ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ชนะเพื่อรอวันพ่ายแพ้

    สายล่อฟ้า13 ก.ค. 2563 05:07 น.
    SHARE

    อยู่ไปก็ไลฟ์บอย

    “4 กุมาร” โบกมือลา

    การเมืองเรื่อง “อำนาจ-ผลประโยชน์” มันก็เป็นเยี่ยงนี้แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เมื่อขัดกันไม่สนองความต้องการได้

    ก็ต้องเป็นแบบ “ต่างคนต่างไป” ฝ่ายไหนคุมอำนาจได้ในพรรคการเมืองก็คิดว่าเป็นชัยชนะ อีกฝ่ายก็ต้องล่าถอยไป

    แต่อนาคตข้างหน้าก็ต้องดูกันต่อไปว่าบทสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร ผู้ชนะในวันนี้อาจจะเป็นผู้แพ้ในภายหลังก็ได้

    สำคัญว่าการดำรงอยู่ได้นั้นอยู่บนฐานอะไร แย่งกันใหญ่ในพรรค ฟัดกันด้วยตำแหน่งแห่งหนในรัฐบาล

    ไร้จิตเมตตาหน้ามืดตามัวขับไสไล่ส่งกันอย่างนี้

    แค่ปรับ ครม. ซึ่งคงจะเกิดขึ้นในไม่นานนี้ บอกล่วงหน้าไปถึงหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ได้เลยว่า “ยุ่งตายห่า”...แน่

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คงมั่นใจว่า “พี่ใหญ่” ผู้มากบารมีจะเอาอยู่ แต่อีกมุมมองก็คงไม่ต่างไปจาก “ฤาษีเลี้ยงลิง”

    คงมะรุมมะตุ้มร้องหาแต่กล้วยกันระงม...

    ว่าไปแล้วพรรคพลังประชารัฐที่ก่อกำเนิดขึ้นมาได้นั้นถือว่าแยบยลไม่น้อยด้วยการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

    รัฐธรรมนูญปี 60 นี้กว่าจะผ่านออกมาได้ก็ต้องขยำทิ้งไปชุดหนึ่งเนื่องจากองค์ประกอบของเนื้อหาสาระยังไม่ครบเครื่องพอต้องปรุงแต่งกันใหม่

    “เขาอยากอยู่ยาว”...ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ดับก่อนเกิด” ให้คำตอบที่ครอบคลุมทั้งหมดไม่ต้องอธิบายความมากไปกว่านี้

    พอยกเป็นตัวอย่างก็วุฒิสภา 250 คน นี่แหละที่เป็นหลักประกันในการก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของหัวหน้า คสช. ในมิติตัวช่วยในการโหวตเลือกนายกฯ

    คงอ่านทะลุกันแล้วว่าแม้หลังเลือกตั้งโอกาสที่จะชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลนั้นมีความเป็นไปได้สูงอยู่

    แต่คงสูสีอาจจะพลิกผันได้!

    การเสนอชื่อบุคคลที่แต่ละพรรคการเมืองส่งเข้าประกวดจึงมีความสำคัญมากหากด้วยเงื่อนไขจากรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้จึงหลุดมือไปไม่ได้

    “พลังประชารัฐ” พรรคการเมืองใหม่ก็เป็นกุญแจอีกตัวหนึ่งที่สามารถไขไปสู่ความปรารถนาได้ จะเอานักการเมืองหน้าเก่ามาเป็นหัวขบวนก็รู้อยู่แก่ใจดี

    จะเอา “ทหาร” มาเปิดหน้าคงถูกยำเละแน่

    หันไปหันมาก็เลยต้องคว้าบรรดาคนข้างกายที่ร่วมบริหารประเทศมาด้วยกันไล่ตั้งแต่สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และทีมงาน 4 กุมารที่คิดว่าพอจะขายภาพลักษณ์ได้

    นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ก็เดินหน้าเข้าสู่พลังประชารัฐ

    ไล่เรียงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการ บริหารพรรค โฆษกพรรคฝ่าดงการเมืองจนนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ

    แต่จะเอาชนะได้ไม่มีทางเลี่ยงที่จะต้องอาศัยพลังจากนักเลือกตั้งอาชีพ

    จนกระทั่งเดินหน้าไปสู่ทำเนียบได้สำเร็จ มีตำแหน่งแห่งหนกันสมใจ บรรดามีที่รู้สึกว่ารางวัลไม่สมค่าตัว อีกทั้งผู้บริหารพรรคที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยนั้น เดียงสาไม่รู้ถึงธรรมเนียมปฏิบัติ

    เพราะเป้าจริงไม่ใช่เรื่องในพรรค แต่มันคือถนนสู่ทำเนียบโน่น...

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้า4กุมารลาออกสี่กุมาร พปชรพรรคพลังประชารัฐปรับ ครม.ลาออกพรรคพลังประชารัฐ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 03:11 น.