ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    โพลเชียร์ปรับใหญ่ หนุนเขี่ย 2 กุมาร เทือกอวยหวาน ตู่อยู่ครบเทอม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    “ไพบูลย์” โบ้ย “สันติ” เหน็บแรงคน เนรคุณ เรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค ใคร จะโพสต์อะไรเป็นสิทธิส่วนตัวห้ามไม่ได้ “สุเทพ” ส่งสายตรง “ทวีศักดิ์” นั่ง หน.รปช.คนใหม่ ปรับ ครม.ฟังนายกฯคนเดียว ยืนกรานดูกระทรวงแรงงานต่อไป พท.ตามขยี้ “บิ๊กตู่” สร้างวิกฤติซ้อนวิกฤติ จัดงบฯปี 64 ไม่ตรงปก มุ่งแต่ ประคองรัฐนาวา “ภราดร” ขย่มทางออกเดียวต้อง เปลี่ยนรัฐบาล “วิโรจน์” ยกจุดแข็ง “ธนาธร” เชี่ยวชาญ กระจายอำนาจช่วยงาน กมธ.งบฯ “นิด้าโพล” เผย ชาวบ้านเซ็งผลงานบริหารเหลว เชียร์นายกฯปรับ ครม.ทั้งคณะ เห็นด้วย “อุตตม” จ่อถูกปรับพ้น รมว. คลัง ซูเปอร์โพลชี้คนยี้ทีมเศรษฐกิจ พปชร.แย่กว่าเดิม พรรคใหญ่มีหนาวถ้าเลือกตั้งวันนี้ก้าวไกลนำลิ่ว

    จากกรณีที่มี ส.ส.ของกลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่กับกลุ่ม ส.ส.ที่สนับสนุนทีม 4 กุมารของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ยังคงมีการออกมาสื่อสารตอบโต้กันเป็นระยะๆ แม้ถูกผู้ใหญ่ห้ามปรามไปแล้วนั้น

    “ไพบูลย์” โบ้ยโพสต์ “สันติ” เรื่องส่วนตัว

    เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ด่าคนจิตใจต่ำตมและเนรคุณ หักหลังเพื่อนว่า เรื่องนี้เป็นการโพสต์แสดงความเห็นส่วนตัวของนายสันติ เขาโพสต์ของเขาไปไม่ได้ระบุชื่อใคร ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวพันถึงพรรคพลังประชารัฐ จึงไม่ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ เมื่อถามว่าจากนี้พรรคต้องมีการพูดคุยถึงการโพสต์เฟซบุ๊กหรือการแสดงความเห็นหรือไม่ เพราะอาจทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคมีปัญหาความแตกแยกที่ยังไม่จบ นายไพบูลย์กล่าวว่า ใครจะโพสต์อะไรถือเป็นสิทธิส่วนตัว หากไม่เกี่ยวกับพรรคหรือมีการพาดพิงถึงพรรค เราคงจะไปห้ามไม่ได้

    “สิระ”แก้บนไข่ไก่ 9 พันฟองรอดคดีกร่าง

    เมื่อเวลา 09.00 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมากราบไหว้ศาลพระปู่ชัยมงคล และศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ ที่บริเวณชุมชนเคหะแจ้งวัฒนะซอย 5 เขตหลักสี่ โดยได้นำไข่ไก่ 9,000 ฟองพร้อมกับหัวหมู อาหารคาวหวาน ผลไม้ ประทัด รวมถึงมีนางรำถวาย 1 ชุด นายสิระ กล่าวว่า มาไหว้ศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์และศาลพระปู่ชัยมงคล เพราะวันที่ 1 ก.ค.ที่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรับฟังคำวินิจฉัยกรณีที่ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านลงชื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.จากกรณีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าที่ จ.ภูเก็ต ได้มาขอพรและบนเอาไว้ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้อง จึงนำไข่ไก่ 9,000 ฟองมาถวาย หลังเสร็จพิธีจะนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนรอบศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์และศาลพระปู่ชัยมงคล

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ประชาชนในพื้นที่รอบศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์และศาลพระปู่ชัยมงคล ได้ร่วมกันปรับปรุงเปลี่ยนศาลใหม่ ที่ผ่านมาได้มีตัวเลขปรากฏอยู่ 683 ทำให้ประชาชนในพื้นที่โดยรอบ นำตัวเลขดังกล่าวไปเสี่ยงโชค และถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวกันเป็นจำนวนมาก

    รปช.เลือก “ทวีศักดิ์” นั่ง หน.คนใหม่

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารแบงค์ค็อกธนบุรี ฮอลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) มีการจัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2562 เพื่อแจ้งการดำเนินกิจการต่างๆของพรรคที่ผ่านมาให้สมาชิกพรรครับทราบ รวมถึงเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และแก้ไขข้อบังคับพรรค มีนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยรักษาการ กก.บห.คนอื่นๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช.เข้าร่วมด้วย แต่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตหัวหน้าพรรค รปช.ไม่ได้มาร่วม ต่อมาที่ประชุมได้มีมติเลือกนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค รปช.คนใหม่ ส่วนตำแหน่งอื่นที่น่าสนใจ อาทิ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นกก.บห. นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นเลขาธิการพรรค น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ เป็นเหรัญญิกพรรค เป็นต้น

    เปลี่ยนโลโก้พรรค-คงคอนเซปต์เดิม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นพรรค รปช.ยังมีการเปลี่ยนสัญลักษณ์พรรคใหม่ด้วย โดยนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค รปช. กล่าวถึงการเปลี่ยนโลโก้พรรคว่าคอนเซปต์ยังคงเดิมคือวงล้อแห่งธรรม พร้อมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อประชาชนตามเดิม ที่เปลี่ยนโลโก้เพราะเวลาเข้าคูหาเกือบทุกพรรคเป็นวงกลม พรรคเราได้พัฒนาไปเรื่อยๆและทุกพรรคก็พัฒนา ทุกอย่างทำให้เราต้องเปลี่ยนโลโก้ในครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้โลโก้ของพรรคโดดเด่น และจดจำได้มากขึ้นแน่นอน

    “สุเทพ” ชี้ปรับ ครม.ฟังนายกฯคนเดียว

    จากนั้นเวลา 12.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของพรรค รปช.ว่าในส่วนรัฐมนตรีของพรรค รปช.เราได้เสนอชื่อไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีต รมว.แรงงาน ลาออก โดย กก.บห.มีมติ และเลขาธิการพรรค ก็ได้ทำหนังสือถึงนายกฯแล้ว การเลือก กก.บห.วันนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกบุคคลเป็นรัฐมนตรีในนามของพรรค เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า รปช. จะไม่ได้กระทรวงแรงงานเหมือนเดิม นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่า สิ่งที่เราต้องระมัดระวังคือข่าวสารต่างๆมีข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อยสารพัดต้องตั้งสติคิด พิจารณาข่าวสารเหล่านี้ โดยบุคคลที่จะเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณาตัวบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบกระทรวงต่างๆคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น บางคนอาจจะมาสัมภาษณ์ให้ข่าวต่างๆ อย่าไปฟัง ฟังไม่ได้ ฟังได้คนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น

    ยืนกรานจะดูแล ก.แรงงานต่อไป

    นายสุเทพกล่าวว่า ในส่วนกระทรวงแรงงาน พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ รปช.รับผิดชอบงานกระทรวงแรงงาน เมื่อ ม.ร.ว.จตุมงคลลาออกเราได้เสนอชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็น รมว.แรงงานแทน เมื่อนายกฯมอบหมายเราก็ดูแลกันทั้งพรรค ได้ระดมสรรพกำลังและสมองทำโครงการเสนอไปยังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรียบร้อย มั่นใจว่าเรามีความพร้อม เมื่อถามย้ำว่าที่ได้วางแผนการทำงานไว้แบบนี้ แปลว่าปรับ ครม.ครั้งต่อไป รปช.ยืนยันจะดูกระทรวงแรงงานใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า “ถูกต้องครับ” เมื่อถามว่าถ้าไม่ได้กระทรวงแรงงาน นายสุเทพกล่าวว่า อย่าถามเลย มันไม่มีอะไรที่ต้องเป็นถ้าพวกเราฟังนายกฯอย่างเดียว เราไม่ฟังคนอื่น ถ้าเอาพูดกันตามข่าว ต่างคนต่างพูดมันจะมีเรื่องวุ่นวายไปเยอะแยะ บ้านเมืองมีปัญหามากอยู่แล้ว เราต้องไม่สร้างปัญหาเพิ่ม ส่วนที่การฟอร์ม ครม.ครั้งแรก กระทรวงแรงงานเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น นายสุเทพกล่าวว่า ไม่พูดออกไปนอกกรอบนี้ ทุกอย่างเป็นอำนาจของนายกฯจะเป็นผู้ตัดสินใจ ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ท่านทราบดีว่าจะต้องให้ใครรับผิดชอบด้านไหน อย่างไร

    เชื่อ “รบ.ประยุทธ์” อยู่ครบเทอม

    เมื่อถามว่าสัดส่วน ส.ส.ของพรรคอื่นเปลี่ยนบางพรรคมีจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้น แต่ รปช.มีจำนวนเท่าเดิมจะกระทบต่อโควตาของ รปช.หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะนายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้ตัดสินใจแล้วว่าจะชวนพรรคไหนเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง แล้วจะให้พรรคไหนรับผิดชอบงานด้านไหน เมื่อถามอีกว่า หากมีสัญญาณยุบสภาฯหรือเลือกตั้งใหม่ก่อนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะครบเทอม รปช.ต้องเลื่อนประชุมสมัชชาใหญ่ให้เร็วขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ความเห็นเชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ครบเทอม

    กก.ชูจุดแข็ง “ธนาธร” ช่วย กมธ.งบฯ

    วันเดียวกัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 ว่า พรรคก้าวไกลต้องการกระจายการลงทุน กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นฟูได้มากขึ้น ที่ผ่านมานายธนาธรได้พิสูจน์ให้เห็นว่ามุ่งมั่นจริงจังในการทำงานทุกครั้ง นายธนาธรเชี่ยวชาญการกระจายอำนาจและท้องถิ่นมาก พรรคต้องการนำความสามารถตรงจุดนี้เข้าไปช่วยงาน กมธ.งบฯ สัดส่วน กมธ.งบฯของพรรคมียุทธศาสตร์ชัดเจน ไม่ได้จัดสรรเพื่อตอบแทน แต่จัดตามความสามารถของบุคคลที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านเช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดูภาพรวมทางเศรษฐกิจ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เชี่ยวชาญด้านงบฯทหาร และนายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เป็นต้น

    พร้อมเป็นดวงไฟ ปชต.

    นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.สมุทรปราการจากการลงพื้นที่สร้างการรับรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้รับการตอบรับอย่างดี เชื่อว่าเห็นผลงานการทำงานของเราในสภาฯ พรรคก้าวไกลหวังว่าจะได้รับการเลือกจากประชาชนในพื้นที่เป็นตัวแทนเข้าไปทำงานในสภา ชาวบ้านเข้ามาให้กำลังใจเยอะมากและแซวถึงกรณีนายกฯเตือนให้พวกเราระวังตัว การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เข้าไปกาบัตรเลือกตัวแทนเพียงอย่างเดียว แต่จะถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลด้วยว่ามีประชาชนที่จะไม่ยอมจำนนมากขึ้น และไม่พอใจการบริหารงานโดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และการแบ่งผลประโยชน์ทางการเมืองให้แต่ละกลุ่ม พรรคพร้อมทำงานการเมืองรูปแบบใหม่ ได้บอกประชาชนว่าเราจะไม่ยอมให้เงินงบประมาณถูกนำไปแบ่งผลประโยชน์กันแต่ละกลุ่ม หากเลือกพรรคก้าวไกลจะไปช่วยตรวจสอบการใช้งบฯติดตามดูแลให้เกิดประโยชน์ ที่ผ่านมาเรากัดไม่ปล่อยมาตลอด แม้ว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบไป แต่เรายังขอยืนหยัดไม่เคยยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการ เราไม่เคยกลัว จะยอมก้มหัวให้แก่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจเท่านั้น พวกเราพร้อมเป็นดวงไฟความหวังแห่งประชาธิปไตย ยืนยันพรรคก้าวไกลสู้จริง

    “ภราดร” ซัด รบ.สร้างวิกฤติซ้อนวิกฤติ

    พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่า เป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ที่จะรับมือวิกฤติประเทศจากโควิด แผนงานที่จัดเป็นรูปแบบเดิม โดยเฉพาะกองทัพมีการจัดซื้ออาวุธ ทั้งที่ควรชะลอไว้ก่อน เพื่อนำงบฯมาแก้ปัญหาสุขภาพ ตอนนี้ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและการอำนวยความยุติธรรมแก้ความเหลื่อมล้ำ แต่เรื่องเศรษฐกิจพิสูจน์แล้วว่าฝีมือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่ถึง เพราะจัดงบฯขาดดุลปีละประมาณ 5 แสนล้านมาตลอด 6 ปี เมื่อเจอวิกฤติคนคาดหวังต้องมีการปรับ ครม.มาทำหน้าที่แทนทีมเศรษฐกิจชุดเดิม แต่ข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับทีมเศรษฐกิจใหม่ไม่เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน ยิ่งทำให้มองมุมกลับเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติลากประเทศไปสู่ภาวะล้มละลาย

    ขย่มทางออกเดียวต้องเปลี่ยนรัฐบาล

    นายภราดรกล่าวอีกว่า ตอนโควิดกู้มา 2 ล้านล้าน ปี 64 งบฯขาดดุลเพิ่มเป็น 6 แสนล้าน มากกว่าที่ผ่านมา แต่คนมองว่ากลางปีรัฐบาลอาจต้องกู้เงินอีกเพราะปี 63 การเก็บภาษีต่ำกว่าเป้า 1 แสนกว่าล้าน ตัวเลขสะท้อนชัดว่ารัฐบาลนี้แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะความเป็นมาไม่ชอบธรรม ฝีไม้ลายมือไม่ถึง ทำให้คนไม่เชื่อมั่น ยิ่งใช้กฎหมายพิเศษอีก ยิ่งทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุน ทางออกทางเดียวคือต้องเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลนี้เป็นเสียงข้างมากที่ไม่ชอบธรรม เพราะดึงงูเห่าเข้าไป ฝ่ายค้านจึงทำอะไรไม่ได้ ประกอบกับองค์กรอิสระต่างๆยังเป็นที่สงสัยในแง่ความยุติธรรม จึงเป็นที่มาว่าเมื่อจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงคือประชาชนต้องออกมาเรียกร้องเองและจะเป็นที่มาของม็อบต่างๆที่จะเคลื่อนไวเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล คิดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นาน

    พท.แขวะ รบ.นักกู้แห่งเอเชียแปซิฟิก

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีสภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 วาระ แรกเป็นการสร้างสถิติใหม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯคนแรกที่จัดงบฯเองและใช้จ่ายเอง ลักษณะชงเองกินเองยาวนานติดต่อกันถึง 7 ปี รวมเงินสูงถึง 20 ล้านล้านบาท ฉายา “นักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” กำลังยกระดับไปสู่ “นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก” ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จัดทำขึ้นก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด พอเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดรัฐบาลไม่ได้ปรับแก้ให้สอดรับกับสถานการณ์ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต้อง กล้าเสนอแนะแก้ไขและปรับลด พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะทำงานแบบนิวนอร์มอล แต่ที่เห็นในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่มีอะไรใหม่ ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา ไม่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง จัดงบฯแบบเอื้อระบบรัฐราชการและพ่อค้า แบบโอลด์นอร์มอล และแม้งบจะผ่านสภาฯ วาระแรก แต่รัฐบาลน่าจะยังไม่สามารถปรับ ครม.ได้ขณะนี้ ยิ่งปรับยิ่งเกิดแรงกระเพื่อม คนเก่าไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้ามารับเผือกร้อน จะเกิดสภาพเตี้ยอุ้มค่อมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

    ซัดงบไม่ตอบโจทย์ไล่ปรับ ครม.–ยุบสภา

    ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบฯเริ่มไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน การยึดโจทย์เดิมไม่ได้ปรับให้เหมาะกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และใช้ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบฯแบบเก่าไม่ทันสถานการณ์ ประชาชนอยากเห็นงบฯเพื่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และควรเป็นงบฯเพื่อคนไทยทุกคน เขียนมาแบบนี้ทำให้คนไทยอดคิดไม่ได้ว่าจะเอื้อผลประโยชน์แก่กลุ่มใดหรือไม่ คงถึงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตัดสินใจว่าอยากให้ประวัติศาสตร์บันทึกถึงตัวเองอย่างไร นักวิชาการจำนวนมากออกมาพูดแล้วว่าร่างงบฯ ปี 64 ไม่ตอบโจทย์วิกฤติเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน นายกฯคงเหลือแค่ 2 ทางออกคือปรับ ครม.ใหม่ทั้งชุด เลือกคนมีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านมาทำงาน เพื่อให้งานออกมามีประสิทธิผลสูงสุด หรือยุบสภาคืนอำนาจประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครมาบริหารประเทศ

    จวกจัดไม่ตรงปกมุ่งประคองรัฐนาวา

    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.กทม.กล่าวถึงการอภิปรายงบฯปี 64 ว่า จะเห็นว่าเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการทำงานของพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอภิปรายเตือนสติทักท้วง ไม่ให้นายกฯนำพาประเทศเข้าสู่กลียุค การชี้แจงของ ครม.ตลอด 3 วันไม่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้เลย จัดทำงบฯแบบไม่ตรงปก เนื้อในคล้ายกับแผนงบฯ ปี 63 แต่อวดสรรพคุณว่าเป็นยาผีบอก ดีแน่ทั้งที่ปีหน้าปัจจัยลบบานตะเกียง ที่สำคัญสภาพปัญหาขณะนี้และปีหน้าไม่เหมือนกันสิ้นเชิง ทำงบฯปี 64 แบบนี้มีโอกาสสูงจะนำพาประเทศไปสู่กลียุคด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่ประชาชนและความเป็นความตายของประเทศ ครม.ชี้แจงแต่ละประเด็นยิ่งทำให้เห็นว่าเป็นการรักษากระทรวงของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น ไม่ได้สร้างความมั่นใจใดๆให้ประชาชน นอกจากผลประโยชน์ของแต่ละพรรคที่มีรัฐมนตรีเท่านั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกัน เพื่อประคองรัฐนาวาที่เจอพายุทอร์นาโด

    “อนุดิษฐ์”แจงไม่มี ส.ส.เป็น กมธ.ซ้ำ

    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่ม ส.ส.อีสานไม่พอใจการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 ของพรรคซ้ำซ้อนว่า เพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่มี ส.ส.มากที่สุดในสภาฯถึง 134 คน มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก ขณะที่นั่ง กมธ.ในสัดส่วนของพรรคมีเพียง 15 ที่นั่ง จึงไม่สามารถจัดตัวแทนจากทุกจังหวัดไปทำหน้าที่ได้ทั้งหมด แต่ปีต่อๆไปคงจัดสรรให้สมาชิกที่ยังไม่ได้รับเลือกครั้งนี้เข้าทำหน้าที่ได้ เมื่อถามว่าแต่มีบางจังหวัดมี กมธ.ถึง 2 คน น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ถ้าพิจารณาดูให้ดีจะไม่มี ส.ส.จังหวัดเดียวกันเข้าไปเป็น กมธ.เกิน 1 คน ที่ว่าซ้ำซ้อนกันเป็นบุคลากรอาวุโสและไม่ได้เป็น ส.ส.จะลงไปช่วยทำหน้าที่ภาพรวม สนับสนุนการทำงาน ส.ส.ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ พรรคให้ความสำคัญและถือว่าหากมีความไม่สบายใจเกิดขึ้นต้องทำความเข้าใจ หัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคทุกคน เน้นยุติธรรมโปร่งใส ตรวจสอบได้ เชื่อว่าคงทำความเข้าใจได้ เพราะที่ผ่านมาพรรคเน้นให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมอยู่แล้ว ที่สุดแล้วเชื่อว่าจะทำความเข้าใจกันได้แน่นอน

    10 ก.ค.ชัดปรับเปลี่ยน กก.บห.หรือไม่

    เมื่อถามถึงการประชุมวิสามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 10 ก.ค. เวลา 10.00 น. มีระเบียบวาระสำคัญคือกำหนดวันเวลาสถานที่และระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี กำหนดจำนวนผู้แทนสาขาและสมาชิกที่จะเข้าร่วมประชุมรวมถึงการพิจารณาเรื่องอื่นๆที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อนำมติกรรมการบริหารพรรคเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีต่อไป เมื่อถามว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคเข้าไปเพิ่มเติมในส่วนที่ออกไปให้ครบตามข้อบังคับ ในการประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 10 ก.ค. จะขอหารือที่ประชุมว่าจะแต่งตั้งเพิ่มเติมหรือปรับปรุงรายชื่อกรรมการบริหารพรรคเดิมหรือไม่ คงต้องรอมติที่ประชุมก่อนถึงจะชัดเจนว่าจะมีการปรับปรุงกรรมการบริหารพรรคในการประชุมสามัญประจำปีหรือไม่

    “ทวี” ฉะประดิษฐ์คำเลี่ยงวินัยการคลัง

    พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ในฐานะ กมธ.งบฯปี 64 กล่าวว่า คณะ กมธ. จะเริ่มประชุมวันที่ 8 ก.ค. ร่าง พ.ร.บ.งบฯที่รัฐบาล จัดทำขึ้นมีจุดอ่อนหลายประการ อาจเรียกได้ว่าจัดงบฯที่สร้างความอ่อนแอให้ประชาชน เงินถูกใช้เป็นงบฯรายจ่ายประจำมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 76.5 ของงบฯทั้งหมด ฝั่งรายได้ปีนี้ แม้คาดการณ์ว่าเก็บภาษีได้ 2.67 ล้านล้านบาทเศษ มีผู้เกี่ยวข้องออกมาสัมภาษณ์แล้วว่าไม่น่าจะเก็บถึง 2.5 ล้านล้านบาทเศษด้วยซ้ำ จึงอยากให้การพิจารณาครั้งนี้เป็นระบบเปิด ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอข้อมูล ถ้าไม่ผิดกฎหมายควรเปิดให้สื่อมวลชนถ่ายทอด และรัฐบาล สำนักงบประมาณต้องมีข้อมูลเพียงพอให้ กมธ. อีกประเด็นมีงบฯผูกพันข้ามปีที่เป็นภาระ เช่น ซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ หรือก่อสร้าง รวมแล้วมีจำนวนมาก น่าจะเกินเพดานร้อยละ 10 ของงบฯประจำปีตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังห้ามไว้ ทราบว่ารัฐบาลและสำนักงบประมาณประดิษฐ์คำขึ้นเป็นรายการใหม่ที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย ต้องหาข้อยุติมิเช่นนั้นจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    “คึก” หวั่นฆ่าตัวตาย-อาชญากรรมพุ่ง

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้สึกหวั่นวิตกกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการรับมือเศรษฐกิจหลังวิกฤติไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้นไป และมาตรการเยียวยาจากรัฐบาลเดือน สุดท้ายผ่านไปแล้ว ทำให้ประชาชนไม่มีรายได้จากการประกอบอาชีพหรือการทำมาหากิน จึงทำให้เกิดสภาพคล่องไม่มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือน ถ้ารัฐบาลไม่สามารถระดมเม็ดเงินงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมจำนวน 4 แสนล้านบาท ได้อย่างทันท่วงที จะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมาอย่างแน่นอน เช่น ปัญหาอาชญากรรม การปล้นจี้ ปัญหายาเสพติด และการฆ่าตัวตายตามมาอีก

    จี้เร่งอนุมัติโครงการฟื้นฟูประเทศ

    “อยากให้รัฐบาลได้เร่งผลักดันงบประมาณจำนวน 4 แสนล้านบาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมออกมาให้เร็วที่สุด ขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการล่าช้า จนถึงขณะนี้มีโครงการที่หน่วยงานจากกระทรวง กรม จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอโครงการมาเพื่อพิจารณาทั้งหมด 4.6 หมื่นโครงการ วงเงินงบประมาณรวม 1.4 ล้านล้านบาท แต่คณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ ได้คัดเลือกอนุมัติโครงการได้ 196 โครงการ วงเงินประมาณ 9.4 หมื่นล้านเท่านั้น ยังไม่ถึง 25% ของวงเงินงบฯ 4 แสนล้านบาท บางโครงการที่ผ่านการคัดเลือก ไม่ตรงกับเป้าหมายหรือตอบโจทย์ให้ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงด้วย” นายเทพไทกล่าว

    าวบ้านยี้ทีม ศก.พปชร.แย่ลง

    วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่อง “ถ้าวันนี้เลือกตั้งพรรคใดชนะ” จาก 1,075 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 3-5 ก.ค. พบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนภายหลังจากที่พรรคพลังประชารัฐเปิดเผยคนที่จะให้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.3 ระบุแย่ลงกว่าทีมเดิม ขณะที่ร้อยละ 32.7 ระบุว่าดีกว่าทีมเดิม เมื่อถามถึงการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาวิกฤติต่างๆ ของประเทศและประชาชน ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.9 สนับสนุน ขณะที่ร้อยละ 43.1 ไม่สนับสนุน

    ถ้า ลต.วันนี้เลือกก้าวไกลเฉือน พท.

    เมื่อถามถึง ส.ส.ของพรรคการเมืองที่เคยเลือกในการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2562 พบว่า ร้อยละ 18.9 ระบุพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.6 ระบุพรรค พลังประชารัฐ ร้อยละ 15.1 ระบุพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 11.7 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.2 ระบุพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 2.6 ระบุพรรคชาติไทยพัฒนา แต่เมื่อถามถึง ส.ส.ของพรรคการเมืองที่จะเลือก ถ้าวันนี้เลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 16.7 จะเลือกพรรคก้าวไกลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากพรรคอนาคตใหม่ชื่อเดิม รองลงมาคือร้อยละ 15.7 ระบุพรรคเพื่อไทย ลดลงเล็กน้อย

    ปชป.-พปชร.เรตติ้งทรุดอย่างมีนัยสำคัญ

    นายนพลกล่าวอีกว่า ขณะที่ร้อยละ 8.7 ระบุพรรคประชาธิปัตย์และร้อยละ 8.3 ระบุพรรคพลัง-ประชารัฐ ซึ่งทั้งสองพรรคได้รับความนิยมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ร้อยละ 6.0 อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกจำนวนมากหรือร้อยละ 41.2 ระบุอื่นๆ เช่น ต้องการเลือกพรรคการเมืองที่ทำ “การเมืองใหม่” และบางส่วนจะเลือกพรรค การเมืองอื่นๆ ตามลำดับ

    นิด้าโพลเชียร์ปรับ ครม.ทั้งคณะ

    ขณะที่ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ปรับ ครม.?” ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย. จาก 1,251 หน่วยตัวอย่าง โดยคำถามถึงการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบว่าร้อยละ 43.09 ระบุควรปรับ ครม.ทั้งคณะ เพราะการบริหารงานที่ผ่านมายังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ยังไม่มีผลงานเด่นชัด อยากให้ท่านอื่นลองเข้ามาบริหารบ้าง ร้อยละ 39.89 ระบุควรปรับ ครม.บางตำแหน่ง เพราะบางคนยังทำงานไม่ตรงกับตำแหน่งที่ได้รับ อยากได้บุคคลเข้ามาทำงานเหมาะสมกับ ตำแหน่ง ร้อยละ 16.95 ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาปรับ ครม. อยากให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หมดจากประเทศก่อน

    หนุนเด้ง “อุตตม” พ้นขุนคลัง

    เมื่อถามถึงการปรับ นายอุตตม สาวนายน ออกจาก รมว.คลัง ร้อยละ 44.76 ระบุควรถูกปรับออก เพราะการบริหารงานล่าช้า ผลงานยังไม่มีความโดดเด่น ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ ร้อยละ 38.61 ระบุว่าไม่ควรถูกปรับออก เพราะทำงานดีอยู่แล้ว นโยบายช่วยเหลือประชาชนดี ควรให้โอกาสในการดำรงตำแหน่ง ต่อไปก่อน ส่วนการปรับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจาก รมว.พลังงาน ร้อยละ 41.17 ระบุควรถูกปรับออกจากตำแหน่ง เพราะไม่มีผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ อยากได้บุคคลที่ตรงกับตำแหน่งเข้ามาทำงานมากกว่า ร้อยละ 36.05 ระบุไม่ควรถูกปรับออกจากตำแหน่ง เพราะผลงานที่ผ่านมายังดีอยู่ อยากให้โอกาสอยู่ในตำแหน่งต่อเพื่อดูผลงานต่อไป สำหรับการปรับ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ออกจาก รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร้อยละ 37.73 ระบุไม่ควรถูกปรับออก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ควรให้โอกาสในการดำรงตำแหน่งต่อไปก่อน ร้อยละ 36.45 ระบุควรถูกปรับออกจากตำแหน่ง เพราะผลงานยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ไม่มีการพัฒนา ไม่มีประสิทธิภาพ

    “อ.แหม่ม” มือไม่ถึง หน.ทีม ศก.พรรค

    เมื่อถามถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐของโฆษกรัฐบาล นาง ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.44 ระบุว่าไม่เหมาะสม เพราะยังขาดประสบการณ์การทำงานทางด้านเศรษฐกิจ ผลงานยังไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควร และการทำงานยังสู้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดิมไม่ได้ รองลงมา ร้อยละ 32.45 ระบุว่าเหมาะสม เพราะมีความสามารถในการแจกแจงปัญหาได้ชัดเจน มีเหตุมีผล และอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น

    “ศรี” จ่อร้อง กมธ.สอบ ผช.รมต.คนดัง

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยกล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการในหลายจังหวัดภาคเหนือว่ามีการแอบอ้างการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน และรวบรวมสมาชิกในพื้นที่ โดยกล่าวถึงชื่อกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีชื่อดังท่านหนึ่ง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ที่แปรพักตร์ว่าไปข่มขู่ข้าราชการให้สนับสนุนและผลักดันการตั้งวิสาหกิจชุมชนอย่างเร่งรีบ ทั้งๆที่ชาวบ้านยังไม่มีความพร้อม เพราะต้องการตัวเลขปริมาณวิสาหกิจชุมชนเยอะๆ เพื่อนำมาเสนอนายกฯหวังขอส่วนแบ่งใช้เงินกู้ สนับสนุนและผลักดันโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนและประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 วงเงิน 4 แสนล้าน

    ถือเงินคุมตั้งวิสาหกิจชุมชนหมื่นกลุ่ม

    “การข่มขู่ข้าราชการ โดยไปอ้างว่ามีสมาชิกมากกว่า 28,850 หมู่บ้าน จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแล้ว 3,058 กลุ่ม และมีเป้าหมายตั้งให้ได้ 10,000 กลุ่ม รวมกันเป็นเครือข่ายที่รับผิดชอบจากสมาชิกภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ของประเทศไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีและอดีตแกนนำเสื้อแดงดังกล่าวจะเป็นผู้บริหารเงินเองถือเป็นข้อพิรุธ ที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ จำต้องนำความไปร้องเรียนให้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาฯ ดำเนินการตรวจสอบต่อไปในสัปดาห์หน้า” นายศรีสุวรรณกล่าว

    “สมชัย” เปิดโปงโกง ลต.ซ่อมลำปางอื้อ

    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับผลการสำรวจเหตุการณ์ทุจริตเลือกตั้งที่เขต 4 ลำปาง โดยระบุว่าหลังจากออกแบบสำรวจเพียง 1 วัน มีผู้ตอบมา 59 ราย โดย 1.การทุจริตกระจายพื้นที่ทุกอำเภอ โดย อ.เสริมงาม มีรายงานมากที่สุด 18 ราย (31%) และ อ.แม่พริก น้อยที่สุด 2 ราย (3.4%) 2.เรื่องที่รายงานมากที่สุด คือการซื้อเสียง 57 ราย (98.3%) เรื่องข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง 33 ราย (56.9%) น้อยสุดคือ สัญญาว่าจะให้ 9 ราย (15.5%)

    โพลชัดกำนัน ผญบ. อสม.ซื้อเสียงหัว 300

    นายสมชัยระบุด้วยว่า 3.เมื่อถามถึงจำนวนเงินที่ซื้อเสียง 56 ราย (96.6%) ตอบตรงกัน คือ 300 บาทต่อหัว 4.คนที่มาซื้อเสียงในพื้นที่มีหลากหลายนับแต่หัวคะแนนในพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน ตามลำดับ 5.เมื่อถามว่า พร้อมที่จะให้การเป็นพยาน หากสามารถรับประกันถึงความปลอดภัยหรือไม่ มีถึง 12 ราย (22.2%) ที่ระบุว่าพร้อม และให้รายละเอียดเกี่ยวกับการติดต่อมา หากใครมีข้อมูลที่ต้องการให้เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งที่ เขต 4 ลำปาง สามารถตอบแบบสำรวจนี้ได้ https://docs.google.com/forms/d/1Azlwe582ihE282MdN3QNABFg670iwKOYGUv5tPhFNTw/edit  เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริต เพื่ออนาคตของลูกหลานที่จะเติบโตในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทุกอย่างที่ท่านตอบจะนำมาประมวลผลทางสถิติและรักษาความปลอดภัยของผู้ตอบสูงสุด อย่างไรก็ตาม สำหรับผลสำรวจดังกล่าวจะเปิดรับให้ร่วมให้ข้อมูลประมาณ 1 สัปดาห์

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาสุเทพ เทือกสุบรรณไพบูลย์ นิติตะวันสิระ เจนจาคะพรรคพลังประชารัฐข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo