบริษัทติดตั้งกล้องซีซีทีวี โดยอ้างเป็นผู้ประสานงานของผู้ใหญ่รัฐบาล ให้ดำเนินการบูรณาการแผนและระบบกล้องโทรทรรศน์วงจรปิดซีซีทีวีทั่วประเทศ ต่อหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปวางสเปกล่วงหน้าให้กับหน่วยงานที่จะจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้บริษัทในกลุ่มของตนและนอมินีได้งานเป็นคู่สัญญาในหลายโครงการทั่วประเทศ แอบอ้างว่ามีตำแหน่งประจำรัฐสภา คือ ตำแหน่งเลขานุการประจำ กมธ.กระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาฯ ทำให้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศได้ รวมถึงยังอวดอ้างและแสดงตนว่าเกี่ยวข้องเป็นสมัคร พรรคพวกในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เข้าออกอยู่เป็นประจำ จนเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการติดตั้งกล้องซีซีทีวีทั่วไป เข้าใจว่าเป็นคนของผู้ใหญ่ในมูลนิธิฯ”

    “ประวิตร” สั่งสอบโบ้ยอ้างกันไปเรื่อย

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึง กรณีมีการแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตรและคนในรัฐบาล ไปจัดซื้อและกำหนดสเปกกล้องซีซีทีวี ที่จะติดตั้งในท้องถิ่นว่า มันไม่ได้ ต้องทำตามขั้นตอน ทำตามกฎหมายอยู่แล้ว เป็นการวิ่งเต้นกันไปเอง คนอยากทำอยากได้อะไรก็พูดกันไปเรื่อย แต่จริงแล้วต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและทีโออาร์ที่หน่วยงานเขาเป็นคนทำ เมื่อถามว่าเรื่องนี้มีการร้องเรียนมาแล้ว จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่เขาตรวจสอบ เขากำลังตรวจสอบอยู่ว่าเป็นใครไปอ้างแบบนี้ เมื่อถามว่า มีการเอาชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยไปแอบอ้างด้วย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็อ้างไปเรื่อย

    ส.ว.เห็นชอบ “บรรจงศักดิ์” นั่งศาล รธน.

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยได้ประชุมลับเกือบ 2 ชั่วโมง รับทราบข้อมูลตรวจสอบประวัตินายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนให้ที่ประชุมวุฒิสภาลงคะแนนลับ ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 206 เสียง ไม่เห็นชอบ 12 เสียง งดออกเสียง 11 ถือว่าได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ หรือ 125 เสียงขึ้นไป จึงได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา

    “วิลาศ” กัดติดปมฉาวสร้างสภาฯใหม่

    เมื่อเวลา 11.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าได้ติดตามความไม่ชอบมาพากลการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มาตลอด ล่าสุดได้รับข้อมูลร้องเรียนพร้อมเอกสารหลักฐานจากข้าราชการสภาฯที่หวังดีเกรงว่าประเทศชาติจะเสียหายอีก ทราบว่าวันที่ 10 เม.ย.63 บริษัทรับเหมาก่อสร้างได้ยื่นขอเบิกเงินค่าเร่งรัดการก่อสร้างห้องประชุมพระสุริยัน-จันทรา และห้องประชุมกรรมาธิการฯรวม 215 ล้านบาท ทั้งที่ในสัญญาระบุชัดเจนว่าไม่มีสิทธิ์ เอาอำนาจใดมาขอเบิก และการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด ในสัญญาหลักระบุต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน แต่จนถึงตอนนี้ต่อสัญญาไปแล้วถึง 4 ครั้ง ขยายเวลามากถึง 1,864 วัน สัญญาระบุค่าปรับการก่อสร้างล่าช้าวันละ 12,280,000 บาท หรือ 1% ของเงินค่าก่อสร้าง แต่บริษัทผู้รับเหมาฯยังกล้ามาเรียกเงินค่าเร่งรัดอีก แล้วเงินค่าปรับที่สร้างล่าช้าประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาทจะรับผิดชอบอย่างไรคาดว่าจะมีการขอขยายสัญญาออกไปอีกเป็นครั้งที่ 5 เพราะระบบสารสนเทศ (ไอซีที) ในสภาฯยังไม่เสร็จ ถ้าเลขาธิการสภาฯยอมแก้ไขสัญญาเพื่อจ่ายเงินค่าเร่งรัดให้บริษัทรับเหมาก่อสร้าง จะร้องเรียนรักษาผลประโยชน์ชาติไปทุกที่ หาคนติดคุกให้ได้ คาดว่ามีผู้เกี่ยวข้องหลายคน

    “ไพบูลย์” ยื่น กกต.ฟัน “เรืองไกร” แจ้งเท็จ

    ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้ยุบพรรคพลังประชารัฐว่าเป็นคำร้องไร้สาระ ไม่มีประเด็นข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงใด เป็นภาระน่าอับอายให้ กกต. ดังนั้นจะยื่นคำร้องให้ กกต.เอาผิดนายเรืองไกรตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 101 ที่ระบุ “ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองว่ากระทำความผิด โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 ที่ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำ ความผิดเกิดขึ้น แต่แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ต้องระวางโทษไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างว่าผู้ใดจะตรวจสอบต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำต้องมีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย อย่าสร้างภาระให้หน่วยงานรัฐ เมื่อฟ้องมา 1 คดีจะฟ้องกลับ 2 คดี ถือเป็นกติกา ใครอยากฟ้องตนก็เชิญ

    ศาลฯนัดฟังคดี “นิพิฏฐ์” ฟ้อง กกต. 17 ก.ย.

    ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี ศาลมีคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.92/2563 โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า กรณีที่ตนฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดปัจจุบันทั้งคณะข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญาต่อศาลทุจริตกลาง ศาลทุจริตกลางมีคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องว่าคำฟ้องโจทก์ได้ระบุรายละเอียดตัวบุคคลเอกสารหรือวัตถุพยานที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องและพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดเพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีพอ ที่จะดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปได้ และให้จำเลยส่งเอกสารประกอบการพิจารณารวม 2 รายการภายใน 30 วันนับแต่ที่ได้รับแจ้ง ให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันที่ 17 ก.ย.เวลา 09.00 น.พูดง่ายๆศาลรับไว้พิจารณาไต่สวนตามขั้นตอนกระบวนการของศาลทุจริตกลางแล้ว

    ยกฟ้อง “สิระ” หมิ่นประมาท “เสรี”

    ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ศาลอ่านคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นโจทก์ฟ้องนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 63 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใส่ร้ายหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์เกี่ยวกับปัญหาการถวายสัตย์ของนายกฯ ก่อนจำเลยที่ 2 จะนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ www.nationtv.com สื่อเนชั่นทีวี 22 ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ประชาชนเข้าใจว่าเป็นคนไม่ดี ขาดความเชื่อมั่นในตัวโจทก์ ศาลพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 ให้สัมภาษณ์ทำนองไม่เห็นด้วยกับโจทก์ ระบุปัญหาการถวายสัตย์ไม่มีแล้วโดยอ้างถึงคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ และนำข้อความสุภาษิตวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเปรยโดยทั่วไป ไม่ได้ยืนยันหรือทำให้วิญญูชนทั่วไปคิดถึงขนาดว่าโจทก์ทำหน้าที่โดยไม่มีคุณธรรม จึงไม่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ส่วนจำเลยที่ 2 กระทำในฐานะสื่อมวลชน ไม่ได้ตัดเติมแก้ไข จึงไม่ผิดหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาณัฏฐพล ทีปสุวรรณประวิตร วงษ์สุวรรณสายัณห์ ยุติธรรมวิษณุ เครืองามข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้