สมช. ขอบคุณความร่วมมือหลังคลายล็อกเฟส 5 ย้ำ หากพบฝ่าฝืนสั่งปิดทันที

ข่าว

สมช. ขอบคุณความร่วมมือหลังคลายล็อกเฟส 5 ย้ำ หากพบฝ่าฝืนสั่งปิดทันที

ไทยรัฐออนไลน์

3 ก.ค. 2563 15:33 น.

บันทึก

เลขาฯ สมช. เผยประเมินผลคลายล็อกเฟส 5 ทุกวัน ยังไม่พบฝ่าฝืน ขอทุกฝ่ายเข้มงวดต่อเนื่อง ย้ำ หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการพร้อมลงโทษและสั่งปิดทันที คาด ได้ข้อสรุปทราเวลบับเบิลกลางเดือนหน้า

วันที่ 3 ก.ค. 2563 พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณามาตรการผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์หลังผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 5 ไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า มีการประเมินทุกวัน ซึ่งหลังเปิดเทอม 2 วันแรกก็ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนต่างๆ เป็นอย่างดี ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนสถานบันเทิง ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงจะมีการเข้าไปตรวจสอบทั้งที่มีการแจ้งล่วงหน้าและไม่แจ้งล่วงหน้า แม้ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ก็ต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดยการสวมหน้ากาก การรักษาระยะห่าง และต้องลงทะเบียนเช็กอิน-เช็กเอาต์ ทั้งนี้ หากสถานที่ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการจะต้องถูกลงโทษและสั่งปิดทันที

พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แต่เป็นชุดเล็กเพื่อประเมินสถานการณ์รายวัน และหารือถึงความเป็นไปได้ของโครงการจับคู่ประเทศท่องเที่ยว (Travel Bubble) เพราะไทยไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวในจำนวนเท่าเดิมได้อีก และต้องมีเงื่อนไขเป็นพิเศษ ที่ต้องมีความมั่นใจว่าสามารถควบคุมนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ รวมทั้งต้องมั่นใจว่านักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่ายในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะต้องดูรายละเอียดในหลายมิติ

ในส่วนของความคืบหน้า Travel Bubble จะต้องทำความตกลงกับประเทศนั้นๆ ก่อน คาดว่าจะมีความพร้อมอย่างเร็วคือช่วงกลางเดือน ส.ค. ขณะนี้มีหลายประเทศติดต่อเข้ามาเป็นคู่ประเทศ แต่มีเพียง 5 ประเทศ ที่มีประสิทธิภาพด้านระบบสาธารณสุขดีใกล้เคียงกับประเทศไทย และมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มาก ซึ่งเป็นประเทศที่ความพร้อมและอยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน (บางมณฑล) ฮ่องกง เกาหลี และสิงคโปร์ ส่วนการอนุญาตให้นักธุรกิจและนักลงทุนเข้าประเทศได้นั้น หากอยู่เกิน 14 วัน จะต้องมีการกักตัวในสถานที่ที่ต้องจ่ายเงินเอง (Alternative State Quarantine) สามารถเลือกโรงแรมที่ได้รับการอนุญาตได้เอง แต่หากมาประเทศไทยไม่ถึง 14 วัน จะมีมาตรการติดตามตัว โดยมีการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นทาง และเมื่อมาถึงประเทศไทยก็จะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้ง และตรวจก่อนเดินทางกลับด้วย

สำหรับการกำหนดการเดินทางเข้า-ออกประเทศของชาวต่างชาตินั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่อาจจะกำหนดไว้ไม่เกินวันละ 200-300 คน พร้อมย้ำว่าตลอดช่วงเดือน ก.ค. จะยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้.

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

นาทีช็อก! "ลูกค้า" แตกฮือออกจากห้างในจีน หลังถูกสั่งล็อกดาวน์ฉุกเฉิน เพราะพบคนติดโควิด-19
03:09

นาทีช็อก! "ลูกค้า" แตกฮือออกจากห้างในจีน หลังถูกสั่งล็อกดาวน์ฉุกเฉิน เพราะพบคนติดโควิด-19

ApplicationMy Thairath

วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2565 เวลา 05:26 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์