ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ป้อมแย้ม รัฐมนตรีเศรษฐกิจ มีคนนอกร่วม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.ค. 2563 05:25 น.
    SHARE

    ‘สมคิด’ ยอมรับถอดใจหลายปี เด็ก พปชร.-ขยี้ ทวงเก้าอี้ 4 กุมาร

    “สมคิด” ยัน 4 กุมาร-พปชร.จากกันด้วยดี ยังเป็นมิตรต่อกัน ถูกต้องแล้ว นายกฯตอกย้ำสถานะหัวหน้าทีม ศก. ยอมรับถอดใจมาหลายปีแล้ว ออกปากเตือน “บิ๊กตู่” ตั้ง รมต.ต้องดูให้ถ่องแท้ ต้องเอาบ้านเมืองเป็นหลัก “อนุชา” ย้ำไม่มีขุ่นข้องหมองใจกับ 4 กุมาร ชี้ ส.ส.ทวงโควตา รมต.แค่เรื่อง ปัจเจกบุคคล แต่ “ชัยวุฒิ” บี้หนักให้ 4 กุมารคายเก้าอี้ ลั่นเป็นโควตาพรรคไม่ใช่ของนายกฯ “ลุงป้อม” โชว์บทบาทหัวหน้า พปชร. หย่าศึกภายใน ชูภารกิจแรกแก้พรรคแตก ปชป.เตือนปรับ ครม.ทั้งทีต้องให้ดีกว่าเดิม พท.เย้ย “ลุงตู่” ตกที่นั่งตำบลกระสุนตก ฝ่ายค้านโวยรัฐบาลใช้พลังดูดปล้นโควตา กมธ.ป.ป.ช. หวังตัดตอนการตรวจสอบ อีสานโพลยก “เจ๊หน่อย” เป็นผู้นำกู้ ศก.

    ศึกสายเลือดในพรรคพลังประชารัฐทำท่าจะเป็นหนังชีวิต หลังกลุ่ม 4 กุมารยกก๊วนแถลงลาออก จนเกิดการไล่บี้ทวงเก้าอี้รัฐมนตรีคืนมาเป็นโควตาของพรรค ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ผู้คัดหางเสือกลุ่ม 4 กุมาร ยืนยันเป็นการจากกันด้วยดี แต่สารภาพถอดใจมาหลายปีแล้ว

    “สมคิด” ยัน 4 กุมารจากกันด้วยดี

    เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ถึงกรณีกลุ่ม 4 กุมาร ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่มีอะไร ไม่ได้ปรึกษา เป็นเรื่องในพรรค เป็นเรื่องปกติ ฟังจากคำแถลงถือเป็นการแถลงที่ดี เป็นมิตรต่อกัน เป็นการจากกันด้วยดี เมื่อถามว่าตอนนี้ถูกมองไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย นายสมคิดตอบว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี คิดว่าต้องพิจารณาด้วยความเหมาะสม เมื่อถามถึงกรณีนายกฯสั่งยกเลิกการประชุม ครม.เศรษฐกิจ มาเรียกประชุมทีมที่ปรึกษาแทน คิดว่าทั้งสองทีมจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ไม่น่ามีปัญหาเพราะรู้จักกัน ถูกต้องแล้วที่นายกฯควรได้ข้อมูลจากภายนอกที่เพียงพอ ก่อนจะพิจารณามาตรการต่างๆ ออกมา และมากันครบก็ไปนั่งคุยกัน ผู้ที่เข้าประชุมนี้ทั้งภาคเอกชน ธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อมูลเตรียมไว้หมดแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่นายกฯจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมด เรื่องที่นายกฯสนใจที่สุดคือการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ขณะที่มาตรการกระทรวงการคลังก็ได้เตรียมไว้แล้ว พอเข้าใจถ่องแท้ก็สามารถนำเข้าที่ประชุม ครม.ได้ จะได้ช่วยเอสเอ็มอีทันท่วงที

    ถูกต้องแล้วนายกฯหัวหน้าทีม ศก.

    เมื่อถามว่านอกจากมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีแล้ว จะมีมาตรการหรือโครงการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ตนดูเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังเป็นหลัก กระทรวงการคลังไม่ได้ทำทุกอย่าง ทุกกระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งสิ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องดูแลภาคการเกษตรและแรงงานด้านการเกษตร กระทรวงแรงงานต้องรองรับการว่างงาน กระทรวงพาณิชย์ดูเรื่องการค้าขาย ทุกกระทรวงเกี่ยวข้องทั้งนั้น ถูกต้องแล้วที่นายกฯบอกว่าเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เพราะในรัฐบาลผสมทุกกระทรวงต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เมื่อถามว่านายกฯพูดชัดแล้วว่าจะมีการปรับ ครม.เศรษฐกิจ นายสมคิดตอบว่า “แล้วแต่ท่านนายกฯ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย” เมื่อถามว่าเรื่องการเมืองจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า การเมืองดี เศรษฐกิจก็จะดี สังคมก็จะดี นี่เป็นเรื่องปกติ ต้องพยายามดูแลการเมืองให้ดี เมื่อถามว่าตอนนี้คิดว่าการเมืองไหวหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน ตนไม่ค่อยถนัดการเมือง

    ยอมรับถอดใจมาหลายปีแล้ว

    ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯระบุว่านายสมคิดพร้อมทุกอย่าง แล้วพร้อมหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า “ผมพร้อมตั้งแต่ปีที่แล้ว” เมื่อถามย้ำว่าพร้อมไปใช่หรือไม่ นายสมคิดตอบว่า อายุมากแล้ว เมื่อถามว่าที่ระบุว่าอายุมากแล้ว หมายถึงมีคนแทนแล้วใช่หรือไม่ นายสมคิดตอบว่า อยู่ที่นายกฯ เมื่อถามย้ำว่าอายุมากแล้วคือถอดใจแล้วใช่หรือไม่ นายสมคิดตอบว่า “ใจผมถอดมาหลายปีแล้ว” เมื่อถามว่าหากปรับ ครม.แล้วไม่มีรัฐมนตรีในกลุ่ม 4 กุมารอยู่ ท่านจะยังอยู่ต่อหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า “เป็นไปไม่ได้ การตั้ง ครม. นายกฯต้องดูให้ถ่องแท้ว่าใครจะทำอะไร ต้องเอาบ้านเมืองเป็นหลัก นั่นคือสิ่งสำคัญสุด แต่ใครจะมาจะไปเป็นเรื่องปกติ” เมื่อถามอีกว่าเหมือนเสร็จนาฆ่าโคถึกหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ไม่หรอก เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ทั้ง 4 คนแถลงชัดเจน พวกเขาร่วมกันก่อตั้งพรรคขึ้นมา เพื่อวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน วันนี้เรื่องเหล่านั้นได้บรรลุแล้ว เขาก็พร้อมไปทำหน้าที่อื่นเท่านั้นเอง เมื่อถามว่าแล้วภารกิจของท่านบรรลุแล้วหรือยัง นายสมคิดย้อนถามว่า “ภารกิจของผมเหรอ ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีในตอนนี้” เมื่อถามว่าไม่ได้น้อยใจอะไรใช่หรือไม่ นายสมคิดไม่ตอบ พร้อมกับเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

    “บิ๊กตู่” เรียกถกทีมที่ปรึกษา ศก.

    ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธาน กรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และคณะกรรมการที่ปรึกษาที่นายกฯแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ตามที่นายกฯมอบหมาย อาทิ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธปท. นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคาร ทหารไทย และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เข้าร่วม

    อยากฟังความเห็นทุกฝ่าย

    นายกฯกล่าวระหว่างประชุมว่า การประชุมครั้งนี้ เนื่องจากตนเคยพูดไปแล้วจะต้องทำงานแบบ New Normal จึงจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และทุกภาคส่วน นำมาหารือกัน เพราะตนทำงานคนเดียวไม่ไหว ตอนนี้ต้องช่วยกันคิด เพื่อนำข้อมูลไปประกอบให้การทำงานปัจจุบันทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไทยได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด รวมถึงสงครามการค้า ทุกคนต้องช่วยกันไปสร้างกลไกมาให้รัฐบาล

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมวันนี้เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2563 การช่วยเหลือและฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และยังเป็นการประชุมหลังกลุ่ม 4 กุมารลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ

    เก้าอี้ “อุตตม” ไม่มีผลต่องบฯ 64

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ส่งสัญญาณการปรับ ครม. ว่า ไม่มี ยังไม่ได้คุยอะไรกับนายกฯ เชื่อเถอะใครที่บอกว่ารู้ ไม่จริงทั้งนั้น และควรฟังจากนายกฯคนเดียว เมื่อถามว่าหากมีการปรับ ครม.จะกระทบต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 หรือไม่ เพราะมีรัฐมนตรีหลายคน เป็นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบ ประมาณ เช่น นายอุตตม สาวนายน ที่เป็นประธาน กมธ. นายวิษณุตอบว่า ก็เหมือนวิธีปฏิบัติที่ผ่านมา คือ 1.ไม่ต้องออกจาก กมธ. เพราะตอนแต่งตั้งก็ตั้งโดยชื่อบุคคล เหมือนกรณียุบพรรคการเมือง ใครยังเป็น กมธ.ก็ยังเป็น กมธ.กันอยู่ และ 2.การขอลาออกจาก กมธ.เอง คนที่เป็นรองประธาน กมธ.สามารถขึ้นมาแทนได้ รมว.คลังไม่ใช่ประธาน กมธ.โดยตำแหน่ง ไม่มีอะไรส่งผลกระทบต่อการพิจารณางบ ประมาณ เว้นแต่ท่านขอลาออก

    ชี้ “ธนาธร” นั่ง กมธ.งบฯไม่มีปัญหา

    นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกตัดสิทธิการเมืองไปแล้ว มานั่งเป็น กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณว่า ไม่แน่ใจว่าเขาเป็น กมธ.ด้วยหรือไม่ เพราะหากเป็นกรรมาธิการด้วยก็ทำได้ทุกอย่างที่กรรมาธิการทั่วไปทำ กรณีของนายธนาธรถ้ามีพรรค การเมืองเสนอ และสภาฯเห็นชอบ ก็สามารถเป็นกรรมาธิการได้ ปกติสภาฯก็เห็นชอบอยู่แล้วไม่มีปัญหาเหมือนกรณี ผอ.สำนักงบประมาณ หรือปลัดกระทรวงทั่วไปที่ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ได้เป็นอะไรก็มาเป็นกรรมาธิการได้

    “อนุชา” ไม่มีขุ่นข้องหมองใจ 4 กุมาร

    ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลาออกจากพรรค พปชร.ของกลุ่ม 4 กุมาร ว่า ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ ส่วนเรื่องโควตารัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกฯ เมื่อถามว่าการลาออกดังกล่าวถือว่าจากกันด้วยดีหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า เป็นการจากกันด้วยดี ไม่มีอะไร ทุกคนร่วมทำงานกับพรรคมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อถึงจุดหนึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างเป็นไปตามวิถีทางการเมือง ไม่มีอะไรขุ่นข้องหมองใจกัน เมื่อถามว่ามี ส.ส.บางส่วน อาทิ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.ออกมาขับไล่พร้อมทวงโควตารัฐมนตรีคืนให้พรรค นายอนุชาตอบว่า สมาชิกพรรคเรามีจำนวนมาก อาจมีบางคนที่ทำบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่สามารถไปกำหนดกฎเกณฑ์ได้ อาจเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง

    ปัดส่งประวัติให้นายกฯชี้ขาด

    เมื่อถามว่า เตรียมส่งประวัติเพื่อพร้อมรับการปรับ ครม.หรือยัง นายอนุชาตอบว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ที่ผ่านมาจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ไม่เคยพูดเรื่องตำแหน่งใน ครม. ยืนยันได้ ทราบดีอยู่แล้วว่าทำงานให้พรรค ส่วนตำแหน่งใน ครม.เป็นเรื่องของนายกฯตัดสินใจเพียงคนเดียว เมื่อถามย้ำว่า พร้อมหรือไม่หากมีชื่อใน ครม. นายอนุชากล่าวย้ำว่า เป็นคนทำงานไม่ว่าอยู่ตรงไหนจะทำประโยชน์เพื่อประชาชนให้มากที่สุด เมื่อถามว่าพร้อมหรือไม่สำหรับตำแหน่งดังกล่าว นายอนุชาตอบว่า “ผมพร้อมตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน” เมื่อถามว่านายกฯระบุว่า รัฐมนตรีทั้ง 3 คนที่ลาออกเป็นโควตาของนายกฯ ในส่วนของพรรคจะมีโควตาเท่าไร นายอนุชาตอบว่า ไม่ทราบ ไม่ขอตอบ เพราะเป็นคำพูดนายกฯไม่อาจก้าวล่วงได้ แล้วแต่นายกฯขึ้นอยู่กับนายกฯตัดสินใจ พรรคเราทำงานเพื่อประชาชนในทุกมิติจะไม่ไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไร

    “ชัยวุฒิ” บี้หนัก 4 กุมารคายเก้าอี้

    นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรค พปชร. กล่าวว่า การลาออกของกลุ่ม 4 กุมาร น่าจะมีเหตุปัจจัยหนึ่งว่าจะไปทำงานกับพรรคการเมืองอื่น เพราะถ้าจะไปเลี้ยงหลานหรือ ทำงานส่วนตัว คงไม่ต้องลาออก ต้องติดตามกันต่อไป ยืนยันว่ากลุ่ม 4 กุมารยังไม่หยุดเล่นการเมือง คนที่ลาออกจากพรรคหนึ่งมักไปตั้งพรรคใหม่ หรือไปทำงานกับกลุ่มการเมืองอื่น เมื่อถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีของกลุ่ม 4 กุมารเป็นโควตาของพรรคหรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า ถ้าไม่ใช่โควตาพรรคแล้วจะเป็นโควตาใคร ตอนไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี ส่งไปในนามพรรค เพราะนายอุตตมเป็นหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์เป็นเลขาธิการพรรค และนายสุวิทย์เป็นรองหัวหน้าพรรค ผ่านที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค

    ลั่นเป็นโควตาพรรคไม่ใช่นายกฯ

    เมื่อถามว่า ควรคืนตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่พรรคใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า ทางข้อกฎหมายคงไม่เป็นไร และตนตอบไม่ได้ แต่ในทางการเมืองอยู่ที่นายกฯกับผู้ใหญ่จะตัดสินใจต่อไป ยอมรับว่าในทางการเมืองนายกฯมีโควตาเพื่อให้ท่านเลือกคนที่ไว้วางใจมาทำงาน ถือเป็นเรื่องปกติของทุกรัฐบาล แต่คิดว่าตำแหน่งของ 4 กุมารไม่ใช่โควตานายกฯ เพราะเป็นโควตาของพรรคที่เราส่งไปทำงานในนามพรรค เหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีในโควตาของพรรคร่วมรัฐบาล

    “บิ๊กป้อม” โชว์งานแรกหย่าศึก

    จากนั้นเวลา 15.00 น. พรรคพลังประชารัฐเริ่มประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2/2563 มีผู้บริหารพรรค ส.ส. และสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างคึกคัก ทั้งนี้ ก่อนเริ่มประชุมนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ได้สักการะศาลพระพรหมประจำพรรคเพื่อความเป็นสิริมงคล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นกล่าวบนเวทีประชุมว่า ยอมสละทุกอย่างมาที่นี่เพื่อทำความเข้าใจให้เราอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี ปรองดอง ไม่ได้อะไร ไม่ได้ เงินเพิ่ม รักพวกเราทุกคนเท่าๆกัน ให้เท่าๆกันหมด ขอร้องอย่าทะเลาะเบาะแว้งกันเลย พรรคต้องเป็นหนึ่งเดียวไม่ใช่มีข่าวตีกันเอง อย่างนี้มันไม่ไหว ที่ต้องลงมาเพราะมีความไม่เข้าใจกัน เข้าใจทุกคนว่าต้องการความยุติธรรม ความเสมอภาค ต้องลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งหมด ได้อะไรที่เท่าๆกัน ขอฝากทุกคนอยากให้รักกันจริงๆ สามัคคีกันจริงๆ ไม่มีแบ่งพรรคแบ่งพวก หรือแบ่งกลุ่ม ไม่เอาแล้วขอร้อง เรื่องที่แล้วๆมาจบไปนะ ตั้งแต่นี้ต่อไปตนเป็นคนรับผิดชอบ เราเป็นพรรคใหญ่ ถ้ามัวแต่ตีกันจะทำให้เสียหายด้วยความไม่เข้าใจกัน สงสัยอะไรถามกันได้

    ตั้งรอง หน.พรรคคุมงาน 10 ด้าน

    ต่อมานายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรค พปชร. แถลงว่า หัวหน้าพรรคได้แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคดูแลด้านต่างๆจำนวน 10 คน ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ด้านอำนวยการ ควบตำแหน่งผอ.พรรค ร.อ.ธรรมนัส ด้านปฏิบัติการ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ด้านสนับสนุน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ด้านแผนพัฒนาบุคลากร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ด้านข้อมูลเทคโนโลยี นายวิรัช รัตนเศรษฐ ด้านกิจการงานสภา นายนิพันธ์ ศิริธร ด้านเครือข่ายสัมพันธ์ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ด้านกฎหมาย และ นายสุชาติ ชมกลิ่น ด้านรับเรื่องราวร้องทุกข์ รองเลขาธิการพรรค ได้แก่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี ขณะที่โฆษกพรรค คือ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.

    ชื่อ รมต.คนนอกอยู่ในมือแล้ว

    พล.อ.ประวิตรแถลงเพิ่มเติมว่า ขอเน้นย้ำเรื่องความรักความสามัคคีในพรรค การแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคทั้ง 10 คน เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้าน จะทำหน้าที่เหมือนหัวหน้าพรรค ตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จากนี้การปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดอำนาจอยู่ที่ตน ต้องดูว่าหากทุกคนตั้งใจทำงานไม่ต้องเปลี่ยน หรือหากมีใครเข้ามาทำงานก็ต้องเปลี่ยน แต่ต้องอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ เมื่อถามว่าผลงานชิ้นแรกหลังนั่งหัวหน้าพรรคอยากทำอะไร พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ทำให้คนในพรรครักกัน ส่วนการปรับ ครม. การแต่งตั้งรัฐมนตรี อยู่ที่นายกฯ เมื่อถามว่าได้ส่งรายชื่อ รมต.ที่จะเสนอให้นายกฯแล้วหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมไม่ส่ง แล้วทำไมผมต้องส่งนายกฯ เดี๋ยวต้องดูว่าใครสำคัญอย่างไร แค่ไหน คนในพรรคมีศักยภาพเพียงพอทุกด้าน แต่ผมยังไม่รู้ว่า รมต.กี่คน” เมื่อถามว่านายกฯบอกว่าโควตากลุ่มสี่กุมารเป็นโควตากลาง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ ต้องไปถามนายกฯ เมื่อถามย้ำว่ามีการทาบทามคนนอกมาร่วมทีมเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรามีอยู่แล้ว ทั้งของพรรคที่จะเขียนนโยบายเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ รวมถึงคนนอกด้วย มีชื่อหมดแล้ว แต่สื่ออย่าเพิ่งรู้เลย

    “ถาวร” ชี้ ปชป.ยังไม่มีสัญญาณ

    ช่วงบ่ายที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม กล่าวถึงกระแสการปรับ ครม. ว่า เป็นอำนาจของนายกฯ แต่การเป็นรัฐบาลผสม นายกฯคงให้แต่ละพรรคไปพิจารณากันเอง สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีสัญญาณใดๆ เราบริหารโดยคณะกรรมการบริหารพรรค รับฟังเพื่อนร่วมพรรคอย่างกว้างขวาง ส่วนการประเมินผลงานสามารถประเมิน ได้จากหลายทาง ทั้งจากโพลต่างๆ ส่วนโพลภายในพรรคยังไม่ทราบว่าทำงานได้พึงพอใจ มีประสิทธิภาพ หรือเป็นไปตามอุดมการณ์พรรคหรือไม่ เพราะไม่แน่ใจว่ามีการประเมินการทำงานรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ คงต้องถาม กก.บห.พรรค ต้องดูว่ามีการประเมินหรือไม่ ประเมินด้วยวิธีไหน และผลออกมาอย่างไร ส่วนที่มีความเคลื่อนไหวภายในพรรคเพื่อหวังตำแหน่ง ใน ครม.นั้น คนภายในมีสิทธิสอบถาม มีสิทธิแสดงความคิดเห็น มีสิทธิเสนอแนะ รัฐมนตรีทั้ง 7 คน ทำงานภายใต้การพิจารณาของ กก.บห.พรรค ตนไม่ขอประเมินตัวเอง

    ติงนายกฯปรับทั้งทีต้องดีกว่าเดิม

    นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีของพรรคทำงานขยันขันแข็งทุกคน หากคนในพรรคมีใครอยากปรับเปลี่ยน หรืออยากมีตำแหน่ง ควรหารือกันในพรรค ส่วนผู้ช่วยรัฐมนตรี หากใครเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนให้คนอื่นที่อาวุโสถึงได้เป็นบ้าง หรือหากไม่ไปที่ทำงานก็ควรลาออกดีกว่า ขอฝากถึงนายกฯ ว่าการปรับ ครม.ถึงจะเป็นเอกสิทธิ์ของนายกฯ แต่ปรับแล้วต้องดูดีกว่าเดิม คนที่ประชาชนร้องยี้หรือไร้ผลงานควรปรับออก อย่าเกรงใจใคร และคนที่เข้าไปแทนต้องมีคุณภาพทำให้ประชาชนเห็นปั๊บต้องสุขภาพจิตดีขึ้น หรือยิ้มได้ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจต้องมีดีกว่า 4 กุมารมากๆ เพราะขณะนี้มีหนี้เน่ามากกว่า 15 ล้านบัญชีแล้ว หากไม่เป็นไปดังนี้ นายกฯ ก็ควรส่องกระจกดูตัวเองได้แล้ว เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว

    พท.ปรับโครงสร้างดันคนรุ่นใหม่

    วันเดียวกันที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค เข้าร่วมประชุม จากนั้นนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค เพื่อไทย แถลงว่า ที่ประชุมกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค วันที่ 21 ก.ค. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ชุดใหม่ นอกจากนี้ยังมีมติอนุมัติให้นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย เป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ในนามพรรคเพื่อไทย
    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดปรับโครงสร้างพรรคใหม่ ดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเป็นกรรมการบริหารพรรคมากขึ้น จากเดิมที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคถึง 15 คน หลายคนเป็นผู้อาวุโสที่ทำงานมานาน ก็พร้อมลาออกเพื่อให้เหลือรองหัวหน้าพรรคประมาณ 5-6 ตำแหน่ง และให้คนรุ่นใหม่เข้าไปเป็น กก.บห.พรรคเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนจะทำให้การทำงานในภาพรวมของพรรค มีความคล่องตัว และทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมมากขึ้น

    เย้ย “ลุงตู่” ตกที่นั่งตำบลกระสุนตก

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การลาออกของ 4 กุมาร ชัดเจนว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมของ พล.อ.ประยุทธ์ สภาพ พล.อ.ประยุทธ์ขณะนี้กำลังกลายเป็นตำบลกระสุนตก ศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหา และยิ่งส่งผลในทางจิตวิทยาเชิงลบให้แก่พรรค พปชร.มากขึ้นอีก ทำให้สังคมมองว่ามีแต่กลุ่มก๊วนการเมืองที่รุมทึ้งผลประโยชน์จากโครงการและงบประมาณรัฐหรือไม่ เพราะภาพลักษณ์แต่ละคน แต่ละก๊วนที่ออกมา ล้วนทำให้เกิดคำถามจากสังคม ทางเลือกของ พล.อ.ประยุทธ์เหลือน้อยลงทุกขณะ รัฐมนตรีเก่ายังไม่ยอมลาออก จะชวนคนใหม่มาเป็นรัฐมนตรีก็ไม่มีใครกล้ารับเผือกร้อน เสร็จนาฆ่าโคถึก อาจกลายเป็นแพะทำเศรษฐกิจเจ๊ง

    ฝ่ายค้านโวย รบ.ปล้นโควตา กมธ.

    อีกเรื่อง นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย รองประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวถึงปัญหาการแย่งโควตา กมธ.ป.ป.ช.แทนตำแหน่งที่ว่างลง ระหว่าง กมธ.ฝ่ายรัฐบาลกับ กมธ.ฝ่ายค้าน ว่า ยืนยันว่าตำแหน่ง กมธ.ที่ว่างลง 1 ตำแหน่ง เป็นโควตาของฝ่ายค้าน เพราะเดิมนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ลาออกไป เดิมเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ย้ายไปซบพรรคชาติไทยพัฒนา การที่ฝ่ายรัฐบาลจะลักไก่ยึด กมธ.ที่ว่างลง ดูแล้วไม่ชอบมาพากล ขณะนี้ใน กมธ.ป.ป.ช.มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 8 คน ฝ่ายค้าน 6 คน หากยังให้ตำแหน่ง กมธ.ที่ว่างลงเป็นคนของฝ่ายรัฐบาลอีก จะกลายเป็นเสียงข้างมาก 9 ต่อ 6 เสียง แทนที่เสียงจะเป็น 8 ต่อ 7 ทำให้กลไกการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลยากลำบาก เป็นการผิดมารยาทอย่างยิ่ง ตอนแรกตกลงกันดีแล้วว่าตำแหน่งที่ว่างลงต้องเป็นของฝ่ายค้าน แต่จู่ๆมาปล้นกันกลางแดดจะยึดตำแหน่งไป กมธ.ชุดนี้มีบทบาทสูงในการตรวจสอบทุจริต สามารถกำหนดอนาคตรัฐบาลได้ ทำให้รัฐบาลไม่อยากถูกตรวจสอบ เกิดวันดีคืนดีฝ่ายรัฐบาลนึกอยากจะปลดประธาน กมธ.ที่เป็นของฝ่ายค้านก็ทำได้ เป็น ส.ส.มา 40 ปี ไม่เคยเจอการเอาเปรียบใน กมธ.มากเท่าครั้งนี้มาก่อน

    กก.มั่นใจส่ง “อิศราวุธ” ลุยปากน้ำ

    ที่พรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงเปิดตัวนายอิศราวุธ ณ น่าน เป็นผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ว่า ได้เลือกคนที่ดีที่สุดแล้ว เมื่อถามถึงกระแสความไม่พอใจของมวลชนในพื้นที่ที่พรรคไม่ส่ง
    นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีตผู้สมัครรายเดิมลงเลือกตั้ง นายพิธาตอบว่า นายตรัยวรรธน์รู้สึกน้อยใจแต่ได้มีการพูดคุยชี้แจงแล้ว ทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคแล้ว บางส่วนเริ่มมีความเข้าใจถึงการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคที่ได้พิจารณาอย่างรอบด้าน ขอให้มั่นใจว่าพรรคเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด

    เปิดเพจเฟ้นผู้สมัคร ส.ก.วิ่งเต้นอด

    นายพิธากล่าวอีกว่า พรรคยังได้ประกาศความพร้อมเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต โดยจะเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจลงสมัคร ส.ก.ในนามพรรคก้าวไกลผ่านเพจของพรรคไปถึงวันที่ 25 ก.ค. จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้ที่เหมาะสมในแต่ละเขต ยืนยันจะไม่เลือกจากบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับแกนนำของพรรคหรือการวิ่งเต้น ส่วนการส่งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขณะนี้อยู่ในกระบวนการสรรหา โดยเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วน ไม่มีปิดกั้นผู้ที่สนใจ เพราะพรรคขับเคลื่อนด้วยสมาชิกพรรคทุกคนและไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย

    กกต.เคาะ 9 ส.ค. ซ่อมเมืองปากน้ำ

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. เป็นวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 โดยเปิดรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 16-20 ก.ค. ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ตำแหน่งว่างลงจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 68 (2)

    “บิ๊กตู่” สานสัมพันธ์ ทบ.สหรัฐฯ

    เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม โดยนายกฯ ขอบคุณสหรัฐฯร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก สัมมนาการบริหารงานกองทัพบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก และประชุมนายทหารประทวนอาวุโสประจำปี 2020 ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ แสดงความชื่นชมต่อกำลังพลของทหารไทยที่มีความเข้มแข็ง จากนั้น ผบ.ทบ.สหรัฐฯเดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เข้าพบหารือกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ก่อนร่วมลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ระดับทวิภาคีระหว่างกองทัพบกสหรัฐฯ-ไทย

    อีสานโพลให้ “เจ๊” เป็นนายกฯกู้ ศก.

    ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจของศูนย์สำรวจ “อีสานโพล” เรื่องดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจอีสานไตรมาส 2/2563 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,170 ราย ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน ช่วงวันที่ 4-7 ก.ค.พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจอีสานไตรมาส 2 เท่ากับ 56.0 ต่ำกว่า 100 เป็นไตรมาสที่ 12 ติดต่อกัน และคาดว่าไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) จะแย่ลงกว่าเดิม สำหรับคะแนนด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ 29.6 จากเต็ม 100 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ได้ 25.0 จากการที่ประชาชนได้รับเงินเยียวยาและความช่วยเหลืออื่นๆ ส่วนมาตรการที่ต้องการให้รัฐบาลทำ 3 อันดับแรกคือ จ่ายเงินเยียวยาต่ออีก 1 เดือน หางานให้คนตกงาน และลดภาษี และหากมีเลือกตั้งใหม่ต้องการคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาเป็นนายกฯเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจมากที่สุด ตามด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

    ร้องสอบ สกสค.ทุจริตปลด พนง.

    ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ ผู้แทนเครือข่ายปกป้องผลประโยชน์ของ แผ่นดิน นายนิวัติไชย แจ้งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าคุรุสภา นายอารีย์ สืบวงค์ ประธานที่ปรึกษาสหภาพแรงงานองค์การค้าคุรุสภา อดีตพนักงานโรงพิมพ์คุรุสภา เข้ายื่นคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการองค์การค้าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารโรงพิมพ์คุรุสภาว่า ไม่โปร่งใสสร้างความเสียหายจนส่งผลให้มีการปลดพนักงาน สกสค. 961 คน รวมทั้งตรวจสอบคำว่า คำสั่งเลิกจ้างพนักงานดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

    นายกฯเดินสายพบสื่อต่อเนื่อง

    เมื่อเวลา 16.30 น.วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยังคงเดินสายพบผู้บริหารสื่อต่อเนื่อง เริ่มจากเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีผู้บริหาร บรรณาธิการ และพนักงานให้การต้อนรับ โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อรับฟังมุมมองการขับเคลื่อนประเทศ ใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นที่คนไทยและประเทศควรให้ความสำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน และปัจจัยที่ช่วยผลักดัน ประเทศไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นเวลา 17.30 น. พล.อ. ประยุทธ์ นำคณะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประวิตร วงษ์สุวรรณรัฐมนตรีเศรษฐกิจทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ4 กุมารข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo