ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นายกฯ หนุน ชาวบ้านรวมกลุ่ม แปรรูปอาหารถิ่น ขอบคุณ เอกชนช่วย ปชช.สู้โควิด

    ไทยรัฐออนไลน์30 มิ.ย. 2563 13:05 น.
    SHARE

    นายกฯ หนุน ชาวบ้านรวมกลุ่มแปรรูปอาหารถิ่น ผ่านวัตถุดิบพื้นบ้าน สร้างรายได้ครัวเรือน ด้วย “โครงการยืดอายุผลิตภัณฑ์ OTOP อาหารถิ่นรสไทยแท้” ขอบคุณ ภาคเอกชน อีกหนึ่งกำลังช่วย ปชช.ประสบโควิด-19

    วันที่ 30 มิ.ย.63 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นำคณะ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางรชตภรณ์ โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหาร สภาสตรีแห่งชาติฯ นางนิตยา พิระภัทรุ่งสุริยา รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เข้าพบ เพื่อจัดแสดงนิทรรศการ “โครงการยืดอายุผลิตภัณฑ์ OTOP อาหารถิ่นรสไทยแท้”

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปลูกพืชผักนอกจากเพื่อบริโภค ยังนำมาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ต่อยอดครัวไทยสู่ครัวโลก ควรสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มทำการแปรรูป โดยรัฐสนับสนุนอุปกรณ์
    ในการลงทุนประกอบอาชีพ และใช้เทคโนโลยีมาต่อยอดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

    ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินงานร่วมกับสถาบันอาหาร จัดทำ “โครงการยืดอายุผลิตภัณฑ์ OTOP อาหารถิ่นรสไทยแท้” โดยนำสูตรมาตรฐานอาหารถิ่นรสไทยแท้ จำนวน 10 เมนู มาพัฒนาเป็นสินค้าอาหารพร้อมบริโภค สะดวกต่อการรับประทาน มีการทดลองปรับปรุงสูตรการผลิตอาหารถิ่นที่ผ่านการคัดเลือก ให้เหมาะสมต่อการยืดอายุ โดยการนำเทคโนโลยีการผลิต 2 เทคโนโลยีมาใช้ ได้แก่ เทคโนโลยีการยืดอายุด้วยเครื่องฟรีซดราย (Freeze Dryer) หรือเทคโนโลยีการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง และเทคโนโลยีการยืดอายุอาหารโดยใช้เครื่องรีทอร์ท (Retort) หรือเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อภายใต้แรงดัน ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจหากเก็บรักษาให้พ้นความชื้นและแสงแดด สามารถยืดอายุผลิตภัณฑ์ได้ยาวนานกว่า 1 ปี

    โดยมีเป้าหมายจัดทำเป็นสินค้าต้นแบบ เพื่อให้เกิดการผลิตสู่เชิงพาณิชย์และดำเนินการทดสอบตลาดแบบครบวงจร สินค้าได้รับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่นำมาใช้ และใช้ตราสัญลักษณ์หรือแบรนด์ OTOP Thai Taste ระบุข้อมูลโภชนาการต่อหน่วยบริโภค และจุดเด่นเรื่องราว (Story) ของผลิตภัณฑ์ ลงบนฉลากบรรจุภัณฑ์ ตามมาตรฐานสินค้าระดับสากล คาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 36 โดยสินค้าต้นแบบที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีฟรีซดราย ในอนาคตตั้งราคาจำหน่ายไว้ 89 บาท ส่วนสินค้าที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีรีทอร์ท จะจำหน่ายในราคา 50 บาท จากเดิมที่ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าแบบปรุงสดได้ในราคาประมาณ 30 บาทเท่านั้น

    จากการดำเนินงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบและเกิดการจ้างงานภายในชุมชนที่ร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 50 ชุมชน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 4.2 ล้านบาท

    โดยได้มีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 50 ราย จาก 24 จังหวัด 5 ภูมิภาค เพื่อให้เข้าร่วมโครงการฯ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการยืดอายุผลิตภัณฑ์ผ่านระบบออนไลน์ ด้วยการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม และประเมินองค์ความรู้ผ่านทางโทรศัพท์ และผลักดันสินค้าต้นแบบสู่ตลาด

    โดยได้คัดเลือกเมนูอาหารถิ่นรสไทยแท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน วัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนประกอบจากพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านในชุมชน จำนวน 10 เมนู เป็นเมนูอาหารถิ่นรสไทยแท้พร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์ “OTOP Thai Taste” เก็บรักษาได้นานกว่า 1 ปี ได้แก่ แกงฮังเลไก่ น้ำยา(น้ำเงี้ยว) มัสมั่นไก่ แกงไตปลา ต้มโคล้งปลาย่าง แกงป่าไก่ น้ำยาป่า แกงเห็ด แกงส้มมะละกอ และแกงกระวานไก่ ปรับปรุงสูตรและพัฒนากระบวนการผลิตด้วย 2 เทคโนโลยียืดอายุผลิตภัณฑ์ ทั้งจากเครื่องฟรีซดราย(ทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง) และจากเครื่องรีทอร์ท(ฆ่าเชื้อภายใต้แรงดัน) พร้อมทยอยส่งทดสอบตลาดทั่วประเทศ คาดกระจายครบทุกจังหวัด 205,000 ชิ้น ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบและเกิดการจ้างงานภายในชุมชนที่ร่วมโครงการฯ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 4.2 ล้านบาท สามารถเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ OTOP อาหารถิ่นรสไทยแท้ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

    จากนั้น นายกฯ เยี่ยมชมโครงการ “สยามพิวรรธน์ ไทยช่วยไทย” โดยคณะผู้บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จํากัด ที่ได้เปิดพื้นที่จําหน่ายสินค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกเลิกจ้าง ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้แก่ งานตลาดนัดยิ้มสยาม งานไทยช่วยไทย คือไทยเท่ @ยิ้มไปด้วยกัน” และงานเมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม พร้อมเยี่ยมชม “ตลาดรวมใจ ไทยช่วยไทย”โดยกลุ่มเซ็นทรัล สนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นคนไทยในรูปแบบโลคอล มาร์เก็ต ออมนิแชนแนล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใน 106 ศูนย์การค้า จาก 44 จังหวัด โอกาสนี้นายกฯ ให้กำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 พร้อมขอบคุณกลุ่มธุรกิจที่เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลเตรียมสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและการบริการเพื่อให้ประเทศไทยสามารถพลิกฟื้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล โดยผู้ประกอบการ SMEs ได้ขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายกฯ พร้อมให้กำลังใจรัฐบาลด้วย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ไวรัสโคโรนาข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้