ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ตู่ เหวอ-เต้ รมต. ไม่ ปรับ ครม.ตอนนี้

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 มิ.ย. 2563 05:25 น.
    SHARE

    ป้อมล้างก๊ก พปชร.จับคู่กัดกอดโชว์สื่อ

    “บิ๊กตู่” ถึงกับร้องเฮอะ มีชื่อ “มงคลกิตติ์” นั่ง รมต. ยันไม่มีใครมากดดันได้ พูดชัดยังไม่ปรับ ครม. ตอนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ปรับในวันหน้าให้ “พี่ใหญ่” สลายก๊กก๊วน พปชร. “บิ๊กป้อม” บ่นสื่อถาม ซ้ำซากปรับ ครม. “สมคิด” ไล่ไปถามคนปล่อยข่าวไลน์ปริศนา “พิเชษฐ” คัดท้าย “เต้” เจ้าตัวกระสันเต็มที่พร้อมเป็น รมต. “ไพรินทร์” ชิงตัดสายนักข่าวทิ้ง “ปรีดี ดาวฉาย” ขอเป็นนายแบงก์ต่อ พท.แฉวิ่งกันฝุ่นตลบต่อรองเก้าอี้ “พิธา” มองแค่แบ่งเค้กกันไม่ลงตัว “สมชัย” เบรก กกต.อย่ารีบ รับรองเลือกซ่อม ส.ส.ลำปาง ศาลทหารให้ประกันตัว “หมู่อาร์ม” 5 หมื่นบาท

    หลังมีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ส่งข้อความผ่านไลน์ปลอบใจนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ว่ายังไม่มีการปรับ ครม.เพื่อลดแรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐนั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ระบุชัดว่า แม้ยังไม่ได้ปรับในตอนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ปรับในวันหน้า

    “บิ๊กตู่” ย้ำต้องตอบข้อสงสัยได้

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า ขอบคุณทุกคนทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยให้การดำเนินงานของรัฐบาลในโครงการอีอีซีเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ เพราะนี่คืออนาคตของประเทศทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัย และนำไปสู่รายได้ทางเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศมีงบประมาณพัฒนามากขึ้น ประชาชนมีความสุข และสิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ได้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ขอให้ทุกคนทำงานโปร่งใสมีประสิทธิภาพ มีคำตอบทุกคำถามให้กับประชาชนที่ยังมีข้อสงสัย

    กำชับ รมต.อย่าทำนอกระบบ

    ต่อมาเวลา 13.35 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ถึงแนวความคิด “ไทยสร้างชาติ” ว่า เป็นแนวคิดที่ต้องการให้ทุกคนทำงานร่วมกัน การทำขั้นตอนแผนงานมาจากระดับล่าง แต่หากมีคนไปทำให้เกิดปัญหาก็เป็นเรื่องของบางบุคคลที่ไปร่วมมือกันเกิดการทุจริต ทุกอย่างมีกลไกระบบอยู่ หากทำงานเต็มประสิทธิภาพและสุจริต ก็เกิดไทยสร้างชาติได้ ได้เน้นย้ำให้รัฐมนตรีทุกคนไปต่อยอด เพียงแต่อย่าทำออกนอกระบบหากไม่ไปร่วมการทุจริตก็ไม่เกิด “ถามว่าไว้ใจข้าราชการหรือไม่ ก็ไว้ใจ แต่บ้านเมืองยังมีโจรอยู่ ทำอย่างไรให้โจรผู้ร้ายสิ้นไป การเมืองก็เช่นกันหนีระบบราชการไม่พ้น เราต้องทำให้ทุกคนเกิดความร่วมมือกัน ยอมรับว่าทุกวันนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมืองอยู่มาก ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการทุจริต ไม่ต้องการมีผลประโยชน์ใดๆ อยากทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย”

    ถึงกับร้องเฮอะมีชื่อ “เต้” นั่ง รมต.

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ที่บอกว่าให้นักการเมืองต้องก้าวข้ามเกมการเมือง ในความหมายคือทำอย่างไรให้การเมืองกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่มาพันกันมากนัก การเมืองเป็นเรื่องของการเลือกกรรมการบริหารพรรค การคัดเลือกใครเป็นรัฐมนตรีเป็นเรื่องของเขา จะเอาตรงนั้นมากดดันตนไม่ได้ เคารพในสัดส่วนของแต่ละพรรคอยู่แล้ว แต่บางส่วนจำเป็นต้องบริหารเอง ไม่ใช่จะตั้งกันมาจนเกินคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อถามว่าแต่มีการเคลื่อนไหวเรื่องปรับ ครม.อยู่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ปรับตอนนี้ ข่าวการปรับ ครม.ที่ออกมาตอนนี้ให้ไปถามนักการเมืองคนที่ออกมาพูด เมื่อถามว่ารัฐมนตรีบางคนกลัวโดนยึดเก้าอี้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบสวนว่า ไปถามเขาสิว่าใครจะไปยึดของเขา เมื่อถามว่านายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ระบุว่าพร้อมเป็นรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับร้อง “เฮอะ เอาเถอะ เธอก็เป็นสิ” เรื่องนี้ไม่ทำให้เสียสมาธิทำงาน ยังดีอยู่ยังมีกำลังใจจากประชาชน นักการเมืองหลายคนก็ดีกับตน ร่วมมือกันดี พูดอะไรก็ฟังกัน

    ให้ “พี่ใหญ่” สลายก๊กก๊วน พปชร.

    เมื่อถามว่าได้ให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่จะถูกเชิญเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าท่านมีกำลังของท่านดีอยู่แล้ว และรับปากว่าหากจำเป็นต้องเป็นหัวหน้า พปชร.จะทำให้ดีที่สุด พล.อ.ประวิตรไม่เคยบอกว่าอยากเป็น แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นอาจต้องเป็น ก็ทราบมาอย่างนี้ เมื่อถามว่ามีข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะเป็นหัวหน้าพรรคแค่ขัดตาทัพทำภารกิจบางอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ภารกิจบางอย่างคืออะไร เมื่อถามว่าภารกิจปรองดองสมานฉันท์แต่ละก๊กใน พปชร. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องของพรรคไปทำกันเอง แล้วมันควรจะเป็นก๊กกันหรือไม่ ทำอย่างไรมันจะลดราวาศอกกันลงบ้าง คิดว่าเขาก็ฟังตน นี่คือสิ่งที่คนเป็นหัวหน้าพรรคควรทำหน้าที่นี้ให้มันสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ว่าทุกคนพยายามจะมีกลุ่ม มีพวกกันเยอะๆเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง มันไม่ใช่ เป็นเรื่องของพรรคจะเสนอ นายกฯจะคัดกรองอีกที

    ไม่ปรับ ครม.ตอนนี้แต่ไม่ใช่ไม่ปรับ

    เมื่อถามว่ายังไม่มีความเป็นไปได้ที่นายกฯจะไปเป็นหัวหน้า พปชร.ในอนาคตใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ได้คิดอะไรเลย เมื่อถามว่าจะมาต่อรองอะไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมว่าไม่น่าได้” เมื่อถามว่าได้คุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่มีข่าวว่าได้ไลน์คุยกันแล้วหรือยัง นายกฯตอบว่า ข่าวใครเป็นคนเขียน เราบอกแต่เพียงว่ายังไม่ได้ปรับในตอนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้ปรับในวันหน้า เมื่อถามว่านายกฯช่วยเปิดแมสก์แล้วพูดดังๆให้ชัดว่ายังไม่ปรับ ครม.ในตอนนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบกลับว่า พูดไปอย่างนี้จะหูตึงกันหรืออย่างไร

    “บิ๊กป้อม” ไม่รู้–ไม่ไปรับเทียบเชิญ

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับเทียบเชิญเป็นหัวหน้าพรรคพปชร. ในวันที่ 23 มิ.ย. ที่ศูนย์ประชุมพรรค พปชร.ว่า ไม่ไปๆยังไม่รู้เลย เมื่อถามว่าถ้าได้รับเทียบเชิญจะรับนั่งเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รับๆ” เมื่อถามว่ามีการแจ้งไปที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ รักษาการกรรมการบริหารพรรค พปชร. ให้รับทราบแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า บอกแล้ว เมื่อถามย้ำว่าพร้อมหรือยังหากถูกเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตรย้อนตอบว่า จะไปรู้ได้อย่างไร สื่อก็ตอบเองสิ ถามเองก็ตอบเอง

    บ่นสื่อถามซ้ำซากปรับ ครม.

    เมื่อถึงกรณีข่าวพรรคเล็กระบุจะเสนอชื่อนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นรัฐมนตรีในโควตาพรรคเล็ก พล.อ.ประวิตรตอบว่า “อันนี้ไม่รู้ ผมไม่รู้ ใครจะเสนออะไรผมไม่รู้” เมื่อถามย้ำว่ามีการประสานส่งรายชื่อมาให้พิจารณาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่มี เพราะเรื่องการปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกฯคนเดียว บอกตั้งหลายครั้งแล้ว ถามซ้ำถามซาก” เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.แค่ 6 เดือน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่ทันเป็นเลย ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาต้องไปถามสื่อที่ลงข่าวเอาเอง

    “สมคิด” ไล่ไปถามคนปล่อยข่าว

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ไลน์แจ้งว่ายังไม่มีการปรับ ครม.ในช่วงนี้ โดยรอให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ผ่านไปก่อนว่า “ใครเป็นคนให้ข่าว ใครปล่อยข่าวก็ให้ไปถามคนนั้น ไม่ต้องมาถามผม” เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าข่าวดังกล่าวไม่ใช่ความจริงใช่หรือไม่ นายสมคิดไม่ตอบว่าอะไร และเดินจากไปทันที

    “อนุทิน” ยังไม่ได้ซิกจากนายกฯ

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย นายกฯยังไม่ได้แจ้ง เมื่อถามว่าหากมีการปรับ ครม.ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ยืนยันว่ายังไม่ได้พูดคุยกันเลย พรรคภูมิใจ-ไทยไม่มีปัญหา แต่ยังไม่ได้คุยอะไรทั้งสิ้น และยังไม่รู้ว่าจะปรับเมื่อไหร่ เมื่อถามอีกว่าจะมีการปรับ ครม.ในช่วงหลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบสั้นๆว่า “ค่อยว่ากัน”

    “ลุงป้อม” สั่ง “วิรัช-ผู้กองนัส” กอดโชว์

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากพรรคพลังประชารัฐ ว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน แกนนำพรรค พปชร. ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นาย อนุชา นาคาศัย นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายสุชาติ ชมกลิ่น นายไพบูลย์ นิติตะวัน น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ร่วมเชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นหัวหน้าพรรคเรียบร้อยแล้ว ที่ศูนย์ประชุมพรรคอาคารรัชดาวัน บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตรได้ให้นายวิรัช และ ร.อ.ธรรมนัส ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวขัดแย้งกัน จับมือเคลียร์ใจและกอดกัน โดยต่างฝ่ายต่างแสดงปฏิกิริยาที่เป็นมิตรต่อกัน ขณะที่ พล.อ.ประวิตรระบุว่า “คุณสองคนเป็นทหารเอกของผมทั้งคู่” นายวิรัชกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ตอบรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอให้ทุกคนรักสามัคคีทำงานให้ดี ห้ามแตกแยก

    รื้อโครงสร้างเพิ่มรอง หน.เป็น 9 คน

    ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่การประชุมใหญ่สามัญวันที่ 27 มิ.ย. เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ชุดใหม่ ล่าสุดคณะทำงานศึกษารายละเอียดการเตรียมประชุมใหญ่พรรค และแก้ไขข้อบังคับพรรค ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรค เป็นประธาน ได้ปรับโครงสร้างใหม่ โดย กก.บห.ชุดใหม่จะมีเพียง 29 คน จากปัจจุบันมี 34 คน ส่วนตำแหน่งสำคัญๆ พล.อ.ประวิตรจะเป็นหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนรองหัวหน้าพรรคจากเดิม 4 คน จะเพิ่มเป็น 9 คน ประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสันติ เป็นรองหัวหน้าพรรคควบ ผอ.พรรค ขณะที่นายทะเบียนและเหรัญญิกจะมีการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

    “พิเชษฐ” คัดท้าย “มงคลกิตติ์”

    ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย แถลงว่า กลุ่มพรรคเล็กไม่เคยเรียกร้องให้ปรับ ครม. แต่ถ้ามีการปรับควรใช้โอกาสนี้พิจารณาพรรคเล็กเข้าไปร่วมทำงาน โดยใช้ตัวแทนพรรคเล็กเป็นรัฐมนตรีเพื่อดูแลพรรคเล็ก ให้นโยบายแต่ละพรรคได้รับการขับเคลื่อน ในฐานะที่มีความอาวุโสสูงสุดใน 11 พรรค ได้หารือกันว่า 1 ปีที่ผ่านมา ไม่มีรัฐมนตรีจากพรรคเล็ก 11 พรรค ขณะนี้ใน 11 พรรคมีอย่างน้อย 7 พรรค ได้แก่ 1.พรรคประชาธรรมไทย 2.พรรคไทยศรีวิไลย์ 3.พรรคไทรักธรรม 4.พรรคพลังชาติไทย 5.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 6.พรรคพลังไทยรักไทย 7.พรรคประชานิยม สนับสนุนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารา–นนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นรัฐมนตรี ส่วนอีก 4 พรรคไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร ตนดูแล้วเด็กคนนี้จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ถ้าไม่มีอะไรอยู่ในมือคงไม่กล้าออกมาแถลง อย่าให้ต้องประจานไปมากกว่านี้ ขณะนี้ประชาชนยอมรับนายมงคลกิตติ์ทั้งผลงานและการวางตัว ส่วนตนเป็นไม่ได้เพราะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ New Normal ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกฯ ถ้าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีไม่เป็นไร ยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตามเดิม เมื่อถามว่าถ้ามีโอกาสจะไปรวมกับพรรคพลัง–ประชารัฐหรือไม่ นายพิเชษฐตอบว่า อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศ ช่วยรัฐบาลมีเสถียรภาพ ตนก็พร้อม

    “เต้” กระสันเต็มที่พร้อมเป็น รมต.

    นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า เรื่อง 7 พรรคเล็กเห็นพ้องสนับสนุนตนเป็นรัฐมนตรีนั้น แล้วแต่ผู้ใหญ่ในพรรคเล็ก ตนเป็นเด็กสุดในกลุ่ม 11 พรรคเล็ก และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกฯ ส่วนที่มีความขัดแย้งในพรรคเล็กนั้น คงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ตนไม่เกี่ยวไปพูดอะไรไม่ได้ มั่นใจว่าไม่ทำให้เกิดความแตกแยกในพรรคเล็ก ตนมีความพร้อมทุกอย่างที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชน หากนายกฯไม่พิจารณาให้เป็นรัฐมนตรีก็ยังยืนยันอยู่กับรัฐบาลต่อไป ทำหน้าที่ ส.ส.เหมือนเดิม เมื่อถามว่าอยากจะนั่งกระทรวงเศรษฐกิจใช่หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ตอบว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่จะตัดสินใจ ส่วนที่ปัจจุบันพรรคเล็กเริ่มย้ายไปรวมกับพรรคใหญ่กันแล้วนั้น พรรคไทยศรีวิไลย์ยังขับเคลื่อนพรรคเหมือนเดิม เป็นพรรคคล้ายกับอนุรักษนิยม แต่เป็นอนุรักษนิยมสมัยใหม่ สามารถทำความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ได้ พรรคไทยศรีวิไลย์ต้องการเป็นพรรค การเมืองที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

    “ไพรินทร์” ชิงตัดสายนักข่าวทิ้ง

    ขณะที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มีกระแสข่าวว่าจะเข้ามารับตำแหน่ง รมว.พลังงาน หรือ รมว.คลัง ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า “ไม่ต้องมาถามผมทุกๆเรื่องในขณะนี้ ขอไม่ตอบทุกประเด็น ผมกำลังพักผ่อนอยู่ขอความเป็นส่วนตัว หากมีเวลาพบปะกันค่อยมาพูดคุยกัน” ก่อนที่จะตัดสายไป ส่วนนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย ที่มีชื่อจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอีกคน ผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดต่อได้ แต่คนใกล้ชิดนายปรีดียืนยันว่านายปรีดีต้องการทำงานที่เดิมต่อไป

    “นิพิฏฐ์” เบรกห้ามคุยสองปมร้อน

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงความคืบหน้าในการรับเป็นตัวกลางพูดคุยปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ว่า กำลังนัดหารือพูดคุยและรับฟังปัญหา โดยจะเป็นคนกลางรวบรวมไปบอกกล่าวต่อหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รวมถึงผู้บริหารพรรค เบื้องต้นนัดกันช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย.ที่โรงแรมอนันตรา ย่านสาทร ทยอยส่งข้อความทางไลน์เชิญชวน ส.ส.และอดีต ส.ส.ภาคใต้มาร่วมหารือ การพูดคุยกันครั้งนี้ ตั้งข้อห้ามไว้ 2 ประเด็น คือ 1.จะไม่คุยกันเรื่องการรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรค เพื่อเปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรคชุดปัจจุบัน 2.จะไม่คุยเรื่องการปรับ ครม. เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่จะคุยถึงปัญหาที่สมาชิกพรรคคิดจะลาออกจากพรรค ขอให้อยู่ร่วมสร้างร่วมพัฒนาพรรคของเราต่อไป ส่วนผู้บริหารพรรคจะรับฟังและนำไปแก้ไขหรือไม่ จากนั้นก็อยู่ที่เพื่อนสมาชิกพรรคจะตัดสินใจอนาคตของแต่ละคน เราไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อกดดันอะไร อย่างที่บางคนปล่อยข่าวว่าเพราะอยากเป็นรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่ใช่ และไม่ขอตอบโต้ ที่ทำเพื่อรักษาพรรค

    แฉวิ่งกันฝุ่นตลบต่อรองเก้าอี้

    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้สร้างความเบื่อหน่ายแก่ประชาชน โดยเฉพาะข่าวฝุ่นตลบวิ่งเต้นล็อบบี้ปรับ ครม. การที่พรรคเล็กไปยุบรวมกับพรรคแกนหลัก รวมก๊วนโชว์บิลต่อรอง ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ ทำลายเจตนารมณ์ประชาชนที่เลือกพรรคเล็กเพราะเชื่อในแนวทาง ไม่ได้เลือกเพื่อต้องการให้ไปควบรวมกับพรรคแกนนำหลัก นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยจัดติวเข้ม 61 ส.ส. ที่จะร่วม อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ให้ประเทศและประชาชนที่รัฐบาลนี้เปลี่ยนสนามการค้าเป็นสนามงบประมาณ งบฯ 3.3 ล้านล้านบาทอาจเป็นการจัดทำแบบทิ้งทวน หลังมีกระแสข่าวว่าหลังงบฯปี 64 ผ่าน อาจยุบสภา

    “พิธา” ชี้แค่แบ่งเค้กกันไม่ลงตัว

    นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ช่วงนี้คือสัปดาห์ก่อนการปรับ ครม. ทำให้ความขัดแย้งภายในแต่ละพรรคออกมาเป็นข่าวมากขึ้น อาจเพราะแบ่งเค้กไม่ลงตัว คงไม่สามารถไปฟันธงได้ แต่สามารถพูดได้ว่าสิ่งที่หลาย พรรคกำลังทำ เป็นการไม่เคารพเสียงไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่โลกอยู่ในภาวะวิกฤติ สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับการเมือง ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าในบรรดาทุกพรรคการเมือง พรรคก้าวไกลยังคงเป็นความหวังสำหรับประชาชนที่สุด แม้จำนวน ส.ส.เราลดลงแต่คุณภาพยังเหมือนเดิม หลายเรื่องเรายังต้องปรับปรุง หลายเรื่องคงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่อย่างน้อยประชาชนได้ประจักษ์แล้วว่าพวกเราเดินหน้าทำงานหนักกันมาโดยตลอด ทั้งในและนอกสภา ตอนนี้เรากำลังเตรียมตัวกันอย่างหนัก เพื่อศึกษาและเตรียมตัวอภิปรายงบฯ ปี 64 ขอย้ำว่าพรรคก้าวไกลจะยืนหยัดต่อสู้โดยยึดถือผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง

    ส.ว.ฝักถั่วไฟเขียว พ.ร.บ.โอนงบ

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย วงเงิน 88,452,597,900 บาท ตามที่สภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว โดย ส.ว.ส่วนใหญ่อภิปรายแสดงความเป็นห่วงเรื่องการนำงบประมาณจากการโอนงบไปใช้ในโครงการต่างๆที่อาจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ความต้องการของประชาชนและมีความไม่โปร่งใส อาทิ นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.อภิปรายว่า ทุกคนไม่มีใครขัดข้องเรื่องการโอนงบประมาณ แต่โครงการต่างๆที่จะใช้นั้น มีความโปร่งใสหรือไม่ ส่วนมากเอาไปทำถนน ติดกล้องวงจรปิด มีพ่อค้านักธุรกิจร่วมมือกัน อยากเพิ่มเติมว่าโครงการต่างๆที่จะนำไปใช้นั้นต้องตรงจุด มีประสิทธิภาพเพื่อประชาชน ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม และอย่าทุจริต รัฐบาลต้องมีท่าทีชัดเจนใครโกงต้องคอขาดเท่านั้น จึงยับยั้งพวกแร้งลงได้ รวมถึงรัฐบาลควรมีแนวทางดึงภาคประชาชน มีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้เงินโครงการต่างๆด้วย ทั้งนี้ หลังจากที่ ส.ว.อภิปรายแสดงความเห็นครบทุกคนแล้ว จึงลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 214 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 3

    ป.ป.ท.เปิดเว็บคุมเข้มงบฯโควิด

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติครั้งที่ 1/2563 ว่า ที่ประชุมได้เสนอกลไกเฝ้าระวังการใช้งบฯ พ.ร.ก.กู้เงินโควิดไว้ 4 มาตรการคือ เฝ้าระวังแจ้งเบาะแส ป้องกันลดโอกาสการทุจริต ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินมาตรการทางปกครอง วินัย อาญา ขณะนี้ ป.ป.ท.ได้เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนเข้าไปดูรายละเอียดแต่ละโครงการ ได้แล้วหากประชาชนพบข้อพิรุธให้แจ้งเข้ามาได้ ที่ผ่านมา ศอตช.ได้เข้าไปตรวจสอบงบฯองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้ว 73 หน่วยงานใน 37 จังหวัด พบผิดปกติ 28 แห่งใน 17 จังหวัด ดำเนินการไปแล้ว 3 เรื่อง

    โยน กกต.ดู ลต.ซ่อมลำปางกลิ่นตุ

    วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 หลังผู้สมัครพรรค พปชร.ได้รับชัยชนะว่า ต้องขอบคุณชาวลำปางที่มาลงคะแนนเสียง โดยเฉพาะที่ให้กับ พปชร. ต้องขอบคุณในความไว้วางใจ เมื่อถามถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบเรื่องความโปร่งใส พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องของ กกต.เป็นเรื่องทางกฎหมาย

    “สมชัย” เบรก กกต.อย่ารีบรับรอง

    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า มีโอกาสพบกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้นำหลักฐานที่รวบรวมเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งมาให้ดูนับ 10 ชิ้น มีชิ้นหนึ่งเป็นคลิปการซื้อเสียง จึงแนะนำไปว่าเป็นหลักฐานนำไปร้องคัดค้านการเลือกตั้งได้ คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์หัวคะแนนนำเงิน 600 บาท โดยเย็บเป็นชุด ชุดละ 300 บาท นำมาให้ชาวบ้านในพื้นที่ สามารถระบุชื่อคนแจกเงินได้ และมีพยานที่พร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ ถือเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (1) มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และ กกต.ต้องดำเนินการตามมาตรา 132 คือหากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการกระทำอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม สามารถให้ใบเหลือง ใบแดงหรือใบส้มได้ เป็นเรื่องที่ กกต.กลางสมควรไต่สวนและสืบสวนข้อเท็จจริง ไม่ควรเร่งรีบประกาศผล

    ชี้ปมตั้ง “สุพจน์” ทบทวนไม่ยาก

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงยุติธรรมแต่งตั้งนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมที่พ้นโทษ จากคดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ เป็นที่ปรึกษาโครงการออกแบบโครงสร้าง และบริหารจัดการเรือนจำอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขและพัฒนาพฤติ–นิสัยผู้ต้องขังว่า ไม่ทราบเห็นแต่ในข่าว ยังไม่รู้เลยว่าคณะกรรมการฯชุดนี้คืออะไร มีอำนาจมีหน้าที่อะไร แต่เท่าที่ฟังมามี 2 ทฤษฎี คือ 1.ถ้าคิดว่าพ้นโทษแล้วให้โอกาสคืนกลับสู่สังคมก็คิดได้ หรือ 2.คิดว่าไม่ได้ พวกอย่างนี้ต้องไม่มีที่ยืนในสังคม มองแล้ววิจารณ์ มากๆ กระทรวงยุติธรรมอาจทบทวนก็ได้ ไม่ยากอะไร

    ศาลทหารให้ประกัน “หมู่อาร์ม”

    เวลา 12.50 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่นำ ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ “หมู่อาร์ม” อดีตนายทหารสังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธ ทบ. มายื่นขอฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ข้อหาขัดขืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ตามประมวลกฎหมายอาญาทหารมาตรา 30 และข้อหาหนีราชการในเวลาปกติตามประมวลกฎหมายอาญาทหารมาตรา 45 (3) ประกอบมาตรา 46 (4) โดยมีนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นประกันตัว มีนายรังสิมันต์ โรม และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล นายวีระ สมความคิด นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้าสังเกตการณ์ พร้อมมวลชนมามอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ ทั้งนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 50,000 บาท ให้ปล่อยตัว

    ฝ่ายค้านห่วงรีบชงแก้กฎหมาย

    ที่พรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า ที่ประชุมห่วงกรณี “หมู่อาร์ม” ที่ให้ข้อมูลทุจริตแต่กลับถูกกองทัพดำเนินคดี เป็นการขัดขวางหรือการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องรัฐ ต้องส่งเสริมให้ประชาชนและข้าราชการ ขจัดและป้องกันการทุจริต พรรคฝ่ายค้านจะเสนอแก้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ให้ทหารที่ถูกกล่าวหาดำเนินคดีโดยศาลยุติธรรม เพราะขณะนี้ศาล ทหารมีอำนาจไปรุกล้ำพลเรือน แม้แต่คดีทุจริตคอร์รัปชันของ ป.ป.ช. ยังส่งฟ้องศาลทหาร อยากเรียกร้องให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหลักฐานที่ถูกต้อง

    ยื่น ป.ป.ช.ฟันอัยการยุติคดี “โอ๊ค”

    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินคดีกับพนักงานอัยการ คณะทำงานรองอัยการสูงสุด อัยการสูงสุด กับพวก ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามกฎหมายอาญามาตรา 157 และกระทำการอันมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ตามกฎหมายอาญามาตรา 200 กรณีที่มีความเห็นไม่อุทธรณ์คดีนายพานทองแท้ ชินวัตร ผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน

    “บิ๊กตู่” เชื่อ ปชช.รู้ 24 มิ.ย.ไม่ทำวุ่น

    ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานประชุมสภากลาโหม ถึงกรณีที่จะมีการเตรียมจัดกิจกรรมวันครบรอบ 88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.2475 ว่า เป็นเรื่องของประชาชนว่ากันไป เจ้าหน้าที่มีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปสั่งการใดๆ คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ขณะนี้บ้านเมืองเป็นอย่างไร คิดว่าไม่ใช่เวลาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย

    26 มิ.ย.ถกทางไกลผู้นำอาเซียน

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 26 มิ.ย.เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดเข้า ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 36 ผ่านระบบประชุมทางไกล จากทำเนียบรัฐบาล ไปยังประเทศเวียดนาม ตามแนวคิดหลัก “แน่นแฟ้นและตอบสนอง” ของนายเหวียน ชวน ฟุก นายกฯเวียดนาม ในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2563 และเพื่อเสริมสร้างร่วมรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะร่วมกล่าวถ้อยแถลงเสนอ 3 แนวทางหลังสถานการณ์โควิด-19 ได้แก่ 1.เร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน 2.เน้นขับเคลื่อนการบูรณาการทางเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภายในอาเซียน และ 3.สร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวจัดทำแผนฟื้นฟูหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ยั่งยืนทุกมิติ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ไม่ปรับครม.ประยุทธ์ จันทร์โอชามงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้