ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    มติ กมธ.กฎหมายฯ ส่ง ร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย-ซ้อมทรมาน ให้สภาพิจารณา

    ไทยรัฐออนไลน์8 ก.ค. 2563 13:56 น.
    SHARE

    มติ กมธ.กฎหมายฯ ส่ง ร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย-ซ้อมทรมาน ให้สภา "รังสิมันต์ โรม" ส.ส.พรรคก้าวไกล เผย เป็นความภูมิใจของทั้งคณะ ที่พร้อมใจทำงานร่วมกัน

    วันที่ 8 ก.ค. ที่ประชุม กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีมติส่งร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ... เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและนำไปสู่ขั้นตอนกระบวนการออกกฎหมายต่อไป

    น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ และอดีตรองประธาน กมธ.กฎหมาย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับที่ภาคประชาชนยื่นมาและถูกปรับปรุง โดย กมธ.กฎหมายฯ นับว่าจะมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เพราะสามารถคุ้มครองประชาชน และจะกำหนดให้คดีไม่มีอายุความ สามารถสืบหาจนกว่าจะได้มาซึ่งความยุติธรรม และจะใช้ระบบไต่สวนที่จะทำให้ศาลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเรียกหาเอกสารหลักฐานได้เอง อีกทั้งยังกำหนดให้คณะกรรมการฯ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สามารถทำหน้าที่เรียกให้หน่วยงานภาครัฐ ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด โดยคณะกรรมการจะมาจากตัวแทนภาคประชาชน 6 คน มาจากข้าราชการ 5 คน จะทำให้คณะกรรมการนี้ มีเสียงของภาคประชาชนมากกว่าข้าราชการ จะส่งผลให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีความเป็นมนุษย์และสามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริง

    นางอังคณา นีละไพจิตร ที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ และผู้ได้รับความเสียหายจากการอุ้มหายและซ้อมทรมาน กล่าวว่า เนื่องจาก ร่าง พ.ร.บ.มีหลายร่าง อยากจะเน้นย้ำว่า ร่างที่ปรับปรุงโดย กมธ.กฎหมายฯ มีการพิจารณาโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและสอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมานฯ และหลักการสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมในทุกบริบททั้งการป้องกัน ปราบปราม และเยียวยา จึงมีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

    ด้าน รังสิมันต์ โรม โฆษกกรรมาธิการกฎหมายฯ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ทำงานมา มีการสนับสนุนและพร้อมใจกันของกรรมาธิการที่อยากให้ร่างกฎหมายป้องกันการซ้อมทรมานผ่านสภา หลังจากเปิดสภามาก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน ขอชื่นชมอนุกรรมาธิการ และ กมธ.กฎหมายฯ นี่คือความภาคภูมิใจของการทำงานกรรมาธิการ เป็นผลงานและความตั้งใจที่เกิดขึ้น เป็นความสำเร็จของกรรมาธิการทั้งคณะ

    ทั้งนี้ ร่างที่จะส่งเข้าสู่สภาผู้แทนฯ พิจารณามีอยู่ด้วยกัน 4 ฉบับ คือ ร่างของกระทรวงยุติธรรม ร่างของพรรคประชาชาติ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ และร่าง พ.ร.บ.ที่ปรับปรุงโดยกรรมาธิการกฎหมายฯ อนึ่ง เมื่อมีผู้เสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนฯ แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง คือ การพิจารณากฎหมาย โดยทั่วไปการพิจารณาร่างกฎหมายของสภาแบ่งเป็น 3 วาระ ด้วยกัน ได้แก่

    วาระที่หนึ่ง เรียกว่า ‘ขั้นรับหลักการ’ เป็นการพิจารณาหลักการของร่างกฎหมาย โดยผู้เสนอร่างกฎหมายจะมาชี้แจงหลักการและเหตุผลประกอบ ความจำเป็นที่ต้องออกกฎหมาย

    วาระที่สอง เรียกว่า ‘ขั้นกรรมาธิการ’ เป็นการพิจารณาร่างกฎหมายเป็นรายมาตรา อาจเพิ่ม ตัดทอนหรือแก้ไขบางมาตรา หรือบางถ้อยคำให้สมบูรณ์ขึ้น แต่ต้องไม่ขัดแย้งกับหลักการของร่างกฎหมายฉบับนั้น

    วาระที่สาม เรียกว่า ‘ขั้นลงมติเห็นชอบ’ เป็นการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายทั้งฉบับ ไม่มีการอภิปรายใดๆ และจะแก้ไขข้อความใดๆ ไม่ได้ ถ้ามีมติเห็นชอบก็จะนำไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภา แต่ถ้าไม่เห็นชอบร่างนั้นก็เป็นอันตกไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประชุมสภากมธ.กฎหมายพรรณิการ์ วานิชร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้