ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ก๊กป้อม-รุกฆาต ยืมมือ กกต.บีบ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มิ.ย. 2563 05:23 น.
    SHARE

    เคาะวันเลือกหน.พรรค 2ขั้วพปชร.-เผชิญหน้า! จับตาส่อแบ่งเค้กเงินกู้

    พปชร.อึมครึมหนัก สองขั้วแบ่งข้างชัดเจน วงหารือ กมธ.วิสามัญโอนงบฯแยกฝ่ายนั่งประจัน หน้าเคร่งเครียด ลูกหาบ “บิ๊กป้อม” รุกหนักกดดัน ประชุมรักษาการ กก.บห.เคาะวันประชุมใหญ่ “ไพบูลย์” จ่องัด พ.ร.บ.พรรคการเมืองยื่น กกต.แก้เกมยื้อ “สิระ” อัด “สนธิรัตน์” พูดจาเผาพรรค กล่าวหา ส.ส.แห่แย่งซื้อกองทุนพลังงาน ยัน เสนอชื่อ “ลุงป้อม” คนเดียวจบ “อุตตม” ปิดปากงดจ้อการเมืองร้อน โยนปรับ ครม.เรื่องของนายกฯ 6 ส.ส.เลือดใหม่วอนผู้ใหญ่เลิกฟัดแย่งชิงอำนาจ “มาดามเดียร์” เชียร์หยุดทะเลาะ หันหน้าคลายทุกข์ ชาวบ้าน “วิโรจน์” เหน็บพรรคแกนนำเปลี่ยนหัว สอดรับแบ่งเค้กเงินกู้ ผวาผุดสารพัดโปรเจกต์ กินหัวคิว พรึ่บทั้งแผ่นดิน พท.หวั่นใจปั้นโครงการคอร์รัปชันเงินกู้ 4 แสนล้าน “บิ๊กตู่” โอ่รัฐบาลยึดหลักทำงาน โปร่งใส ไร้ทุจริต วอนกลุ่มชาวนาอย่าก่อม็อบลงถนน

    แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พชปร.) เดินเกม ผลักดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรคขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ กดดันให้นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค เรียกประชุมกำหนดวันเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ หากยื้อเวลาเตรียมใช้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองให้ ส.ส.หรือสมาชิกพรรคยื่นขอคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญให้ทันกรอบภายใน 45 วัน

    สองก๊ก พปชร.แยกนั่งประจันหน้า

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่รัฐสภา ห้องประชุม 416-417 ฝั่งวุฒิสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 63 เป็นครั้งแรก ก่อนการประชุมได้แยกประชุมย่อยที่ห้อง 415 เพื่อหารือเบื้องต้น มีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เข้าร่วม บรรยากาศค่อนข้างอึมครึม ภายในห้องมี ส.ส. กลุ่มแกนนำเคลื่อนไหวกดดันให้นายอุตตม พ้นจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่อีกฝั่ง อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่กลุ่มของนายอุตตม มีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส. บัญชีรายชื่อ แยกนั่งกันคนละฝั่งแบบประจันหน้ากัน

    “อุตตม” โยนอำนาจนายกฯ ปรับ ครม.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อการประชุมกลุ่มย่อยเสร็จสิ้น นายอุตตมได้เดินออกจากห้องเพื่อประชุม กมธ.วิสามัญฯ ผู้สื่อข่าวพยายามซักถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอุตตมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เพียงแต่กล่าวเลี่ยงสั้นๆว่า “ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี”

    เดินหน้าลุยงานงดจ้อการเมืองร้อน

    ต่อมานายอุตตมเปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่ขอพูดเรื่องกระแสทางการเมือง ความวุ่นวายภายในพรรค วันที่ 8 มิ.ย. เวลา 13.00 น. จะประชุมหน่วยงานด้าน เศรษฐกิจ มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นต้น ติดตามผลมาตรการทางเศรษฐกิจและประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ เช่น ผลการจัดเก็บภาษีจะมีมาตรการใหม่ออกมาหรือไม่กำลังดูอยู่

    โต้ไม่ได้เร่งผลาญงบฯไวเกินเหตุ

    นายอุตตมกล่าวอีกว่า ถือว่ามาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ออกมาทำได้ดีแล้ว แต่ด้านเศรษฐกิจยังมีความท้าทายอยู่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ไทยที่ยึดโยงกับเศรษฐกิจโลก ตอนนี้เศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยเสี่ยง เรื่องการท่องเที่ยว หรือสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้เร็วแค่ไหน จะมีวัคซีนรักษาโควิด-19 ออกมาเมื่อไหร่ ประเทศไทยไม่สามารถรอจนกว่าจะมีวัคซีนโควิด-19 ได้ จึงต้องเร่ง ออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีแผนงานฟื้นฟูออกมาแล้ว วงเงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ได้เร่งใช้งบฯให้หมดไป อย่างรวดเร็วจนเกินเหตุ งบฯที่รัฐบาลมีอยู่เพียงพอใช้ ดูแลเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ต้องดูแลแผนงานให้ดี

    จ่อตั้ง 49 อรหันต์สอบงบโควิด–19

    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ให้ สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาฯ วันที่ 10-11 มิ.ย. มีเรื่อง สำคัญต้องพิจารณาเกี่ยวกับความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP รวมถึงญัตติด่วนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตาม ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน จากการกู้เงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ 49 คน เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคเล็กได้เข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการด้วย หากการประชุมไม่มีวาระอื่นเร่งด่วน จะนำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ...ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เข้าสู่การประชุมสภาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป

    “สิระ” อัด “สนธิรัตน์” พูดจาเผาบ้าน

    เมื่อเวลา 12.10 น. ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ว่า อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะยังอยู่ในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรค โดยเฉพาะ ส.ส.เมื่อประชุมสภาฯต้องลงพื้นที่ แต่มีผู้ใหญ่ที่เป็นเลขาธิการพรรค คือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงเผาพรรค เช่น ที่มีปัญหาในพรรคเพราะไปแย่งกันซื้อกองทุนพลังงาน อยากถามกลับไปว่าเขาไปเองหรือเรียกเขาไป เท่าที่รู้มามีการเรียก ส.ส.ไปที่กระทรวง พลังงาน เพื่อไปคุยเรื่องกองทุนพลังงาน ขณะนี้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว หยุดสร้างความแตกแยก เหลือเพียงนายสนธิรัตน์ ขอเรียกร้องเลขาธิการพรรค หากท่านหยุดพูดคนเดียวทุกอย่างจะหยุด ขอให้รอวันที่เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มี โอกาสกลับมา แต่วันนี้ขออย่าเผาบ้าน ถ้าจะไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นเลขาธิการพรรคอีก อยู่ที่ดุลพินิจว่าสมาชิกจะเลือกหรือไม่ ขอวิงวอนให้หยุดว่าคนในพรรคได้แล้ว

    ยันชงชื่อ “ลุงป้อม” หนึ่งเดียวจบ

    เมื่อถามว่า ยังยืนยันเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประวิตรระบุว่ายังไม่พร้อม นายสิระ กล่าวว่า ยืนยันเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค แต่ท่านจะรับหรือไม่เป็นสิทธิของท่าน แต่ยืนยันจะเสนอชื่อท่านเป็นหัวหน้าพรรค และหากท่านปฏิเสธจะไม่เสนอชื่อใครเป็นหัวหน้าพรรค เพราะตนมีคนเดียวจบที่ลุงป้อม เมื่อถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่าหากเป็น พล.อ.ประวิตร ทุกอย่างจะจบ นายสิระกล่าวว่า “ในความคิดของผมคือลุงป้อมคนเดียว แม้แต่สิระยังจบเลย ลองคิดดูว่าคนอื่นจะไม่จบหรือ”

    รอวัดใจรักษาการ หน.เรียกประชุม

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 45 วัน หลัง 18 กรรมการบริหารพรรคลาออก ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคทั้งชุดสิ้นสภาพว่าขณะนี้ยังรอนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง รักษาการหัวหน้าพรรค นัดประชุมกรรมการบริหารพรรคที่เหลือ 16 คน เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญ สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม หากยังไม่ชัดเจนหรือยื้อ สัปดาห์หน้าอาจใช้แนวทางของกฎหมายตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 41 สมาชิกซึ่งเป็น ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจํานวนสมาชิกพรรคการเมือง มีสิทธิเข้าชื่อกันยื่นคําร้องต่อ กกต. ขอให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคการเมืองนั้นได้ ทั้งนี้ เพื่อขอให้ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือก กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.

    ถ้ายื้องัด ก.ม.พรรคการเมืองแก้ลำ

    “หากบางคนในพรรคเห็นการประชุมกรรมการบริหารควรประชุมทั้ง 34 คน ไม่ใช่ 16 คน เพราะทั้งหมดถือว่าสิ้นสภาพแล้ว แต่ยังทำหน้าที่รักษาการ ผมไม่มีปัญหาจะประชุม 16 คนหรือ 34 คนได้หมด สำหรับการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไม่ได้ค่อยเข้าร่วมประชุม กับ ส.ส.เท่าที่ควร รวมทั้งหลังมีกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ มีการประชุมเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ส่วนการทำหน้าที่รัฐมนตรีของนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ทำหน้าที่ได้ดี” นายไพบูลย์กล่าว

    “ประวิตร” ลอยตัวรอพรรคเลือก หน.

    เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่าไม่พร้อมเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่ ยังไม่ถึงเวลา เมื่อถึงเวลาก็แล้วแต่ทางพรรคและสมาชิกพรรคว่าไป ตนไม่เกี่ยว เขาเลือกกันอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เมื่อถามย้ำอีกครั้งว่าสามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้ หรือไม่เป็นก็ได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรส่งเสียง “อืม” พร้อมพยักหน้าให้สื่อมวลชนแทนคำตอบ

    “พีระพันธุ์” ชิ่งชื่อโผล่เป็นตัวสำรอง

    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกฯ อาจจะปฏิเสธไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จนทำให้ชื่อนายพีระพันธุ์เป็นหนึ่งในตัวเลือกว่าไม่มี เขียนกันไปเอง ตนยังไม่สังกัดพรรคไหน ตอนนี้นายกฯมอบหมายให้ไปดูแลแก้ปัญหาการบินไทย ในข้อบังคับการบินไทยจะไปมีตำแหน่งในพรรคการเมืองไม่ได้ ข่าวที่ออกมาจึงไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีการขอมาจะรับตำแหน่งหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนทำหน้าที่ตอนนี้ในการดูแลการบินไทย ซึ่งข้อบังคับนั้นห้ามอยู่ เมื่อถามว่าได้คุยกับผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐบ้างหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่รู้ข่าวมาจากไหนตนไม่ทราบ

    6 ส.ส.วอนผู้ใหญ่เลิกฟัดแก่งแย่งกัน

    น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อม 5 ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ และนายศิริพงษ์ รัสมี ออกมาเรียกร้องหลังเกิดปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ โดยน.ส.วทันยา กล่าวว่า เรากลุ่ม 6 ส.ส.พลังประชารัฐผนึกกำลังขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหยุดขัดแย้ง ร่วมรักสามัคคี หยุดเรื่องการเมืองมุ่งหน้าแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนตามสัญญาที่ให้ไว้ ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่ต้องอยู่บนรากฐานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราขอยึดมั่นในอุดมการณ์ บนเจตนารมณ์แรกของพรรคพลังประชารัฐ คือการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และขอเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ทนุบำรุงทุกศาสนาและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้สมกับความไว้วางใจที่พวกเราได้รับจากประชาชน

    “วิโรจน์” เอะใจเปลี่ยนหัวรับแบ่งเค้กเงินกู้

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและผู้บริหารของพรรคพลังประชารัฐว่า ดูผิวเผินอาจจะเป็นแค่เรื่องภายในของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่ถ้าพิจารณาเทียบเคียงกับเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยกันจับตาอย่างใกล้ชิด คือ 1.การปรับ ครม.อาจมีการเปลี่ยนตัว รมว.คลัง ที่เป็นรัฐมนตรีที่มีบทบาทอย่างมากใน พ.ร.ก.การกู้เงิน 3 ฉบับในการกลั่นกรอง วินิจฉัย กำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆในทางปฏิบัติ วงเงินสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาทเป็นเป้าหมายอันหอมหวน 2.การพิจารณาโครงการกรอบวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทที่จะเสนอเข้า ครม.วันที่ 7 ก.ค. ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากรอบหลักเกณฑ์กว้างมากๆเอื้อให้ฝ่ายต่างๆจากหลายมุ้งการเมือง พยายามวิ่งเอาโครงการสัพเพเหระทั่วไปมาปัดฝุ่นยัดไส้ เติมคำว่าสู้ภัยโควิดต่อท้ายเอามาของบฯ นำไปแบ่งกันปันหัวคิว วิ่งล็อกสเปกกันให้วุ่น มีข่าวที่ลือในสภาฯ ว่ามีการฮั้วกันเพื่อปิดปาก ส.ส. กันงบฯ ไว้ให้ส.ส.คนละ 80 ล้านบาท จะฝากงบฯเอาไว้ที่งบจังหวัด แล้วให้ ส.ส.วิ่งเข้าไปชี้ล็อกสเปกว่าจะทำโครงการอะไร ให้ผู้รับเหมาคนไหนทำ คงหนีไม่พ้นค่าหัวคิวและเงินทอนต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมา

    หวั่นผุดโปรเจกต์โควิดกินหัวคิวทั่วแผ่นดิน

    นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทที่จะเกิดขึ้นเต็มไปหมดมีโครงการอะไรบ้าง ตรงความต้องการของท้องถิ่นหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่โครงการละลายงบฯ ที่เอาคำว่าสู้ภัยโควิดมาต่อท้าย เงิน 4 แสนล้านบาทบางคนเคยเถียงกับตนว่า ที่ผ่านมาไม่เห็นต้องมีประชาชนควักสตางค์ไปจ่ายหนี้ให้รัฐบาลแต่การใช้หนี้ของรัฐบาลต้องเบียดบังเอาเงินงบฯ จากภาษีประชาชนไปชำระหนี้และดอกเบี้ยที่กู้มา ถ้ารัฐบาลไม่ต้องนำเงินไปชำระหนี้ จะมีงบฯ
    ไปพัฒนาประเทศมากขึ้น มีงบฯไปอุดหนุนปรับปรุงสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ภาระใช้หนี้ก้อนนี้คนไทย ต้องยอมให้ประเทศชาติล้าหลัง ต้องพัฒนาล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ต้องยอมให้ลูกหลานต้องทนกับสภาพความเป็นอยู่ที่มันควรจะดีกว่านี้ได้ไปอีกนับสิบๆปี นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ประชาชนทุกคนต้องร่วมกันตั้งข้อสังเกตและติดตาม กำกับเรื่องราวทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ก้อนมหาศาลครั้งนี้

    จี้ “บิ๊กตู่”เลิกอ้างทหารทวงบุญคุณ ปชช.

    นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงนายกฯกล่าวในที่ประชุมสภาฯว่า ทหารต้องทำหน้าที่หลายอย่างทั้งที่มีหน้าที่เดียวคือปกป้องประเทศว่า อยากถามว่า การปกป้องประเทศในความหมายของท่านคืออะไร ปกป้องจากประชาชนที่เห็นต่าง จากคนวิพากษ์วิจารณ์กองทัพ คุกคามกำจัดสิทธิประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือ เมื่อเกิดวิกฤติไม่ว่าจากภัยธรรมชาติ การระบาดของโรค วิกฤติเศรษฐกิจ ล้วนเป็นศัตรูของประเทศที่เราต้องร่วมกันปกป้อง เพื่อความเป็นอยู่คนในชาติอยู่แล้ว หากนายกฯหมายความว่าการปกป้องประเทศของทหารคือการถือปืน ไปรบเหมือนในประวัติศาสตร์ คิดว่าล้าหลังมากๆ ในศตวรรษที่ 21 ศัตรูของประเทศ คงไม่ใช่ข้าศึกแต่เป็นวิสัยทัศน์ของผู้นำ อยากสื่อสารไปยังนายกฯที่เป็นอดีตผู้นำกองทัพว่า เลิกเอาอาชีพทหารมาทวงบุญคุณประชาชนเสียที เพราะนี่คือหน้าที่โดยตรงที่คุณต้องทำ

    หวั่นปั้นโครงการคอร์รัปชันเงินกู้

    นายปิยวัฒน์ พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์จะนำเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ไปฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะให้ความสำคัญกับคณะกรรมการพิเศษที่แต่งตั้งตามอำเภอใจ มากกว่าการทำโครงการตอบสนองความต้องการประชาชน ทุกโครงการต้องผ่านคณะกรรมการชุดนี้ หวั่นว่าจะไม่โปร่งใส เปิดทางให้คอร์รัปชันหรือเรียกรับผลประโยชน์ อนุมัติโครงการ นอกจากนี้ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุโพดุลเมื่อปี 62 ล่าช้ามาก เกษตรกรยังไม่ได้รับเงินชดเชยครอบครัวละ 5,000 บาท เกษตรอำเภอ จ.ยโสธรไม่ให้รับเงินสด ให้นำเงินไปคืนที่เกษตรอำเภอ พร้อมให้ไปเซ็นรับไก่ 10 ตัว หรือเป็ด 10 ตัว หัวอาหาร 3 กระสอบแทน และต้องเสียค่าธรรมเนียมให้บริษัทที่ดำเนินการรายละ 200 บาท เปลี่ยนเป็นเงินไม่ได้ ไม่รับถือว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ เลวร้ายมาก มัดมือชก ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือ

    กระทุ้งเร่งออกมาตรการกระตุ้น ศก.

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าผลสำรวจศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าอัตราการว่างงานในกรุงเทพฯและปริมณฑล เดือน พ.ค. อยู่ที่ร้อยละ 9.6 โจทย์ใหญ่เร่งด่วนของรัฐบาลคือออกมาตรการเศรษฐกิจช่วยสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมรับมือผู้ว่างงานใหม่ หลังมาตรการเยียวยาสิ้นสุดลง เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท จาก พ.ร.บ.โอนงบฯปี 63 รวมถึงการจัดทำงบฯปี 64 ต้องตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้ การจัดสรรงบฯต้องสอดรับสถานการณ์ จัดทำงบแบบนิวนอร์มอล ใช้เงินเยียวยาความเดือดร้อนประชาชนให้ทั่วถึงรวดเร็ว ลดความเสียหายฟื้นฟูธุรกิจ และลงทุนเพื่อธุรกิจสำหรับอนาคต

    บี้ผู้นำเอาจริงปราบอีแร้ง เหลือบ ปลิง

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องรับผิดชอบบริหารโครงการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ต้องควบคุมการใช้งบฯทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพทุกโครงการ ยึดผลประโยชน์ประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก ต้องควบคุมดูแลไม่ให้รั่วไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญขึ้นมาติดตามตรวจสอบการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน คู่ขนานกับการบริหารโครงการของรัฐบาล นายกฯยืนยันต่อที่ประชุมสภาฯว่าห้ามไม่ให้มีการล้วงลูก หากินกับงบฯโดยเด็ดขาด อยากให้นายกฯจริงจังต่อคำประกาศดังกล่าว ต้องเข้มงวดกับรัฐมนตรี ข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ และนักการเมืองทุกกลุ่ม ถ้าเอาจริงเอาจังจะแก้ปัญหาพวกอีแร้ง เหลือบ ปลิงที่คอยเกาะกินงบฯเงินกู้ก้อนใหญ่นี้ได้แน่นอน

    บิ๊กตู่โอ่ รบ.ยึดหลักโปร่งใสไร้ทุจริต

    เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สถานีบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานทดสอบความพร้อมการให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ก่อสร้างงานเสร็จเพิ่มอีก 4 สถานี (สถานีกรมป่าไม้-สถานีบางบัว-สถานีกรมทหารราบที่ 11-สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ) จากสถานีบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าวไปยังสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมและ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.และนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอสเข้าร่วม

    นายกฯกล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาเราทำเพิ่มหลายเส้นทาง รัฐบาลนี้พยายามทำทุกระบบ และกำลังหาวิธีปรับปรุงระบบให้บริการ ขสมก.ให้ดีขึ้น หลายเรื่องต้องฟื้นฟูพัฒนา การลงทุนต้องโปร่งใส ไม่สร้างภาระให้ประชาชนโดยไม่จำเป็น อย่าคิดแต่ว่ารัฐบาลมุ่งหวังการลงทุน ต้องคิดว่ามีสิ่งที่ดีขึ้นมากกว่าสิ่งไม่ดี ส่วนไหนไม่ดีก็แก้กันไป ส่วนที่ดีก็ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ บนพื้นฐานความเข้าใจ ความโปร่งใส ไม่มีทุจริต มีประสิทธิภาพ เมื่อนายกฯกดแตร 3 ครั้งเปิดงานมีประชาชนและนักเรียนที่มาต้อนรับตะโกนว่า “รักลุงตู่ รักตลอดไป” นายกฯตอบกลับว่า “รักทุกคน”

    ขอกลุ่มชาวนาอย่าก่อม็อบลงถนน

    เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ นำนางรจนา สีวันทา ชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ปี 63 พร้อมคณะเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อรับฟังนโยบายและหารือแนวทางเรื่องข้าว โดยมอบองค์แม่โพสพจำลอง ข้าวสาร 30 ตัน ให้นำไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นายกฯกล่าวว่า ได้พบปะรับฟังปัญหากลุ่มเกษตรกรทั้งข้าว ยาง ปาล์ม เพื่อนำมาแก้ไขเชื่อมโยงกันทั้งระบบ จะแก้ไขปัญหากดราคารับซื้อข้าวโดยให้ขึ้นทะเบียนโรงสี ให้เกษตรกรขายข้าวให้โรงสีที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ป้องกันปัญหาการปลอมปนข้าวด้วย ขอให้กลับไปทำความเข้าใจกับกลุ่มชาวนาในพื้นที่ว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือเต็มที่ ขอว่าอย่าเอาความเดือดร้อนมาพันกับเรื่องการเมืองรัฐบาลมีช่องทางในการช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่าเคลื่อนไหวโดยการลงถนน ยืนยันยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) จะพิจารณารอบคอบที่สุด วันนี้แค่ขอความเห็นชอบการเข้าไปเจรจา

    กมธ.วุฒิฯชง 4 ข้อสกัดโกงงบฯ

    เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. และประธานคณะ กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา เปิดเผยว่า กมธ.ร่วมประชุมกับผู้บริหาร สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อเสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วุฒิสภามีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ขอให้นำเงินกู้มาแก้ปัญหาให้ตรงตามวัตถุประสงค์ 2.ไม่ให้มีการทุจริต เชื่อว่ารัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหา แต่ต้องยอมรับว่ากลไกของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่อาจมีข้อบกพร่องเกิดการทุจริตได้ รัฐบาลต้องระวังไม่ให้มีการทุจริต โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเป็นช่องว่างได้ 3.ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม 4.การประเมินผลสัมฤทธิ์โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย คณะ กมธ.เป็นห่วงการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องยกเว้นระเบียบต่างๆและการขัดกันแห่งประโยชน์ การยักยอกทรัพย์สิน การรับผลประโยชน์ ได้แจ้งองค์กรอิสระทุกองค์กร ที่สำคัญต้องจัดทำเว็บไซต์เปิดเผยโครงการและกระบวนการร้องเรียนไปยังองค์กรอิสระที่ทำได้รวดเร็ว และประชาชนร่วมกันติดตามตรวจสอบ ตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทองค์กรอิสระได้ดูแลตรวจสอบให้ประชาชนอุ่นใจว่ารัฐบาลตั้งใจจะใช้เงินแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ผลประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริง

    กมธ.ขยาย 90 วันศึกษาแก้ รธน.

    เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก่อนการประชุมนายพีระพันธุ์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯเพื่อขอขยายระยะเวลาการทำงานของคณะกมธ.ออกไปอีก 70 วัน ประธานสภาฯได้อนุญาต จะครบกำหนดในวันที่ 25 มิ.ย. จึงมีความเห็นว่าควรขยายเวลาการทำงานออกไปอีก 60 วันนับจากวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อให้มีเวลาการจัดทำรายงานข้อเสนอแนะได้มากขึ้น

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะ กมธ.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว กระทั่งต่อมาที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันให้ขยายเวลาออกไปอีก 90 วันนับจากวันที่ 25 มิ.ย.

    เล็งหาช่องตรวจสอบองค์กรอิสระ

    จากนั้นนายพีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นที่เราพิจารณาวันนี้คือเรื่ององค์กรอิสระ ที่ประชุมเห็นว่า องค์กรอิสระจะมีการปรับปรุงเรื่องกระบวนการต่างๆ เพราะยังมีความบกพร่อง อาทิ เรื่องคุณสมบัติของผู้มีอำนาจหน้าที่สรรหาองค์กรอิสระ รวมถึงขอบอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระที่ควรต้องมีการตรวจสอบได้ เมื่อถามว่า จะปรับทุกองค์กรหรือไม่ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและ กกต. นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เราจะศึกษาแนวทางในภาพรวม

    ซัดสรรหามีปัญหาปรับระบบถ่วงดุล

    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กล่าวว่า กมธ.ส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องกันว่าองค์กรอิสระมีปัญหาที่กระบวนการสรรหา ยึดโยงประชาชนน้อยไป องค์กรอิสระมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่แทบไม่มีกระบวนการตรวจสอบ เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้วก็จบ ไม่มีใครไปถามถึงเหตุผลหรือเข้าไปศึกษาได้ จึงเห็นควรต้องปรับปรุงออกแบบกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลองค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญใหม่ องค์กรใดที่มีอำนาจมาก ให้คุณให้โทษต่อสังคม ยิ่งจำเป็นต้องสร้างระบบตรวจสอบให้มากขึ้น ที่ผ่านมาเรื่องนี้เราเป็นจุดอ่อน หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีการออกแบบเรื่องนี้ นอกจากนี้มีข้อสรุปว่า กมธ.วิสามัญฯจะขยายเวลาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอีก 90 วัน แต่พยายามจะทำให้เสร็จก่อนกำหนด

    กลุ่มแคร์แต่งตัวรอเปิดตัวทางการ

    นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินการของคณะผู้ห่วงใยประเทศหรือกลุ่มแคร์ ที่เป็นการรวมตัวกันของอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยว่า ตนและผู้ประสานงานกลุ่ม 4 คน ที่เป็นอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ก็คุยกันเบื้องต้นว่าจะมีการหารือกันของกลุ่มครั้งที่ 2 ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยจะหารือต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของกลุ่ม และแนวทางดำเนินการของกลุ่ม และคาดว่าเมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้วจะมีการเปิดตัวกลุ่มอย่างเป็นทางการภายในเดือน มิ.ย.นี้

    “เชาว์” ฉะระบอบ 3 ป.ระวังคนลุกฮือ

    นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ระบอบ 3 ป.อุบัติใหม่วงจรการเมืองไทย แตกหน่อก่อเชื้อร้ายไม่จบสิ้น” ตอนหนึ่งว่า การตีความกฎหมายของคณะกรรมการสรรหา 2 ชุดคือ กสม.มีมติว่าอดีต สนช.เป็น ส.ส.และ ส.ว. แต่ ป.ป.ช.ไฟเขียวให้เป็น ป.ป.ช.ได้แบบนี้จะมีอดีต สนช.เข้าคิวสรรหาเป็นองค์กรอิสระอีกเพียบ จะถูกมองทันทีว่ากลายเป็นคนของ คสช. กฎหมายยุค คสช.เรียกว่าระบอบ 3 ป. สร้างอภิสิทธิ์ชนรุ่นใหม่จำนวนมาก บางคนเป็น สนช.ตั้งแต่ปี 2549 อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติยาวได้ถึง 18 ปี มี 15 อดีตรัฐมนตรียุค คสช.เป็น ส.ว.แบบไม่ขาดตอน กรรมการสรรหา ส.ว. 6 คนเลือกตัวเองเป็น ส.ว. ไม่สนคำครหา ตีความกฎหมายเอียงกะเท่เร่เข้าข้างผู้มีอำนาจ การเมืองยิ่งถอยหลังลงคลองสู่วังวนต่อรองสมประโยชน์ไม่มีที่สิ้นสุด ทำโปรโมชันย้ายค่าย ดีลลับให้บางคดียุติลงทั้งที่ควรต้องอุทธรณ์ต่อ เป็นของเสียสะสมจะทำให้ความขัดแย้งปะทุรุนแรงขึ้น อยากให้ผู้มีอำนาจปรับทัศนคติใหม่ อย่าให้ต้องถึงวันที่ประชาชนลุกขึ้นมาปรับทัศนคติ ถึงวันนั้นประเทศชาติจะบอบช้ำอย่างรุนแรง

    “วีระ–หมู่อาร์ม” จวก ผบ.ทบ.ไม่จริงใจ

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพร่วมกับกลุ่มพลังมดจัดเสวนาหัวข้อ “ปฏิรูปกองทัพ” เชิญ ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ “หมู่อาร์ม” ทหารสังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก ที่แฉการทุจริตเบี้ยเลี้ยงในหน่วยต้นสังกัด และนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน มาแถลงการณ์เปิดโปงทุจริตใน ทบ.นายวีระกล่าวว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจาก “หมู่อาร์ม” แต่เกิดจาก ทบ.ที่มีการทุจริต แทนที่จะตรวจสอบกลับบอกว่าคนร้องเรียนพยายามทำลายกองทัพ เมื่อร้องขอความคุ้มครองจาก ผบ.ทบ.กลับไม่ทำอะไรจนถูกคุกคาม ไปร้องเรียน กมธ.จึงออกมาแก้ต่าง ทั้งที่พยายามจะปิดปากด้วยการจะปลดออกจากราชการและอาจถูกดำเนินคดีติดคุกถึง 7 ปี

    ส.อ.ณรงค์ชัยกล่าวว่า ผบ.ทบ.ไม่ยอมรับความจริงแต่แรก มีหลักฐานชัดเจนถึงยอมรับ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ ที่ผ่านมาพยายามร้องเรียนทุจริตกับสายตรง ทบ.ยื่นเอกสารผ่าน พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผอ.สำนักพระธรรมนูญ ทบ.และ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ.แต่เงียบ มีเพียงตั้งคณะกรรมการสอบว่าเอกสารหลุดไปได้อย่างไร การร้องเรียนสายตรง ทบ.เหมือนฆ่าตัวตาย เรื่องทั้งหมดย้อนกลับไปที่ต้นสังกัดจนตนถูกข่มขู่คุกคามเอาชีวิตและถูกขัง เคยร้อง ป.ป.ช.เพื่อใช้สิทธิ์ร้องเรียนต้นสังกัดและขอโอนย้ายหน่วยงานตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. ถ้า ป.ป.ช.ดำเนินการให้คงไม่โดนปลด ยืนยันพร้อมสู้คดี แม้เป็นศาลทหารไม่มีอุทธรณ์ฎีกา จะขอสู้แบบประชาชน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1พรรคพลังประชารัฐประวิตร วงษ์สุวรรณประยุทธ์ จันทร์โอชาสุทิน คลังแสงอุตตม สาวนายนข่าววันนี้

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้