ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    จุรินทร์-กันท่า โควตารัฐมนตรีประชาธิปัตย์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ก.ค. 2563 05:25 น.
    SHARE

    จะปรับต้องคุยก่อน บิ๊กจิ๋วอวยเว่อร์ลุงตู่ ขอให้อยู่ยาวไป 10 ปี

    “สนธิรัตน์” สยบลือร่วมพรรคกล้าของ “กรณ์” “มาดามเดียร์” ผุดกลุ่มดาวฤกษ์เดินงานการเมือง เมินตำแหน่งในพรรคมุ่งทำหน้าที่ ส.ส. ลูกทีมย้ำมีตำแหน่งก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้เป็น ส.ส.อีก โพลหนุนก๊วนสี่กุมารไขก๊อกพ้น พปชร. “จุรินทร์” ประกาศนำ ปชป.กลับมานั่งในใจ ปชช.อีกครั้ง ฮึ่มถ้าแตะโควตา รมต.พรรคร่วมต้องคุยกันก่อน “ลุงจิ๋ว” อวย “ลุงตู่” อยู่ยาวไปเลย 10 ปี แซว “น้องป้อม” ตัวเตี้ยไปนิด เตือนพี่น้อง 3 ป. อย่าเอาความเกรงใจอยู่เหนือผลประโยชน์ชาติ ผู้ตรวจฯรับคำร้อง “นิพัทธ์-จันตนันท์” กก.สรรหา กสม.ทำขัดรัฐธรรมนูญ

    หลังการยกเครื่องปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐครั้งใหญ่ คอการเมืองจับตามองว่ากลุ่ม 4 กุมาร จะเดินเกมการเมืองในรูปแบบไหนต่อไป ล่าสุดนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพปชร. ยืนยันชัดเจนว่าไม่เข้าร่วมพรรคกล้าของนายกรณ์ จาติกวณิช และเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น

    “สนธิรัตน์” สยบลือร่วมพรรคกล้า

    เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ศูนย์การเรียนรู้ตำบลวิถีพอเพียงและพลังงานท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ผู้ช่วย รมว.พลังงาน นำคณะเยี่ยมชมเกษตรแปลงใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต จากการใช้ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และลงพื้นที่ฟาร์มสุกรที่ศึกษาการใช้พลังงานทดแทนในการนำมูลสุกรมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ ทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือน ลดต้นทุนสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน นายสนธิรัตน์กล่าวถึงกระแสข่าวเข้าร่วมพรรคกล้าของนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าว่า ยืนยันไม่เป็นความจริง เป็นแค่ข่าวลือ แม้จะลาออกจากพลังประชารัฐแล้ว แต่ยังไม่คิดถึงเรื่องการเมือง ตอนนี้ขอตั้งใจทำหน้าที่ในฐานะ รมว.พลังงานให้ดีที่สุด ตอนนี้อยากให้หยุดเรื่องการเมืองกันไว้ก่อน ขอให้หันมาช่วยเหลือประชาชนกันให้มากที่สุดก่อน

    มั่นใจทีมโฆษกด่านหน้า พปชร.

    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง อดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการปรับโครงสร้างพรรคครั้งใหญ่ รวมถึงการลาออกของกลุ่ม 4 กุมาร โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง พร้อมตั้ง 10 รองหัวหน้าพรรค และตั้งทีมโฆษกพรรคใหม่ ว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมโฆษกพรรคชุดใหม่ ทุกคนเป็น ส.ส.รุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะทำความเข้าใจสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้ดี ถือเป็นด่านหน้าชี้แจงข้อมูลให้กับพี่น้องประชาชนรับรู้ โดยเฉพาะนโยบายพรรคและต้องคอยปกป้องพรรคในประเด็นการเมือง เชื่อมั่นในตัวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรคฯ ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ที่มีความเชี่ยวชาญและมีวาทศิลป์ทางการเมือง ถือว่าเป็นอาจารย์ทางการเมืองของตน

    ย้ำบัญชา “บิ๊กป้อม” แก้ปัญหาน้ำ

    นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประวิตร ให้นโยบาย ส.ส. และสมาชิกพรรคทุกคน เรื่องความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความรักและสามัคคี ตั้งใจทำงานในหน้าที่ของตน คือการดูแลพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการจัดการบริหารน้ำ ถือเป็นเรื่องหลักอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลต้องการแก้ไขความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาเรื่องน้ำอุปโภค-บริโภค ปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ น้ำท่วมและอุทกภัย สามารถประสานงานกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในพื้นที่เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

    “เดียร์” ผุดกลุ่มดาวฤกษ์เดินงาน

    ช่วงเช้าวันเดียวกัน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ พรรค พปชร. นำ 6 ส.ส.กทม. ได้แก่ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ นายศิริพงษ์ รัสมี นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ลงพื้นที่หมู่บ้านกิตตินิเวศน์ เขตบางกะปิ เพื่อรับฟังปัญหาน้ำท่วมขัง น.ส.วทันยากล่าวว่า การลงพื้นที่ของพวกเราคือการทำงานของ ส.ส.รุ่นใหม่ การเมืองใหม่ๆ แก้ปัญหาให้ประชาชน หลายพื้นที่ได้รับการบอกเล่าไม่เคยเจอหน้า ส.ส.เลย เราเป็นผู้แทนต้องทำงานโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่เลือกปฏิบัติ

    เมินตำแหน่งในพรรคมุ่งงาน ส.ส.

    น.ส.วทันยาให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เป็นความตั้งใจดีของผู้บริหารพรรคที่มุ่งหวังให้พรรคแข็งแกร่งเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ส่วนอนาคตคงต้องติดตามต่อไปว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใด ทั้งนี้ต่อให้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการพรรค แต่หน้าที่ ส.ส.ยังเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีความสุขมากที่สุด เมื่อถามว่าการแต่งตั้งทีมโฆษกซึ่งเป็น ส.ส.หน้าใหม่ จะรับมือกับสถานการณ์การเมืองได้หรือไม่ น.ส.วทันยาตอบว่า ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ การทำหน้าที่โฆษกพรรคถือเป็นความท้าทายใหม่ที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้พรรคได้ เมื่อถามว่าทีมโฆษกจะกลายเป็นบ่อน้ำมันของพรรคหรือไม่ น.ส.วทันยาตอบว่า โฆษกถือเป็นส่วนสำคัญในการประชาสัมพันธ์ของพรรค แต่สุดท้ายอยู่ที่กลไก ส.ส.ในการทำงานร่วมกับประชาชน

    ชี้ตำแหน่งไม่ได้การันตีได้ ส.ส.อีก

    น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. กลุ่มดาวฤกษ์ พรรค พปชร. กล่าวว่า พวกเราทั้ง 6 ไม่ปรารถนาจะมีตำแหน่งในพรรค เพราะตำแหน่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เราได้เป็น ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ จะสร้างความศรัทธาในตัวเรา นั่นเป็นที่มาของการที่เราจะได้รับความไว้วางใจเลือกเราเข้ามาเป็น ส.ส.ในสมัยต่อไป

    “ผู้กองนัส” มอบ ส.ป.ก.ที่เพชรบุรี

    ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มศักยภาพเกษตรกรเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ได้รับการจัดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.เพชรบุรี พร้อมมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ให้แก่เกษตรกร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส.ป.ก.ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นงานจัดที่ดินทั้งในที่ดินของรัฐและเอกชน งานพัฒนา สนับสนุนการก่อสร้างปรับปรุง ซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมและแหล่งน้ำ เพื่อเพิ่มรายได้พัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ขอให้หวงแหนและคุ้มครองที่ดินไม่นำไปขายหรือให้เช่า เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและยั่งยืนต่อไป

    “จุรินทร์” ขอกลับมานั่งในใจ ปชช.

    เมื่อเวลา 09.40 น.ที่โรงแรมแกรนด์วิลล์รีสอร์ท เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรค ว่า ช่วงสถานการณ์โควิด ส.ส.ต้องลงพื้นที่ทำงานหนัก ไม่มีโอกาสได้พบพร้อมหน้า ถือโอกาสนี้มาพูดคุยมาชาร์จแบตร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกถึงทิศทางการนำพาพรรคไปข้างหน้า และจะทำอย่างไรให้ประชาธิปัตย์เข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้ง

    นายกฯยังไม่ส่งสัญญาณปรับ ครม.

    นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จนถึงขณะนี้นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณมา ส่วนปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเป็นเพียงกระแสข่าว แต่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไร ทุกอย่างยังทำงานร่วมกันได้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีแต่ละคนพรรคเรามีการติดตาม รวมทั้ง ส.ส.และสมาชิกด้วย แม้แต่รัฐมนตรีเองก็ต้องประเมินผลงานตัวเอง ว่าที่ผ่านมาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วงอย่างไร เพราะการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีมีผลต่อภาพรวมของพรรค หากรัฐมนตรีทำงานดีมีผลงานก็ส่งผลไปถึงพรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชน เมื่อถามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ขอไม่ตอบ ไม่อยู่ในฐานะที่ตอบได้ พรรคประชาธิปัตย์มีกฎเกณฑ์ชัดเจนคือต้องเป็นความเห็นจากที่ประชุม ส.ส. และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ร่วมกัน

    ฮึ่มแตะโควตา ปชป.ต้องคุยกันก่อน

    ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงได้เก้าอี้รัฐมนตรีเท่าเดิม นายจุรินทร์ตอบว่า ขอไม่ตอบ เรื่องนี้ขึ้นอยู่นายกฯ ถ้านายกฯ จะมีความคิดเห็นที่นอกเหนือไปจากที่เคยพูดคุยกันไว้ตอนร่วมรัฐบาล ท่านคงแจ้งให้ทราบ แล้วเราจะมาคุยกันในพรรคว่ามีความเห็นอย่างไร เมื่อถามย้ำว่าหากโดนยึดเก้าอี้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ระหว่างกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเกษตรฯจะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ทุกอย่างต้องผ่านนายกฯ ตอนมาเชิญเราไปร่วมรัฐบาลมีการเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงที่ชัดเจนแล้ว ฉะนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงต้องแจ้งให้เราทราบเพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนเรื่องจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคที่เปลี่ยนแปลงไป จะมีผลต่อการเพิ่มหรือลดเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายกฯ และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

    “เทพไท” ชง 3 ข้อวางอนาคต ปชป.

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันนี้มีการประชุมสัมมนาระดมความคิด เปิดอกคุยกันระหว่างรัฐมนตรีของพรรค และ ส.ส.ทุกคน บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้นตรงไปตรงมา ส่วนตัวขอนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาใน 3 ประเด็น คือ 1.เราจะสร้างประชาธิปัตย์ให้เป็นพรรคการเมืองขนาดไหนในอนาคต ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ 2.จุดขายของพรรคที่เสนอต่อประชาชน จะหยิบยกเรื่องอุดมการณ์ของพรรค จุดยืนทางการเมือง จะเสนอประเด็นอะไรให้สังคมพิจารณาสนับสนุนพรรคต่อไป 3.เป้าหมายพื้นที่เลือกตั้ง การกำหนดพื้นที่เป้าหมายกำหนดตัวผู้สมัครที่ชัดเจน การหนุนช่วย และสนับสนุนจากพรรค กลยุทธ์หรือยุทธวิธีในการหาเสียง พร้อมรับฟังความเห็นของที่ประชุมจากเพื่อนสมาชิกทุกคน และเชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคทุกคนพร้อมจะขับเคลื่อนพรรคไปด้วยกัน บนหนทางและแนวทางที่ได้ข้อสรุปร่วมกัน

    ปชป.ปิดห้องถกทิศทางอนาคต

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมสัมมนา ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ มีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. เป็นประธานการประชุม เป็นการปิดห้องพูดคุย เพื่อเปิดให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ยังได้วิเคราะห์ถึงการเมืองภาพใหญ่หลังวิกฤติโควิด-19 วิเคราะห์ถึงทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งจุดยืนและยุทธศาสตร์ที่ต้องขับเคลื่อนพรรคต่อไป ว่าจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จเหมือนบางพรรคที่ทำสื่อโซเชียลและประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นพรรคน้องใหม่

    มอบ “เสี่ยต่อ” ประเมินผลงาน รมต.

    นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวว่า ที่ประชุมยอมรับว่าความนิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคลดลง ทำให้พรรคต้องหันมาให้ความสำคัญกับการทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน และต้องพยายามเพิ่มมากขึ้น และที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องมีการประเมินผลงานรัฐมนตรี โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค รับไปจัดทำรูปแบบการประเมิน ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในการสัมมนาครั้งนี้ เพราะ ส.ส.เป็นผู้ที่เลือกรัฐมนตรีของพรรค ขณะที่ต้องรับผิดชอบต่อความต้องการของประชาชน มีการกำหนดกรอบเวลาการประเมินไว้ที่ 1 เดือนหลังจากนี้จะต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แบ่งเป็น 2 ด้านหลัก คือ 1.ความรับผิดชอบต่อนโยบายที่พรรคได้ประกาศไป 2.ประเมินความพึงพอใจจากการทำตามนโยบายพรรค ทั้งนี้ไม่มีการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรงใจกัน ชี้ให้เห็นสิ่งไหนถูกผิด เชื่อว่าจะไม่มีการเช็กบิลกันภายหลัง

    ตั้งทีมทำโพล 1–2 เดือนรู้เรื่อง

    นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เตรียมตั้งคณะทำงานขึ้นมาสำรวจความนิยมต่อพรรค ให้ ส.ส.มีส่วนร่วมด้วย อีก 1-2 เดือนจะเห็นผล และคงต้องมีการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีอีกครั้ง เป็นเรื่องปกติของการทำงานครบรอบ 1 ปีที่ต้องมาดูว่าทำอะไรอย่างไร ส่วนเรื่องที่ ส.ส.สะท้อนมากที่สุด คืออยากให้รัฐมนตรีทำงานร่วมกับ ส.ส.มากขึ้นทุกคนอยากเห็นพรรคเดินไปข้างหน้าและกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ขอย้ำว่าทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น สิ่งแรกที่จะเกิดเป็นรูปธรรมและทำให้พรรคกลับมายิ่งใหญ่ คือ การทำงานร่วมกันของ ส.ส. กรรมการบริหารพรรค และรัฐมนตรีของพรรค จะประสานงานกันมากขึ้น และจะทำให้เกิดภาพความเป็นพรรคการเมืองมากขึ้น ส่วนการปรับ ครม.ยังไม่มีการพูดคุย

    “ลุงจิ๋ว” อวย “ลุงตู่” อยู่ไปเลย 10 ปี

    ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่านายกฯต้องรู้จักปรับตัวและรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ทุกวันนี้ก็รู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แต่สำคัญจะเอาเงินมาจากไหน ทุกวันนี้มีหนี้สิน 8 ล้านล้านบาท จีดีพีติดลบร้อยละ 8-10 จะแก้ไขอย่างไรต้องช่วยกันคิด เมื่อถามว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะไปรอดหรือไม่ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พล.อ.ชวลิตตอบว่า ขอให้ปรับตัวรู้ว่าจะหาเงินจากไหนมาทำประโยชน์ให้ประชาชน ต้องถามว่าทำไมกองทุนต่างชาติหลายแห่งให้ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชากู้ แต่ไม่ให้ไทยเพราะเหตุใด เมื่อถามว่า ถึงตอนนี้ยังให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์อยู่หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า จำเป็นต้องให้ ไม่ให้แล้วจะให้ใคร รัฐบาลชุดนี้อาจอยู่ 10 ปีก็ได้ หรือต้องไปตามที่นายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรดังทำนาย

    แซว “น้องป้อม” ตัวเตี้ยไปนิด

    เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เหมาะสมจะเป็นนายกฯได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า ก็ดีนะ แต่ตัวเตี้ยไปนิด เมื่อถามว่าจะให้กำลังใจหรือข้อแนะนำแก่ พล.อ.ประวิตร ในฐานะเคยเป็นหัวหน้าพรรคมาก่อนหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า พล.อ.ประวิตรมีประสบการณ์สูงอยู่แล้ว การเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองต้องเสียสละ และรู้ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร รู้ปัญหาชาติอยู่ตรงไหน อะไรบ้าง การบริหารประเทศทำกันอย่างไร เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรมีโอกาสได้เป็นนายกฯหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร ส่วนตัวเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ยังทำหน้าที่ไปได้ดี จะวางมือทำไมยังไม่เหนื่อย แม้ พล.อ.ประวิตรจะเป็นรุ่นพี่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความเกรงใจ แต่อย่าเอาความเกรงใจมาอยู่เหนือความเจริญของประเทศชาติส่วนรวม ไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่า จะปิดประตู พล.อ.ประวิตรนั่งนายกฯหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า ไม่ขอตอบคำถามนี้ ไม่ใช่คำตอบที่แก้ปัญหา

    เสาหลักการเมืองล้มพากันล่มแน่

    เมื่อถามย้ำว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่า พล.อ.ประยุทธ์แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า ไม่รู้ เราไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคนดีก็มีอยู่ แต่ยังไม่แสดงฝีมือ เมื่อถามว่าเรื่องการต่อรองของนักการเมืองที่เข้ามาตั้งก๊กก๊วนหาผลประโยชน์ พล.อ.ชวลิตย้อนถามว่า ต้องถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น จะแก้กันอย่างไร ประเทศไทยมีเสาหลักสำคัญ คือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และมีเสาหลัก 5 เสา คือ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การต่างประเทศ ทั้ง 5 เสาต้องปกป้องให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์อยู่ได้ แต่ถ้าเสาการเมืองไม่รอด เสาอื่นก็อยู่ไม่ได้ เสาอื่นทำไม่ได้ไม่มีทางทำสำเร็จ ฉะนั้นตอนนี้การเมืองการปกครองทำไม่ถูกต้อง มีปัญหาการเมืองที่มีพรรคจำนวนมาก นักการเมืองทะเลาะ เบาะแว้งกัน ต่างจากประเทศประชาธิปไตยอื่น ที่มีแค่สองพรรค ที่สำคัญไม่พูดเรื่องตำแหน่งทางการเมือง ประเทศไทยเคยมีแล้ว 2 พรรคใหญ่ ยกตัวอย่างครั้งปี 40-41

    “เก่ง” ชี้รัฐเปิดช่องเจ้าสัวขูดดอก

    นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะเงินจำนวนกว่า 500,000 ล้านบาท ที่จะนำไปพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอี โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดสรรเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายเล็กรายใหญ่นั้น จนถึงวันนี้รายละเอียดและหลักเกณฑ์ยังไม่มีออกมาว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างไร กลุ่มใดบ้าง มีแต่แผนงานแต่ไม่มีรายละเอียดแล้วจะช่วยเหลืออย่างไร เขียนกรอบไว้กว้างมากสุดท้ายผู้ประกอบการต้องช่วยเหลือตัวเอง วันนี้ผู้ประกอบการธุรกิจกว่าร้อยละ 90 ไม่อยู่ในระบบธนาคาร จึงไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในส่วนนี้ได้ มีเพียงแค่ร้อยละ 10 ที่เข้าถึง ถือเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่แบงก์ชาติให้ธนาคารพาณิชย์กู้ในอัตราร้อยละ 0.01 แล้วธนาคารนำไปปล่อยให้ผู้ประกอบการดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 2 เข้าใจว่าธนาคารพาณิชย์ต้องเลือกปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าชั้นดี จึงเป็นแค่ภาพลวงตาเพราะรัฐตั้งใจช่วยนายทุนเจ้าสัวมากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย ใช่หรือไม่

    ผู้ตรวจฯรับคำร้องสรรหา กสม.

    นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติรับพิจารณาเรื่องร้องเรียนของนางจินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วินิจฉัยว่าทั้ง 2 คน มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับการสรรหาเป็น กสม. เนื่องจากเคยเป็น สนช. และถูกตัดสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นกสม. ขณะที่คณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กลับวินิจฉัยให้อดีต สนช.ไม่มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ขัดต่อหลักความเสมอภาค ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 25 และมาตรา 27 เบื้องต้นผู้ตรวจการแผ่นดินสั่งให้สำนักกฎหมายและคดี เร่งตรวจสอบรวบรวมข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และมีหนังสือขอให้ประธานกรรมการสรรหา กสม. ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อไป

    โพลหนุนก๊วนสี่กุมารไขก๊อก

    นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลการสำรวจเรื่องสี่ยอดกุมาร จาก 1,586 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 88.9 มองว่าความเชื่อมั่นต่อพรรค การเมืองลดลง ถึงไม่เชื่อมั่น หมดความศรัทธา เพราะเต็มไปด้วยคนมีประวัติด่างพร้อย แย่งตำแหน่ง แย่งอำนาจกัน มุ่งแต่จะถอนทุนคืน วิ่งเต้น วางบิลซื้อขายตำแหน่งรัฐมนตรี ทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล ไม่ปกป้องรักษาคนดี ไม่ส่งเสริมคนดีปกครองบ้านเมือง ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนของชาติ ไม่มีวินัย ไม่จริงใจ ไม่ได้รักประชาชน และส่วนใหญ่ร้อยละ 86.3 เห็นด้วยกับการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของสี่ยอดกุมาร ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ

    “ธนาธร” อัด รบ.จัดงบเพิ่มเหลื่อมล้ำ

    ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว เครือข่าย We Fair จัดเสวนา “365 วัน รัฐสวัสดิการไทย ถดถอยหรือก้าวหน้า” โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนา นายธนาธรกล่าวเสวนาว่า รูปธรรมที่เห็นจากการใช้งบฯ ปี 2563 และที่จะใช้จากงบฯปี 2564 ยืนยันได้ 2 เรื่องคือ 1.รัฐบาลดูแลแต่กลุ่มทุน ไม่เหลียวแลประชาชน และ 2.มีมายาคติว่าเรามีเงินไม่พอสร้างสวัสดิการให้ประชาชนที่ดีกว่านี้ สิ่งที่เขาบอกตลอดว่าคนจนให้ไม่เคยพอ คนจนขี้เกียจไม่คิดจะหาเลี้ยงดูตัวเอง ต้องพึ่งพิงจากรัฐตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่พวกอนุรักษนิยมพูดตลอด แต่ตนจะพิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือคำโกหก ความจริงคือเรายังดูแลคนในประเทศเราน้อยไปด้วยซ้ำ แต่กลับไปอุ้มชูกลุ่มทุนแทน รัฐราชการรวมศูนย์ที่ใหญ่โตมโหฬารคือหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้งบประมาณไม่ได้ถูกนำมาใช้จ่ายทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้น

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1โควตารัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์พรรคประชาธิปัตย์ปรับครม.พรรคพลังประชารัฐข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo