ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "ปิยบุตร" ให้กำลังใจ "โตโต้" หวิดถูกรวบ กิจกรรม รำลึก 88 ปี "2475"

    ไทยรัฐออนไลน์24 มิ.ย. 2563 16:09 น.
    SHARE

    "ปิยบุตร" รุดให้กำลังใจ "โตโต้" หวิดถูกรวบ ระหว่างรำลึก 88 ปี 2475 เมื่อเช้า ชี้ กระบวนการนำ ก.ม.มาเป็นเครื่องมือปิดกั้น การแสดงออกยังคงเข้มข้น-อัดนี่คือเครื่องพิสูจน์รัฐบาลคง พ.ร.ก.เพื่อคุมม็อบ

    วันที่ 24 มิ.ย. ที่สถานี สน.ชนะสงคราม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้เข้าให้กำลังใจ นายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) นักกิจกรรมและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.กาฬสินธุ์ จากกรณีที่ นายปิยรัฐ ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกครบรอบ 88 ปี การอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 เมื่อย่ำรุ่งวันนี้ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ติดตามตัวและพยายามเข้าควบคุมตัวโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะมาทราบทีหลังว่าเจ้าหน้าที่ต้องการตัวไปดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งนายปิยรัฐได้เดินทางมาเข้ามอบตัวที่ สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เมื่อเที่ยงวันนี้

    นายปิยบุตร ได้เดินทางมาถึงในเวลาประมาณ 12.30 น. ก่อนเข้าพบให้กำลังใจนายปิยรัฐ และพูดคุยเรื่องรายละเอียดของคดีความที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนพร้อมกัน

    โดยนายปิยบุตร ระบุว่าสำหรับกรณีนี้ ส่วนตนมีความคิดเห็นว่า ที่ผ่านมาในช่วงที่ คสช.ครองอำนาจ มีการนำกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อจัดการฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐบาลเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเข้าสู่ยุคที่เป็นรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว คสช.หมดอำนาจไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีการใช้กลไกกฎหมายเป็นเครื่องมืออยู่ไม่น้อยไปกว่าเดิม มีการนำเทคนิคใหม่ๆ มาใช้มากมาย เช่น

    การนำกฎหมายอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมมาใช้ เพื่อจำกัดการแสดงออกของประชาชน เช่น กิจกรรมแขวนผ้าและผูกโบสีขาวของกลุ่มนักศึกษา ในช่วงที่ผ่านมา ที่ถูกแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ความสะอาด หรือล่าสุด กรณีการเรียกร้องเรื่องสิทธิ์เงินประกันสังคมที่สกายวอล์ก ช่องนนทรีย์ เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ถูกดำเนินคดีตามข้อหาการกระทำอันควรให้เกิดอนาจารต่อธารกำนัล

    ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่มีเจตนาต้องการนำกฎหมายเหล่านี้มาใช้เพื่อสกัดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก แต่ก็นำกฎหมายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มาใช้ดำเนินคดีกับผู้แสดงออกทางการเมือง ซึ่งในทางหลักกฎหมายแล้ว ถือว่าเป็นการใช้กฎหมายที่บิดผันไปจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย

    หรือกรณีของ นายปิยรัฐ ล่าสุดนี้ มีหมายจับจากกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตนก็เพิ่งไปพบกับนายปิยรัฐ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์มาเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยระหว่างเดินทางมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยติดตามคณะของตนตลอดเวลาโดยเปิดเผย แต่ก็ไม่มีการแสดงตัวเข้าจับกุมนายปิยรัฐเกิดขึ้น แต่เมื่อ นายปิยรัฐ มาร่วมกิจกรรมรำลึกในวันนี้ กลับมีการหยิบหมายจับนี้มาแสดงตัวเข้าจับกุม

    เช่นเดียวกับการส่งเจ้าหน้าที่ติดตามตัวบุคคลในช่วงที่ผ่านมา ตนก็ยังคงสงสัยอยู่ว่าเป็นการกระทำที่อาศัยอำนาจตามกฎหมายข้อใด เจ้าหน้าที่ให้คำตอบได้เพียงว่ามาขอความร่วมมือบ้าง มารักษาความปลอดภัยให้บ้าง แต่ในทางจิตวิทยามันคือการเข้าไปคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก

    “ผมยืนยันว่านี่คือการแสดงออกตามสิทธิ์ที่รัฐธรรนูญรองรับเอาไว้ เราเป็นพลเมืองคนไทย เรามีเสรีภาพในการแสดงออก เราไม่ใช่อาชญากร เราไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้เป็นพิษภัยต่อความมั่นคง เราต่างก็เป็นพลเมืองคนไทยที่หวังให้ประเทศชาติไทยเดินหน้า หวังให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์เสียที” นายปิยบุตร กล่าว

    นอกจากนี้ นายปิยบุตร ยังได้กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้ออกมาระบุว่าอาจจะมีการต่ออายุ พ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน และขอให้ประชาชนอย่าเอามิติทางการเมือง มามอง เพราะต้องมีการใช้ พ.ร.ก.เพื่อการควบคุมโรค

    ซึ่งนายปิยบุตร ระบุว่า คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีนี้จะพิสูจน์ได้ชัดที่สุด ก็คือการไม่นำความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาจับคนที่แสดงออกในทางการเมือง เพราะจะเห็นได้ชัดว่า การแสดงออกของประชาชนหลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งนั้น และขอให้จับตาดูว่าจะมีการดำเนินคดีจากการจัดกิจกรรมในวันนี้ตามมาอีกกี่คน 

    “ถ้าโดนมากขึ้นๆ เท่าไหร่ การให้เหตุผลของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมโรคมันจะฟังไม่ขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ หวังใจอย่างยิ่งว่าในช่วงยามแบบนี้เราจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนได้แสดงออกบ้าง มันไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไรไปล้มล้างรัฐบาลหรอก มันเป็นพื้นที่แสดงออกในฐานะพลเมืองเท่านั้นเอง” นายปิยบุตร กล่าว

    ด้าน นายปิยรัฐ ระบุว่า หมายจับในคดีที่ตนต้องเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ในวันนี้ เป็นหมายจับที่ออกโดยสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ จากการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 เป็นข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ หมายจับออกตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2563 ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ใช้ชีวิตปกติทุกอย่างโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีหมายจับอยู่ เดินทางข้ามจังหวัดไปทั่วภาคอีสาน จนมาทราบวันนี้ว่าตัวเองมีหมายจับ จึงเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

    ซึ่งเอาจริงๆ โทษของคดีนี้เป็นเพียงโทษปรับ ก็ไม่ทราบว่ามีความจำเป็นใดที่ถึงกับต้องออกหมายจับ เป็นที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ถูกนำมาใช้เพื่อจำกัดการแสดงออกทางการเมืองของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะการแสดงออกทางการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล การกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบธรรม ประชาชนทุกคนต้องแสดงออกได้ตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญได้รับรองเอาไว้

    และหลังจากนี้ ตนก็จะต้องถูกส่งตัวโดยเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อส่งตัวดำเนินคดีต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ปิยบุตร แสงกนกกุลคณะก้าวหน้ารำลึก 88 ปีคณะราษฎรปิยรัฐ จงเทพพ.ร.ก.ฉุกเฉินพ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมม็อบข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 03:38 น.