ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    วิเคราะห์การเมือง : หมดเวลาตีกรรเชียง

    ทีมข่าวการเมือง6 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    ลอยลำผ่านสภาฯ วาระแรกไปแล้ว

    สำหรับร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย 8.8 หมื่นล้านบาท ที่สภาฯเพิ่งรับหลักการและอยู่ในขั้นตอน กมธ.วิสามัญพิจารณาตามพิธีกรรมทางกฎหมาย

    แนวโน้มไม่น่ามีปัญหา คงได้รับความเห็นชอบวาระ 2-3 ในสัปดาห์หน้า ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับไปติดๆ

    เรือเหล็กได้เสบียงมาเติมเต็มลำไว้สู้สงครามเชื้อโรค กู้เศรษฐกิจจากวิกฤติไวรัสโควิด-19

    ขั้นตอนต่อไปคือ การเดินหน้าบริหารจัดการเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท และเม็ดเงินจากการโอนงบประมาณอีก 8.8 หมื่นล้านบาท ไปแก้ปัญหาสถานการณ์โรคระบาดและฟื้นฟูเศรษฐกิจตามพิมพ์เขียวที่วางไว้

    รัฐบาลเตรียมปล่อยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลอตใหญ่ช่วยประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสร้าย ฉุดเศรษฐกิจไทยขึ้นจากปากเหว ต่อเนื่องจากการแจกเงินเยียวยา 5,000 บาท การช่วยเหลือเกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง
    ภายใต้เงื่อนไขสำคัญต้องคุมการใช้งบประมาณก้อนประวัติศาสตร์ให้โปร่งใสที่สุด ไร้การทุจริตเจือปน

    โดยเฉพาะในส่วนที่แร้งจ้องลงอย่างงบฯฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท กับการโยกงบฯรายกระทรวงที่พรรคก้าวไกลนำมาแฉกลางสภาฯ มีการแบ่งเค้กให้ ส.ส.หัวละ 80 ล้านบาท 

    เบิกไปใช้ทำโครงการต่างๆ

    กลิ่นตุๆเรื่องเงินทอนและผลประโยชน์เอื้อพวกพ้องโชยมาทันทีทันใด ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเบิกจ่ายงบประมาณ ตามเสียงที่ซุบซิบกันในหมู่ ส.ส. มีขาใหญ่พรรคแกนนำรัฐบาลตั้งโต๊ะรับซื้อโควตาโครงการต่างๆจาก ส.ส.ใหม่ที่ชงโครงการไม่เป็น ฟาดค่าส่วนต่างรายโครงการกันหลายล้านบาท

    เสือหิว สิงห์โหย จ้องสวาปามงบฯก้อนมหาศาลกันปากมัน

    เป็นเรื่องสำคัญที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องสแกนกันเข้มข้น ไม่ให้มีค่าหัวคิวตกหล่นเข้ากระเป๋าใครระหว่างทาง

    สร้างภูมิต้านทานไวรัสทุจริต ไม่ให้ซ้ำเติมรัฐบาลที่กำลังติดลบจากการแย่งชิงอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ

    ตามสภาพที่กำลังเปิดศึกล้างบางกรรมการบริหารพรรคกันดุเด็ดเผ็ดมัน 18กรรมการบริหารพรรคร่อนใบลาออก เผด็จศึกทันทีทันใดหลัง พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับผ่านสภาฯแค่ชั่วข้ามคืน

    เปิดทาง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สวมปลอกแขนกัปตันทีมพลังประชารัฐคนใหม่ เขี่ยทีม 4 กุมารของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พ้นเส้นทางอำนาจในพรรค สะเทือนไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรี

    ทีม 4 กุมารอยู่ในสภาพขาลอย อาจไม่เหลือตำแหน่งการเมืองใดๆรองรับในอนาคต

    ความขัดแย้งในพลังประชารัฐมาถึงจุดแตกหักของจริง

    แม้ “พี่ใหญ่” จะออกลีลาเขินอายกับเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนใหม่ รวมถึงบทกะหนุงกะหนิงระหว่าง “บิ๊กป้อม-สมคิด” หรือช็อตจับมือของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อดับกระแสขัดแย้ง

    อย่างที่เห็นฉากลอยแพ รมว.คลังให้ถูกฝ่ายค้านรุมสหบาทาต่อหน้าต่อตาในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ และร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ 8.8 หมื่นล้านบาท โดยที่ลูกพรรคไม่ออกหน้าช่วยปกป้อง

    บ่งบอกชัดเจนถึงอาการผิดธรรมชาติทางการเมืองที่เกิดขึ้นในพรรค

    ทีม “พี่ใหญ่” ยึดอำนาจด่านแรกสำเร็จ เตรียมถือธงรุกไล่เปิดปฏิบัติการปรับ ครม.เป็นสเต็ปถัดไป

    แต่นั่นก็แลกมากับสภาพในพรรคที่แตกร้าว ถูกสังคมกระหน่ำเปิดศึกชิงอำนาจผิดกาลเทศะในสภาวะที่ประเทศอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน กำลังต่อสู้กับสงครามเชื้อโรค

    และมีทีท่าฝุ่นจะตลบหนักขึ้นจากการปรับ ครม.ที่มีเดิมพันสูงกว่าตำแหน่งในพรรค

    กลุ่มก๊วนที่เคยผนึกกำลังเหนียวแน่นไล่บี้ทีม 4 กุมาร คงหันมาเปิดศึกฟัดกันเอง แย่งเก้าอี้รัฐมนตรีเกรดเอ

    สถานการณ์ใกล้ถึงจุดที่ “บิ๊กตู่” อยู่เฉยไม่ได้ต่อไป จะลอยตัวอยู่เหนือปัญหาเหมือนกรณีความขัดแย้งภายในพรรคไม่ได้เพราะโปรแกรมปรับ ครม.คือความรับผิดชอบโดยตรงของ “ลุงตู่” ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องเฟ้นหาผู้มีความรู้ ความสามารถมาวางให้ลงล็อก จะให้กลุ่มก๊วนต่างๆมาจองโควตา ครม.มีอิทธิพลเหนือกว่าไม่ได้

    ตามรูปการณ์โควตา ครม.มีกระเพื่อมแน่ ทั้งในพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะแม่ทัพใหญ่เศรษฐกิจที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี จะวางใจทีมชุดเดิมทำหน้าที่ต่อ หรือหากจะเปลี่ยนตัวขุนคลัง ก็ต้องมีเครดิตความเชื่อมั่นเป็นที่ยอมรับจากประชาชนและภาคธุรกิจ

    ไฟต์บังคับการกู้วิกฤติเศรษฐกิจจากปากเหวในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 เป็นเดิมพันความอยู่รอดของรัฐบาล

    ขืนให้การเมืองแบบเก่าครอบงำ มีแต่พวก “เต้าหู้ยี้” ครม. “บิ๊กตู่” คงเหนื่อยหนักกว่าเดิม.

    ทีมข่าวการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองพ.ร.ก.กู้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจโควิด-19เบิกจ่ายงบประมาณผลประโยชน์

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้