ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กุมสภาพการเมือง มุ่งเป้าบ้านเมือง โฟกัสกระบวนท่า “บิ๊กตู่” บริหารอำนาจในภาวะวิกฤติ

    ทีมข่าวการเมือง5 ก.ค. 2563 05:03 น.
    SHARE

    ปฏิทินผ่านพ้นครึ่งปีไปแล้ว

    ตามสภาพการเผชิญวิกฤติไวรัสมรณะโควิด-19 ที่ทอดเวลามากว่า 6 เดือน โดยแนวโน้มสถานการณ์ส่อเค้าวิบากดักรออยู่ข้างหน้า สัญญาณลบเต็มไปด้วยความยากลำบากในห้วงครึ่งปีหลัง

    กับภาวะเศรษฐกิจติดเชื้อโรคระบาด พังระเนระนาดกันทั่วโลก

    “สงครามโรค” สร้างความเสียหายยิ่งกว่า “สงครามโลก”

    แต่ยังเป็นความโชคดีของประเทศไทยและความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.สามารถนำทีมบริหารสถานการณ์ รับมือวิกฤติไวรัสโควิด-19 ได้ติดอันดับเบอร์ต้นๆเทียบกับนานาชาติ

    ตั้งหลักได้ก่อนประเทศอื่น ตามที่นายกฯ ประกาศผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯเปิดยุทธศาสตร์ “รวมไทยสร้างชาติ” ฟื้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตการณ์ด้วยการบริหารตามวิถีใหม่

    ผู้นำยึดแนว “new normal” นำประเทศฝ่ามหันตภัยตามเทรนด์โลก

    ตามโจทย์ท้าทายในการรักษาความปลอดภัยสุขภาพของประชาชนพร้อมๆกับการประคองภาวะปากท้องของผู้ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด สถานการณ์เศรษฐกิจที่ลำบากกันทั่วโลก

    อารมณ์ผู้คนกลัวอดตายตีคู่มากับกลัวติดโรคระบาดตาย

    ล่าสุด ศบค.ได้มีมติผ่อนคลายระยะ 5 อาทิ ให้โรงเรียนเปิดเรียนได้ทั้งหมด ให้สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ โรงเบียร์ เปิดได้ไม่เกิน 24.00 น. และรักษาระยะห่าง อีกทั้งต้องลงทะเบียนเข้าออกสถานที่

    ปล่อยฟรีกิจการจำเป็นในลำดับท้ายๆ ให้กลับสู่โหมดธุรกิจเดินหน้าต่อได้

    หมุนฟันเฟืองเศรษฐกิจภายในที่ฝืดเคืองจากมาตรการล็อกดาวน์นานกว่า 3-4 เดือน ขณะที่มาตรการช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังจ่ายเงิน 5,000 บาทให้คนตกงาน 3 เดือน สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน

    จำเป็นต้องเปิดให้ประชาชนมีช่องทางหารายได้เลี้ยงปากท้อง

    มันคือโจทย์โคตรหินของฝ่ายบริหาร ท่ามกลางสัญญาณร้ายแทบไร้ปัจจัยบวก

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

    ล่าสุดตอกย้ำด้วยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญธนาคารโลก “เวิลด์แบงก์” ประเมินตัวเลขคนไทยตกงานจากโควิด-19 กว่า 8.3 ล้านคน ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปีถึงจะเริ่มฟื้น

    เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง หมดยุครุ่งเรือง

    ในจังหวะที่ต้องเร่งฟิตเครื่องยนต์ที่กำลังติดๆ ดับๆ ตามโปรแกรมที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯระบุ จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เวลา 10.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคมนี้ โดยจะพิจารณา 2 เรื่อง เกี่ยวกับการติดตามภาวะเศรษฐกิจ และพิจารณาเรื่องวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

    ถือเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย

    “บิ๊กตู่” กดปุ่ม “รีสตาร์ต” ครม.เศรษฐกิจ ต่อเนื่องกับจังหวะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กับนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เดินสายประชุมหน่วยงาน กระตุ้นคณะทำงานแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤติไวรัส เกาะติดนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบวันต่อวัน

    มันบ่งบอกถึง “มหาวิกฤติ” ที่จ่อปากประตูบ้าน

    อาการหัวหมุนของ “สมคิด” สะท้อนชักช้าไม่ทันกาลกับภารกิจสนับสนุน “บิ๊กตู่” สู้เดิมพันอนาคตประเทศไทย

    “เหวนรก” เศรษฐกิจโควิด ดักอยู่โค้งอันตรายข้างหน้า

    แต่นั่นก็ยังไม่วายต้องพะว้าพะวังกับแรงเสียดทานทางการเมือง เมื่อชื่อของ “สมคิด” กลายเป็นตัวเอกตามท้องเรื่อง ถูกลากนัวเนียกับเกมช่วงชิงอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ ต่อเนื่องถึงศึกชิงเก้าอี้รัฐมนตรี

    ภายใต้ปฏิบัติการล้าง “เทคโนแครต” มือบริหารอาชีพทีม 4 กุมาร

    เปิดทางกระบวนการรื้อโควตา เกลี่ยอำนาจและผลประโยชน์กันใหม่ ภายหลังยุทธการแห่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

    นายอุตตม สาวนายน

    กลุ่มก๊วนอำนาจใหม่ยกระดับไล่อัด “สมคิด” เปิดเกมรุกฆาตขุน

    ปรากฏการณ์แบบที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เล่นบทห้าวท้าชกข้ามรุ่น เปิดหน้าไล่นายสมคิดพ้นรัฐบาล อ้างนโยบายเศรษฐกิจล้าหลัง

    อย่าอยู่เป็นตัวปัญหา ขวางลำมือเศรษฐกิจทีมใหม่

    จังหวะไล่เลี่ยสคริปต์เดียวกับนายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ และนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ยี่ห้อ พปชร. ที่ดาหน้าประสานเสียงโห่ วิพากษ์วิจารณ์มือเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งรัฐบาล

    ว่ากันถึงขั้น “รวมหัว” บอยคอต ล็อบบี้ ส.ส.ไม่ให้เคารพ

    เปิดเกม “รบแรง” แบบไม่ปรานีปราศรัย ไม่ต้องพูดถึงสัมมาคารวะ ตามสถานะที่เข้าใจได้ว่านายชัยวุฒิคือคนก๊วนเดียวกับ “เสี่ยยักษ์” นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล นายชัยวัฒน์เป็นมือไม้สายตรงของ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ขาใหญ่ทีมภาคกลาง ส่วนนายภิญโญคือสมาชิกกลุ่มสามมิตร คนสนิทของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม

    ทีมงาน “บ้านป่ารอยต่อฯ” ย้ำธง แซะ “สมคิด-4 กุมาร”

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

    ตามอาการออกตัวของลูกพี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” แก้ต่างแทนลูกพรรคสายแห่ แค่อารมณ์ของ ส.ส.ที่กลัวยุบสภา ผวากับมุมวิเคราะห์ของนายสมคิดที่อ้างอิงสถานการณ์รับมือเศรษฐกิจของรัฐบาลประเทศสิงคโปร์

    ล้มกระดานเลือกตั้งใหม่ ในช่วงที่ฝั่งรัฐบาลได้เปรียบ

    คนละเรื่องเดียวกันกลายเป็นเหตุพาลกระแทกชิ่ง “สมคิด” ได้แบบแรงๆ

    และยังได้เหลี่ยมกลบกระแส แก้เกมในจังหวะเดินหมากกระดานแรกพลาด จากการที่ “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โชว์วิสัยทัศน์ประเดิมเปิดตัวนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ นั่งแป้นเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

    ทิ้งไพ่ผิด ถูกโห่ฮา จนใส่เกียร์ถอยแทบไม่ทัน

    โดยสถานการณ์ยิ่งตอกย้ำความสำคัญ กระตุกภาพความโดดเด่นของทีมรัฐมนตรี 4 กุมาร นายอุตตม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯ เทียบกับทีมเศรษฐกิจมือใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ดรีมทีมของ พล.อ.ประวิตร

    ห่างชั้นกับทีมเทคโนแครตยี่ห้อ “สมคิด”หลายขุม

    ตามจังหวะแซะทีม 4 กุมารที่ยากอยู่แล้ว แนวโน้มยิ่งเหนื่อยไปกันใหญ่

    นั่นจึงไม่แปลกที่จะได้เห็นอาการเร่งเกมแตกหัก ขุมอำนาจใหม่ค่ายพลังประชารัฐใต้ปีก “บิ๊กป้อม” เปิดหน้าท้ารบกับ “สมคิด” อาจารย์ใหญ่ของทีม 4 กุมาร

    ลากคนที่ตีกรรเชียงอยู่วงนอก มาคลุกวงในเกมตะลุมบอน

    แต่แน่นอน ด้วยมุกตื้นๆตามรูปการณ์ก็เหมือนอีกฝ่ายจะอ่านเกมทะลุปรุโปร่ง จับทางโคตรเซียนระดับ “สมคิด” ไม่พลาดหลงเหลี่ยมเกมยุทธ์ “เหรียญสิบ” แลก “แบงก์พัน”

    ไม่มีสัญญาณตอบรับหรือการตอบโต้ใดๆจากรองนายกฯมือเศรษฐกิจ

    เครดิตระดับ “สมคิด” ไม่ยอมลดชั้นไปต่อยมวยวัด

    ที่ต้องโฟกัสจริงๆก็คือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เอ่ยปากปรามนายชัยวุฒิกรณีออกมาไล่นายสมคิด เตือนให้เบาๆหน่อย สะกิดกันกลางสภาต่อหน้าผู้คนสัญญาณเข้มในระดับที่นายชัยวุฒิต้องพลิกลิ้น เสียงอ่อยทันใด

    ออกตัวไม่ได้ไล่นายสมคิด แค่พูดด้วยความหวังดี

    ต่อเนื่องกับการตอบคำถามนักข่าวทำเนียบฯหลังประชุม ครม.ที่ “บิ๊กตู่” เน้นเลือกตอบคำถามว่าด้วยกรณีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารในพรรคพลังประชารัฐ ที่นายอุตตมกับนายสนธิรัตน์ หลุดโพย โดยที่นายกฯย้ำชัดๆ “ท่านก็ทำงานอยู่กับผมดีมาตลอดและก็มีการสั่งในห้องประชุม แล้วทำไมต้องคุย เป็นเรื่องของพรรค”

    ไม่นับการประกาศในที่ประชุม ครม.ก่อนหน้า ยืนยันอำนาจปรับ ครม.เป็นของนายกฯแต่เพียงผู้เดียว ใครมีปัญหาอะไรมั้ย หรือการกระแทกผ่านนักข่าว ปัดคำถามปมปรับ ครม. ไม่มีปรับ อย่าทำเป็นหูตึง

    “บิ๊กตู่” ขึงพืดเกมแซะ “สมคิด” โละทีม 4 กุมาร

    แอ่นอกเป็นปราการด่านสุดท้าย สกัดเกมบุกของทีมแห่ “บิ๊กป้อม” ขีดวงการปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ จำกัดโซนไม่เกี่ยวกับการปรับ ครม.ห้ามยุ่มย่ามตึกไทยฯ

    ล้อกับหลักการหรูที่นายกฯประกาศยึดการบริหารวิถีใหม่กู้เศรษฐกิจโควิด

    “บิ๊กตู่” ทำให้สังคมที่รอดูภาคปฏิบัติ ได้เห็นความเป็นรูปธรรม ท่ามกลาง “มหาวิกฤติ”

    ด้วยสถานะต้นทุนหน้าตักที่มากกว่าใคร คะแนนนิยมผูกติดอยู่กับตัว ไม่ต้องกลัวเสียงขู่นักเลือกตั้งอาชีพ ถึงจุดไม่ต้องผวาถ้าไม่มี “พี่ใหญ่” คอยคุ้มกันหลัง ผู้นำถือดาบยุบสภา เอื้อต่อการกุมสภาพการเมืองเน่าๆ

    ผู้นำมุ่งเป้าบ้านเมืองมาก่อน ภูมิคุ้มกันธรรมชาติแน่นปึ้ก.

    “ทีมการเมือง”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาทีมเศรษฐกิจปรับครม.พรรคพลังประชารัฐประวิตร วงษ์สุวรรณ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้