ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พลังประชารัฐไล่สมคิด อัดยับทฤษฎีล้าหลัง-ไม่เวิร์ก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ค. 2563 05:25 น.
    SHARE

    แก้เศรษฐกิจไม่ได้ ดันเสนอยุบสภา

    “บิ๊กป้อม” ยันมีชื่อรอง หน.พปชร.ครบแล้ว ตามโควตาจากทุกกลุ่ม เมินคุย “สมคิด” วางแพลนเดินหน้า ศก. “เสี่ยแฮงค์” ลั่นถ้าทำไม่ได้ตามพูดพร้อมพิจารณาตัวเอง ขอโอกาส “เจ๊แหม่ม” พิสูจน์ฝีมือ “ชัยวุฒิ” ห้าวจัดไล่ตะเพิด “สมคิด” ฐานยุให้ยุบสภา ฉะแหลกทฤษฎีล้าสมัยควรเปิดทางให้คนใหม่เข้ามาทำแทน กระทุ้ง “ลุงตู่” โละยกทีม “ภิญโญ” เดือดจัดทีม ศก.สุดห่วยทำชาวบ้านไม่ปลื้ม ถ้าหัวหน้าทีม ศก.ทำไม่ไหวก็เปลี่ยน “ต้องแก้ไขที่ทีมเศรษฐกิจ ไม่ใช่ทีมเศรษฐกิจบริหารไม่ได้แล้วมาเสนอยุบสภา อย่างนี้ไม่ถูกต้อง” “สนธิรัตน์” ไม่ตอบอยู่ พปชร.ต่อ แต่พร้อมหนุนเลขาฯคนใหม่ พท.เย้ยซ้ำ “ซาร์-สมคิด” สารภาพแล้วมือไม่ถึง ฝ่ายค้านรอปูพรมถล่มงบฯ 64 ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งซ่อมแทน “กรุงศรีวิไล”

    รอยร้าวภายในพรรคพลังประชารัฐยากจะประสาน ล่าสุดแกนนำพรรคหลายคน อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหาร พปชร. นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ออกมาไล่ตะเพิดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อย่างดุเดือด หลังเสนอผ่าทางตันการเมืองโดยวิธียุบสภาเหมือนสิงคโปร์

    “บิ๊กป้อม” ตั้งรอง หน.จากทุกกลุ่ม

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เวลานี้ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคได้เลือกไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะเป็นไปตามข่าวหรือไม่ไม่รู้ เพราะไม่ได้ดู แต่มีทุกกลุ่ม บรรยากาศตอนนี้ไม่มีอะไร เรียบร้อยดีทุกอย่าง เมื่อถามว่าตำแหน่งโฆษกพรรคคิดไว้หรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องบอกสื่อด้วยหรือ เดี๋ยวก็รู้เอง เมื่อถามว่าพรรคเตรียมนโยบายด้านเศรษฐกิจสนับสนุนงานรัฐบาลอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องเขียนนโยบายออกมาก่อน เราต้องการ ให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น ต้องให้ ส.ส.ร่วมทำนโยบาย

    ยัน “นฤมล” แค่ทีมร่างนโยบาย

    ผู้สื่อข่าวถามว่าจะประสานกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเดินหน้าเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ส่วนนี้เป็นเรื่องของพรรคไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เมื่อถามว่าได้วางตัวคนที่จะนำเศรษฐกิจพรรคไว้หรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ใช่เรื่องนำทีมเศรษฐกิจ แต่เป็นการเขียนนโยบาย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรค จะคุมทีมงานเขียนนโยบาย ไม่ใช่นำทีมเศรษฐกิจตามข่าว ส่วนใครปั่นหรือสื่อปั่นหรือเปล่าตนไม่รู้ เมื่อถามว่านายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค เป็นผู้ให้ข่าว พล.อ.ประวิตรตอบว่า นายอนุชาไม่ได้พูดเรื่องนี้ เป็นการพูดเรื่องภายในพรรค ไม่ได้พูดเกี่ยวข้องกับรัฐบาล สื่อต้องแยกแยะ เมื่อถามว่าจะวางบทบาท 4 กุมารในพรรคอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่าต้องดูก่อน เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่า 4 กุมารจะลาออก มีการมาปรึกษาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบสั้นๆว่า ไม่มี เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคตั้งความหวังอนาคตไว้อย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่าอยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น ให้เศรษฐกิจฐานรากดี

    “สนธิรัตน์” เบี่ยงคนเชียร์มวยรอง

    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก่อนประชุม ครม. ถึงผลสำรวจความคิดเห็นของซูเปอร์โพลที่ชื่นชมการทำงานของกลุ่ม 4 กุมาร ว่า ไม่อยากพูดเรื่องการเมือง ตอนนี้อยากให้เน้นไปที่การเร่งรัดทำงานแก้ปัญหาโควิด-19 ส่วนเรื่องของโพลถือเป็นกระแสสังคมก็ต้องรับฟัง อะไรเป็นข้อติติงจะนำไปปรับปรุงแก้ไข เราต้องรับฟังทุกฝ่ายไม่ว่าด้านบวกหรือลบ เมื่อถามว่ากระแสขณะนี้คนให้การสนับสนุนมวยรอง นายสนธิรัตน์ตอบว่า อย่าไปคิดแบบนั้น การเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามช่วงเวลา สิ่งสำคัญคืออะไรทำแล้วให้บ้านเมืองแข็งแรงขึ้น แก้วิกฤติต่างๆ คือสิ่งที่ต้องทำ

    พร้อมหนุน “อนุชา” เลขาฯใหม่

    เมื่อถามว่าการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในพรรคทำให้เสียสมาธิหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ก็อย่าเสียสมาธิ เราต้องแบ่งแยกหน้าที่ หน้าที่ที่ รับผิดชอบอยู่ต้องทำให้เต็มความสามารถ เมื่อถามว่าได้ฝากอะไรนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพปชร.คนใหม่ ให้การทำงานราบรื่นหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ได้ให้กำลังใจนายอนุชาตั้งแต่ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรค พปชร. ว่าหากมีอะไรที่ช่วยสนับสนุนได้ตนก็ยินดี เมื่อถามว่าจะยังอยู่กับพรรค พปชร.ต่อหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะคิดหาคำตอบ ส่วนกระแสที่ว่ากลุ่ม 4 กุมารจะไปตั้งพรรคใหม่เพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งหน้านั้นยังไม่ถึงขั้นนั้น เมื่อถามว่านายกฯได้ส่งสัญญาณเรื่องการปรับ ครม.แล้วหรือยัง นายสนธิรัตน์ตอบว่านายกฯยังไม่ได้คุยอะไร

    “ลุงป้อม” ติดงานด่วนอดร่วมวง

    ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ศูนย์ประชุมพรรคพลังประชารัฐ ถนนรัชดาฯ มีการประชุม ส.ส.ประจำสัปดาห์ และถือว่าเป็นครั้งแรกหลังปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค พปชร.ชุดใหม่ แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากติดภารกิจด่วน มอบให้นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุม โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมคึกคัก ขณะที่สมาชิกพรรค อดีตผู้สมัคร ส.ส. มอบดอกไม้สีขาวแสดงความยินดี และให้กำลังใจนายอนุชา รวมถึง กก.บห.คนอื่น เช่น นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นต้น

    “แฮงค์” ชี้รอง หน.ต้องถกอีกรอบ

    นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมพรรคว่า ยังไม่มีการประกาศชื่อรองหัวหน้าพรรค ต้องปรึกษากับ พล.อ.ประวิตรก่อน ยังชี้ชัดไม่ได้มีใครบ้าง หัวหน้าพรรคจะแถลงความชัดเจนเร็วๆนี้ ยืนยันพรรคมีนโยบายเชิงรุกสนองความต้องการประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เชื่อมั่นว่าพรรคจะเดินไปข้างหน้าในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลจะมีมิติใหม่ทางการเมือง สิ่งที่ตนยึดมั่นมาตลอดคือการพูด คิด และทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง ถ้าทำไม่ได้พร้อมจะพิจารณาตัวเอง

    ขอโอกาส “เจ๊แหม่ม” พิสูจน์ฝีมือ

    เมื่อถามถึงกระแสต้านหลังมีชื่อนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก พปชร. จะเป็นผู้ดูนโยบาย ด้านเศรษฐกิจของพรรค นายอนุชาตอบว่าต้องให้ โอกาสคนเข้ามาแสดงฝีมือ ไม่เพียงนางนฤมลเท่านั้น ทุกคนที่มีความตั้งใจ ควรได้รับโอกาสทำงานเพื่อประเทศชาติ ขอย้ำว่าคนมีความตั้งใจและอยากให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยดี ตนไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร หากอาสาเข้ามาทำงานก็ควรได้รับโอกาส ส่วนคำสั่งของศาลฎีกาที่สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เขต 5 จ.สมุทรปราการ แทนนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก พปชร.จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง นายกรุงศรีวิไล ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือก และมั่นใจว่าพรรคยังคงความนิยมและครองเก้าอี้เอาไว้ได้

    “ชัยวุฒิ” ห้าวไล่ตะเพิด “สมคิด”

    นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กก.บห.พปชร. กล่าวว่า อาจมีการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าทีมเศรษฐกิจมีนางนฤมลเพียงคนเดียว ความจริงเรามีทีมคิดเตรียมไว้ มีคนนอกจะเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคจำนวนมากที่ผ่านมาบุคคลที่มีชื่อเสียงอยากเข้ามาช่วยแต่ไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะติดที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่มีทฤษฎีที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ในยุคนี้แล้ว พูดได้ว่าไม่เวิร์ก ทำให้คนใหม่ไม่สามารถเข้ามาได้ คิดว่าถ้านายสมคิดออกไปจะทำให้คนใหม่เข้ามาทำงานได้อีกเยอะ โดยเฉพาะการทำงานด้านเศรษฐกิจ สิ่งที่ตนพูดสะท้อนมาจากความคิดเห็นของประชาชนที่เริ่มเบื่อหน่าย จำเป็นต้องระดมคนใหม่เข้ามาช่วยกัน

    เปิดทางทีม ศก.ชุดใหม่มาทำแทน

    เมื่อถามว่าพูดเช่นนี้หมายถึงต้องการให้นายสมคิดลาออก หรือเรียกร้องให้นายกฯรีบปรับ ครม. นายชัยวุฒิตอบว่า แล้วแต่นายสมคิดจะคิด อยากให้สังคมเข้าใจว่าพรรคเรามีบุคลากรจากทุกภาคส่วนที่จะขับเคลื่อนบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป แต่วันนี้ยังติดขัดเพราะคนเก่าที่ยังอยู่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ทำให้คนใหม่เข้ามาไม่ได้ เมื่อถามว่านายสมคิดยกตัวอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นายชัยวุฒิตอบว่า การยุบสภาไม่ใช่ทางออก เพราะสภาไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกวันนี้ปัญหาอยู่ที่การแก้เรื่องเศรษฐกิจของทีมเศรษฐกิจเอง ต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุด ส่วนสภาฯพร้อมที่จะทำงานดูแลประชาชนต่อ ยืนยันว่าสมาชิกของพรรคส่วนใหญ่มีความเห็นเช่นเดียวกับตน เพราะการปรับเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ของชาติ ไม่ได้แย่งผลประโยชน์กันหรือมุ่งต่อสู้ทางการเมือง แต่เพื่อหาแนวคิดใหม่ และคนใหม่เข้ามาทำงาน ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนเรื่องทีมเศรษฐกิจไม่ใช่ตำแหน่งรองนายกฯเพียงแค่ตำแหน่งเดียว เชื่อว่านายกฯจะพิจารณาในตำแหน่งอื่นๆด้วย เพื่อให้คนเก่ง มีชื่อเสียง มีฝีมือเข้ามาทำงาน พรรคพลังประชารัฐยินดีจะให้คนนอกที่มีฝีมือเข้ามาทำงาน

    “ภิญโญ” เดือดจัดทีม ศก.สุดห่วย

    นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หน้าที่ของนายสมคิดในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องบริหารจัดการให้เศรษฐกิจประเทศเดินหน้าต่อไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ก็เสนอให้ยุบสภา ถือว่าไม่ถูกต้อง เท่าที่ลงพื้นที่มามักโดนประชาชนต่อว่าตลอดว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี โดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอีที่บอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจไม่ถูกทาง ชาวบ้านร้านค้าเล็กๆในหมู่บ้าน มักต่อว่าว่าขายของไม่ได้ พอมาฟังนายสมคิดบอกว่าให้ยุบสภา ก็อยากถามว่าสภาผิดอะไร อย่าไปโยนความผิดให้สภา สภาทำหน้าที่ขับเคลื่อนรวบรวมข้อมูลการแก้ไขปัญหา เพื่อให้รัฐบาลเดินไปให้ถูกทาง แม้เราประสบความสำเร็จเรื่องแก้ปัญหาโควิด-19 ได้แล้ว แต่ตอนนี้เราต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “ผมขอถามหน่อย ถ้ายุบสภาแล้ว ใครจะไปบอกว่าเศรษฐกิจมันไม่ดีอย่างไร ควรจะแก้ไขอย่างไร ถ้าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทำไม่ไหวก็เปลี่ยน ต้องแก้ไขที่ทีมเศรษฐกิจ ไม่ใช่ทีมเศรษฐกิจบริหารไม่ได้แล้วมาเสนอยุบสภา อย่างนี้ไม่ถูกต้อง”

    โหร คมช.ส่งซิกมีปรับ ครม.แน่

    นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายาโหร คมช. เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยังต้องมีหน้าที่ทำต่อไป โดยเฉพาะแก้ปัญหา โควิด-19 ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังต้องร่วมทำงานต่อไป ส่วนการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 เท่าที่ดูภาพไม่น่าจะพลาด จะเกิดขึ้นและลงตัวภายในเดือน ก.ค. ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ปรับหลายสิบตำแหน่ง นายกฯมีรายชื่อในใจไว้หมดแล้ว เพียงแต่ขอเวลาจังหวะที่เหมาะสม เพราะอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายกฯ ขณะที่ทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเท่าที่ดูบางท่านยังอยู่ คนที่ทำงานดีต้องให้อยู่ทำงานต่อ ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึกและ จะมีคนเข้ามาเสริม มีคนนอกที่มีฝีมือเข้ามาด้วย ส่วนโควตารัฐมนตรียังมีอยู่ ทั้งนี้ ต้องปรับรัฐมนตรีที่ทำงานไม่ได้ตามเป้าออก ไม่อย่างนั้นดึงกันไปดึงกันมา รวมถึงอาจมีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามมาร่วมทำงานขับเคลื่อนเพื่อความปรองดอง พ้นวิกฤติ

    เย้ย “สมคิด” สารภาพแล้วมือไม่ถึง

    ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ยกโมเดลการเมืองของสิงคโปร์ขึ้นมา อธิบายให้เห็นภาพชัดด้วยคำพูดของนายสมคิด ก่อนหน้านี้ว่าคนเก่าอยู่แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ควรอยู่คนใหม่ มาทำอะไรไม่เป็นไม่ควรมา เกิดสภาพลักลั่นเป็นสุญญากาศทางการบริหาร คนเก่าจะอยู่ต่อก็คายฟันยาง สารภาพว่ารัฐบาลมีปัญหา มือไม่ถึง จนต้องเสนอให้ยุบสภาเป็นทางออก คนที่มีชื่อจะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ ประชาชนก็ยี้ ไม่เชื่อมั่นกันทั้งเมือง ยึดอำนาจ ยึดเก้าอี้ จนกลายเป็นการยึดโอกาสคนไทย ที่ควรมีความหวังอยู่รอดจากวิกฤติ การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือเสนอยุบสภา สาเหตุหลักอาจไม่ใช่เพราะโควิด แต่เพราะรัฐบาลมือไม่ถึงจนไปต่อไม่ได้ ยังสาละวนอยู่กับโอลด์นอร์มอล แย่งชามข้าว

    ยุบสภาเลือกตั้งต้องใช้กติกาใหม่

    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยกตัวอย่างของสิงคโปร์นั้น บริบทกติกาทางการเมืองระหว่างไทยกับสิงคโปร์ต่างกันมาก แต่พรรคเพื่อไทยไม่กลัวการเลือกตั้ง ขอเพียงกติกาต้องเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม ถ้ารัฐบาลจริงใจต่อประเทศและประชาชน ต้องรีบส่งสัญญาณไปยังกรรมาธิการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ ให้เร่งดำเนินการให้ทันกับสถานการณ์การแก้ปัญหาของบ้านเมือง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

    เพื่อไทยติวเข้ม ส.ส.ซักฟอกงบฯ

    ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวัฒนา เมืองสุข กรรมการยุทธศาสตร์พรรค ประชุมร่วมกับคณะ ส.ส.ที่จะอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐบาลยังจัดงบฯ ปี64 แบบปกติ ไม่ได้มองว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 ไทยจะเจอกับวิกฤติสึนามิทางเศรษฐกิจที่หนักหน่วง เป็นการจัดงบฯ ที่ไม่เหมาะสม ไม่ได้เตรียมความพร้อมรับมือให้แก่ประชาชน สิ่งที่ควรมีก็ไม่มี สิ่งที่ไม่ควร มีกลับมี จัดงบฯอย่างไร้วิสัยทัศน์ คำนึงแต่งบฯด้านความมั่นคง ด้านอาวุธ ก่อสร้าง ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แต่ไม่จัดงบฯ เพื่อการแข่งขันเลย หลายตัวยังซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่อาจนำไปสู่การทุจริต

    หวั่นฉุดประเทศหายนะล้มละลาย

    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า พิจารณาเอกสารงบประมาณ 2564 แล้วรู้สึกไม่สบายใจ สงสัยว่ากระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำไมปล่อยผ่านให้จัดงบฯ ลักษณะนี้ออกมาได้ ขอให้ ส.ส.ของพรรคเชิญชวน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลลงมติไม่รับหลักการ ในวาระ 1 การทำงบประมาณไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การทำงบฯ ปี 64 อาจทำให้ประเทศล้มละลายทางการคลังได้

    “อนุดิษฐ์” ฉะไร้ยุทธศาสตร์-สอดไส้

    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกฝ่ายเริ่มถามหายุทธศาสตร์การใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หรือเงินงบประมาณที่โอนมาจากงบปี 2563 ว่าจะจัดลำดับความสำคัญและมุ่งเน้นการแก้ปัญหาก่อนหลังอย่างไร การที่ รัฐบาลให้หน่วยงานเสนอโครงการเข้าไปแบบต่างคนต่างทำ ไม่เห็นยุทธศาสตร์ภาพรวม ถือว่าเสี่ยงกับการใช้งบแบบไร้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะงบ 4 แสนล้านบาท ที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง มีกระแสข่าวว่ามีรายการประเภทคุณขอมาจำนวนมาก หรือนำโครงการเก่ามาปัดฝุ่นและเสนอเข้าไปใหม่ เพียงแค่เปลี่ยนชื่อ หรือสอดไส้โครงการที่สามารถใช้งบปกติดำเนินการได้ การที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ แสดงว่านายกฯเลือกความมั่นคงของรัฐบาล มากกว่าจะแก้ไขความเดือดร้อนประชาชน

    ภาคธุรกิจแห่ให้กำลังใจรัฐบาล

    วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุม ครม. โดยก่อนประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงนิทรรศการโครงการ “ยืดอายุผลิตภัณฑ์ OTOP อาหารถิ่นรสไทยแท้” จากนั้นนายกฯเดินเยี่ยมชมโครงการ “สยามพิวรรธน์ ไทยช่วยไทย” โดยคณะผู้บริหารบริษัท สยามพิวรรธน์ จํากัด นำโดยนางชฎาทิพย์ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทสยามพิวรรธน์ฯ ที่เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือผู้ที่ถูกเลิกจ้าง ผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 ได้แก่ งานตลาดนัดยิ้มสยาม งานไทยช่วยไทย คือไทยเท่ @ยิ้มไปด้วยกัน และงานเมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม พร้อมเยี่ยมชม “ตลาดรวมใจ ไทยช่วยไทย” โดยกลุ่มเซ็นทรัล นายกฯกล่าวขอบคุณกลุ่มธุรกิจที่เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญช่วยเหลือ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ได้ขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายกฯ พร้อมให้กำลังใจรัฐบาล ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม. กระทรวงวัฒนธรรมได้แจกหนังสือ “กราบพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” เขียนโดย ด.ญ.ติณณา แดนเขตต์ วัย 8 ขวบ โดยนายกฯเปิดอ่านคร่าวๆและเกิดความซาบซึ้งและประทับใจเนื้อหา จึงแจ้งกระทรวงวัฒนธรรมว่าหากมีโอกาสอยากให้พา ด.ญ.ติณณามาเข้าพบที่ทำเนียบ

    “บิ๊กตู่” ลั่นไม่มีนโยบายหนุนทุจริต

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม. ว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงและรับฟังสาระความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ การพูดจาอะไรขอให้ให้เกียรติกัน ที่ผ่านมาพูดกันเยอะว่าต้องใช้งบฯอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ก็มอบนโยบายเสมอ ทุกอย่างต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ “ผมในฐานะผู้นำรัฐบาลไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบ ทำดีก็มี ทำแล้วยังไม่ดีก็มี ก็ต้องเคารพกติกากัน บ้านเมืองก็จะไม่มีปัญหา อย่าไปเอาแบบอย่างที่อื่น เพราะความเป็นมามันคนละอย่างกัน ที่ประชุม ครม.มีการหารือถึงงบประมาณ และเงินทุนที่จะให้เอสเอ็มอี เพื่อประชาชนจะได้เข้าถึงเพราะบางธุรกิจหลายคนบอกว่าเข้าไม่ถึง สาเหตุเพราะไม่ได้ขึ้นทะเบียนอะไรเลย จึงเสี่ยงกับที่จะให้กู้ เพราะเป็นเงินฝากของประชาชน กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่พยายามดูแล ขอย้ำว่าเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงงบฟื้นฟูจากโควิด มอบนโยบายไปแล้วให้เสนอโครงการมาทีละเดือน ไม่ได้ใช้ทีเดียวหมดทั้ง 4 แสนล้านบาท รวมทั้งย้ำเตือนเรื่องการตรวจสอบทุจริต ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ทุกโครงการต้องมีรายละเอียดแผนงาน ไม่ใช่เสนอเพียงกระดาษแผ่นเดียว ยืนยันไม่มีนโยบายสนับสนุนให้ทุจริต ถ้ามีต้องดำเนินการตรวจสอบ

    ศาลสั่งเลือกตั้งซ่อมแทน “กรุง”

    ที่ศาลฎีกา ศาลนัดฟังคำสั่งคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ขอให้ศาลวินิจฉัยกรณี กกต.แจกใบเหลือง ที่มีนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้คัดค้าน กรณีกล่าวหาให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเมื่อวันที่ 3 ก.พ.62 ในงานฌาปนกิจศพชาวบ้านคนหนึ่ง ที่วัดจรเข้ใหญ่ จ.สมุทรปราการ น.ส.สุภาภรณ์ พันโนลิต (ผู้ช่วยหาเสียงให้ผู้คัดค้าน) ไปร่วมงาน และมอบเงินช่วยงานศพเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 1 ใบ บรรจุภายในซองเขียนหน้าซองว่า “กรุงศรีวิไล” ให้แก่ น.ส.เบญจมาศ เท้งบางด้วน เจ้าภาพ และแจ้งว่า ผู้คัดค้านได้มอบเงินช่วยงานศพ โดยศาลพิพากษาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการเขต 5 ใหม่แทนนายกรุง

    กกต.จ่อจัดเลือกซ่อมปากน้ำ

    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ได้รับทราบคำวินิจฉัยของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งสั่งให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ใหม่ภายใน 45 วัน แทนนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกใบเหลืองจากกรณีผู้ติดตามใส่ซองช่วยเหลืองานศพ หลังจากนี้ต้องรอคำวินิจฉัยศาลอย่างเป็นทางการก่อนประสานไปยัง ครม.เพื่อออกพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยจะยึดลำปางโมเดลในการจัดการเลือกตั้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาติงว่าลำปางโมเดล เสี่ยงต่อการสวมสิทธิเพราะผู้ใช้สิทธิสวมหน้ากากนั้น กกต.มีความเข้มงวด การใช้สิทธิต้องถอดหน้า กากเพื่อยืนยันต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย

    ก้าวไกลเปิดซิงส่งคนลงชิง ส.ส.

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลพร้อมส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 เป็นครั้งแรกที่ส่งผู้สมัครลง หลังย้ายจากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบเพื่อสานต่อภารกิจอนาคตใหม่ มีความมุ่งมั่นเพื่อเป็นแสงสว่างแห่งความหวังของประชาชนนำพาประเทศให้พัฒนาไปข้างหน้า ทำให้เสียงของประชาชนดังขึ้น พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ปัญหาความทุกข์ยากได้รับการแก้ไข ยืนยันจะ ต่อสู้ทางความคิดกับการเมืองแบบเก่า ที่มีแต่การแย่งชิงผลประโยชน์ เชื่อมั่นว่าประชาชนจะไม่ยอมจำนนต่อความกลัวที่รัฐบาลพยายามกดเอาไว้อีกต่อไป โดยพร้อมจะส่งเสียงออกมาดังๆด้วยคะแนนที่ท่วมท้นเพื่อให้พรรคก้าวไกลเป็นตัวแทนถือดวงไฟแห่งความหวัง

    “กรุง” ยันไม่เคยทำผิดพร้อมสู้ต่อ

    นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ยืนยันจะลงสมัคร เลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการเขต 5 ตนไม่เคยทำอะไรผิดตั้งแต่ใช้ชีวิตมา แต่กรณีที่เกิดขึ้นเกิดจากคนใกล้ชิดไปใส่ซองช่วยเหลืองานศพ ตนไม่ได้ไปร่วมงาน โดยศาลมีความเมตตาที่ให้ใบเหลืองสั่งเลือกตั้งใหม่ จะลงพื้นที่หาเสียงจนกว่าจะเดินไม่ไหวมั่นใจคว้าชัยชนะได้ ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ชนะคู่แข่งราว 1 หมื่นคะแนน บ้านเกิดก็อยู่ที่นี่ ไม่กังวลว่าประเด็นโดนใบเหลืองจะถูกนำมาโจมตี และไม่มีปัญหาหากพรรคจะส่งคนอื่นลงสมัครแทนตน คาดว่าในวันที่ 16 ก.ค.พรรคจะหารือถึงตัวผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม

    “ก่อแก้ว” เผยแกนนำ นปช.ใจยังปึ้ก

    นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ที่ถูกจำคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ทั้ง 4 คนมี กำลังใจดี จิตใจเข้มแข็ง หนักแน่น ยิ้มสู้ มีปัญหาก็แต่เรื่องของสุขภาพของนายวีระกานต์ นพ.เหวง และนายวิภูแถลง ที่อายุมาก แต่โดยรวมแกนนำทั้ง 4 คน ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเรือนจำ เรื่องการปรับตัวไม่ยากเพราะ 4 แกนนำ ล้วนแต่คุ้นเคยติดคุกกันมาแล้ว และยืนยันว่า จะรักษาตัวดูแลตัวเองอย่างดีจะได้มีแรงต่อสู้กันต่อ

    “เพนกวิน” อารยะขัดขืนฉีกหมาย

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้า สน.ปทุมวัน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชุมนุมรำลึกถึงนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ลานสกายวอล์กแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พากันเดินทางมาจัดกิจกรรมอารยะขัดขืนที่หน้า สน.ปทุมวัน ไม่มอบตัวตามหมายเรียกและฉีกหมายเรียก ก่อนยืนอ่านแถลงการณ์คัดค้านการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่เห็นด้วยกับการถูกแจ้งข้อหามั่วสุมดังกล่าว ก่อนเดินทางกลับทันที โดยมีแนวร่วมยืนให้กำลังใจกว่า 20 คน ถือป้ายข้อความให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้เวลากว่า 40 นาที แยกย้ายกันกลับอย่างสงบ

    ครม.ไฟเขียวชดเชยสงกรานต์

    อีกเรื่อง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้วันจันทร์ที่ 27 ก.ค.เป็นวันหยุดราชการเพื่อชดเชยวันสงกรานต์จำนวน 1 วัน จะทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องกันในสัปดาห์ดังกล่าวเป็น 4 วัน คือวันเสาร์ที่ 25 ก.ค.-วันอังคารที่ 28 ก.ค.อย่างไรก็ตาม ครม.ได้ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาความเหมาะสมของวันหยุด โดยไม่ให้ราชการเสียหายหรือกระทบต่อการบริการประชาชน และให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาตามความเหมาะสม ในการกำหนดเป็นวันหยุดให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1พรรคพลังประชารัฐสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ทีมเศรษฐกิจนฤมล ภิญโญสินวัฒน์กระตุ้นเศรษฐกิจข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้